Share

บทที่ 2

Author: Mamaya Writer
last update publish date: 2026-10-17 12:34:09

“นั่นมันเรื่องของแก แต่ฉันได้บอกให้พาขวัญมาอยู่ที่นี่และช่วยทำงานที่บริษัทแล้ว แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน!”

 

“ฮึ! ที่แท้พ่อทำดีกับผู้หญิงคนนี้เพราะวังจะเอาเป็นเมียแต่แรกอยู่แล้ว...อย่างน้อยพ่อก็ควรคิดถึงคุณแม่ที่เสียไปบ้าง!”

 

จิรัฎฐ์หมดความอดทนกับบิดาที่ทำแบบนี้ เขากัดฟันกรามจนแน่น สายตาคมมองไปยังบิดาด้วยความโกรธแค้น

 

“เพลิง! แกอย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ!” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์มองบุตรชายด้วยความขุ่นเคืองที่พูดจาสามหาวกับเขาแบบนี้

 

“ผมพูดความจริง พ่อถึงกับโกรธรับฟังไม่ได้เลยหรือครับ”

 

ชายหนุ่มแสยะยิ้มให้กับผู้เป็นบิดา เขาหมดศรัทธาชายตรงหน้าไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่เอาผู้หญิงคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้มารดาต้องจากไปก่อนกะทันหัน และนี่ยังจะให้มาอยู่ในบ้านอีก!

 

“เพลิง! มันจะมากไปแล้วนะ!” ผู้เป็นบิดาตวาดเสียงดังด้วยความโมโหพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ ส่งสายตามองบุตรชายด้วยความไม่พอใจ

 

“ไม่หรอกครับ เพราะคุณพ่อทำกับคุณแม่ไว้มากกว่านี้ มากจนกว่าที่ผมจะอภัยให้ได้!” จิรัฎฐ์มองบิดาด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผู้เป็นบิดาอยู่เพียงลำพังอีกครั้งหนึ่ง

 

หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์แทบล้มทั้งยืน เป็นเพราะเขาที่ไม่กล้าพูดความลับที่ปิดมานาน ครั้นจะพูดกับภรรยาก็ดันเข้าใจเขาผิดจนเป็นเหตุทำให้ต้องหัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิต

 

เสียงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนัก ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิมด้วยความอ่อนล้า งานยังไม่ทำให้เขาเหนื่อยถึงขนาดนี้เลย...

 

 

 

จิรัฎฐ์เดินออกมาจากห้องทำงานของบิดาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว สองเท้าก้าวเดินตรงขึ้นบันไดไปพลางชำเลืองสายตามองห้องทางด้านขวามือที่กำลังถูกยกเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่เข้าไป มือแกร่งกำหมัดแน่นด้วยความโมโหที่ตนเองนั้นทำอะไรไม่ได้ ได้แค่มองบิดายกเชิดชูผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมียใช่ไหม! ไม่มีทาง เขาไม่มีวันให้ใครมาแทนที่มารดาอย่างเด็ดขาด!

 

ชายหนุ่มปรายตามองด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะเดินไปอีกทางเข้าไปในห้องของเขาทั้งที่ใจนั้นเต็มไปด้วยไฟแค้นยากที่จะดับลง

 

ปึ้ง!

 

กำปั้นหนักทุบเข้าที่กำแพงข้างประตูอย่างแรง เสียงผ่อนลมหายใจระบายความโกรธดังขึ้นออกมาเป็นระยะๆ จิรัฎฐ์หมุนกายพิงกับกำแพงพร้อมยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเขาด้วยความอ่อนล้า ความสุขในครอบครัวของเขาหายไปตั้งแต่พาขวัญก้าวเข้ามา… เธอมันผู้หญิงที่หวังจะรวยทางลัดจริงๆ เขาจะไม่ปล่อยให้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขแน่นอน

 

“พาขวัญ อย่าหวังว่าเธอจะได้พบความสุข ในเมื่อเธอเลือกที่จะก้าวเข้ามาในหลุมนรกนี้เอง” ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน มือแกร่งเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่ใส่รูปถ่ายครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกขึ้นมา ในความสุขครั้งอดีตที่มีมาตอนนี้ได้หายไปไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว

 

เขาวางกรอบรูปลงที่เดิมพร้อมกับเดินตรงเข้าไปที่ห้องน้ำ

 

สายน้ำจากฝักบัวไหลลงสู่ร่างแกร่งกำยำผิวสีขาวอมเหลือง มือของเขาลูบไปตามไหล่ราวกับว่าให้สายน้ำนั้นพัดความเจ็บปวดและความแค้นออกจากใจไปด้วย ทว่าก็แค่ความฝันที่ไม่สามารถทำได้ ในเมื่อหัวใจถูกหลอมจากความโกรธจนกลายเป็นความเกลียดชัง

 

จิรัฎฐ์เงยหน้าขึ้นให้รับกับน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัว มือของเขายกขึ้นลูบก่อนจะใช้มืออีกข้างเอื้อมไปปิดน้ำที่ฝักบัว กำปั้นแกร่งทุบกับผนังกำแพงอีกครั้งยิ่งคิดยิ่งโกรธ ยิ่งคิดยิ่งเกลียด...

 

 

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยม แสงไฟสว่างจากกลางห้องขนาดเล็กที่มีเพียงเตียงนอนไม้เก่าๆ สำหรับนอนคนเดียวและเฟอร์นิเจอร์เก่าราคาถูกอีกห้าชิ้นถูกจัดวางเป็นระเบียบดูสะอาดตา

 

หน้าต่างบานเล็กถูกเปิดอ้าเพียงเล็กน้อยให้ลมพัดเข้าถ่ายเทได้สะดวก หญิงสาวเจ้าของใบหน้าเรียวสวยเดินไปเดินมาเก็บของที่ต้องเตรียมย้ายออกในวันพรุ่งนี้ โต๊ะเขียนหนังสือโล่งสะอาดตาเพราะว่าหนังสือทั้งหมดของเธอได้ถูกส่งต่อให้รุ่นน้องที่เรียนต่อไปแล้ว

 

หลังจากที่เก็บกองหนังสือทั้งหมดใส่ในกล่องลังเรียบร้อยแล้ว พาขวัญเดินมาเก็บของในตู้เสื้อผ้าออกให้หมด ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเหลือในการเตรียมเก็บของอีกครึ่งวัน แต่ทว่าก็ไม่อยากจะมาเหนื่อยในตอนเช้าอีกครั้งหนึ่ง

 

หนังสือและเสื้อผ้าถูกจัดเก็บเรียบร้อย ทีนี้ก็เหลือเพียงของเล็กน้อยๆ ที่วางอยู่ในลิ้นชักโต๊ะหนังสือและตู้ข้างหัวเตียง กระเป๋าใบขนาดกลางอีกใบถูกหยิบออกมาเพื่อใส่ของพวกนี้แยกขึ้นโดยเฉพาะ หญิงสาวเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือแล้วเปิดออกอย่างช้าๆ

 

กรอบรูปสีน้ำตาลขนาดกลางถูกคว่ำอยู่ มือเรียวเอื้อมไปหยิบขึ้นมาพร้อมกับหงายดู ความทรงจำมากมายที่แทรกเข้ามาในสมองของเธอ รูปถ่ายมารดาขึ้นมาเป็นรูปสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ ส่วนบิดาของเธอนั้นไม่เคยแม้แต่ที่จะเห็นหน้าด้วยซ้ำ เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่ว่าจะถามแม่ของเธอกี่ครั้งก็ไม่เคยที่จะปริปากพูดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

“แม่คะ จีนเรียนจบแล้วนะคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพลางจับกรอบรูปแนบไว้ที่หน้าอกของเธอ

 

“จีนรักแม่ค่ะ”

 

เป็นคำบอกรักที่ส่งถึงคนบนฟากฟ้าแสนไกล ไม่ว่านานเพียงไหนเธอก็ยังคงรักและเคารพไม่เคยเปลี่ยน

 

พาขวัญเอื้อมมือไปวางกรอบรูปในกระเป๋าของเธอ พร้อมกับก้มลงเก็บของของในลิ้นชักต่อให้เสร็จ

 

เวลาล่วงเลยจนเกือบห้าทุ่มนานกว่าที่เธอจะจัดของทั้งหมดแพ็คใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย หญิงสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางถอนหายใจออกมาก่อนจะนั่งลงที่ปลายเตียงด้วยความล้า เธอลุกขึ้นพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่ออาบน้ำและเข้านอน

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/1

    นานไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์ของชายหนุ่มก็ไล่ตามมาติดๆ จนถึงบ้านภูริสิทธิ-พิพัฒนพงศ์ ก่อนจะหยุดจอดลงที่ใต้ชายคาบ้าน จิรัฎฐ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวที่กำลังหันไปปิดประตูรถ ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของเธอไว้แน่นพร้อมกับยิ้มหวานละมุนให้หญิงสาว“ไปครับ”จิรัฎฐ์พาพาขวัญเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีเสียงโวยวายของตีรณาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ“คุณแม่คะ เดือนทำไปเพราะหวังดีนะคะ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าดูเครียดและกังวลไม่ต่างกันไปมากสักเท่าไหร่“นั่งลงก่อนสิ” รมณข่มน้ำเสียงไม่ให้ดูเกรี้ยวโกรธโมโห“คุณแม่! คุณแม่จะให้เด็กคนนี้มาใช้...”“เงียบๆ ซะแม่เดือน ถ้าไม่อยากอยู่ฟังก็ขึ้นห้องไปเหมือนยัยดาวซะ” เป็นคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจตีรณาแม้แต่น้อย ตีรณากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ พลางเชิดหน้านั่งลงโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยใครว่าวลัยวรรณนั้นไม่อยากฟัง หล่อนเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งฟังในห้องด้วยเท่านั้น ตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกเพราะว่าไม่อยากจะเห็นใบหน้าของพาขวัญที่เกลียดชัง...ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ!“คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”จิรัฎฐ์เอ่ยถามขึ้นพลาง

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/2

    ความรำคาญของตีรณายังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะว่าตลอดทางที่นั่งรถมานั้นลูกสาวของเธอได้แต่ร้องโวยวายว่ากล่าวพาขวัญจนน่าเบื่อสุดทนจะฟัง เธอเองก็แอบเจ็บใจที่ลูกของชนิตรามาแย่งคนรักของลูกสาวเธอ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อจิรัฎฐ์นั้นไม่เคยแม้แต่จะสนใจลูกสาวของเธอ ทำไม...เธอถึงรู้สึกเหมือนตอนที่เธอวิ่งตามธเนศมาก แต่แล้วเขาก็ไม่แม้คิดจะหันมามองเธอ“ฮือๆๆ พี่เพลิงใจร้าย ทิ้งดาวอีกแล้ว” วลัยวรรณร้องไห้ตัดพ้อชายหนุ่มพลางหันหลังไปมองรถของจิรัฎฐ์ที่ขับตามมาติดๆ“เงียบๆ สักทีได้ไหม? แล้วก็หาทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาซะ เดี๋ยวจะถึงแล้ว” ตีรณาพูดกับลูกสาวก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง“ดาวไม่เงียบ! ดาวเกลียดพาขวัญ! เกลียดๆ ที่สุด!”วลัยวรรณร้องโวยวายพลางใช้มือขยี้เส้นผมราวกับคนไร้สติ“พอสักทียัยดาว! แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”ตีรณาตวาดใส่ลูกสาวก่อนที่จะชะเง้อมองเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการสำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ“คุณแม่!” วลัยวรรณชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะนิ่งเงียบก่อนจะเอื้อมมือหยิบทิชชูเพื่อเช็ดใบหน้าของเธอให้ดูดีเหมือนเดิมรถยนต์คันหรูของตีรณาเลี้ยวเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นห้องปฏิบัต

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/1

    จิรัฎฐ์ขับรถออกตามตีรณาไป เช่นเดียวกับหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่นั่งรถส่วนตัวไป เพราะว่าตีรณายืนยังที่จะไม่ไปตรวจในโรงพยาบาลแต่จะไปตรวจดีเอ็นเอในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจโดยเฉพาะภายในรถที่เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงแอร์และลมหายใจของคนสองคนดังสลับกัน พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความกลัวและสับสน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อยู่ๆ ก็มาบอกเธอว่าเธอเป็นหลานสาวของคุณย่ารมณที่เกิดจากลูกชายคนโต เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินแม่ของเธอพูดถึงพ่อสักครั้ง ทั้งยังจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามมีเพียงน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล รินออกมา‘อย่าถามถึงพ่อให้แม่ได้ยินอีกเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าพ่อเขาเป็นคนดี ดีมากจนผู้หญิงอย่างแม่นั้นเอื้อมไม่ถึง’และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอถามถึงพ่อของเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยถามอีกเลย เพราะกลัวว่าแม่จะเสียน้ำตาอีก ให้ทุกอย่างที่เป็นคำถามค้างคาถูกลืมไป เพราะแม่ของเธอทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นทั้งแม่และพ่อจนเธอรู้สึกไม่ขาดความรักเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้ดีเกินกว่าที่คิด เพราะตอนเธออยู่มัธยมปลายเธอได้รู้ข่าวว่าแม่ของเธอนั้นป่วยด้วยโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status