LOGIN“คุณมาร์ก อากาศเย็นนะคะเดี๋ยวก็ปอดบวมหรอก”
เธอดึงเสื้อออกจากตัว
“คุณห่มเถอะ ผมแข็งแรง”
พูดแล้วโอบห่มเสื้อของเขาให้กับเธอ ถือโอกาสกอดหญิงสาวเอาไว้ จะหนาวอะไรละเธอตัวอุ่นขนาดนี้ แม้รู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวกบ้าง แต่หัวใจของเธอมันเหมือนดอกไม้เบ่งบานอีกแล้ว หากเทียบระหว่างการร่วมรัก กับอ้อมอกที่กอดกันเวลานี้ บุษรินทร์ได้คำตอบว่าตอนนี้อบอุ่นกว่า และรู้สึกปลอดภัย แม้ว่าที่นี่จะเป็นเกาะร้าง แต่ความสุขหรือความรู้สึกดีมันวูบวาบเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ไม่กี่นาทีก็ถูกความคิดลบมาแทนที่ เธอกำลังสั่งหัวใจไม่ให้หลงรักเขา เพราะท้ายที่สุดต้องจากกัน
“เบลล่าไม่ได้บังคับว่าพี่ต้องแต่งกับเอวา ไม่ได้คิดจะบงการชีวิตพี่เลย แต่ต้องไม่ใช่ผู้หญิงเก่าของพ่อ เบลล่าเกลียดทุกคนที่มายุ่งกับพ่อ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่จะไม่ทำให้เอวาเสียใจแน่นอน”
เขาจะไม่ทำให้เอวาเสียใจแน่นอน ตีความก็คือยังไงเขาก็เลือกคนรักของเขา เธอไม่ควรคิดอะไรมากไปกว่าการเป็นเครื่องบรรเทาความใคร่ระหว่างที่เขากับแฟนยังไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และที่ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอใจง่ายหลงเสน่ห์ และรับเงินจากเขาบุษรินทร์ข่มตาไม่นานก็หลับไป รู้สึกตัวอีกทีเมื่อคนตัวใหญ่คลายอ้อมกอดไปขยับท่อนฟืนให้ไฟที่เกือบมอดลงลุกขึ้นมาอีก เธอเปิดเปลือกตาดูเขา รู้สึกว่าอาการปวดหัวตัวร้อนลดลงไปมาก
“คุณได้นอนบ้างไหมคะ? ”
“ก็งีบๆ บ้าง ผมเฝ้ายามน่ะ ที่นอนเราใกล้ป่า อาจมีสัตว์ร้ายหรืองูพิษ คุณนอนก่อนเลยนะ เดี๋ยวผมจะนอนตอนเช้า”
เพราะมีเขาอยู่ทำให้เธอไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย หญิงสาวลุกขึ้นนั่งเบียดร่างกำยำ
“ถ้างั้นฉันอยู่เป็นเพื่อนนะคะ”
“คุณไม่สบายอยู่นะ”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ” เขาพยักหน้า กองไฟที่สุมห่างจากหลังคากระสอบปุ๋ย และอยู่ด้านข้างชายหนุ่มเพราะจะได้ลุกมาคอยใส่ฟืน
“ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ”
เธอพูดขึ้นมาลอยๆ เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบใส่นาฬิกา และดูเวลาจากโทรศัพท์มือถือ นี่ดีนะตอนไปงานเลี้ยงเธอไม่ได้พกโทรศัพท์มือถือมาด้วย ไม่อย่างนั้นป่านนี้มันคงจมใต้ทะเลแล้ว เมธาวีเองก็ไม่ได้สวมนาฬิกาเช่นเดียวกัน เพราะปกติเขาจะใส่มันในตอนเข้าบริษัทหรือเพื่อเสริมบุคลิกตอนพบปะเจรจาธุรกิจ ช่วงนี้เป็นฤดูหนาวของประเทศไทย แม้ทางภาคใต้จะมีฝนบ้างแต่ท้องฟ้าคือฟ้าเดียวกัน ทำให้เขาเห็นดาวชัดเจน
“ถ้าดูจากตำแหน่งกลุ่มดาวนายพราน ก็น่าจะสี่ทุ่มกว่าแล้วละ” เธอทำท่าสนอกสนใจเหมือนเด็กกำลังฟังนิทานก่อนนอน
“ดาวสามดวงนั้นสวยมากเลยนะคะ มีระยะห่างเท่ากัน สว่างเท่ากันด้วย แต่เอ...เคยมีคนบอกว่ามันคือดาวเต่าไม่ใช่เหรอคะ? ”
“ก็กลุ่มดาวเดียวกันนั่นละ ผมเองไม่ได้สนใจเรื่องพวกหรอก บอกตามตรงว่าดูไม่ออกและลากเส้นตามก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นนายพรานตรงไหน”
“แต่ฉันลองลากเส้นตามแล้ว มันก็เหมือนเต่าอยู่นะคะ”
เธอพูดพลางชี้มือแกว่งโยงดาวดวงต่างๆ
“ถ้าขอดาวได้นะ ขอให้ฉันได้กลับบ้านสักที เป็นห่วงน้ายุพา และก็คิดถึงโรสมากด้วย” เธอพูดพรางแอบปรายตามองเขาไปด้วย
“คุณไม่ได้เชื่ออย่างนั้นหรอก ผมว่าคุณกำลังขอผมใช่ไหม? ”
“ยอมรับค่ะ ฉันห่วงโรสมาก เพื่อนเพิ่งอกหักแค่วันเดียวเองจะไปเป็นแฟนกับน้องชายคุณได้ยังไงกัน ปกติแล้วยัยโรสเป็นผู้หญิงเก่ง หยิ่งผยองไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ แล้วยิ่งเป็นเรื่องผู้ชายจะระวังตัวมากเป็นพิเศษ”
เพราะโรสนี่แหละที่ทำให้เธอรอดพ้นเงื้อมมือนายวิโรจน์ ผู้ชายคนนั้นจะต้องการรวบหัวรวบหางโรสอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเอเดรียนไม่มีทางได้เพื่อนของเธอ เพราะขนาดด็อกเตอร์กฤษณ์ที่คบกันมานานยังไม่เคยเกินเลยกันสักครั้ง
“แต่ที่ผมเห็นน่ะ สองคนนั้นดูหวานมากเลยนะ น้องชายผมซะอีกที่ดูจะหลงเธอ ทั้งที่หมอนั่นไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน”
“แต่ที่ฉันรู้มาเขามีคู่ควงไม่ใช่หรือคะ? ”
“สำหรับผมกับน้องชาย คู่ควงไม่ใช่แฟน ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลง”
คำของเขาทำให้บุษรินทร์ถึงกับทำหน้าเจื่อน ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอและหน้ายิ้มเหยียดสถานะของตัวเอง
“ใช่สิ ตอนนี้ฉันก็เป็นคู่ควงภายใต้เงื่อนไง ส่วนแฟนของคุณก็คือคุณเอวา”
เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขา และได้เห็นสีหน้าหนักใจ เบือนหน้าหนี โดยไม่ปฏิเสธในสิ่งที่เธอพูด ทั้งที่ใจลึกๆ อยากให้เขาบอกว่า เขารู้สึกหวั่นไหวบ้าง อย่างน้อยๆ ก็หลงเธอในช่วงเวลานี้ สามวันที่ผ่านมาเขาและเธอร่วมรักกันแทบจะทุกนาทีที่ตื่น จูบตามเนื้อตัวเธอไม่มีที่ว่างเว้น แม้แต่ในส่วนที่เธอเองยังรังเกียจ
ความเงียบที่เกิดขึ้นชั่วขณะ แต่ความรู้สึกตีบตันที่ใจของหญิงสาวรู้สึกว่าเนิ่นนาน เหมือนว่าเขาขบคิดจนได้คำตอบ จึงหันมามองสบตาเธอ
“ไม่มีเงื่อนไขแล้วล่ะ ถ้าเราออกจากเกาะนี้ไปได้ ผมจะให้คุณกลับกรุงเทพฯ แต่มีข้อแม้...”
“อะไรหรือคะ? ”
“คุณยังเป็นของผม ห้ามเข้าใกล้นายวิโรจน์”
“ถึงไปฉันก็ไม่มีอิสระอยู่ดีใช่ไหมคะ แล้วมันจะต้องนานแค่ไหน นานจนแฟนคุณตราหน้าว่าฉันยุ่งกับผู้ชายของเธอเหรอ”
ด้วยความอึดอัดใจ ละอายใจและขมขื่นที่ต้องอยู่ในสถานะยุ่งเกี่ยวกับแฟนคนอื่น ทำให้เธอเสียงดังขึ้นและเหมือนจะร้องไห้
“ผมไม่ได้จะเลิกกับเอวาสักหน่อย”
เหมือนว่าเขากำลังจะขึ้นเสียง แต่เมื่อเห็นหญิงสาวน้ำตาคลอจึงปรับน้ำเสียงต่ำลง
“ฉันเข้าใจค่ะ”
เธอลุกขึ้นยืนทอดสายตาไปมองบนผืนทราย น้ำทะเลที่หนุนก่อนหน้านี้ ลดลงไปเกือบเท่าเมื่อกลางวัน ยิ่งดึกคลื่นลมยิ่งแรง แม้จะไม่ถึงกับหนาวแต่เธอก็สั่นสะท้าน มันเจ็บแปลบหัวใจ อยากถามโรสแล้วว่าอาการแบบนี้คืออกหักใช่ไหม โรสรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







