FAZER LOGIN186 2-2
ตอนที่ 371 สนใจซื้อแฟรนไชส์
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะยากเย็นแสนเข็ญสักเพียงใด ขอแค่จงเชื่อมั่นในตัวเอง หลินจิงซูก็เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
นึกถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในอนาคตที่กำลังรอคอยเธออยู่ หลินจิงซูก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและเริงร่าใจ
วันต่อมา ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ก็ได้เดินทางไปที่ร้านชานมไข่มุกกันตั้งแต่เช้าตรู่
เพียงยกม่านขึ้นเปิดการค้าขาย สองสามีภรรยาคู่นี้ก็ได้รับความสนใจจากฝูงชนรอบข้างอย่างรวดเร็ว
หลินจิงซูรู้สึกปลื้มปีติใจเป็นที่สุด ได้เห็นผู้เป็นแม่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างที่ควรจะเป็นในชาตินี้ ต่อให้มีเงินสักสิบล้านมากองสุมอยู่ต่อหน้า ก็ยังไม่อาจทำให้เธอมีความสุขได้เท่านี้เลย
แค่ช่วงเช้าของวัน ยอดขายโดยรวมก็ปาเข้าไปกว่าหลายร้อยแก้วแล้ว ยิ่งเป็นช่วงเที่ยงวัน ลูกค้าก็จะยิ่งต่อแถวกันให้วุ่นวาย สองสามีภรรยาอย่างติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ ต่างก็ต้องวิ่งวุ่นมือเป็นระวิงราวกับมีไฟจี้ก้น
พบเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หลินจิงซูจึงรีบเข้าไปช่วยทันที แต่ทว่ากลับถูกติงเสวี่ยเหม่ยร้องห้ามเอาไว้
“ไม่เป็นไรซูซู ไม่ต้องเข้ามาช่วย ต่อไปลูกก็ต้องยกหน้าที่การบริหารจัดการร้านทั้งหมดให้เราสองคนอยู่แล้ว ถ้าแค่นี้ยังทำกันไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเราไม่คู่ควรน่ะสิ”
ตระหนักได้ถึงความตั้งใจของผู้เป็นแม่ หลินจิงซูก็ไม่คิดโต้แย้งใดๆเช่นกันและยอมถอยแต่โดยดี
“ได้ข่าววันนี้มีเรียนช่วงบ่ายไม่ใช่เหรอจ๊ะ? ลูกรีบเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยเถอะ”
สาวน้อยพยักหน้าตอบรับอย่างเชื่อฟัง และตั้งใจจะเดินจากไปทันที
ทว่าทันใดนั้นเอง กลับมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งได้รับชานมไข่มุกที่ตนสั่ง เดินออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันกับเธอ หลังดูดชิมรสชาติของชานมไข่มุกได้เพียงคำเดียว ก็ถึงกับดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ ส่งเสียงชื่นชมไม่หยุดปาก
“มายก้อด! ความลึกล้ำของรสชาติแบบนี้นี่มันอะไรกัน! อร่อยสุดยอดไปเลย! ใครมันช่างคิดขึ้นได้นะ!”
สำหรับตัวหลินจิงซู เธอคุ้นชินกับเสียงชื่นชมรอบตัวเหล่านี้มามากเกินพอแล้ว
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ทั่วทั้งถนนสายนี้มีร้านชานมไข่มุกเปิดแข่งกันนับหลายสิบร้าน แต่เพราะอะไรกันล่ะ ที่ทำให้ร้านของหลินจิงซูสามารถครองใจลูกค้ามาได้จวบจนทุกวันนี้ หากไม่ใช่เพราะรสชาติ?
หากเธอไม่รู้จักพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์จนบังเกิดเป็นสูตรชานมไข่มุกรสชาติใหม่ๆขึ้นมา สุดท้ายร้านแห่งนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับปลาตัวหนึ่งในฝูงใหญ่ คงเป็นเพียงชานมไข่มุกรสชาติทั่วไปเหมือนสินค้าเลียนแบบของเจ้าอื่นๆ
ติงเสวี่ยเหม่ยก้าวเท้าฉับออกหน้าต้อนรับลูกค้ารายนั้นอย่างว่องไว ยิ้มแย้มด้วยความสุขใจเมื่อรับฟังเสียงชื่นชมไม่หยุดปาก
“ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นชานมกุหลาบที่ลูกสาวดิฉันเพิ่งคิดค้นมาใหม่ค่ะ! นอกจากรสชาติที่หอมอร่อยแล้ว เครื่องดื่มนี้ยังสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณของลูกค้าให้เปล่งปลั่งสวยงามยิ่งขึ้นด้วยนะคะ!”
ผู้หญิงคนนั้นหันศีรษะขวับจ้องหน้าหลินจิงซูตาไม่กระพริบ ไม่ว่าจะมองอย่างไร สาวน้อยตรงหน้าก็ยังเป็นเพียงเด็กนักศึกษาอย่างแน่นอน
“โอ้? อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี้ เธอเป็นคนคิดค้นสูตรขึ้นมาเอง? สาวน้อย เธอนี่มันจีเนียสจริงๆ!”
“สาวน้อยจ๊ะ สนใจจะขายแฟรนไชส์ให้ฉันร่วมลงทุนบ้างมั้ยล่ะ?”
ไม่น่าเชื่อ! มีคนในยุคสมัยนี้รู้จักศัพท์คำว่าแฟรนไชส์ด้วย! หลินจิงซูที่แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถึงกับแอบดีใจจนเนื้อเต้น!
พูดกันตามตรง ดูเหมือนจะมีแค่เธอกับหลิวหมิงกระมัง ที่รู้จักศัพท์คำว่าแฟรนไชส์ น้อยคนนักที่จะมีแนวคิดล้ำสมัยในยุคสมัยแบบนี้
เห็นหลินจิงซูยังปิดปากเงียบไม่ให้คำตอบ ผู้หญิงคนนั้นก็รีบเสนอเงื่อนไขต่อทันที
“ฉันสนใจตลาดด้านนี้มาก ถ้าจะให้สอนสูตรการชงชาพวกนี้ทั้งหมด จะคิดสักเท่าไหร่ล่ะ? บอกราคามาได้เลย!”
ทั้งเฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ย ได้แต่ตกตะลึงกับการกระทำที่โฉ่งฉ่างตรงไปตรงมาของลูกค้าใจใหญ่คนนี้เป็นอย่างมาก
สำหรับติงเสวี่ยเหม่ยที่ยังคงมีหัวคิดโบราณล้าหลัง เธอหมายมั่นเพียงแค่ว่า ตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรงหลงเหลือ ตนย่อมสามารถทำมาหากินกับการชงชานมไข่มุกแบบนี้ไปได้ชั่วชีวิต ส่วนเรื่องการขายอาชีพตัวเองกินนั้น กลับไม่เคยมีอยู่ในหัวมาก่อนเลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้ทางเรายังไม่มีแผนจะรับพนักงานเพิ่มค่ะ…”
ทว่าติงเสวี่ยเหม่ยเพิ่งพูดยังไม่ทันขาดคำ กลับถูกหลินจิงซูพูดสวนขึ้นฉับพลัน
“แน่นอนค่ะ! ทั้งสูตรทั้งร้านหนูขายให้ได้หมดเลยค่ะ!”
อะไรนะ?!
ติงเสวี่ยเหม่ยตัวแข็งทื่อลมแทบจับ เจ้าตัวยืนจ้องหน้าลูกสาวแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นด้วยความไม่เข้าใจอย่างยิ่ง!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







