แชร์

ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม
ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม
ผู้แต่ง: กัญจารีย์

ตอนที่ 1 ฟ้าผ่า

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-27 11:30:57

อากาศยามเช้าในช่วงต้นเดือนธันวาคมเริ่มหนาวจัดแล้ว เจ้าของร่างใหญ่ตื่นขึ้นมานึ่งข้าวแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวันที่เจ้าของร่างเดิมเคยทำมา แม้ในใจยังไม่อยากเชื่อว่าตนได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างนี้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ย้อนเหตุการณ์กลับไปเมื่อวาน เจ้าของร่างนี้ได้ออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าเพื่อมาขายให้นายหนูจีน ซึ่งมีควายอยู่หลายสิบตัว ในช่วงเวลาเกือบบ่ายสาม จู่ ๆ ก็เกิดเสียงฟ้าแลบฟ้าร้องขึ้นมาอย่างไร้ที่มาที่ไปทั้งที่เป็นช่วงฤดูหนาว ไม่นานฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่มิหนำซ้ำยังเกิดฟ้าฝ่าเสียงดังกึกก้องใหลายพื้นที่ และจุดหนึ่งที่โดนฟ้าผ่าก็คือจุดที่เจ้าของร่างนี้กำลังนั่งหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ และสิ้นใจคาที่ในเวลาต่อมา ส่วนเขาที่ชื่อชาญชัยเหมือนเจ้าของร่างเดิมผู้มาจากยุคปัจจุบันก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน

ตอนที่อยู่ในยุคปัจจุบันเขาจำได้เพียงว่ากำลังใช้ไม้วินล้อรถแทรกเตอร์ที่ติดหล่มอยู่ในนากับน้องเขย พอผูกไม้ติดกับล้อรถเสร็จแล้ว เขาซึ่งเดินออกมายังไม่ไกลจากตัวรถมากนัก น้องเขยก็สตาร์ทเครื่องยนต์และเคลื่อนรถแทรกเตอร์ออกจากจุดนั้นโดยเร็ว ไม่มีใครคาดคิดว่าลวดสลิงที่ใช้มัดท่อนไม้ติดกับล้อรถจะขาดผึงเพียงเสี้ยววินาที ท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ติดกับล้อรถก็เหวี่ยงมาตีศีรษะเขาคล้ายกับการทุบหัวเขียด เสียงดังอักเท่านั้น จากนั้นความทรงจำของเขาก็ดับวูบลง รู้ตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ในร่างนี้แล้ว

เขาฟื้นขึ้นมาเพราะรู้สึกหนาวจนตัวสั่นเพราะนอนตากฝนอยู่เป็นเวลานาน เมื่อความทรงจำของร่างนี้หลั่งไหลเข้ามาในหัว เขาจึงเดินแบกมัดหญ้าหนึ่งมัดใหญ่พร้อมเคียวเกี่ยวข้าวกลับบ้านด้วยความสับสนงุนงง

บางครายังแอบคิดว่านี่คงเป็นเพียงความฝัน แต่พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนยังอยู่ที่บ้านปูนเปลือยชั้นเดียวขนาดกลางที่ยังไม่ขัดมันเหมือนเมื่อวาน อีกทั้งบ้านหลังนี้ยังสร้างไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ เพราะหน้าต่างอีกหลายบานยังใช้สังกะสีเพียงแผ่นเดียวตีปิดทับไว้

คนตัวสูงนั่งมองเปลวไฟในเตาไฟด้วยดวงตาเหม่อลอย ทั้งที่อากาศหนาวจัดแต่มันกลับไม่ได้สะเทือนผิวกายของเขาแม้แต่น้อย ในหัวยังคิดวนเวียนเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ว่ามันมีเรื่องประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาได้อย่างไร

ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ที่นี่คือหมู่บ้านไผ่ล้อม ตำบลนามะเฟือง อำเภอนามะเฟือง จังหวัดขุนศรีบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ไม่เคยมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของไทยเลย แต่กลับมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และปีนี้ก็เป็นปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบ

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ในใจรู้สึกคิดหนักเมื่อนึกถึงฐานะเดิมของเจ้าของร่างนี้ ความจริงเขาก็อยากจะร้องไห้ให้กับโชคชะตาของตนเองด้วยซ้ำ ที่ย้อนเวลามาเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กตั้งสามคน แถมยังมีภรรยาที่กำลังป่วยหนักและก็ไม่รู้ว่าจะจากไปวันไหน ซึ่งก็อาจจะในเร็ว ๆ นี้

ชาญชัยถอนหายใจออกมายาวเหยียด เมื่อนึกถึงความเป็นมาก่อนที่จะมาอยู่บ้านหลังนี้ เดิมทีเจ้าของร่างนี้เป็นเด็กกำพร้า พ่อกับแม่เสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุได้เพียงสิบสองขวบ จากนั้นก็อยู่กับปู่กับย่ามาตลอด ซึ่งมีครอบครัวของอาผู้หญิงรวมอยู่ด้วย และเขาก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวตั้งแต่พ่อกับแม่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ อีกทั้งยังโดนทุกคนในครอบครัวรุมรังแก

ก่อนหน้านี้สองเดือน อัจฉรา ซึ่งก็คือภรรยาของเขาในตอนนี้ หลังจากเธอหย่ากับสามีเก่าได้สองเดือน เธอได้ประกาศรับสมัครหาสามีคนใหม่เพื่อมาเป็นพ่อเลี้ยงของลูกเธอทั้งสาม ด้วยค่าจ้างสามหมื่นบาทซึ่งถือว่าเป็นค่าสินสอด และคุณสมบัติของผู้ชายที่จะสมัครได้ก็คือจะต้องเป็นหนุ่มโสด ไร้พันธะบุตรและภรรยา แต่คนหนุ่มในหมู่บ้านนี้กลับไม่มีใครสนใจ เพราะเทียบกับเงินสามหมื่นกับการเลี้ยงดูเด็กทั้งสามคนและแม่ที่กำลังป่วยอีกคน พวกเขาก็คิดว่ามันไม่คุ้มเอาเสียเลย

แต่มิ่งพรผู้มีศักดิ์เป็นอาของเจ้าของร่างนี้มีหรือจะสนใจกับความเหนื่อยยากพวกนั้น พอทราบข่าวเธอกลับคิดว่านี่เป็นโอกาสทองของเธอที่จะกำจัดหลานชายคนนี้ให้พ้นชายคาไป จึงนำเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคนในครอบครัวทันที ยกเว้นเขาคนเดียวที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย อีกทั้งมิ่งพรยังอยากได้เงินค่าจ้างหรือค่าสินสอดจำนวนสามหมื่นบาท เธอจึงยุยงส่งเสริมให้ปู่กับย่าบังคับเจ้าของร่างนี้แต่งงานออกไปกับอัจฉรา

เดิมทีเจ้าของร่างนี้เป็นคนหัวอ่อน ไม่ค่อยพูดจาค่อนข้างเก็บกด ไม่กล้ามีปากเสียงกับผู้ใหญ่ เขาจึงยอมแต่งงานกับอัจฉรา 

ชาญชัยถอนหายใจยาวอีกครั้ง เมื่อนึกได้ว่าต้องดูแลเด็กทั้งสามและภรรยาที่ป่วยอีกคน คนไม่เคยแต่งงานไม่เคยมีลูกอย่างเขาจะเป็นพ่อและสามีที่ดีได้แค่ไหนกันเชียว ช่างเป็นอะไรที่น่าปวดหัวจริง ๆ สายตาคมกริบมองไปยังหวดนึ่งข้าวที่กำลังมีไอน้ำสีขาวพวยพุ่งออกมา เขาจึงหยิบไม้พายมาคนข้าวเมื่อรู้ตัวว่านั่งเหม่อนานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว 

นึ่งข้าวเสร็จก็เตรียมตัวทำอาหารต่อ ตอนนี้ประมาณตีห้าครึ่งลูกกับภรรยายังไม่ตื่น คนตัวใหญ่นำหอยที่เจ้าของร่างนี้ขุดมาเมื่อสองวันก่อนไปแช่น้ำไว้ก่อน ซึ่งมีทั้งหอยขม และหอยโข่ง จากนั้นคว้าเอาไฟฉายไปเก็บผักปลัง ใบชะพลู ใบแมงลัก ขิงแกลง และตะไคร้ ที่ปลูกไว้ข้างรั้วบ้าน ก่อนเดินกลับยังแอบเก็บใบย่านางของป้าเฟื่องที่อยู่ข้างรั้วมาด้วย พอสายออกมาหน่อยค่อยไปบอกแกก็ยังได้ เพราะสองบ้านนี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเฟื่องคงไม่ถือสา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 44 ทำลายสัญญา (ตอนจบ)

    “ก็เป็นอยู่ทุกวันนี่คะ” เธอเป็นภรรยาเขาอย่างเต็มตัวตั้งแต่วันที่ยอมให้เขาเช็ดตัวให้แล้วเขาส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่ใช่แบบนั้น”“แล้วแบบไหนคะ” อัจฉราใจเต้นแรง เขาคงไม่ได้หมายความว่าจะทำอย่างนั้น… กับเธอหรอกนะเขาอุ้มภรรยาขึ้นเดินเข้าห้องนอนส่วนตัวของทั้งสอง วางร่างภรรยาลงบนที่นอนนุ่ม ก้มลงจุมพิตหน้าผากภรรยาแผ่วเบา เลื่อนริมฝีปากเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากอวบอิ่มของคนใต้ร่าง บดเคล้าคลอเคลียดูดดึงริมฝีปากบางอย่างไม่ให้เธอตั้งตัว จากนั้นใช้เรียวลิ้นเลียตามไรฟันหลอกล่อให้เธอเผยอปาก แล้วปลายลิ้นร้อนก็ลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำอย่างถือวิสาสะ เกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กอย่างหิวกระหาย มือเล็กโอบกอดกายใหญ่สะเปะสะปะ รู้สึกมวนท้องน้อยราวกับมีผีเสื้อนับหมื่นตัวบินวนอยู่ในนั้น ร่างกายตอบสนองต่อการสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง อัจฉราหอบหายใจเหนื่อย ลมหายใจถี่กระชั้น เมื่อนั้นคนตัวโตจึงยอมผละริมฝีปากออก พร้อมกับพูดเสียงแหบพร่าว่า “แบบนี้ไง” นิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมออกจากพวงแก้มให้เธออย่างทะนุถนอม พูดต่อว่า “พร้อมหรือยัง”อัจฉราพยักหน้าอย่างเขินอาย ตอบเขาอย่างเต็มใจ “พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ” ร่างกายเธอต้องการเขามากจริง ๆ ช

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 43 ขายข้าว

    มิ่งพรเงยหน้าขึ้นมองถามเสียงห้วนว่า “เอ็งมาที่นี่ทำไม” เธอตกใจอยู่บ้างที่มีผู้ใหญ่บ้านกับตำรวจมาด้วย “มาจับโจร” ชาญชัยว่า “โจรอะไร” เต็มถาม ได้ยินคำว่าโจร ทินกรก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง “โจรเผาข้าวคนอื่นเพราะความอิจฉาไง” สายตาคมกล้ามองทินกรอย่างเอาเรื่อง “เอ็งหมายถึงใคร” มิ่งพร “ถามลูกชายอาดูสิ” มิ่งพรกับเต็มหันมองทินกรเป็นตาเดียว ทินกรพูดออกอย่างร้อนรนว่า “ผมไม่ได้ทำนะแม่” แล้วพูดกับยายอีก “ผมไม่ได้ทำจริง ๆ นะยาย” “แต่พวกเรามีหลักฐานนะกร” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยออก “ไม่จริง หลักฐานอะไร” ทินกรเริ่มตัวสั่นหน้าตาดูเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด สมดีเดินลงมาจากบ้านเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันเสียงดัง “จ่ายค่าเสียหายมาหนึ่งแสนบาท แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ” ชาญชัยกล่าว “เอ็งจะบ้าหรือไง เงินมากขนาดนั้นฉันจะไปหามาจากที่ไหน” มิ่งพรว่า ส่วนเต็มเริ่มจะหูดับตั้งแต่ได้ยินคำว่าหนึ่งแสนบาทแล้ว “พี่อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ไหนล่ะถ้าฉันทำจริงหลักฐานอยู่ไหน” ทินกรเอ่ยท้า คฑาวุธจ

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 42 นาข้าวโดนเผา

    ในส่วนเรื่องที่พนาลักพาตัวลูกสาวแท้ ๆ ของตนไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกาย ศาลตัดสินจำคุกเขาสองปี อัจฉรารู้ผลการตัดสินแล้วก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายมากนัก เพราะเธอไม่สนใจอีกแล้วว่าอดีตสามีจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร มีเพียงมาราศรีเท่านั้นที่ร้องให้แทบเป็นแทบตาย แต่ลูกชายกับลูกสาวกลับดีใจที่พ่อเลี้ยงต้องติดคุก ช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้อากาศกำลังดี ชาญชัยที่ย้ายมานอนข้างภรรยาเมื่อเดือนที่แล้ว เขาขยับร่างเข้าไปใกล้เธอแล้วรั้งเอวคอดเข้ามากอดอย่างถือวิสาสะ อัจฉราขนลุกซู่ไปทั่วร่างและแอบเกร็งเล็กน้อย เพราะอยู่กันมาเกือบปีเขาไม่เคยนอนกอดเธอเลยสักครั้ง “เป็นอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามอยู่ข้างหู ยิ่งทำให้เธอตัวแข็งเข้าไปอีก “เปล่าค่ะ” เห็นว่าเธอไม่ขัดขืนจึงยิ้มกรุ้มกริ่ม เอ่ยออกว่า “งั้นก็นอนเถอะ” “นอนแบบนี้เหรอคะ” “ไม่ได้เหรอ” “ดะ ได้ค่ะ” เธอไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนสาวแรกแย้ม แต่ก็อดใจสั่นไม่ได้ที่เขาเข้ามากอด มันให้ความรู้สึกเหมือนตนได้กลับไปตอนอายุสิบสี่อีกครั้ง คืนนั้นชาญชัยจึงนอนกอดภรรยาจน

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 41 ทำนาปีแรก

    อัจฉราเดินออกมาจากห้องหมอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รู้สึกขอบคุณและรักสามีเป็นที่สุด “เธอนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อรอพยาบาลเรียกอีกครั้ง เอ่ยกับสามีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ขอบคุณพี่ชาญมากนะคะ” ว่าพลางน้ำตาเอ่อคลอเบ้า “เป็นอะไร อยู่ดี ๆ ก็ขอบคุณพี่” ชาญชัยจับมือเธอมากุมไว้อย่างอ่อนโยน “ขอบคุณที่พี่พาฉันมารักษายังไงละคะ หมอบอกว่าค่ามะเร็งของฉันปกติแล้วค่ะ ถ้าไม่มีพี่ฉันคงไม่มีวันนี้” น้ำตาเริ่มปริ่มขึ้นมา ก่อนมันจะไหลออกมาเธอรีบยกมือขึ้นเช็ดมันออกโดยเร็ว ชาญชัยยิ้มกว้าง อยากรั้งภรรยามากอด แต่เกรงสายตาคนอื่นที่นั่งอยู่รอบข้าง จึงทำเพียงพูดออกไปว่า “ดีแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กับลูกอย่างมีความสุข” “ค่ะ” อยู่ดี ๆ ก็นึกอยากจูบผู้ชายคนนี้ขึ้นมา หากเขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่เขาจะคิดกับเธออย่างไรนะ ทั้งสองเดินทางกลับด้วยรถของเอิบตอนบ่ายสามโมง เอิบดีใจกับอัจฉราจนน้ำตาไหล “ดีใจด้วยนะเอื้อง” “ฉันกราบขอบพระคุณป้าเอิบมากนะคะ” พูดพร้อมกับกระพุ่มมือขึ้นไหว้ เอิบช่วยไปรับไปส่งเธอกับสามีตั้งแต่ต้นจนจบการรักษา อัจฉรานับเอิบเป็นผู้มีพระคุณ

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 40 หายป่วยแล้ว

    “ไม่เอา หนูทำไม่เป็น” “ไม่เป็นก็หัดสิ มานี่ฉันจะสอน” มาราศรีลากแขนเล็กให้ตามตนไปที่ชานเถียงนา สตางค์พยายามขัดขืน จนข้อมือขึ้นเป็นรอยแดง “ไม่ หนูไม่ทำ” “ต้องทำ หยิบไม้ขีดไฟขึ้นมา” มาราศรีสั่งเสียงดุ “ไม่ หนูทำไม่เป็นหนูกลัว ฮือ ๆ แม่ช่วยหนูด้วยหนูอยากกลับบ้านฮือ ๆ” สตางค์ยังไม่ยอมทำตาม เอาแต่ร่ำร้องหาแม่ ทำให้มาราศรีเกิดความโมโหจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “โธ่เว้ยจะร้องอะไรหนักหนาวะ” ว่าพลางยกฝ่ามือขึ้นฟาดก้นของเด็กหญิงอย่างแรงหลายที ตีทั้งขาตีทั้งแขน “อย่าตีหนูหนูเจ็บ” สตางค์ทรุดลงนั่งบนพื้นเถียงนาน้ำมูกน้ำตาไหลพราก “เอ็งจะยอมทำไหม ถ้าไม่ทำฉันจะตีเอ็งให้ตาย” “แต่หนูทำไม่เป็น หนูกลัวไฟ แม่ไม่ให้หนูเล่นไฟ ฮือ ๆ” “ฉันไม่ได้ให้เอ็งเล่น ฉันให้เองก่อไฟนึ่งข้าว หยิบกล่องไม้ขีดไฟขึ้นมา” มือน้อย ๆ สั่นเทา อกกระเพื่อมรุนแรงเพราะแรงสะอื้นทั้งยังหวาดกลัว แต่ผ่านไปหลายนาทีสตางค์ก็ไม่ยอมจุดไฟสักที มาราศรีจึงเงื้อมือที่ถือไม้เรียวขึ้นเตรียมฟาดลงที่หลัง แต่ไม้ยังไม่แตะถึงหลัง

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 39 ลักพาตัวลูกสาว

    สายน้ำก้าวขาออกมายืนตรงหน้าพ่อเลี้ยงกล่าวว่า “วันนั้นโกโก้ทำผมก่อน ผมแค่ป้องกันตัวเท่านั้นครับ ถ้าเขาไม่ทำผมผมก็ไม่มีทางทำเขาเด็ดขาด ผมมีหลักฐาน” ไม่พูดเปล่าสายน้ำเลิกแขนเสื้อยืดขึ้นจนสามารถมองเห็นต้นแขนที่มีรอยเล็บฝังอยู่ทั้งห้านิ้ว ตอนนี้แผลเริ่มตกสะเก็ดแล้วชาญชัยกับอัจฉราเห็นแล้วตกใจเป็นอย่างมาก เพราะลูกชายอาบน้ำเองและไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งสองจึงไม่รู้ว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายโกโก้และพ่อกับแม่ของเขารวมถึงครูประจำชั้นต่างใบหน้าถอดสี รุ่งฤดีคิดในใจว่า ก็สมควรแล้วที่โกโก้จะโดนเช่นนั้น“โกโก้ทำร้ายเพื่อนจริงเหรอลูก” จอมขวัญถามลูกชายโกโก้ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ พูดเสียงอ่อยว่า “ก็เขาไม่ยอมให้ผมลอกการบ้านนี่ครับแม่” “คราวนี้โกโก้จะขอโทษสายน้ำได้หรือยังคะ” อัจฉราถามผู้ปกครองของโกโก้หวังรู้สึกขายหน้าจึงจำใจบอกลูกชาย “โกโก้ขอโทษเพื่อนสิลูก”“ผมขอโทษก็ได้ แต่สายน้ำต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ชกหน้าและเตะก้นผมอีก” สายน้ำตัวเล็กกว่าเขาก็จริง แต่ทำไมหมัดถึงได้หนักนัก วันนั้นหลังจากโดนชกหน้าเขาก็รีบวิ่งหนีไปฟ้องครูประจำชั้น และไม่กล้ารังแกสายน้ำอีก แต่โกโก้ก็ไม่ได้บอกครูประจำชั้นเช่นก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status