LOGINเมธาวีรู้สึกได้ว่าเธอตัวสั่นมากขึ้น เขย่าตัวเขาแรงกว่าเดิมน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกำลังจะร้องไห้ เพิ่งรู้ว่าบุษรินทร์ห่วงตัวเองเพียงนี้ ไม่ต่างจากเขาเลย ทันทีที่เรือพลิกคว่ำ เขาดำดิ่งคว้าตัวเธอเอาไว้ หากจะมีใครสักคนไม่รอดก็ขอให้เป็นตัวเอง ได้รู้เช่นนี้แล้วก็ลืมตาขึ้นมาขณะที่กำลังจะเอ่ยบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่หญิงสาวแนบหูเข้ากับหน้าอกข้างซ้ายของเขาก่อน หัวใจของเมธาวีเต้นแรง กระทบข้างแก้ม แรงจนได้ยินชัดเจนจึงรู้ว่าถูกแกล้งเข้าแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกว่าฝ่ามือเธอกดหนักเข้าที่ซี่โครง คงเตรียมลุกขึ้นมาแหวใส่ ต้องห้ามไม่ให้หญิงสาวทำลายบรรยากาศซึ้งใจ เขากอดคนตัวเล็กไว้แน่น แล้วกลิ้งตัวขึ้นคร่อมด้านบน
“คนบ้า! ทำไมต้องแกล้งฉันด้วย ฉันกลัวไม่มีคนพากลับขึ้นฝั่ง ฉันไม่อยากติดเกาะกับผีรู้หรือเปล่า!...ว่าแล้วยังมายิ้ม ฉันโกรธจริงๆ นะ! ”
ที่ยิ้มก็เพราะรู้สึกดีใจที่เธอแสดงความห่วงใยออกมา ถึงจะอ้างว่ากลัวไม่มีคนพากลับ ไม่อยากติดเกาะกับผีก็เหอะ
“แกล้งคุณได้ ผมก็ยิ้มสิ ว่าแต่โกรธกับห่วงอันไหนมากกว่ากัน? ” “ห่วงอะไร ฉันกลัวผีและไม่กล้าอยู่คนเดียวตะหาก”
เขากระพริบตาหนึ่งที ราวกับความหวานจะหยดใส่เธอ บุษรินทร์เผลอจับจ้องนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้น เป็นมันวาววับจนเห็นภาพเธออยู่ข้างในนั้น ตั้งแต่ตื่นนอนเขาทำให้หวั่นไหวแรงมาก หยอกเย้าราวกับเป็นคู่รัก ต่างจากก่อนนี้ที่ทำหน้ายักษ์ใส่เธอบ่อยๆ ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดแล้วลุกนั่ง ยังกังวลใจกับการปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าว
“ปีนไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอดได้”
“อดอาหารน่ะได้ แต่อดน้ำไม่ดีหรอก มะพร้าวมีทั้งน้ำทั้งเนื้อ อีกอย่างมันอยู่แค่นี้เอง” พูดแล้วถอนหายใจ
“คุณปีนช้าเกินไป น้ำหนักตัวก็มากทำให้มือล้า ฉันเคยปีนต้นมะม่วงของเพื่อนบ้านดอนเด็กๆ ค่อยๆ เลือกกิ่งที่แข็งแรง แล้วปีนขึ้นไป แต่ต้นมะพร้าวไม่เหมือนกัน ลำต้นมันแข็งแรงแต่ไม่มีกิ่งให้จับ ต้องไต่ให้ไวกว่านี้ ถ้างั้นลองให้ฉันปีนเองไหมคะ”
“ไม่ได้นะ คุณไม่สบายอยู่ นั่งตรงนี่แหละ เดี๋ยวผมปีนเอง”
เขามีร่างกายที่แข็งแรงกำยำเพียงแค่ไม่รู้เทคนิคเท่านั้นเอง และการเกาะต้นมะพร้าวไม่ใช่เรื่องง่าย เมธาวีทำตามคำแนะนำของเธอคราวนี้เขาปีนในท่าโหนขึ้นจากด้านเอนฝั่งทะเล และขึ้นถึงก้านได้ในเวลาไม่ถึงห้านาที ทั้งสองโห่ร้องดีใจ
“เจ้าจ๋อ! ขอลูกที่เนื้อกำลังกินนะ ฮ่าๆ ”
มันน่ามันเขี้ยวที่เธอแกล้งเรียกเขาเจ้าจ๋ออย่างนั้นอย่างนี้ แน่นอนแหละว่าการตัดมะพร้าวจากขั้วในขณะไม่มีมีด เขาต้องหมุนลูกมันอยู่หลายรอบจึงหลุดและโยนลงบนชายหาด ลูกที่พอกินไม่อ่อนหรือแก่เกินไป มันต้องลูกขนาดไหนเขาไม่รู้ แต่จำจากที่เคยกิน เมธาวีค่อยๆ โยนลงมาทีละลูกจนหมดทั้งทลาย และไม่ลืมจะลองทลายอื่นว่าจะแก่กว่ากันไหม ตั้งใจจะตุนสักวันสองวัน และเขาใช้ตาข่ายเก่าๆ ที่เก็บได้ วางดักปลาไว้แต่ต้องรอให้มืดปลาจึงจะขึ้นมานอนริมฝั่ง ถ้าโชคดีดักได้ก็จะมีปลากิน
ไม่ใช่การเตรียมพร้อมอยู่หลายวัน แต่อาจเป็นอย่างนั้นเพราะวันทั้งวันยังไม่เห็นเรือแล่นผ่านเลย เกาะนี้เดินรอบไม่ได้ เพราะด้านซ้ายขวาน้ำทะเลจรดภูเขาหินไม่มีชายหาด การเดินลัดป่าก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเกาะยาวแค่ไหน ที่สำคัญมีสัตว์อันตรายสัตว์มีพิษแน่นอน
“พอแล้วมั้งเจ้าจ๋อ! ”
เธอร้องบอกตอนที่เขากำลังตั้งท่าจะปีนพอดี ไม่รู้คับแค้นใจมากหรือไงถึงได้ถือโอกาสว่าเขาเป็นลิง ไม่เคยมีใครกล้าแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงต้องคำรามใส่ให้แล้ว แต่ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเรียกสรรพนามอะไร เขากลับเห็นว่าน่ารักดี เหมือนคู่รักที่มีคำเรียกแทนกัน บุษรินทร์เก็บมะพร้าวที่ถูกโยนมากองรวมกันเอาไว้
“เปลือกมันแข็งมากเราจะเฉาะยังไงคะ? ”
นี่แหละหนาเขาว่าหมาเห็นปลากระป๋อง ไม่รู้จะเปิดกันยังไง บุษรินทร์ลองเอามือฉีกเปลือกมะพร้าว แต่ทำไปก็เจ็บมือเปล่า
“เดี๋ยวผมเฉาะให้เองปะ”
ทั้งสองช่วยหอบมะพร้าวแปดลูกมาที่พัก เขาหยิบเปลือกหอยคล้ายกับเปลือกหอยนางรมวางทาบด้านขั้วมะพร้าวแล้วใช้ก้อนหินทุบเปลือกหอยอีกด้าน ความคมสามารถเจาะลูกมะพร้าวไปถึงกะลาได้ ไม่ใช่มะพร้าวน้ำหอมมีเพียงรสเปรี้ยวอมหวาน แต่ยังดีที่ได้มีอะไรตกถึงท้องบ้าง หลังดื่มน้ำหมด เมธาวีก็ทุบกะลาให้แตก ใช้เปลือกหอยเลาะเนื้อมะพร้าวอ่อนให้กับบุษรินทร์ เธอยิ้มหวานให้เขา ชายหนุ่มดีใจที่ไม่ได้พาหญิงสาวมาอดอยาก
ดวงตะวันสีส้มแดงกำลังลับขอบฟ้า ระดับน้ำทะเลหนุนสูงท่วมโคนต้นมะพร้าวที่เมธาวีปีนเมื่อกลางวัน แต่ห่างจากจุดที่เขาและเธอพักกว่าสิบเมตร ดีที่จุดนี้เป็นเนินหินสูงน้ำหนุนไม่ถึง
แม้คลื่นลมจะซัดฝั่งดังไม่ขาดช่วง ลมโกระโชกแรงขึ้นทำให้กองไฟที่สุมลุกโชน ขับไล่ความหนาวเหน็บของไอชื้นจากทะเล เนื้อตัวของบุษรินทร์ยังอุ่นด้วยพิษไข้ เธอใส่เสื้อของตัวเองและคืนเสื้อให้ชายหนุ่ม แต่เขาไม่ยอมสวม กลับใช้มันเป็นผ้าห่มคลุมร่างเล็กเอาไว้
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







