LOGINในเช้าวันต่อมา ลูเซียโน่รีบเข้ามาที่คฤหาสน์ของราฟาเอลตั้งแต่ช่วงสายของวัน เมื่อคืนนี้เขากลับมาที่คฤหาสน์ของเพื่อนในช่วงเกือบเที่ยงคืนแล้ว อัญญาหลับแล้วเขาจึงไม่ได้ไปกวนเธอ เช้าวันนี้เขาจึงต้องรีบมาแต่เช้า ลูเซียโน่ตรงไปยังห้องของลูกชายราฟาเอลทันที
อัญญาอยู่ตรงเคาน์เตอร์ภายในห้องที่มีอุปกรณ์มากมายอยู่ ทั้งเครื่องชงนม เครื่องล้างขวดนม และของใช้เด็กที่เรียงรายอยู่เต็มเคาน์เตอร์ไปหมด หญิงสาวกำลังตั้งหน้าตั้งตากดเครื่องชงนมเพื่อชงนมไว้ให้ลูกชายที่กำลังนอนลืมตาแป๋วและมือเล็กจิ๋วที่กำลังคว้าอากาศเล่นอยู่บนเปล
ลูเซียโน่เปิดแง้มประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าอัญญา เธอได้ยินเสียงและเธอรับรู้ว่ามีคนกำลังเดินมาข้างหลังเธอ ซึ่งไม่ต้องคาดเดาก็รู้ว่าเป็นใคร เนื่องจากกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายประจำตัวของชายหนุ่มที่ทำให้เธอรับรู้ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“ทำอะไรอยู่ครับ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาช้อนแผ่นหลังแบบบางพลางกระซิบข้างหูหญิงสาว
“ออกไปไกลๆ” อัญญารู้สึกว่าตัวเองเริ่มชินกับการที่ลูเซียโน่วนเวียนอยู่ใกล้ๆ เธอแบบนี้ทุกวัน เธอไม่ได้ผลักไสเขาเหมือนเมื่อก่อน เมื่อว่าเธอจะค่อยๆ ลดความเกลียดชังลงไปเรื่อยๆ
“ชงนมเหรอ” เขาไม่ได้สนใจที่อัญญาพูดเลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลาชะโงกหน้าไปดูพลางเอ่ยต่อ อัญญาขยับตัวหนีเขาเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร
“ทำไมไม่ให้พี่เลี้ยงทำให้ล่ะ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบ เขาจึงเซ้าซี้เธอต่อ
“เรื่องของฉัน” เธอกระแทกเสียงใส่ชายหนุ่ม
“พูดดีๆ กับฉันหน่อยได้ไหม”
“อยากได้คนออดอ้อนก็ไปหาพวกผู้หญิงของคุณสิ” สิ้นเสียงคำพูดของหญิงสาว ลูเซียโน่แค่นหัวเราะขึ้นมาอย่างชอบใจ
“ขำอะไร” หญิงสาวขยับหน้าหันมาเล็กน้อย ทำให้แก้มของทั้งสองคนชนกัน
“ฉันชอบที่เธอหึงแบบนี้นะ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมกับยกยิ้มอย่างมีความสุข เขาก็พูดแกล้งเธอไปอย่างนั้น อันที่จริงเขาชอบที่เธอเป็นแบบนี้นี่แหละ
“ฉันไม่ได้หึง!” หญิงสาวตวัดใส่เขาเสียงแข็ง
“เบาๆ ครับ เดี๋ยวลูกตกใจ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างยิ้มๆ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของลูเซียโน่จะดังขึ้นมา
“ขอรับสายก่อนนะ” ชายหนุ่มกระซิบข้างหูหญิงสาวอย่างนุ่มลึก จากนั้นมือแกร่งเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสแล็คเนื้อดีขึ้นมากดรับสาย
อัญญาไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพราะใจดวงน้อยที่กำลังเต้นรัวอยู่ในตอนนี้ ร่างผอมบางยืนนิ่งอยู่โดยมีชายหนุ่มร่างกำยำช้อนหลังเธอเอาไว้อยู่
“ว่าไง…เออ…เดี๋ยวกูรีบไป” ลูเซียโน่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างหูของหญิงสาวอย่างไม่ได้ปิดบังอะไร
“ไอ้ริคิโทรมา” เขายกโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออก แล้วบอกกล่าวอัญญา
“ไม่จำเป็นต้องมาบอกฉัน”
“จำเป็นสิ…เดี๋ยวฉันกลับมาหาเธอกับลูกนะ ขอไปทำธุระก่อน…จะกลับมาไวๆ นะ ฉันสัญญา” พูดจบ ชายหนุ่มจุมพิตลงบนไหล่แบบบางครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
ลูเซียโน่เริ่มเบื่อเรื่องนี้เต็มทนแล้ว เขาอยากจะเดินหน้าง้ออัญญาอย่างเต็มที่ แต่ยังมีเรื่องที่เขาต้องจัดการนิดหน่อย ส่วนเรื่องไฟไหม้ที่โกดัง เขาคิดว่าน่าจะเป็นไอ้ซานโดรนั่นแหละที่สร้างสถานการณ์ มันรู้ว่าบอดี้การ์ดเกือบครึ่งหนึ่งต้องไปช่วยกันดับไฟที่โกดัง เพื่อเปิดทางให้คนของมันได้เข้าไปขโมยเอกสารออกมาได้ง่ายๆ
อัญญาเริ่มชินกับพฤติกรรมของลูเซียโน่ทีละนิดๆ การที่เขามาหาเธอทุกวันแบบนี้ มันทำให้ใจดวงน้อยที่เคยแข็งแกร่งค่อยๆ ทลายกำแพงลงอย่างช้าๆ
ลูเซียโน่เข้าไปที่โกดังเพื่อตรวจสอบทุกอย่างกับราฟาเอล ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันไป ราฟาเอลไปที่ลานประมูลต่อ ส่วนลูเซียโน่จะไปเล่นสนุกกับไอ้ซานโดรเสียหน่อย ได้ข่าวว่ามันเปิดสนามแข่งรถเพื่อเป็นคู่แข่งกับเขาแล้ว เขาคงต้องไปเยี่ยมมันเสียหน่อย
มาเฟียหนุ่มนัยน์ตาสีเทาเข้มขับเคลื่อนรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองเข้ามาในพร้อมกับรถคันหรูสีดำอีกสามคัน ชายหนุ่มจอดรถสนิทลงอยู่ริมสนามแข่งรถที่ขนาดเล็กกว่าของลูเซียโน่อยู่เล็กน้อย
ลูเซียโน่ก้าวขาลงมาจากรถสปอร์ตคันสีดำเงาอย่างเชื่องช้า และตามมาด้วยบอดี้การ์ดคนสนิทของพวกมาเฟียหนุ่มที่เดินตามมาเกือบสิบคน
ซานโดรที่ยืนคุยกับลูกน้องอยู่ตรงข้างขอบสนาม เมื่อเขาเห็นลูเซียโน่ลงมาจากรถ เขารีบปลีกตัวเดินมาหาลูเซียโน่พร้อมกับลูกน้องของเขาที่เดินตามมาหลายคนเช่นกัน
“คนน้อยจังเลยว่ะ” เสียงทุ้มของลูเซียโน่ทักทายซานโดรขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“เดี๋ยวอาทิตย์หน้ากูก็เริ่มเปิดอีกกิจการหนึ่งแล้วล่ะ” ซานโดรยืนประจันหน้ากับลูเซียโน่พลางตอบกลับด้วยสีหน้าที่ราวกับว่าตัวเองอยู่เหนือลูเซียโน่
มาเฟียหนุ่มครุ่นคิดอยู่ภายในใจ คงจะเป็นงานประมูลลับแบบที่พวกเขาทำสินะ แต่เสียใจด้วยนะไอ้ซานโดร เอกสารที่มันได้ไปก็แค่เอกสารปลอมทั้งนั้น
“คนอย่างมึงนี่มัน…ได้แต่เลียนแบบพวกกูจริงๆ นั่นแหละ ไอ้เด็กน้อย” น้ำเสียงและสายตาที่เหยียดหยามของลูเซียโน่ ทำให้ซานโดรรู้สึกเดือดดาลอยู่ไม่น้อย
“แข่งรถกับกู” ซานโดรขบกรามแน่นพร้อมกับเอ่ยลอดผ่านไรฟัน เขาอยากจะเอาชนะไอ้ลูเซียโน่เหลือเกิน
“เอาสิ! ว่าแต่…มึงยอมรับความพ่ายแพ้ได้ใช่ไหมว่ะ” มาเฟียหนุ่มไม่มีอะไรต้องกลัวทั้งนั้น เพราะไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่มีทางชนะเขาอย่างแน่นอน
“ไม่ใช่สนามแข่งที่นี่ แต่เป็นข้างนอก”
ในเวลาต่อมา รถสปอร์ตคันหรูทั้งสองคันจอดเคียงคู่กัน ในระดับที่กันชนหน้าอยู่ในระยะเดียวกันพอดี รถสปอร์ตคันสีดำมีลูเซียโน่ประจำตำแหน่งคนขับอยู่ ส่วนอีกคันสีแดงมีซานโดรที่อยู่หลังพ่วงมาลัย พวกเขาขึ้นมาแข่งกันบนสนามแข่งรถกลางภูเขาลูกหนึ่งที่มีเส้นทางคดเคี้ยวและอันตรายเป็นอย่างมาก
หญิงสาวชุดเซ็กซี่คนหนึ่งยืนอยู่ตรงกลางถนน เธอยกมือขึ้นสูงพร้อมกับผ้าสีแดงที่โบกสะบัดไปมา หญิงสาวเริ่มนับถอยหลังอย่างช้าๆ เสียงเครื่องยนต์ของรถทั้งสองคันเริ่มเร่งรอบดังคำรามขึ้นมาดังสนั่นไปทั้งภูเขาลูกนั้น
สาม…สอง…หนึ่ง…ก่อนที่เธอจะสะบัดผ้าลงอย่างแรง!
สิ้นเสียงสัญญาณของหญิงสาว รถทั้งสองคันเหยียบคันเร่งสุดแรง เสียงเครื่องยนต์คำรามหนักขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงยางบดกับถนนดังลั่น กลิ่นยางไหม้ลอยคลุ้งไปทั่ว ไฟหน้าสาดส่องไปตามถนนภูเขาที่คดเคี้ยว เหล่าบรรดาลูกน้องของทั้งสองฝ่ายจอดรถรออยู่ตรงเส้นชัยที่มีปลายทางคือศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน
ในคราแรกรถทั้งสองคันพุ่งออกตัวมาพร้อมกัน แต่เมื่อถึงโค้งแรกของภูเขา ลูเซียโน่ใช้โอกาสนี้หักพ่วงมาลัยไปตามโค้งได้อย่างคล่องแคล่ว ต่างกับรถอีกคันที่หักพ่วงมาลัยตามโค้งอย่างไม่ค่อยชำนาญสักเท่าไหร่ เสี้ยววินาทีแห่งความไม่ชำนาญทำให้ต้องผ่อนความเร็วลง และระยะห่างเพียงเล็กน้อยทำให้รถสีดำเริ่มทิ้งคู่แข่งไว้ข้างหลัง
เมื่อผ่านโค้งแรกไปได้ ลูเซียโน่เหยียบคันเร่งขับต่อไปเรื่อยๆ ซานโดรเริ่มเห็นแววของความพ่ายแพ้เล็กน้อย แต่คนอย่างซานโดรไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ซานโดรหยิบเครื่องมือสื่อสารสีดำขึ้นกดเปิดสัญญาณและเอ่ยกับลูกน้องทันที
“จัดการเลย” พูดจบ ซานโดรโยนเครื่องมือสื่อสารลงไปไว้ที่เบาะข้างคนขับ ก่อนที่เขาจะเหยียบเร่งเครื่องยนต์ขึ้นไปชนท้ายรถของลูเซียโน่จนเกิดเสียงดังปัง!
“ฉิบ! ขี้โกงจริงๆ เลยนะมึงเนี่ย” ลูเซียโน่สบถออกมาเมื่อรถของเขาถูกชนท้าย แต่เขาก็พยายามคุมการเคลื่อนไหวของรถเอาไว้ได้อยู่
ในจังหวะที่ลูเซียโน่พยายามคุมรถไม่ให้เสียการควบคุมอยู่นั้น ซานโดรได้โอกาสขับเคลื่อนรถแซงซ้ายขึ้นมาเทียบรถของลูเซียโน่ ก่อนที่ซานโดรจะหมุนพวงมาลัยหักไปใส่รถของลูเซียโน่
มาเฟียหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด เขาก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าซานโดรมันจะขี้โกงได้ขนาดนี้ มือแกร่งของลูเซียโน่พยายามหักพ่วงมาลัยไปชนกับรถคันสีแดงที่อยู่ด้านซ้ายเช่นกัน แต่ในจังหวะที่รถทั้งสองคันกำลังเบียดเสียดกันไปมาอยู่ ลูเซียโน่มองไปด้านหน้าสลับกับมองรถของซานโดร แต่อยู่ดีๆ ก็มีเหล็กขนาดใหญ่โผล่มาจากข้างทางด้านขวาที่มีป่าไม้ ลูเซียโน่ขมวดคิ้วมองเหล็กท่อนใหญ่ ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะตัดสินใจเหยียบเบรกรถอย่างกะทันหัน
เอี๊ยดดด!!
เสียงล้อรถบดกับถนนดังคำรามขึ้นมาดังลั่น เขาไม่ได้จะหยุดรถเลว แต่แค่จะชะลอความเร็วให้ซานโดรนำไปก่อนและเขาจะหักหลบท่อนเหล็กต่อ
ถึงแม้ว่ามาเฟียหนุ่มจะเหยียบเบรกแล้ว แต่เนื่องจากรถของเขาขับเคลื่อนมาด้วยความเร็ว จึงทำให้กระจกหน้ารถด้านฝั่งคนขับกระแทกเข้ากับท่อนเหล็กอยู่ดี และทำให้กระจกหน้ารถแตกกระจายใส่หน้าของลูเซียโน่
ในชั่วพริบตามาเฟียหนุ่มต้องหักพ่วงมาลัยหลบท่อนเหล็กพร้อมกับยกแขนซ้ายขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ทำให้เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นลงมาปักที่แขนซ้ายของเขาทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่
“อึกก! ไอ้ซานโดร!” ลูเซียโน่กัดฟันกรอดเมื่อความเจ็บปวดจากการโดนกระจกเสียบแทงที่แขนแล่นแปลบขึ้นมา แต่เขาก็ใช้มือข้างขวาพยายามประคองพ่วงมาลัยไว้ ดวงตาคมกริบมองไปยังรถคันสีแดงที่นำเขาไปเล็กน้อย
“กูไม่ยอมคนอย่างมึงชนะกูหรอก!” มาเฟียหนุ่มไม่สนใจแผลที่โดนกระจกปักคาอยู่ในตอนนี้ เขาเหยียบคันเร่งมุ่งขึ้นไปหารถคันสีแดงอย่างรวดเร็ว เลือดที่แขนซ้ายของเขาไหลเยิ้มออกมามากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะเจ็บตัวอยู่ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้คนอย่างซานโดรอย่างแน่นอน
ลูเซียโน่เหยียบรถตามขึ้นไปชนท้ายรถคันสีแดงแบบที่มันทำกับเขาบ้าง ด้วยความที่ซานโดรไม่ทันได้ตั้งตัวและมีประสบการณ์ไม่มากสักเท่าไหร่ ทำให้ซานโดรสะดุ้งและควบคุมรถไม่ได้อยู่ชั่วขณะ จังหวะนั่นเอง ลูเซียโน่จึงหมุนพ่วงมาลัยรถแซงขวาขึ้นมาให้ทันรถคันสีแดงพร้อมกับหมุนพ่วงมาลัยอัดใส่รถของซานโดรอีกครั้ง
ซานโดรที่โดนจู่โจมถึงสองครั้งติด ทำให้เขาตั้งรับไม่ทัน ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามกรอบใบหน้า
พวกเขาขับตีคู่กันมาจนกระทั่งถึงโค้งสุดท้ายของภูเขา และแน่นอนว่าประสบการณ์ที่มากกว่าของลูเซียโน่ทำให้เขาหมุนพ่วงมาลัยเข้าโค้งได้อย่างสวยงาม ต่างจากซานโดรที่เสียหลักไปตั้งแต่ที่โดนมาเฟียหนุ่มเอาคืนไปแล้ว
ลูเซียโน่ขับรถผ่านโค้งมาและเหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังเส้นชัยที่มีรถบอดี้การ์ดของเขาและของซานโดรจอดอยู่ มาเฟียหนุ่มเร่งเครื่องครั้งสุดท้ายเพื่อไปให้ถึงเส้นชัยทันที
ซานโดรผ่านโค้งมาเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเหยียบคันเร่งมุ่งตามรถสปอร์ตคันสีดำต่อ ดวงตาของเขาจ้องมองรถคันสีดำที่นำหน้าเขาอยู่ด้วยความโกรธเคือง ก่อนที่ซานโดรจะเห็นว่ารถของลูเซียโน่ขับเข้าเส้นชัยไปได้อย่างง่ายดาย
“โธ่เว้ย!!” เสียงสบถของซานโดรดังลั่นอยู่ภายในรถคันสีแดงด้วยความหงุดหงิด รถของซานโดรขับเคลื่อนมายังเส้นชัยตามรถของลูเซียโน่ในเวลาต่อมา
รถทั้งสองคันจอดสนิทลงเมื่อพวกเขาเลยเส้นชัยมาเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคนเปิดประตูรถลงมาพร้อมกัน ทำให้บอดี้การ์ดของทั้งสองฝั่งรีบปรี่เข้ามาหาเจ้านายอย่างรวดเร็ว
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







