Share

ตอนที่ 4 อดีตคนรัก

last update Dernière mise à jour: 2026-02-27 11:32:04

ดวงตาของมนธิราสว่างวาบขึ้น ก่อนหน้านี้เธอมัวแต่เสียใจ จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป “นั่นสิ ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ” มนธิราพึมพำออกมาเสียงเบา เหลือบมองอดีตคนรักคราหนึ่งแล้วจึงเอ่ยชวนเพื่อน “ขึ้นรถกันเถอะ” วันนี้เธอรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ที่จะได้มองหน้าอดีตแฟนหนุ่มทั้งวัน

            ชาญชัยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกอดีตคนรักจับตามองตลอดเวลา

            รถเกษตรจอดตรงเถียงนา คนงานทยอยลงจากรถแล้วแขวนห่อข้าวไว้กับต้นไม้ บางคนวางไว้บนเถียงนา มือถือเคียวแล้วเดินลงหน้างานเพื่อเกี่ยวข้าวทันที คนงานยี่สิบกว่าคนลงเกี่ยวข้าวครั้งละสี่แปลงพร้อม ๆ กัน

            มนธิราเก็บห่อข้าวเสร็จก็รีบเดินตามชาญชัยไปเช่นกัน วันนี้เธอต้องได้เกี่ยวข้าวข้างเขา เพราะตั้งแต่เขาแต่งงานไปเธอยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเขาเลย เหตุผลก็เพราะเขาไปรับจ้างทุกวัน ส่วนเธอก็ไปเกี่ยวข้าวที่นาตนเอง เสร็จแล้วก็ไปเกี่ยวข้าวช่วยญาติ ๆ จึงไม่มีเวลาเจอกัน วันนี้ช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน

ชาญชัยเกี่ยวข้าวด้วยความชำนาญเพราะก่อนมาอยู่ที่นี่เขาก็เป็นลูกชาวนาเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นครอบครัวของเขาฐานะดีกว่านี้มาก เพราะที่บ้านมีที่ทำกินกว่าห้าร้อยไร่ ทั้งปลูกข้าว ปลูกอ้อย และมันสำปะหลัง แต่ละปีมีทั้งข้าวเหนียวและข้าวจ้าวหลายสิบตัน คิดมาแล้วก็เศร้าใจที่ตายแล้วไม่สามารถเอาอะไรติดตัวมาได้เลย

            “พี่ชาญมาเกี่ยวข้าวเหมือนกันเหรอคะ”

            ชาญชัยหันขวับด้วยความตกใจเพราะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ เขาย่นคิ้วหรี่ตาเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายคงไม่ทันสังเกต เพราะตอนนี้เขาใช้ผ้าขาวม้าคลุมหน้าจนมองเห็นแต่ดวงตาคมเข้ม แล้วสวมทับด้วยหมวกปีกที่สานด้วยไม้ไผ่ย้อมด้วยสีส้มอมแสด

            คนตัวใหญ่นึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคืออดีตคนรักของเจ้าของร่างนี้จึงตอบอืมออกไปคำหนึ่ง แล้วหันไปตั้งใจเกี่ยวข้าวตรงหน้าต่อ ถ้ามองไม่ผิดถัดจากมนธิราน่าจะเป็นส้มจี๊ดเพื่อนของเธอ คิดแล้วก็น่าเห็นใจทั้งคู่ รักกันแต่ไม่อาจได้ครองคู่ แต่ในเมื่อเจ้าของร่างนี้แต่งกับคนอื่นแล้วก็คงไม่มีทางกลับไปหาคนเก่าได้อีก สำคัญกว่านั้นคือเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับผู้หญิงคนนี้

            “พี่เอื้องเป็นยังไงบ้างคะ” ทั้งที่รู้ว่าอาการของอัจฉราแย่ลง แต่เธอก็ยังเอ่ยถามตามมารยาท

            “ก็เหมือนเดิม กินข้าวไม่ค่อยได้”

            “แล้วพี่ชาญไม่คิดจะพาพี่เอื้องไปหาหมอเหรอคะ เผื่อหมอมีทางรักษา” มนธิราเอ่ยราวกับเป็นแม่พระมาโปรด

            “เรื่องนั้นคงไม่ต้องให้เธอมาคิดแทน ฉันรู้ว่าควรทำยังไง” ชาญชัยกล่าวออกเสียงดุ วางกำข้าวพอดีมัดแล้วชาญชัยก็เดินจากไปทันที เขาไม่อยากให้คนอื่นเอาไปพูดว่าลับหลังภรรยาแล้วเขามาคุยกับแฟนเก่า อีกทั้งเขาก็ไม่อยากคุยกับผู้หญิงคนไหนด้วย เพราะตอนนี้สมองเขากำลังคิดหาทางทำเงินอย่างหนัก ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องความรักหรอก

            “เดี๋ยวสิคะพี่ชาญ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย” มนธิราจะเดินตาม แต่ส้มจี๊ดกลับรั้งแขนเพื่อนไว้

            พูดออกเสียงเบาว่า “คนมองอยู่ เอาไว้คนเลิกสนใจแล้วเธอค่อยเดินไปคุยกับเขา”

            มนธิราทำท่าทางหงุดหงิด “ฉันก็แค่หวังดีเท่านั้น แต่เขากลับมองเหมือนฉันไปจุ้นจ้านเรื่องของเขา” มนธิราพูดต่ออีกว่า “ฉันว่าเหมือนเขาดูเปลี่ยนไปนะ” 

            “นั่นน่ะสิ ปกติเขาไม่เคยเดินหนีเธออย่างนี้เลยนะ” ส้มจี๊ดเห็นด้วย

            “ฉันว่า ยัยนั่นต้องไม่อยากให้พี่ชาญคุยกับฉันแน่ ๆ ไม่งั้นเขาไม่ทำกับฉันอย่างนี้หรอก” ในสายตาเธอชาญชัยเป็นคนซื่อจะตาย อีกอย่างเขาก็รักเธอมากไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำเสียงดุกับเธอ ตลอดเวลาที่คบกันมาก็ไม่เคยล่วงเกินเธอเลยแม้แต่ปลายก้อย อีกทั้งวันนี้เขายังทำตัวห่างเหินเหมือนไม่อยากคุยด้วย จากที่เคยแทนตัวเองว่าพี่ทุกคำกลับใช้คำว่า ‘ฉัน’ แทน ถ้าไม่ใช่เพราะอัจฉรา เพียงเวลาไม่กี่เดือนเขาคงไม่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้

            ชาญชัยเดินไปเกี่ยวข้าวใกล้ ๆ กับหนูจีน ซึ่งมีแต่ผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วทั้งนั้น ฟังพวกเขาคุยกันเรื่องออกมายิงหนูตามป่าอ้อยและทุ่งนายังสนุกมากกว่า

            พอถึงมื้อกลางวันผู้หญิงหลายคนต่างล้างมือออกมาเตรียมอาหาร นั่นก็คือการสับมะละกอ นาของเพิ่มมีสระน้ำที่ยังมีน้ำขังอยู่เกือบครึ่ง ในนั้นมีทั้งบัว กระจับ หอยโข่ง และหอยขมเป็นจำนวนมาก พวกผู้ชายจึงอาสาลงไปงมเพื่อนำต้มแกล้มกับส้มตำ เก็บหอยได้ตามที่ต้องการแล้ว บางคนก็เก็บสายบัวในสระ และฝักกระถินที่อยู่ริมสระมาด้วย

            ชาญชัยช่วยจุดไฟเพื่อต้มหอย ตั้งหม้อต้มหอยขนาดใหญ่เสร็จแล้วก็เหลาไม้ไผ่แหลมเล็กไว้สำหรับจิ้มตัวหอย ส่วนเจ้าภาพถือขวดสุราขาวรินให้คนงานเป๊กคนละจอกสองจอก พอเหล้าเข้าปากพลังก็กลับมาแล้ว มิหนำซ้ำบางคนยังถือเป็นการเรียกน้ำย่อยอีกด้วย

            ผู้หญิงสามสี่คนเริ่มตำส้มตำตามรสชาติที่ตนเองชอบ ทั้งเผ็ดมากเผ็ดน้อย มีผู้ชายหลายคนที่ชอบผงนัวเป็นพิเศษก็จะร้องสั่งไปทางแม่ครัวให้ทำให้ ชาญชัยไม่ได้เห็นบรรยากาศการจ้างวานแบบนี้มานานแล้วจึงอดอมยิ้มตามอย่างมีความสุขไม่ได้ เพราะในยุคปัจจุบันส่วนมากจะใช้รถเกี่ยวข้าวกันทั้งนั้น แม้เขาจะอายุสามสิบปีเท่ากับเจ้าของร่างนี้ แต่ที่ที่เขาอยู่ก็ไม่ค่อยเห็นบรรยากาศแบบนี้บ่อยนัก

            ตำมะละกอเสร็จก็เทใส่จานขนาดใหญ่นั่นก็คือใบตองกล้วย วางเป็นถาดยาวตรงกลาง ใครห่อปลาห่อเนื้อแห้ง ไข่เจียว ทอดปลาทู แจ่วบอง แกงอ่อม หรืออาหารอย่างอื่นมาด้วยก็วางไว้ข้าง ๆ ส้มตำเพื่อกินร่วมกัน ทุกคนกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ปากก็คุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนานราวกับว่าก่อนหน้านั้นไม่ได้ก้มเงย ๆ เกี่ยวข้าวตากแดดมาก่อน คนร่างกายแข็งแรงก็เป็นเช่นนี้ พอได้พักสักครู่ก็หายเหนื่อยแล้ว เทียบอะไรกับคนป่วยที่นอนอยู่เฉย ๆ ยังรู้สึกเหนื่อย ต้มหอยวันนี้ไม่ได้แช่น้ำให้มันคายดินเสียก่อน โคลนดินในหอยจึงมีมาก ชาญชัยลุกไปเด็ดใบมะเขือมาแจกให้ทุกคนเพื่อใช้หลังใบเช็ดเมือกและคราบดินออกจากตัวหอย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 10 ที่ซ่อนเงิน

    ชาญชัยก็คิดว่าคงต้องเป็นเช่นนั้น เพราะดูแล้วเด็กน้อยสองคนนี้น่าจะมีความตั้งใจหาเงินมารักษาแม่เป็นอย่างมาก แต่คำพูดของภรรยาที่ว่า ‘พอพวกเขาเหนื่อยแล้วก็คงพักเองแหละ’ คงใช้กับเด็กสองคนนี้ไม่ได้ เพราะช่วงบ่ายวันนี้ พวกเขาเกี่ยวข้าวแบบไม่พักเลย ถ้าเขาไม่พาเดินเข้าไปพักในร่ม แสนดีกับสายน้ำก็จะเกี่ยวข้าวอยู่อย่างนั้น กระทั่งคำว่าร้อนหรือเหนื่อยเขายังไม่ได้ยินจากปากทั้งคู่แม้แต่ครึ่งคำ สามคนพ่อลูกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันได้สี่วันแล้ว ยิ่งเกี่ยวข้าวหลายวันฝีมือการเกี่ยวข้าวของแสนดีกับสายน้ำก็ยิ่งพัฒนามากขึ้น สามวันแรกพวกเขายังเกี่ยวข้าวได้วันละสามร้อยกว่าบาท พอเข้าวันที่สี่สามคนพ่อลูกก็มีรายได้ถึงสี่ร้อยยี่สิบบาทแล้ว ชาวบ้านที่ไปรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยกันถึงกับรู้สึกอิจฉา เพราะในหมู่บ้านนี้มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เด็กอายุเท่านี้จะเกี่ยวข้าวได้ อีกทั้งยังมีความอดทนเป็นเลิศ และถึงแม้พวกเขาจะพาลูกมาฝึกเกี่ยวข้าวตอนนี้ก็คงสู้แสนดีกับสายน้ำไม่ได้ มิ่งพรเก็บความริษยาเอาไว้ในใจ ใครจะคิดว่าไอ้เด็กสองคนนั้นจะทำงานได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่ง พอกลับมาถึงบ้านของตนเธอก็พูดสิ่ง

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 9 อยากหาเงินไปรักษาแม่

    เกี่ยวข้าวได้ราวหนึ่งชั่วโมง สายน้ำรู้สึกว่าเหนื่อยมาก เขาจึงเดินเข้าไปพักใต้ร่มไม้ แต่แสนดียังคงตั้งหน้าตั้งตาเกี่ยวข้าวต่อ ผ่านไปราวยี่สิบนาทีชาญชัยจึงพูดกับเขา “แสนดีเข้าไปนั่งพักกับน้องเถอะ หายเหนื่อยแล้วค่อยมาทำต่อ” ตัวเขาเล็กแค่นี้จะมาทำงานแข่งกับผู้ใหญ่ได้อย่างไร “ผมยังไม่เหนื่อยครับ” ตอนนี้ในใจเขาคิดเพียงว่าต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ชาญชัยมองลูกเลี้ยงด้วยแววตาค้นคว้า เขารู้สึกคล้ายกับว่าแสนดีมีเรื่องคิดอยู่ในใจ เมื่อแสนดีไม่ยอมเข้าไปพักสักที ชาญชัยจำเป็นต้องพาเขาไปเอง “ไปพักกันเถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไป” ลำพังตัวเขาให้ทำงานทั้งวันโดยไม่ต้องพักก็ได้ แต่เด็กเพียงแปดขวบจะให้ทำอย่างนั้นได้อย่างไร “อาไปพักเถอะครับ ผมไม่เหนื่อยจริง ๆ” ชาญชัยเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กยืนจ้องหน้าน้อย ๆ ที่ปราศจากผ้าคลุมหน้า ทำให้เห็นว่ารอบดวงหน้าแดงเถือก เหงื่อโทรมกายราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ถามออกไปด้วยความใคร่รู้ “ทำไปเพื่ออะไร ถ้าเราเจ็บป่วยขึ้นมาอาจะทำยังไง แม่ของเราจะไม่ตำหนิอาหรือที่ปล่อย

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 8 รับจ้างเกี่ยวข้าว

    “กินข้าวไม่ค่อยได้เลยครับ” เฟื่องเอ่ยออกอย่างทอดถอนใจ “คนเรากินข้าวไม่ได้ก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น” แต่รู้เหตุผลที่อัจฉราไม่ไปหาหมอแล้วจึงเก็บคำพูดที่กลัวว่าจะทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเอาไว้ ชาญชัยยิ้มเจื่อนพูด ‘ครับ’ คำเดียวแล้วขอตัวไปทำงานอย่างอื่นต่อกินอาหารเช้าเสร็จเตรียมห่อข้าวใส่กระเป๋าย่าม จากนั้นพาลูกชายทั้งสองไปซื้อหมวกปีกสานที่ร้านค้าในหมู่บ้าน แล้วค่อยเดินไปขึ้นรถเกษตรที่บ้านของจินดาซึ่งเป็นเจ้าของนาที่เขากับลูกจะไปเกี่ยวข้าววันนี้ เมื่อทุกคนมาครบแล้วคนงานจึงพากันปีนขึ้นรถอีแต๋น ชาญชัยอุ้มลูกทั้งสองขึ้นรถแล้วทั้งสามก็ไปยืนอยู่แถวหน้าด้วยกัน โดยคนตัวใหญ่ยืนอยู่ด้านหลังของเด็ก ๆ วันนี้คนงานมีประมาณสิบกว่าคน บางคนก็พาลูกไปด้วยเหมือนกับเขา และวันนี้เขายังได้เจอกับครอบครัวของมิ่งพรด้วยซึ่งก็คืออาผู้หญิงของเขา คนนี้แหละคือคนที่อยากได้ค่าสินสอดของเขาจนตัวสั่น แถมยังคิดกำจัดเขาให้พ้นบ้านหลังนั้น และเธอก็ทำสำเร็จและคงสบายใจไม่น้อยเมื่อไม่มีเขาอยู่ด้วย พวกเขามากันสี่คน มีมิ่งพร สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ของเธอ ทั้งสี่คนเหลือบมองเขากับลูกด้วยสาย

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 7 เสียเวลาเปล่า

    ภายในห้องนอนลูกทั้งสามนอนหลับไปแล้ว ส่วนภรรยาลืมตาขึ้นมาตอนที่เขาเดินเข้ามาในมุ้งพอดี “ยังไม่หลับอีกเหรอ” เขาถามภรรยา พร้อมกับนั่งลงตรงปลายเท้าของเธอ “กำลังจะหลับแล้ว” อัจฉราตอบเสียงเบา ความจริงเธอนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องลูก หลังจากที่เธอไม่อยู่บนโลกนี้แล้วลูกของเธอจะอยู่อย่างไร สมองเธอคิดไปสารพัดจนทำให้นอนไม่ค่อยหลับ ทุกคืนก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่สามีไม่เคยใส่ใจก็เท่านั้น ต่างจากวันนี้ที่เขาเดินเข้ามาถาม “พี่ขอคุยด้วยแป๊บนึงได้ไหม” “ว่ามาสิคะ” ร่างผอมบางค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น เอนกายพิงผนังห้องเบา ๆ แววตาดูอ่อนล้าเต็มที “พี่อยากพาเธอไปหาหมอ” หลายอึดใจกว่าอัจฉราจะเอ่ยออกมา “พี่มีเงินเหรอคะ” “เราเอาที่ห้าไร่ตรงนั้นไปจำนองกับธนาคารดีไหม” หลังจากนั้นเขาจะทยอยขายข้าวในมิติแล้วนำเงินไปใช้หนี้ ถึงจะเสียดอกเบี้ยแต่วิธีนี้ก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว เธอส่ายหน้าน้อย ๆ “อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เอาที่ไปจำนองก็เป็นหนี้ อีกอย่างพี่ทำงานคนเดียว ต้องหาเงินเลี้ยงฉันกับลูก ทั้งยังต้องหาเงินใช้หนี้แล้วพี่จะทำไหวได้ยังไง” คน

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 6 มีมิติเหมือนกันหรือนี่

    ชาญชัยหยิบกระด้งสองอันมาวางใกล้ภรรยาพร้อมกับกระเป๋าย่าม อัจฉรากับลูกช่วยกันคัดหอยอยู่ใกล้ ๆ กับสามี วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขาได้มีเวลาทำอะไรร่วมกันเช่นนี้ และเขาก็พูดกับเธอมากขึ้นด้วย ถ้าเธอไม่ได้ตาฝาดตอนที่เขาคุยกับเธอเหมือนดวงตาคมคายคู่นั้นจะมีแววสงสารเจืออยู่ในนั้นด้วยซึ่งเธอไม่เคยเห็นมันมาก่อน เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อคิดว่าเขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เธอคิด จากนั้นจึงตั้งใจคัดหอยต่อ หอยจำศีลพวกนี้ถ้าไม่เป็นแผลสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน ถ้ามีมากก็ช่วยประหยัดค่าอาหารได้อีกหลายมื้อเลยทีเดียว “เด็ก ๆ อยากกินลาบหมูเหรอ” ชาญชัยถามเด็กทั้งสาม “ครับ/ค่ะ” เป็นเสียงของสายน้ำและสตางค์ที่ตอบออกมา แต่แสนดียังคงนั่งเงียบ แต่ชาญชัยก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะดูออกว่าแสนดีคงไม่ชอบเขาเท่าไร เด็กน้อยก็เป็นเช่นนี้ มีชายอื่นเข้ามาแทนที่พ่อแท้ ๆ ใครจะไปยอมรับง่าย ๆ อย่าว่าแต่เด็กเลย แม้แต่ตัวเขาเองถ้าพ่อหรือแม่แต่งงานใหม่ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะทำใจยอมรับได้หรือไม่ เขาเอี้ยวหน้าไปถามภรรยา “วันนี้กินข้าวได้บ้างไหม” “ตอนเช้าได้สองคำ ตอนกลางวันได้สามคำค่ะ”

  • ทะลุมิติไปเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้าก้อนแป้งทั้งสาม   ตอนที่ 5 ฉันยังรอพี่อยู่นะ

    กินข้าวเสร็จก็เกือบบ่ายโมงแล้ว ทุกคนอยากให้งานเสร็จเร็วจึงรีบลงไปทำงานทันที เพราะยิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จเร็วก็ยิ่งได้กลับบ้านเร็ว อีกทั้งพวกผู้ชายก็จะได้ไปเชือดหมูด้วย มนธิราเดินเข้ามาเกี่ยวข้าวข้าง ๆ ชาญชัยแบบเนียน ๆ จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อเช้าฉันขอโทษที่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพี่” ชาญชัยเกี่ยวข้าวไปด้วยฟังไปด้วยอย่างเงียบ ๆ อุตส่าห์เดินหนีแล้วยังจะตามมาอีก ที่จริงเมื่อเธอรู้ว่าอดีตคนรักแต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ไม่สมควรมาคุยด้วยแล้วนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เห็นเขาเงียบไปมนธิราจึงกล่าวต่อ “ถ้าพี่ลำบากใจที่จะคุยกับฉัน ฉันขอพูดความในใจกับพี่ไม่กี่คำแล้วฉันก็จะไป” เขาก็ยังเงียบอีก “ฉันยังรอพี่อยู่นะ เมื่อไรที่พี่เอื้องไม่อยู่แล้ว เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมนะ ฉันจะรอแต่งงานกับพี่คนเดียว” ชาญชัยขยับปากคล้ายจะพูดบางอย่างแต่มนธิราก็ไม่อยู่รอฟังแล้ว เขาส่ายหน้าเล็กน้อย นี่หล่อนยังหวังที่จะแต่งงานกับเขาอีกหรือ มิหนำซ้ำยังแอบแช่งภรรยาของเขาอีก ความจริงวันนี้ชาญชัยได้ยินคนอื่นนินทาเขาเรื่องที่แต่งงานกับอัจฉราอยู่เหมือนกัน บ้างก็ว่าเขาเห็นแก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status