LOGIN186 1-2
ตอนที่ 370 ชีวิตที่เป็นดั่งฝัน
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เหตุผลที่เรียกมาคุยเพราะอยากถามความยินยอมจากคุณจิงซูซะก่อน ถ้าตกลง ผมย่อมต้องมีวิธีทำให้คนพวกนั้นหุบปากได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของคุณจิงซูเอง ต่อให้ผมไม่ต้องลงมือเคลื่อนไหวอะไร ไม่ช้าก็เร็ว คนพวกนั้นก็จะต้องตระหนักถึงความแข็งแกร่งในตัวคุณได้สักวันอยู่ดี”
ได้รับความไว้วางใจจากหลิวหมิงถึงเพียงนี้ หลินจิงซูย่อมต้องรู้สึกปลื้มปีติยินดีเป็นธรรมดา เพราะไม่ว่าอย่างไร ในยุคสมัยเช่นนี้ สังคมโดยส่วนใหญ่ยังคงตัดสินให้ผู้ชายอยู่เหนือผู้หญิงเสมอ
แม้ตัวเธอจะมีทักษะความสามารถ ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจชานมไข่มุกขึ้นมากว่าห้าสาขาทั่วตัวเมืองได้ แต่กลับปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ในสายตาของคนนอก หลินจิงซูกลับเป็นเพียงจิ้งจอกสาวผู้ฉวยโอกาส ที่ใช้เสน่ห์คารมให้ได้มาซึ่งตำแหน่งใหญ่โตอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นี่นับเป็นตลกร้ายที่เกิดคู่กับเพศหญิงไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน
แต่ถึงอย่างนั้น หากเธอสามารถขึ้นเป็นรองประธานบริหารใหญ่ในเครือโรงแรมหลี่เจี่ยได้จริงๆ ไม่แน่ว่าบางที ตัวเธอเองอาจเป็นแรงบัลดาลใจให้กับผู้หญิงหลายๆคนในยุคสมัยต่อจากนี้ก็เป็นได้
และหากทุกอย่างเป็นไปดั่งที่คาดหมายจริงๆ ก็คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยทีเดียว
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณประธานหลิวที่ให้โอกาสดีๆแบบนี้กับหนู หนูสัญญาจะทำอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ!”
ได้ฟังคำตอบรับจากปากหลินจิงซูเช่นนี้ หลิวหมิงก็ไม่รอช้าเช่นกัน เตรียมประกาศข่าวการเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ให้กับพนักงานขององค์กรทราบทันที
หลินจิงซูกลับไปบ้านพร้อมแบ่งปันเรื่องราวดีๆนี้ ให้ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ฟังโดยเร็วเช่นกัน
ติงเสวี่ยเหม่ยนั่งจ้องหน้าลูกสาวไม่ตอบสนองอยู่พักใหญ่ เธอยากที่จะทำใจให้เชื่อได้จริงๆ
“ซูซู นี่ลูกพูดจริงๆเหรอ? ถ้าลูกได้ขึ้นเป็นรองประธานของโรงแรมจริงๆ เงินเดือนที่ได้จะปาไปเท่าไหร่กันล่ะเนี่ย?”
“แต่แม่กลับไม่ค่อยเห็นด้วยนะ แค่ต้องเรียนไปด้วยดูแลกิจการร้านชานมไข่มุกไปด้วยก็มากพอแล้ว แต่นี่ยังจะมีเรื่องบริหารโรงแรมเข้ามาอีก ทำหลายๆอย่างพร้อมกันแบบนี้ มันจะไม่หนักเกินไปหรอกเหรอ?”
เรื่องความสามารถของลูกสาวนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยไม่มีข้อทักท้วงใดๆ แต่ในฐานะคนเป็นแม่ เธอจะทนเห็นลูกสาวต้องลำบากตรากตรำทำงานหนักขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไรกัน? อีกอย่าง รายได้จากธุรกิจชานมไข่มุกทั้งห้าสาขาเวลานี้ ก็เพียงพอสำหรับใช้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุขได้แล้ว
คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ แม่อย่างเธอกลับไม่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระอะไรของลูกสาวตนเองได้เลย!
เผชิญกับสีหน้าเป็นกังวลที่ติงเสวี่ยเหม่ยเผยแสดงออกมา หลินจิงซูก็รู้ได้ทันทีว่า แม่ของเธอกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ จึงรีบส่ายหน้าพร้อมพูดปลอบประโลมใจว่า
“แม่คะ ไม่หนักเกินไปหรอกค่ะ หนูคำนวณแล้วว่าตัวเองสามารถรับไหว ถึงได้ตัดสินใจตอบตกลงไป”
“ส่วนเรื่องเงินไม่มีค่ะ แต่จะได้เป็นหุ้นส่วนโรงแรมร่วมกับประธานหลิวหมิงส่วนหนึ่ง แล้วกินเงินปันผลในแต่ละเดือนแทน”
ในเวลาเดียวกัน หลินจิงซูยังหันไปบอกกับเฉินเฉวียนเย่ว่า
“ถ้าทุกอย่างไปได้สวย ครอบครัวของเราก็จะได้ไม่ต้องมายืนหลังขดหลังแข็งชงชานมไข่มุกแบบนี้กันอีกแล้วล่ะค่ะ เมื่อไหร่ที่ธุรกิจโรงแรมขยายตัวพัฒนาขึ้น หนูรับรองได้เลยว่า คุณภาพชีวิตของแม่กับพ่อเฉินจะต้องดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อย่างแน่นอน! ไม่ว่าอยากจะไปเที่ยวที่ไหนก็จะได้เที่ยว อยากกินอะไรก็จะได้กิน ไม่จำเป็นต้องมานั่งห่วงหน้าพะวงหลังเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆอีกต่อไป! ทั้งสองคนจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสักที จะได้มีความสุขกับชีวิตบั้นปลายให้เต็มที่! ทั้งชีวิตของหนู หนูก็หวังเพียงแค่นี้ล่ะค่ะ”
เมื่อตระหนักได้ว่า บุตรสาวได้วางแผนชีวิตให้พวกเขาทั้งคู่ไว้เสียดิบดีเช่นนี้ เฉินเฉวียนเย่ที่นั่งอยู่ข้างเคียงกัน ก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“สาวน้อย เธอน่ะเป็นคนเก่ง ประสบความสำเร็จเกินหน้าใครหลายต่อหลายคนตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วรู้อะไรมั้ย พวกเราสองคนดีใจมากเลยนะที่มีเธอเป็นลูกสาว นี่นับเป็นพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราที่ได้รับจากสวรรค์เลยก็ว่าได้ ขอบใจ…ขอบใจมากจริงๆ”
“แต่จำเอาไว้นะสาวน้อย หากวันใดวันหนึ่งที่เธอรู้สึกว่า อะไรหลายๆอย่างเริ่มจะเกินตัวมากไปแล้ว เธอก็ควรรู้จักปล่อยวางลงบ้าง ลองหันกลับมาดูสิ เพียงแค่นี้พวกเราทั้งคู่ก็มีความสุขมากแล้ว รู้จักใส่ใจคนรอบข้างก็ต้องรู้จักใส่ใจตัวเองบ้างนะ”
หลังจากที่สามคนพ่อแม่ลูกได้มีช่วงเวลาที่ซาบซึ้งร่วมกันแล้ว ติงเสวี่ยเหม่ยก็รีบตรงดิ่งเข้าครัวเพื่อเตรียมทำอาหารมื้อใหญ่ทันที หลินจิงซูตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกเฉินเฉวียนเย่ดึงตัวออกมาเสียก่อน
“นี่ เหตุการณ์ในโรงแรมหลังจากนั้นเป็นยังไงบ้าง? พ่อของเธอไม่ได้ทำอะไรบ้าๆอีกใช่มั้ย? แล้วเรื่องค่าเสียหายในห้องอาหารล่ะ สรุปว่าใครเป็นคนจ่าย?”
หลินจิงซูส่ายหัว
“พ่อเฉินไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกค่ะ มีหนูอยู่ทั้งคน แค่ค่าเสียหายเล็กๆน้อยๆยังมีอะไรให้ห่วง? ถ้าอยากจะคุย สู้มาคุยเรื่องของพ่อเฉินหลังจากนี้จะดีกว่า”
“ถ้าโรงแรมหลี่เจี่ยเปิดสาขาที่สองเมื่อไหร่ หนูคงจะมีงานยุ่งมากจนไม่สามารถมาดูแลกิจการทางนี้ได้ ถึงเวลานั้น ธุรกิจร้านชานมไข่มุกก็จะเหลือแค่พ่อเฉินกับแม่เท่านั้นแล้วนะคะ สิทธิ์การบริหารจัดการทั้งหมดคงต้องฝากให้พ่อเฉินรับช่วงต่อแล้วล่ะค่ะ”
เผชิญกับคำฝากฝังของหลินจิงซู เฉินเฉวียนเย่รีบพยักหน้าตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
“อืม เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง จะตอนนี้หรือตอนไหน ก็แค่ยืนชงชานมไข่มุกเหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ? อย่าห่วงไปเลยน่าสาวน้อย! เรื่องแค่นี้สบายมาก!”
ติงเสวี่ยเหม่ยยกอาหารจานอร่อยมาวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ระหว่างทานข้าว เธอยังเป็นอีกคนที่ให้การสนับสนุนความคิดของลูกสาวด้วยเช่นกัน
“ซูซู อยากทำอะไรก็ทำเถอะ ขอแค่ลูกมีความสุข พวกเราสองคนก็ไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว”
หลินจิงซูยิ้มตอบกลับไปว่า
“หนูดีใจนะคะที่พวกเราสามคนมีช่วงเวลาดีๆร่วมกันแบบนี้ แม่ พ่อเฉิน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมานะคะ!”
ชีวิตในวันนี้ คือสิ่งที่เธอใฝ่ฝันไว้เมื่อชาติที่แล้วก่อนตาย
และยังมีอีกหลายสิ่งอย่างมากนัก ที่เธอจะสามารถทำได้อีกในอนาคตข้างหน้า
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







