Se connecterกลับเข้ามาในบ้านจึงล้างหอยให้สะอาด จากนั้นนำไปสับก้นหอยออก เพื่อง่ายต่อการกิน สับก้นหอยล้างให้สะอาดอีกครั้ง แล้วค่อยเตรียมผักไว้ให้ครบครัน คั้นน้ำย่านางเสร็จ โขลกพริกและข้าวเบือซึ่งก็คือข้าวสารแช่ให้นิ่มแล้วเอามาตำให้ละเอียด สิ่งนี้จะทำให้น้ำแกงมีความเข้มข้นมากขึ้น
กรองเอาน้ำย่านางใส่หม้อ ใส่เครื่องปรุงรสให้ครบรวมถึงข้าวเบือ จากนั้นนำไปตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือดให้คนน้ำแกงไปด้วย เพราะจะทำให้ข้าวเบือไม่ติดก้นหม้อ เมื่อน้ำแกงเดือดจึงเทหอยที่สับก้นเรียบร้อยแล้วลงไป เมื่อหอยสุกจึงเติมผักที่เตรียมไว้ลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ปรุงรสเพิ่มตามใจชอบก็ยกหม้อลงได้เลย
เมื่อเขาทำอาหารเสร็จ ลูกกับภรรยาก็ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้ว
“อาทำอะไรกินเหรอครับ ทำไมกลิ่นหอมจัง” สายน้ำ ลูกชายคนรองวัยหกขวบเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ แถมยังเดินเข้ามาในครัวชะเง้อหน้ามองหม้อที่ตั้งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ใช้สำหรับวางสิ่งของอยู่ในห้องครัว
“ทำแกงอ่อมหอย”
“ผมอยากกินแกงอ่อมหอยครับ”
“ไปรอข้างนอก เดี๋ยวอายกออกไปแล้ว”
“ครับ”
“อ้อเดี๋ยว หิ้วกระติบข้าวออกไปให้อาด้วย”
“ครับ” ว่าแล้วเด็กชายก็หิ้วกระติบข้าวเหนียวออกไปยังโถงบ้านด้านนอก
แสนดีลูกชายคนโตวัยแปดขวบนำเสื่อมาปูตามที่แม่บอก จากนั้นก็นั่งรออาหารที่พ่อเลี้ยงกำลังยกออกมา
ทั้งสี่คนพ่อลูกนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ส่วนอัจฉรานั่งดูโทรทัศน์อยู่ไม่ไกลมากนัก
ชาญชัยมองภรรยาในนามด้วยความเวทนา เอ่ยถามขึ้นว่า “ไม่กินข้าวหน่อยเหรอ”
อัจฉราส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนตอบออกว่า “ฉันไม่หิว นี่ยังรู้สึกแน่นท้องอยู่เลย” เกือบห้าเดือนแล้วที่เธอกินอะไรไม่ค่อยได้ กินอะไรเข้าไปก็รู้สึกแน่นท้องตลอดเวลา ทั้งที่กินไปแค่นิดเดียว บางครั้งก็ปวดท้อง บางครั้งก็ท้องเสียสลับกับท้องผูก และรู้สึกอ่อนเพลียมาก จนไม่สามารถทำงานหนักและให้ความสุขกับอดีตสามีได้ นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่สามีหยิบยกขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อขอหย่ากับเธอเมื่อห้าเดือนก่อน
ลูกทั้งสามก้มหน้ากินข้าวกับแกงอ่อมหอยอย่างเงียบ ๆ เสียงแสนดีกับสายน้ำใช้ปากดูดหอยขมดังจ๊วบ ๆ เป็นระยะ ส่วนสตางค์น้องเล็กยังดูดหอยไม่เป็น จึงใช้ไม้แหลมที่พ่อเลี้ยงเตรียมไว้ให้จิ้มหอยอย่างเอาเป็นเอาตาย
“วันนี้อาทำแกงหอยอร่อยมากเลยค่ะ” สตางค์วัยสี่ขวบพูดขึ้น เธอรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้ อร่อยกว่าทุกครั้งที่พ่อเลี้ยงทำให้กิน
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ” ชาญชัยใช้คำข้าวจิ้มน้ำแกงหอยข้าวปาก จากนั้นจึงจิ้มหอยให้สตางค์ ที่ยังงมอยู่กับการจิ้มตัวหอยออกจากเปลือกของมัน ส่วนแสนดีกับสายน้ำเขาไม่ต้องห่วงเพราะลูกชายทั้งสองช่วยเหลือตนเองได้ดีอยู่แล้ว
อัจฉรามองสามีจิ้มตัวหอยขมให้ลูกสาวด้วยความปลาบปลื้ม เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่เขาเอาใจใส่ลูกของเธอ
ชาญชัยเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับภรรยา “พี่ว่าเธอควรไปหาหมอได้แล้วนะ” ตอนนี้อัจฉรานั่งเอนหลังพิงหมอน ท้องโตราวกับคนท้องได้สี่เดือน
“อย่าเลยฉันรู้ตัวฉันดี” อัจฉราค่อนข้างแปลกใจที่สามีบอกให้เธอไปหาหมอ เพราะปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด และไม่เคยยุ่งเรื่องของเธอเลย อีกทั้งตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาจนจะครบสองเดือนอยู่แล้วเขาก็ไม่เคยกินข้าวเช้าพร้อมหน้ากันกับเธอและลูกสักครั้ง ปกตินึ่งข้าวทำกับข้าวเสร็จก็จะออกไปทำงานรับจ้างทันที แต่วันนี้เขาดูแปลกไป
“ไม่ลองไปรักษาแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะหายหรือไม่หาย” เขาพูดขึ้นอีก
“พี่ก็รู้ว่าฐานะเราเป็นยังไง รักษาไปก็เปลืองเงินเปล่า ๆ” อัจฉราพูดพลางเม้มปากแน่น เมื่อคิดว่าตนเองคงอยู่ได้อีกไม่นาน มองดูเด็กทั้งสามแล้วน้ำตาก็เอ่อคลอเบ้า ตอนแรกเธอมีเงินเก็บอยู่ประมาณสี่หมื่นกว่าบาท แต่พอรู้ว่าตนเองใกล้หมดลมหายใจแล้วจึงรีบหาพ่อเลี้ยงมาให้เด็ก ด้วยการออกค่าสินสอดแต่งผู้ชายเข้าบ้าน ตอนนี้เธอจึงเหลือเงินอยู่ประมาณหมื่นกว่าบาท เธออยากเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เลี้ยงลูก จึงไม่กล้านำเงินไปรักษาตนเอง เพราะรู้ดีว่าอย่างไรก็คงไม่รอดและเงินเพียงเท่านี้คงไม่พอสำหรับการรักษา
“หนูไม่อยากให้แม่ตาย” สตางค์พูดขึ้นพร้อมกับเบะปากร้องไห้
“ผมก็ไม่อยากให้แม่ตาย” สายน้ำ
“ถ้าแม่ตายแล้วพวกเราจะอยู่กับใคร” แสนดี
น้ำตาของเด็กสามคนเริ่มปริ่มออกมาพลางหยดลงข้างแก้ม
“อยู่กับอาชาญยังไงคะ”
“ผมไม่อยู่/หนูไม่อยู่” ทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกันเสียงแข็ง
ตั้งแต่ชาญชัยย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ลูกทั้งสามก็เกิดการต่อต้าน ไม่ยอมรับชาญชัยเป็นพ่อเลี้ยงง่าย ๆ สายน้ำกับสตางค์ยังพอคุยดีด้วย แต่แสนดีนั้นเหมือนจะมีอคติกับพ่อเลี้ยงอยู่มาก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาเรียกชาญชัยว่าอา
อัจฉรากลืนน้ำตาลงท้องเพราะไม่อยากให้ลูกเห็น ริมฝีปากฉีกยิ้มออกพูดปลอบลูกอย่างอ่อนโยน “แม่ไม่ตายง่าย ๆ หรอก แม่แค่ป่วยเท่านั้นอีกหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว”
“แล้วทำไมแม่ไม่ไปหาหมอละครับ” แสนดีถาม
“แม่ก็กินยาสมุนไพรของหมอโสอยู่นี่ไง ใครกินยาของแกก็หายกันทั้งนั้นแหละ” หมอโสภณคือหมอสมุนไพรประจำหมู่บ้านที่เก่งกาจคนหนึ่ง แม้แต่คนต่างหมู่บ้านต่างตำบลหรือต่างอำเภอก็มาให้เขาจัดยารักษาให้ แต่ในกรณีของเธอยิ่งกินท้องก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่โสภณก็ยังยืนยันให้เธอกินยาสมุนไพรกับเขาต่อ เพราะเวลากินยาสมุนไพรกับเขาแล้วทำให้อาการท้องอืดท้องเฟ้อทุเลาลงได้บ้าง
ชาญชัยนั่งฟังภรรยาคุยกับลูกอย่างเงียบ ๆ เพราะตอนนี้เขาไม่มีเงินพาเธอไปรักษาจริง ๆ เขาเคยอ่านนิยายกำลังภายใน ส่วนใหญ่คนที่ย้อนเวลากลับมาจะมีของวิเศษหรือไม่ก็มิติ แต่เขากลับไม่มีอะไรเลย ช่างน่าสงสารจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรเขาก็คงหาเงินมารักษาภรรยาให้ได้ แม้จุดจบเธอต้องจากไป แต่อย่างน้อยเขาก็ได้พยายามแล้ว แต่ในเมื่อยังไม่มีเงินตอนนี้เขาคงพูดอะไรมากไม่ได้
กินข้าวยังไม่ทันอิ่มก็มีเสียงคนมาเรียกอยู่หน้าบ้าน
“ชาญอยู่บ้านไหม”
ชาญชัยก็คิดว่าคงต้องเป็นเช่นนั้น เพราะดูแล้วเด็กน้อยสองคนนี้น่าจะมีความตั้งใจหาเงินมารักษาแม่เป็นอย่างมาก แต่คำพูดของภรรยาที่ว่า ‘พอพวกเขาเหนื่อยแล้วก็คงพักเองแหละ’ คงใช้กับเด็กสองคนนี้ไม่ได้ เพราะช่วงบ่ายวันนี้ พวกเขาเกี่ยวข้าวแบบไม่พักเลย ถ้าเขาไม่พาเดินเข้าไปพักในร่ม แสนดีกับสายน้ำก็จะเกี่ยวข้าวอยู่อย่างนั้น กระทั่งคำว่าร้อนหรือเหนื่อยเขายังไม่ได้ยินจากปากทั้งคู่แม้แต่ครึ่งคำ สามคนพ่อลูกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันได้สี่วันแล้ว ยิ่งเกี่ยวข้าวหลายวันฝีมือการเกี่ยวข้าวของแสนดีกับสายน้ำก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น สามวันแรกพวกเขายังเกี่ยวข้าวได้วันละสามร้อยกว่าบาท พอเข้าวันที่สี่สามคนพ่อลูกก็มีรายได้ถึงสี่ร้อยยี่สิบบาทแล้ว ชาวบ้านที่ไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันถึงกับรู้สึกอิจฉา เพราะในหมู่บ้านนี้มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เด็กอายุเท่านี้จะเกี่ยวข้าวได้ อีกทั้งยังมีความอดทนเป็นเลิศ และถึงแม้พวกเขาจะพาลูกมาฝึกเกี่ยวข้าวตอนนี้ก็คงสู้แสนดีกับสายน้ำไม่ได้ มิ่งพรเก็บความริษยาเอาไว้ในใจ ใครจะคิดว่าไอ้เด็กสองคนนั้นจะทำงานได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่ง พอกลับมาถึงบ้านของตนเธอก็พูดสิ่ง
เกี่ยวข้าวได้ราวหนึ่งชั่วโมง สายน้ำรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เขาจึงเดินเข้าไปพักใต้ร่มไม้ แต่แสนดียังคงตั้งหน้าตั้งตาเกี่ยวข้าวต่อ ผ่านไปราวยี่สิบนาทีชาญชัยจึงพูดกับเขา “แสนดีเข้าไปนั่งพักกับน้องเถอะ หายเหนื่อยแล้วค่อยมาทำต่อ” ตัวเขาเล็กแค่นี้จะมาทำงานแข่งกับผู้ใหญ่ได้อย่างไร “ผมยังไม่เหนื่อยครับ” ตอนนี้ในใจเขาคิดเพียงว่าต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ชาญชัยมองลูกเลี้ยงด้วยแววตาค้นคว้า เขารู้สึกคล้ายกับว่าแสนดีมีเรื่องคิดอยู่ในใจ เมื่อแสนดีไม่ยอมเข้าไปพักสักที ชาญชัยจำเป็นต้องพาเขาไปเอง “ไปพักกันเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป” ลำพังตัวเขาให้ทำงานทั้งวันโดยไม่ต้องพักก็ได้ แต่เด็กเพียงแปดขวบจะให้ทำอย่างนั้นได้อย่างไร “อาไปพักเถอะครับ ผมไม่เหนื่อยจริง ๆ” ชาญชัยเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กยืนจ้องหน้าน้อย ๆ ที่ปราศจากผ้าคลุมหน้า ทำให้เห็นว่ารอบดวงหน้าแดงเถือก เหงื่อโทรมกายราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ถามออกไปด้วยความใคร่รู้ “ทำไปเพื่ออะไร ถ้าเราเจ็บป่วยขึ้นมาอาจะทำยังไง แม่ของเราจะไม่ตำหนิอาหรือที่ปล่อย
“กินข้าวไม่ค่อยได้เลยครับ” เฟื่องเอ่ยออกอย่างทอดถอนใจ “คนเรากินข้าวไม่ได้ก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น” แต่รู้เหตุผลที่อัจฉราไม่ไปหาหมอแล้วจึงเก็บคำพูดที่กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเอาไว้ ชาญชัยยิ้มเจื่อนพูด ‘ครับ’ คำเดียวแล้วขอตัวไปทำงานอย่างอื่นต่อกินอาหารเช้าเสร็จเตรียมห่อข้าวใส่กระเป๋าย่าม จากนั้นพาลูกชายทั้งสองไปซื้อหมวกปีกสานที่ร้านค้าในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปขึ้นรถเกษตรที่บ้านของจินดาซึ่งเป็นเจ้าของนาที่เขากับลูกจะไปเกี่ยวข้าววันนี้ เมื่อทุกคนมาครบแล้วคนงานจึงพากันปีนขึ้นรถอีแต๋น ชาญชัยอุ้มลูกทั้งสองขึ้นรถแล้วทั้งสามก็ไปยืนอยู่แถวหน้าด้วยกัน โดยคนตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังของเด็ก ๆ วันนี้คนงานมีประมาณสิบกว่าคน บางคนก็พาลูกไปด้วยเหมือนกับเขา และวันนี้เขายังได้เจอกับครอบครัวของมิ่งพรด้วยซึ่งก็คืออาผู้หญิงของเขา คนนี้แหละคือคนที่อยากได้ค่าสินสอดของเขาจนตัวสั่น แถมยังคิดกำจัดเขาให้พ้นบ้านหลังนั้น และเธอก็ทำสำเร็จและคงสบายใจไม่น้อยเมื่อไม่มีเขาอยู่ด้วย พวกเขามากันสี่คน มีมิ่งพร สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ของเธอ ทั้งสี่คนเหลือบมองเขากับลูกด้วยสาย
ภายในห้องนอนลูกทั้งสามนอนหลับไปแล้ว ส่วนภรรยาลืมตาขึ้นมาตอนที่เขาเดินเข้ามาในมุ้งพอดี “ยังไม่หลับอีกเหรอ” เขาถามภรรยา พร้อมกับนั่งลงตรงปลายเท้าของเธอ “กำลังจะหลับแล้ว” อัจฉราตอบเสียงเบา ความจริงเธอนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องลูก หลังจากที่เธอไม่อยู่บนโลกนี้แล้วลูกของเธอจะอยู่อย่างไร สมองเธอคิดไปสารพัดจนทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ทุกคืนก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่สามีไม่เคยใส่ใจก็เท่านั้น ต่างจากวันนี้ที่เขาเดินเข้ามาถาม “พี่ขอคุยด้วยแป๊บนึงได้ไหม” “ว่ามาสิคะ” ร่างผอมบางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น เอนกายพิงผนังห้องเบา ๆ แววตาดูอ่อนล้าเต็มที “พี่อยากพาเธอไปหาหมอ” หลายอึดใจกว่าอัจฉราจะเอ่ยออกมา “พี่มีเงินเหรอคะ” “เราเอาที่ห้าไร่ตรงนั้นไปจำนองกับธนาคารดีไหม” หลังจากนั้นเขาจะทยอยขายข้าวในมิติแล้วนำเงินไปใช้หนี้ ถึงจะเสียดอกเบี้ยแต่วิธีนี้ก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว เธอส่ายหน้าน้อย ๆ “อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เอาที่ไปจำนองก็เป็นหนี้ อีกอย่างพี่ทำงานคนเดียว ต้องหาเงินเลี้ยงฉันกับลูก ทั้งยังต้องหาเงินใช้หนี้แล้วพี่จะทำไหวได้ยังไง” คน
ชาญชัยหยิบกระด้งสองอันมาวางใกล้ภรรยาพร้อมกับกระเป๋าย่าม อัจฉรากับลูกช่วยกันคัดหอยอยู่ใกล้ ๆ กับสามี วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขาได้มีเวลาทำอะไรร่วมกันเช่นนี้ และเขาก็พูดกับเธอมากขึ้นด้วย ถ้าเธอไม่ได้ตาฝาดตอนที่เขาคุยกับเธอเหมือนดวงตาคมคายคู่นั้นจะมีแววสงสารเจืออยู่ในนั้นด้วยซึ่งเธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อคิดว่าเขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอคิด จากนั้นจึงตั้งใจคัดหอยต่อ หอยจำศีลพวกนี้ถ้าไม่เป็นแผลสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน ถ้ามีมากก็ช่วยประหยัดค่าอาหารได้อีกหลายมื้อเลยทีเดียว “เด็ก ๆ อยากกินลาบหมูเหรอ” ชาญชัยถามเด็กทั้งสาม “ครับ/ค่ะ” เป็นเสียงของสายน้ำและสตางค์ที่ตอบออกมา แต่แสนดียังคงนั่งเงียบ แต่ชาญชัยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะดูออกว่าแสนดีคงไม่ชอบเขาเท่าไร เด็กน้อยก็เป็นเช่นนี้ มีชายอื่นเข้ามาแทนที่พ่อแท้ ๆ ใครจะไปยอมรับง่าย ๆ อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ตัวเขาเองถ้าพ่อหรือแม่แต่งงานใหม่ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะทำใจยอมรับได้หรือไม่ เขาเอี้ยวหน้าไปถามภรรยา “วันนี้กินข้าวได้บ้างไหม” “ตอนเช้าได้สองคำ ตอนกลางวันได้สามคำค่ะ”
กินข้าวเสร็จก็เกือบบ่ายโมงแล้ว ทุกคนอยากให้งานเสร็จเร็วจึงรีบลงไปทำงานทันที เพราะยิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จเร็วก็ยิ่งได้กลับบ้านเร็ว อีกทั้งพวกผู้ชายก็จะได้ไปเชือดหมูด้วย มนธิราเดินเข้ามาเกี่ยวข้าวข้าง ๆ ชาญชัยแบบเนียน ๆ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อเช้าฉันขอโทษที่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่” ชาญชัยเกี่ยวข้าวไปด้วยฟังไปด้วยอย่างเงียบ ๆ อุตส่าห์เดินหนีแล้วยังจะตามมาอีก ที่จริงเมื่อเธอรู้ว่าอดีตคนรักแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่สมควรมาคุยด้วยแล้วนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เห็นเขาเงียบไปมนธิราจึงกล่าวต่อ “ถ้าพี่ลำบากใจที่จะคุยกับฉัน ฉันขอพูดความในใจกับพี่ไม่กี่คำแล้วฉันก็จะไป” เขาก็ยังเงียบอีก “ฉันยังรอพี่อยู่นะ เมื่อไรที่พี่เอื้องไม่อยู่แล้ว เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมนะ ฉันจะรอแต่งงานกับพี่คนเดียว” ชาญชัยขยับปากคล้ายจะพูดบางอย่างแต่มนธิราก็ไม่อยู่รอฟังแล้ว เขาส่ายหน้าเล็กน้อย นี่หล่อนยังหวังที่จะแต่งงานกับเขาอีกหรือ มิหนำซ้ำยังแอบแช่งภรรยาของเขาอีก ความจริงวันนี้ชาญชัยได้ยินคนอื่นนินทาเขาเรื่องที่แต่งงานกับอัจฉราอยู่เหมือนกัน บ้างก็ว่าเขาเห็นแก







