LOGINจนผับปิดบุษรินทร์พยุงเพื่อนที่ตัวใหญ่กว่าออกมาตรงช่องประตูที่เชื่อมต่อไปยังล็อบบี้โรงแรม อย่างทุลักทุเล โชคดีมีโซฟาตัวยาวว่างอยู่ บุษรินทร์จึงวางโรสลงตรงนั้น
"โรสแกห้ามไปไหนนะ ฉันจะไปเรียกแท็กซี่"
"อืมๆ " คนเมาหนักผงกหัวแล้วซุกหน้ากับพนักพิงของโซฟา
"อย่าลุกไปไหนนะ" บุษรินทร์หันมากำชับอีก
"เออรีบๆ จะอ้วกแล้ว"
สาวร่างเล็กในชุดเสื้อสายเดี่ยวกางเกงยีนขาด วิ่งออกไปยืนรอเรียกแท็กซี่ ทิ้งสาวสวยในชุดเดรสราตรีสีดำอันเซ็กซี่ ทั้งคอเว้าลึกกระโปรงสั้น นั่งโอนเอนบนโซฟา ห่วงก็ห่วงแต่โรสเหมือนจะหลับแทบไม่ก้าวขาเดินตาม ถ้าต้องพยุงไปยืนรอแท็กซี่ด้วยกันก็หนักเกินไป แล้วใช่ว่าจะได้รถง่ายๆ
ห้านาทีผ่านไปแท็กซี่ที่มารับคนที่รอก่อนนี้ไปหมด ห่วงเพื่อนก็ห่วงพะวงไปหมด แกร็บไงน่าจะคิดได้ก่อนนี้ บุษรินทร์ควานหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบเล็ก กระเป๋าเงินโรสอยู่นี่ด้วย ไปหาโรสก่อนค่อยกดเรียกรถดีกว่า เก็บมือถือแล้วหันหลังกลับปะทะเข้ากับชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ คุณมาร์ก! "
พอเห็นเป็นใครถึงกับตาโต สีหน้าถมึงทึงของเขาแล้วทำเอาใจคอไม่ดี หันมองรอบตัว มีชายฉกรรจ์สี่คนล้อมหน้าหลังเธออีก บรรดานักเที่ยวหน้าผับถูกกันออกจากตรงนี้ในทันที
"รีบร้อนออกจากห้องทั้งที่เจรจากันไม่จบ เพื่อจะมาเที่ยวกับเพื่อนงั้นหรือ รู้ไหมว่าเวลาแต่ละนาทีของผมมันสำคัญ ถ้ายังไม่มีคำตอบเรื่องของพ่อ"
เขาต่อว่าชุดใหญ่และสายตาตำหนิ
"ฉันมาเป็นเพื่อนโรสเท่านั้นเองค่ะ"
"มาเป็นเพื่อนเหรอ แต่ที่เห็นดูมีความสุข ดื่มกินดีดดิ้นหน้าเวทีสนุกสนาน คุณเป็นเมียพ่อไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นจะเดือดร้อน ไม่เสียใจที่พ่อตายเลยสักนิด"
คำพูดเหน็บแนมทำให้บุษรินทร์หน้าเสีย ก็จริงนะ เธออ้างตัวเป็นคนรักเมธี แต่มาเที่ยวราตรีในช่วงเวลาที่ควรเศร้าโศก ชายหนุ่มคงจับโกหกได้แล้ว แต่ยังไงเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับเงินจากเขา และไม่ต้องการเซ็นเอกสาร
"ฉะ ฉันก็เสียใจนะ "/ "เสแสร้ง! "
หญิงสาวพูดยังไม่จบ เมธาวีก็ตวาดพร้อมกับกระชากต้นแขนเธอเข้ามาแนบชิด นัยน์ตาเยือกเย็นคมกริบของเขาช่างน่ากลัว มือหนาที่จับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอบีบแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้า
"ฉันไม่ต้องการเงินนั่นแล้ว กรุณาปล่อยเถอะค่ะ เพื่อนฉันอยู่ข้างในคนเดียว"
เธอขยับถดถอยกลับยิ่งถูกรัดแน่น เมธาวีพยักหน้าให้คนของเขาที่อยู่ด้านหลังเธอให้เดินเข้ามา บุษรินทร์หัวขวับไปที่ชายผู้นั้น ผ้าขาวในมือนั่น โอวไม่นะหวังว่าจะไม่ใช่...
"อย่านะเพื่อนฉันเมาอยู่ฉันจะเข้าไปอืม...อะ..."
เธอเบิกตาดิ้นรนขัดขืนไม่นานก็เริ่มอ่อนแรง
"ยัย โรส เพื่อน ฉัน..." เสียงแผ่วพร้อมกับดวงตาหลับไป เรือนกายอ่อนพับลงกับอ้อมแขนของชายหนุ่ม เขาไม่ชอบคนพยศ ถ้าไม่ทำแบบนี้ กว่าจะพาขึ้นเครื่องไปถึงภูเก็ตคงหนวกหูและน่ารำคาญ แขนกำยำช้อนใต้ขาพับอุ้มคนหมดสติขึ้นรถตู้หรูที่เข้ามาจอดเทียบ
เมธาวีวางหญิงสาวไว้บนเบาะนั่งปรับให้เอน เพื่อคนตัวเล็กได้นอนสบาย เขาปลดกระเป๋าสะพายออกมาวางไว้อีกเบาะ แล้วจึงมองสำรวจ ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มหลับตาพริ้ม สายเดี่ยวตัวจิ๋วปกปิดเนินอกอวบและหน้าท้อง ช่วงคอระหงไล่ไปที่หัวไหล่เนียน และเรียวแขน สวยน่าสัมผัส
เมธาวีจับลูบที่ลำคอจับสร้อยไข่มุก บิดาคงหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนี้มากเพราะเคยบอกว่าจะให้สร้อยกับคนสำคัญ ผ่านไปไม่นานก็เห็นควงอยู่กับอาริตา ผู้หญิงคนนั้นใกล้ชิดถึงขั้นไปอยู่กับพ่อที่วิลล่า แล้วเธอคนนี้ละพ่อไปกินเธอที่ไหน มือหนาลูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากและปลายคางเรียวสวย ผิวนุ่มมือดีเหลือเกิน บ้าที่สุด! เขาตื่นตัวเพียงสัมผัสเธอแค่เล็กน้อยและเป็นการฉวยโอกาสที่น่ารังเกียจ เสียงเครื่องมือสื่อสารดังช่วยหยุดความคิดร้าย ชายหนุ่มถอยออกมาจากคนตัวเล็ก กดรับสายจากทีมคุ้มกันที่ผับ
"ไปส่งเพื่อนเธอหรือยัง? " [คุณเอเดรียนอุ้มขึ้นห้องแล้วครับ]
"หา! เอเดรียนพาเธอไปทำไม? "
[ไม่รู้เหมือนกันครับนายหัว คงเห็นว่าเธอเมาหลับไปมั้งครับ]
"อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเคลียร์กับเขาเอง"
หวังว่าเอเดรียนคงไม่ทำอะไรเพื่อนของบุษรินทร์หรอกนะ ตัวเขาเองก็เช่นกัน จะไม่ตะบะแตกทำอะไรผู้หญิงของพ่อเด็ดขาด
"อะไรนะ! ไอ้มาร์กเอาหนูบุษของฉันไปเหรอ ไอ้พวกโง่ทำไมมึงช้าวะ! "
วิโรจน์กำหมัดแน่น ผิดที่เขาเองให้เธอไปพบกับเมธาวี เพราะเสนอตัวช่วยบุษรินทร์ก็ไม่ยอมรับ อาณาจักรของมาร์กนั้นเป็นที่ที่เขาไม่สามารถย่างกรายได้อีกต่อไป ลูกของเมธีสงสัยเขาแอบตามสืบเรื่องอยู่ ดีที่เขาจัดการกับผู้หญิงทรยศไปแล้ว ตอนนี้อาริตากลายเป็นบุคคลหายสาปสูญ
เธอเป็นแค่เด็กกำพร้าที่เขาเก็บมาชุบเลี้ยง ส่งเสียให้เรียนและพาเข้าวงการพริตตี้ มีเบื้องหลังคือหญิงบำเรอกาม การยอมให้เด็กในปกครองมีสัมพันธ์กับเพื่อนรัก ทำให้เขารู้ความเคลื่อนไหวของเมธี ทั้งเรื่องการเจรจาซื้อที่ดินที่เขาเองก็หมายตาอยู่ ที่ดินบนเกาะภูเก็ต แต่เจ้าของอาศัยที่จังหวัดเพชรบุรี
ถ้าได้ที่ดินนั้นเขาจะขุดร่องให้น้ำทะเลทะลักเข้ามา แล้วสร้างวิลล่าหรูเป็นมัลดีฟเมืองไทยแข่งกับเกาะพยาม เมธีค้านความต้องการของเขา หาว่าจะทำให้ระบบนิเวศเสียหาย และพยายามจะซื้อตัดหน้า เพื่อนไม่น่าทำอย่างนี้เลย ไม่อย่างนั้นเขาคงจะไม่กำจัดเขาหรอก พอสิ้นเมธีแล้วเขาก็จะวางมือ แต่งตั้งวิบูลย์บุตรชายเพียงคนเดียวขึ้นมา โครงการบ้านจัดสรรไนท์ สเปซเสียที
เมื่อสี่ปีก่อนที่เขาเข้าไปตีสนิทกับนายหัวเมธี เจ้าของเมธี พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่มีโครงการบ้านจัดสรรค์ในกรุงเทพฯ ไม่กี่โครงการ แต่ทว่ามีโครงตามตามจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญๆ โดยเฉพาะภาคใต้ ทั้งภูเก็ต กระบี่ สตูล ทั้งบ้านที่อยู่อาศัย บริการบ้านพักตากอากาศสุดหรู โรงแรมห้าดาว ผลประกอบการของเมธีจึงมีมูลค่ามหาศาล
ความเป็นคนใจดีของเมธี ทำให้เขาเป็นที่รักของชุมชน ไม่ว่าอะไรที่ชาวบ้านร้องเรียนให้แก้ไข เขาจะทำทันที ซ้ำยังสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมีอยู่มีกิน
ส่วนสาเหตุที่วิโรจน์สามารถเข้าใกล้เมธีได้ ก็เพราะเขาสร้างสถานการณ์ว่าจ้างมือปืนลอบยิงเมธี แล้วทำตัวเป็นคนดีเข้าช่วยเหลือรับกระสุนแทน
คนฉลาดอย่างนายหัวเมธี ถึงจะสำนึกบุญคุณแต่ก็รู้ว่าวิโรจน์หวังอยากได้อะไรจากเขา แผนการซื้อเกาะเพื่อมาทำธุรกิจโดยไม่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบนั้น เขายอมไม่ได้ จึงพยายามเจรจาซื้อตัดหน้า นั่นจึงนำมาสู่จุดจบชีวิตอันแสนสั้นของนายหัวผู้แสนดี
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







