Mag-log in“สุดแท้แต่คุณแม่ค่ะ คุณแม่คิดจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ใครจะไปบังคับคุณแม่ได้ล่ะคะ อ้อ... คุณแม่ขา คุณแม่เคยได้ยินสุภาษิตนี้ไหมคะ”
(“สุภาษิตอะไรยะ”)
“วัวใครเข้าคอกคนนั้นค่ะ กรรมที่มีผู้ใดทำไว้ย่อมส่งผลให้แก่ผู้นั้น ดูอย่างพวกวัวที่จะกลับเข้าคอกของมันเอง”
(“นี่ยายปัน แกกำลังด่าฉันหรือ”) คุณแม่เสียงสั่น
“เปล่าค่ะ ปันไม่ได้ด่าคุณแม่ค่ะ ปันไม่ได้ด่าสักคำ”
(“แก... ฉันจะคุยเรื่องนี้กับเจ้าเชน”)
“คุณแม่มีเรื่องอะไรกับปันอีกหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีปันขอตัวค่ะ ปันจะต้องทำงาน” เธอไม่รอฟังคำตอบของคุณนายชวนชมแล้ว ปันฐิตากดวางสาย แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลริน ความเจ็บปวดที่เธอได้รับมันบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เพียงเพราะเธอไม่สามารถมีลูกกับคนที่เธอรักได้ แม่ของเขาต้องทำกับเธอถึงขนาดนี้เลยหรือ
ปันฐิตาทั้งเจ็บทั้งจุกจนพูดไม่ออก ความรักของเธอกับไพรภูมิคงจะถึงทางตันแล้วกระมัง ปันฐิตาได้แต่คิดว่าวกวน เธอต้องคิดทบทวนเรื่องนี้อย่างหนัก หญิงสาวกลับไปทำงานด้วยหัวใจที่กวัดแกว่ง
ความคิดมากมายอยู่ในหัวสมอง ก่อนที่จะได้ส่งข้อความไปถึงเพื่อนรัก
ติ้ง ติ้ง... มือถือของคีรยาดังขึ้น
(แยม เย็นนี้ฉันจะไปกินข้าวกับเธอนะ)
(ปันมีอะไรหรือเปล่า)
(ฉันมีเรื่องเยอะแยะอยากจะคุยด้วยน่ะ ถ้าฉันไม่ได้ระบาย ฉันจะต้องขาดใจตายแน่ ๆ)
(มาสิ มาเลย)
(แล้วปันอยากจะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวฉันจะซื้อมาทำให้)
(ฉันอยากกินผัดไทยโบราณ ที่เธอเคยทำให้กินครั้งก่อนนะ อร่อยมากเลยนะ)
(ได้เดี๋ยวฉันไปหาซื้อของมาเตรียมไว้ พอเธอมาถึง ฉันผัดให้ แป๊บเดียวเธอก็ได้กิน)
(ขอบใจนะเพื่อน ขอบใจ ถ้าฉันไม่มีใครอยู่ด้วย ฉันคงจะฆ่าตัวตายไปแล้ว)
(เฮ้ย! ทำไมแกพูดอะไรแบบนี้ล่ะปัน ฉันขอร้อง แกอย่าพูดแบบนี้อีกนะ เข้าใจหรือเปล่า ปันฉันรักแก ฉันรักแกมาก)
(ฉันก็มีแกคนเดียวเหมือนกัน)
แล้วปันฐิตาก็หายไป ปล่อยให้คีรยาส่งข้อความของเธอกลับไปอีกรัว ๆ
(ฉันอยู่ข้างแก ไม่ว่าแกจะผิดจะถูก ยังไงฉันก็อยู่ข้างแก)
(ปัน ฉันยังยืนยันคำเดิมที่ฉันเคยพูดกับแก ฉันรักแกปัน) แววตาของคีรยาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ชีวิตรักของปันฐิตาน่าอิจฉา หรือน่าสงสารกันแน่
ไพรภูมิก็รักปันฐิตาดี แต่แม่ของสามีนี่สิ คงไม่พ้นเรื่องเดิม ถ้าเธอเป็นปันฐิตา แล้วเจอปัญหาบ้า ๆ แบบนี้ เธอจะทำอย่างไร แต่เสียงหนึ่งก็ดังในหัว
‘แกไม่ใช่ปัน และแกก็ไม่ได้เป็นเมียเขา’
‘บ้า ฉันไม่ได้อยากเป็นเมียเขา’
ปฏิเสธตัวเองรัว ๆ ยกมือขึ้นมากุมหัวใจที่เต้นแรง
ไพรภูมิเดินเข้ามาในบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงของคุณแม่บ่นกระปอดกระแปด หน้าตาเอาเรื่อง ใจจริงของเขาแล้ว ชายหนุ่มก็อยากหันหลังกลับ แต่พอดีคุณนายชวนชมหันมาเห็นเสียก่อน
“จะไปไหนล่ะ มาถึงที่แล้ว จะกลับเลยหรือ”
“ผมเห็นว่าคุณแม่กำลังมีปัญหาอยู่นี่ครับ ผมไม่อยากรบกวน”
“แกมาก็ดีแล้ว มาฟังฉันพูดซะดี ๆ”
“ขอร้องนะครับแม่ แค่นี้ผมก็มีปัญหาหนักอกหนักใจมากพอแล้ว” เขาเดาถูกว่าจะต้องเป็นเรื่องของปันฐิตา ไพรภูมิจำใจเดินเข้าไปหาท่าน
“วันนี้แกไม่ต้องไปทำงานเหรอ”
“ผมจะไปสัมมนาที่สิงคโปร์สองอาทิตย์นะครับ วันนี้ผมเลยอยู่บ้านเก็บกระเป๋า”
“แล้วเมียแกก็ยังไปทำงานอีก ไม่ยอมเก็บกระเป๋าให้แก” กระแนะกระแหนอีก
“ปกติผมก็เก็บเองอยู่แล้วครับ ปันไม่ได้ทำให้อยู่แล้ว”
“สบายจริง ๆ เป็นเมียแกนี่ ไม่ต้องทำอะไรเลย”
“คุณแม่ครับ” ใช้สายตาปราม
“โอเค ฉันว่าอะไรเมียแกไม่ได้ แตะต้องอะไรเมียแกไม่ได้” พ่นลมหายใจแรง
“แล้วเมื่อกี้คุณแม่ก่นด่าใคร”
“จะด่าใครด่า เมียแกน่ะสิ”
“แม่ครับ ทำไมครับ ปันทำอะไรให้แม่อีก”
“แค่แม่โทรไปหา โทรไปคุยด้วย”
“แม่โทรไปหาเรื่องปัน”
“เอ๊ะ! เจ้าเชน แกนี่ยังไง ฉันแค่โทรไปปรึกษา ไม่ได้โทรไปหาเรื่อง ทำไมฉันก็มีเรื่องต้องปรึกษาเมียแก ฉันจะโทรไปไม่ได้เหรอ” เฉไฉไปแบบน้ำขุ่น ๆ
“เรื่องไหนครับ”
“เรื่องอุ้มบุญ”
“แม่” เขาเรียกแม่เสียงสูง
“ผมบอกคุณแม่แล้วไงว่าเรื่องนี้ผมจะคุยกับปันเอง” สายตากระแทกมองท่านอย่างไม่พอใจ
“ฉันคุยแล้ว ก็ไม่เห็นว่าปันเมียแกจะมีปัญหา บอกว่าได้ เชิญตามสบาย ฉันอยากทำอะไร เมียแกจะไม่ขัด เห็นดีเห็นงามอีกด้วย”
“แม่ทำเกินไปแล้ว”
“เกินไปอะไร ก็เมียแกไม่กระตือรือร้นเอง”
“แม่ครับ ปันท้องเองไม่ได้ คุณแม่จะให้ปันกระตือรือร้นทำอะไร” เขาชักสีหน้าไม่พอใจ
“แล้วแกจะมาแว้ดแม่ทำไม มาแผดเสียง นี่เจ้าเชน ฉันน่ะเป็นแม่แกนะ”
“ฉันโทรไปบอกเมียแกแล้ว เมียแกบอกว่า โอเค ไม่เห็นจะคุยยากตรงไหน แกนั่นแหละที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”
ไพรภูมิรีบยกเมียรักขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง จากนั้นเขาก็เริ่มต้นจัดการเธอจากตรงนั้น ใบหน้าของไพรภูมิคลุกลงไปในทันที สองมือจับขาของเมียให้มาเหยียบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างคีรยาร้องอู้พ่นลมออกมาจากปากยาว ๆ ต่อจากนั้นเธอก็สูดปากเหมือนกินของแซบ ๆ แบบไม่หยุด การกระทำของไพรภูมิเรียกให้ร่องสาวส่งสายธารใส ๆ ออกมาอย่างพรั่งพรู“พอเถอะค่ะพี่เชน ให้แยมได้มอบความสุขให้กับพี่บ้าง”ไพรภูมิรอคอยเวลานี้มาแสนนาน ภรรยาที่มุ่งแต่ทำงาน เลี้ยงลูกแฝด เธอที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตรงนั้น ทำให้ห่างเหินเรื่องอย่างว่ากับสามี แค่หัวถึงหมอน คีรยาก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้ไพรภูมินอนเหี่ยวมาหลายวันคีรยาผละลงไปนั่ง และส่งสัญญานให้ไพรภูมิขึ้นไปนั่งที่ขอบอ่าง เขากำลังจัดท่า เมียรักก็คว้าหมับท่อนบุรุษอุดเข้าไปในโพรงปากของเธอในทันที“โอ้ว... ใจร้อนจัง” คีรยาไม่รอช้า ทั้งดูด ทั้งเม้ม และกำรูดขยับขึ้นลง ไพรภูมิได้แต่แอ่นเด้งขมิบและเกร็งจนสะโพกตอบ“โอ้ว... แยม อย่าแรงนักสิ เสียวมาก พี่จะไม่ไหวนะ”“ทำไมคะ” ถามทั้งที่ยังมีท่อนเขื่องโตค้างอยู่ในปาก“พี่จะแตกใส่ปากของแยมนะสิ”“ก็เอาสิคะ”“ไม่ พี่จะแตกในตัวแยม”ไม่ต้องรอให้เขาบอกอีกเป็นครั้
ดินเนอร์ในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ทุกคนที่รักกันกลับมาเจอะเจอกันอีกครั้ง ต่างอิ่มสุขและปลื้มปริ่มในหัวใจ“ดูจะเข้ากันได้ง่ายนะ เด็กสามคนเนี่ย”“อย่าไว้ใจซีรีนนะ นั่นแหละหัวโปกดี ๆ เลย”“เหมือนเธอมากเลยนะ ทั้งนิสัยใจคอ ฉันเหมือนเห็นแก่ตอนสมัยนั้น”“ซีรีนอย่านำน้องทำอะไรไม่ดีนะ” ผู้เป็นแม่ตะโกนไป“ค่ะ” ลูกสาวตะโกนกลับซีรีนนำน้องกระโดดบนแทมโพลีนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ โดยมีคริสโตเฟอร์ และไพรภูมิดูแลอยู่“เห็นแบบนี้แล้ว แม่ก็คงนอนตายตาหลับ”“เอาอีกแล้วค่ะคุณแม่ แม่ชอบพูดแบบนี้ทุกที”“ก็จะให้แม่พูดคำไหนล่ะ ดูสิ พี่น้องสนิทสนมกัน แม่ปันพาลูกกลับมาบ่อย ๆ นะ”“จะเป็นไปได้ยังไงคะคุณแม่”“หึ... ไม่อย่างนั้น ถ้าซีรีนโตกว่านี้อีกสักหน่อย ให้ส่งมาซัมเมอร์ที่เมืองไทยก็แล้วกัน แม่จะดูแลเป็นอย่างดี”“ได้สิคะคุณแม่ ท่าทางจะถูกใจน้อง ๆ เสียแล้ว”ชินน์รีบวิ่งมาฟ้องแม่ “แชมป์ขี้โกงครับ”“อ้าวทำไมชินน์ไม่ฟ้องพ่อ พ่อเชนก็อยู่ตรงนั้น”คุณนายกระซิบที่ข้างหูของปันฐิตา “แชมป์อะลูกพ่อ ชินน์นะลูกแม่ ขานี้มีอะไรฟ้องแม่ตลอด แต่ดูนั้น...”“ก็อปปี้พี่เชนเปี๊ยบใช่ไหมคะ”“ใช่ ไร้ความละมุนเลย”“ฮา...” ปันฐิตาหัวเราะนึกภาพอ
(“คุณแม่ถามแยมก่อนสิคะ นางบอกว่าห้องเต็ม หนูก็เลยไปอยู่ที่ภูเก็ตมาสามคืนค่ะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง ต้องตีตั๋วมาที่นี่ ก่อนจะลงแดงเพราะความคิดถึงทุกคนเสียก่อน”)(“จะเอายังไง แยมเธอจะมาหาฉันไหม วิลล่าที่ฉันจองเอาไว้ มีตั้งห้าห้องนอน คุณแม่มาด้วยนะคะ”)“จะไปได้อย่างไรล่ะ เชนไม่ได้อยู่บ้าน หอบลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ โกรธเคืองกับแยมนิดหน่อย”คีรยาหน้าเจื่อนลงไป ทั้งห่วงลูกน้อยและสามี(“พี่เชนหายไปหรือคะ”) ปันฐิตาทำเสียงตกใจ“ใช่ แถมยังปิดมือถืออีก ติดต่อก็ไม่ได้”(“พี่เชนหน้าตาเป็นยังไงนะ แบบนี้หรือเปล่า”) ปันฐิตาหมุนกล้องไปยังสามหนุ่มที่ห้อมล้อมลูกสาวของปันฐิตาเอาไว้“พี่เชน”“เจ้าเชนนี่ดูมันทำสิ ไม่บอกแม่ด้วย”(“เห็นว่าจะให้แม่กับแยมตามมาทีหลังนะคะ”)“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหาแม่ปันกัน แม่อยากเจอสาวน้อยน่ารักคนนั้นแล้ว”(“รีบมาเลยนะคะคุณแม่ พาเสื้อผ้ามานอนที่นี่ด้วยนะ”)สองแม่ลูกมองหน้ากัน “ตกลง เดี๋ยวเจอกันนะปัน”(“รีบมานะคะคุณแม่ พวกเรารอกินข้าวเย็นด้วย”)“มันจะดึกไปไหม”(“ไม่ดึกค่ะคุณแม่ หนูจะหิ้วท้องรอ”)เมื่อเห็นความตั้งใจของปันฐิตาอย่างนั้น สองสาวต่างวัยก็ไม่อาจปฏิเสธ เผ็ดช่วยจัดกระเป๋า คุณน
“พี่ชินน์” แชมป์ชี้หน้าพี่ชาย“พี่ไม่ได้ร้อง ไม่เห็นมีน้ำตาสักนิด”“ก็พี่ชินน์เพิ่งเช็ดไปนี่น่า” ต่างไม่ยอมกันเถียงกันท่าเดียว“เอาล่ะ ๆ เลยเสียงดังกันได้แล้ว และไปนั่งประจำที่ คาดซิทเบลล์ด้วย”“คุณพ่อจะพาไปหาใครนะครับ”“น้าปัน”“คุณย่าไปด้วยไหม”“ใช่ ป้าเผ็ดไปไหม”“ไม่มีใครไปกับเราทั้งนั้นครับ เราจะไปกันสามคน พ่อ ชินน์ และแชมป์”“ทำไมไม่ให้ทุกคนไปด้วยครับ” ชินน์เริ่มตั้งแง่อีกครั้งหนึ่ง หน้าตาเริ่มเบ้ เด็กชายผู้อ่อนไหวและอยู่ติดบ้าน“ร้องไห้อีกล่ะ เซ็ง...”ไพรภูมิถึงกับอ้าปาก “ใครสอนให้พูดคำว่าเซ็ง”“ป้าเผ็ดชอบพูด ครูอ๋าที่โรงเรียนก็ชอบพูด” เด็กพอเข้าสังคมก็หันจำอะไรแบบนี้ ไพรภูมิคิดว่าจะต้องกำชับกับเผ็ดแล้วให้ระวังคำพูดไพรภูมิขับรถไปได้ครึ่งทาง คีรยาถึงได้โทรเข้ามาในมือถือของเขา(“พี่เชนพาลูกไปไหนคะ แยมกลับมาถึงบ้านแล้วเนี่ย”)“แยมก็อยู่กับงานไปสิ พี่พาลูก ๆ มาพักผ่อนสมอง”(“หา! พักสมอง พี่จะพาแกไปไหนคะ”)“ไม่บอกหรอก”(“อ้าว... พี่เชนทำไมทำอย่างนี้ล่ะคะ แยมไปทำอะไรให้พี่งอน”)“แยมไม่ทำการบ้านกับพี่มานานเท่าไรแล้ว”สิ่งที่เขาพูดออกไป ทำให้เด็กสองคนก็ได้ยินด้วย“แม่ไม่ทำการบ้าน ครูก็
เขื่อนและเผ็ดพนมมือ ก่อนจะก้มลงไปกราบคุณนาย“ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรนะ เผ็ดก็เพลา ๆ ปากลงบ้าง อย่าปากมาก ปากแรงให้เกิดความขุ่นใจกัน เข้าใจไหม”“ค่ะ”“อยู่ด้วยกัน ก็หัดถนอมน้ำใจกัน พูดจากันดี ๆ”“ค่ะ”“แบบนี้ทั้งสองคนก็ไม่ไปไหนล่ะสิคะ”“เผ็ดก็บอกคุณแยมแล้วไงค่ะว่า เผ็ดจะอยู่กับคุณยายจนแก่เลย”“ผมก็เหมือนกันครับ”“ฉันขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข หาความสุขกันให้เจอ และอยู่กับมัน เหมือนตอนนี้ที่ฉันเจอแล้ว” ไพรภูมิหันไปยิ้มกับภรรยา“แยมก็ขอให้ทั้งคู่ผาสุกนะคะ” คีรยาอวยพรอีกครั้ง“วันนี้ไปบอกม่วงกับสุภาพไปมาทำอะไรกินกันตอนเย็น ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานแต่งของเธอสองคน กินกันแค่นี้พอแหละ ฉันถือว่าพวกเธอเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา”เขื่อนและเผ็ดก้มกราบลงแทบเท้าของคุณนายอีกครั้ง“พี่เขื่อนหอมพี่เผ็ดให้ดูหน่อยสิคะ”“อุ้ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะคุณแยม พี่เขินนะ”ยังไม่ทันที่เผ็ดจะระวังตัว เขื่อนก็ก้มลงไปหอมฟอดใหญ่ เผ็ดยิ่งเขินม้วนอายอยู่ตรงนั้น“ฉันอายนะ” เผ็ดยิ้มแก้มแทบแตก“แหม... พูดเล่นกันไม่กี่วัน ดันมาได้กันเอง ฉันก็นึกว่าจะได้คนไกลซะอีก ใกล้กันเอื้อม”“เมื่อก่อนผมไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเมื่อ
“คุณแม่สังเกตดี ๆ สิครับ จับมือกันทำกระหนุงกระหนิงเชียว”คุณนายถึงกับขยับแว่น มองลอดไปทางทั้งสองคน แต่ก็เห็นไม่ถนัด ท่านจึงตะโกนถาม“เผ็ดเอ้ย เผ็ด”“คะ”“เอ็งไม่ไปช่วยคุณแยมดูชินกับแชมป์เหรอ ตื่นหรือยัง”เผ็ดรีบหันมาพูดหันมาตอบ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณนาย อาบน้ำแต่งตัวแล้วค่ะ”หันไปเห็นคีรยาเข็นลูกชายของเธอทั้งสองคน ที่นอนอยู่บนรถเข็นฝาแฝดตรงมาที่ทั้งคู่นั่งอยู่“อ้าวนั่นไงคะ มาแล้วค่ะ”คีรยาเปิดยิ้ม พอเดินเข้ามาใกล้ก็รีบปรึกษาคุณนาย“แยม มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ แยมเพิ่งรับผู้จัดการมาหนึ่งคนค่ะ จะเริ่มงานในอีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเข้าที่พร้อมจะเปิดแล้ว แต่แยมอยากให้เธอคนนี้มาจัดการวางระบบต่าง ๆ ก่อนที่เราจะเปิดเต็มตัว”“แล้วมีปัญหาตรงไหน”“เราจะให้เธอพักที่ไหนคะ บ้านพักที่เราสร้างเอาไว้ตรงโน้น ใกล้กับโรงเก็บของ ก็ทำสำหรับคนงานทั่วไป แต่หัวหน้าแผนก แยมอยากให้เธอได้อยู่ดีกว่าคนอื่นสักนิดนึงนะคะ เพื่อความสะดวกสบาย และเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ปะปนกับพนักงานทั่วไป”เขื่อนกับเผ็ดมองหน้ากัน ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้ามาหาทั้งสามคนหันไปมองด้วยความประหลาดใจ เพราะท่าทีไม่เหมือนก่อน เผ็ดและเขื่อนจับม
“นี่ แม่รู้ไหมครับ คำว่าโอเคของผู้หญิงนั้น มันไม่โอเคเลยนะครับ ไม่มีใครโอเคกับเรื่องแบบนี้หรอก สมมุติถ้าตอนนั้นคุณพ่อเดินมาบอกคุณแม่ว่า อยากจะเอาเมียใหม่มาทำลูกเพิ่ม อะไรก็แล้วแต่ คุณแม่จะพูดว่ายังไงครับ” ไพรภูมิพ่นหายใจออกดังเฮือก“ฉันไม่ได้ให้แกเอาเมียใหม่ เมียแกก็ยังตั้งโด่ โดยอยู่ตรงนั้น ฉันไม่
“คำก็น่ารังเกียจ สองคำก็น่ารังเกียจ ปันชักจะยังไง ๆ แล้วนะคะ หรือว่า... ที่จริง พี่ไม่ได้รังเกียจแยม เพียงแต่ไม่อยากจะเห็นแยม และไม่อยากได้ใกล้ชิดแยม”“ปันพูดแบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นผัวของปันนะ” เขาร้อนตัวใช่สิ... ร้อนใจด้วย เขาเกลียดผู้หญิงที่ดูขรึมเงียบ แต่กลับเร่าร้อนเวลาอยู่บนเตียง“เอาเถอะ สุดท
“ใครมาหาปันน่ะ” ไพรภูมิเดินเข้ามาในบ้าน เขาเห็นหลังของคีรยาไว ๆ หล่อนคงจะตั้งใจหลบหน้าของเขาแน่ ๆคีรยารู้ดีว่าไพรภูมินั้นไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอสักเท่าไรหรอก จะไปทางค่อนข้างเกลียดด้วยซ้ำ“แยมค่ะ” สีหน้าของปันฐิตาบอกกับไพรภูมิว่า คีรยามาหาคงจะนำพาเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ภรรยาของเขาอีกแน่ๆ“มาขอยืมเง
พายุสวาทได้ผ่านไป ตอนนี้คีรยาได้แต่นอนสะอื้นไห้ หันหลังให้กับเขาไพรภูมินอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก อยากจะใช้มือแตะไปที่หัวไหล่ของคีรยา แต่ก็ไม่กล้าครั้งนี้ทำตามหัวใจที่เกินจะต้านทาน เขารู้ดี“ยังไงเธอก็คือเมีย ฉันจะไม่ทิ้งหรอก แต่อย่าให้ปันรู้”‘นี่เขามาเพื่อตกลงกับฉันเรื่องนี้ ให้ฉันปิดปากเงียบ’คีร







