LOGIN“บุษรินทร์กลับไปนอนพักเถอะคุณไม่สบายอยู่นะ”
เขาคว้าต้นแขนแต่เธอแข็งขืนเอาไว้
“ฉันขอให้เราจบกันที่นี่ได้ไหมคะ ให้ทำอะไรก็ได้ที่คุณพอใจ อะไรก็ได้ที่จะจบกันโดยที่ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณอีกแล้ว”
“คุณไม่อยากเป็นผู้หญิงของผมขนาดนั้นเลยหรือ? ” ครั้งนี้เขาดูโกรธกว่าเดิม
“ฉันมีหน้าที่การงานนะคุณ ฉันต้องเคลียร์ตัวเอง เพราะแบบนี้มันเสี่ยงมาก ถ้าในวงการรู้ว่าฉันยุ่งกับแฟนคนอื่น เสื่อมเสียชื่อเสียงไม่มีใครจ้างงาน คงไม่มีที่ยืนในสังคม เห็นใจฉันบ้างสิ”
เธอกลั้นน้ำตาที่รื้นไม่ให้ไหล ด้วยการเชิดหน้ากะพริบตา แต่ไม่อาจจะควบคุมน้ำเสียงไม่ให้เหมือนกำลังจะร้องไห้ ทำให้เขานิ่งใช้ความคิดอีกครั้ง
“ให้ฉันหาเงินคืนเอาไหม แต่ฉันจะค่อยๆ ผ่อนนะ แต่ขอจบเรื่องของเราแค่ตรงนี้”
“งั้นเรามาทำให้มันจบ” เขากระชากจนลำตัวเธอปะทะร่างกำยำของตัวเอง
“จะทำอะไร?” “ทำให้ผมพอใจสิ ปรนเปรอให้ผม อย่างที่คุณคิดว่าผมจะชอบ”
นัยน์ตาของเขาบ่งบอกชัดว่าอะไรที่ต้องทำให้พอใจ เมธาวีรู้ว่าบุษรินทร์เข้าใจ เขาโอบประคองใบหน้าเรียวประกบจูบริมฝีปากหญิงสาว แทรกเรียวลิ้นเข้าไปสัมผัสความอ่อนนุ่มในช่องปาก ก่อนตวัดรัดลิ้นเล็กให้ตอบสนอง เธอสอดรับในทุกสัมผัสแสดงออกซึ่งความหื่นกระหายไม่ต่างจากเขาเลย
รสจูบหวานไต่ระดับขึ้นสู่ความดุดัน วงแขนเรียวโอบรัดลำตัวบึกบึน ลูบไล้มือสัมผัสเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบสมส่วนชายฉกรรจ์ แผ่นหลังตึงแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ พละกำลังของเขาช่วยปกป้องเธอจากท้องทะเลกว้างอันน่ากลัว และเคยทำให้เธอแทบสำลักความสุขในคราร่วมสวาท แต่ทุกอย่างจะจบสิ้นหลังออกจากเกาะนี้ ฉะนั้นเธอต้องเก็บเกี่ยวมันเอาไว้
ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากมาไซ้ซอกคอ บุษรินทร์แหงนหน้าเปิดทางให้เขาดูดลำคอซ้ายขวา รู้สึกเสียววาบลงไปถึงช่องท้องและเธอหลั่งหยาดน้ำแห่งความปรารถนาออกมา
“อ๊ะ! ”
หญิงสาวหลุดเสียงครางเพราะเขาแทรกฝ่ามือผ่านขอบกางเกงเข้าไปสัมผัสจุดอ่อนไหวที่ชื้นแฉะ เมธาวีถอดอาภรณ์ทุกชิ้นจากกายเธออย่างไม่รีบร้อน ก่อนจับคนตัวเล็กให้หมุนตัว รวบผมยาวโกยมาไว้ที่ด้านหน้าของเธอเพียงฝั่งเดียว แล้วประกบแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง เลื่อนมือหนาเกาะกุมที่โหนกน้อยหว่างขาใช้นิ้วบดบี้ติ่งหฤหรรษ์ แล้วสอดเข้าสู่ร่องรักอันเปียกลื่น
“คุณมาร์ก อะ อา...”
บุษรินทร์เคลื่อนไหวยวบยาบมือทั้งสองของเธอคว้าหมับเข้าที่สะโพกด้านหลังของชายหนุ่ม เอียงแก้มขึ้นคลอเคล้ากับใบหน้าคมที่ซุกลงมาจูบที่ไหล่ของเธอ เอี้ยวลำคอให้เคราสากเสียดสี ร่างกาย ความแข็งเกร่งภายในบ๊อกเซอร์ถูไถบั้นท้ายกลมกลึง คงเหมือนกับที่เขาขยับท่อนฟืนเข้าสู่กองเพลิง เติมเชื้อไฟราคะของบุษรินทร์ให้ลุกโชน เร่าร้อนปรารถนาให้เมธาวีเติมเต็ม ขยับท่อนฟืนแข็งๆ ของเขาเข้าสู่ภายในตัวเธอ
“ฉัน...ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ คุณมาร์คะ ได้โปรด...”
มือขวาของเธอเปลี่ยนมาเกาะกุมหลังมือเขา เคลื่อนตามจังหวะที่ชายหนุ่มแทรกนิ้วสองนิ้วในร่องสวาท
“ทำให้ผมก่อน แล้วผมจะช่วยให้คุณหายทรมาน”
เขากระซิบบอกก่อนพลิกตัวเธอหันหน้ามา กดไหล่เล็กให้ต่ำลงไป เป็นอันรู้ว่าเขาอยากให้ปรนเปรอแบบไหน บุษรินทร์ไม่อิดออดที่จะทำตามความต้องการของชายหนุ่มและคือความต้องการตัวเองด้วย มือเรียวลูบไล้แผงอกของเขา คุกเข่าลงลากไล้ลิ้นไปสู่ช่องท้อง จับรูดกางเกงของชายหนุ่ม ท่อนฟืนขนาดกำไม่รอบเหยียดตรงปะทะกับซอกคอ
เธอจับยึดมันด้วยมือทั้งสองรูดหนังหุ้มให้ส่วนปลายโค้งมนบานออก ใช้ริมฝีปากงับละเลียดลิ้นราวกับเลียไอติมแท่ง แล้วจึงค่อยๆ อมเข้าไปในปาก เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นก็รู้สึกว่ามันลึกจนถึงคอหอย ความคับแน่นทำให้ปวดเมื่อยในปาก เสียงสูดปากครางทำให้เธอดูดแรงขึ้นๆ จนเขาคำรามออกมา หวังถึงขั้นให้เขาปลดปล่อยน้ำรักในปากของตัวเอง
เมธาวียืนเกร็งในคราแรกที่หญิงสาวสัมผัสท่อนฟืนของเขา และสะท้านสุดตัวตอนที่เธอใช้ปากดูดรูดเข้าออก ริมฝีปากสวยเม้มสุดกำลังของเธอ ทำให้รู้สึกราวกับเข้าสู่ร่องรักอันคับแคบ ปวดหนึบและเสียวปราบไปทั้งตัว เขาขยุ้มเส้นผมกลางศีรษะของเธอ ควบคุมเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ร่วมกับขยับบั้นท้ายเสยลำแกร่งเข้าออกลึกกว่าเดิม
“อา วิเศษเหลือเกินทูนหัว ซี้ดส์...”
ชายหนุ่มหลับตาพริ้มอย่างเพลิดเพลิน อยู่หลายนาที บิดสะโพกงัดซ้ายทีขวาที ความใหญ่แข็งขึงทำให้เธอเริ่มจะไม่ไหวส่งเสียงอึกอักในลำคอ เขาจึงค่อยๆ ผ่อนมือดันใบหน้างามออกแล้วดึงเธอยืนขึ้นมาขนาบตัว ยกขาเรียวหนึ่งข้างแล้วย่อตัวแทรกความเป็นชายเข้าสู่ในท่ายืน
ในจังหวะเดียวที่เขาจดจ่อสอดท่อนฟืนร้อนเข้าสุดทางนั้น บุษรินทร์ถึงกับหลุดปากคราง มันคับแน่นเต็มร่องและถูกแรงส่งทะลวงเข้าออก มันร้อนเหมือนมีไฟลุกอยู่ทั่วกายจนภายในโพรงรักเธอร้อนระอุ คนตัวเล็กขยับรับเขาตามจังหวะเขย่งปลายเท้าข้างที่ยันพื้นขึ้นจนสุด ซ่านเสียวจนจะยืนไม่ไหว สองมือน้อยเกาะจิกแขนเขาเอาไว้แน่น
“คุณมาร์ก! ” “ว่าไง คุณเป็นอะไร บอกผมซิ”
“ฉันจะ ไม่ไหวแล้ว อา”
บุษรินทร์ครางหวาม บอกว่าจะไม่ไหว แต่เขารู้ดีว่าเธอไหวหลังพูดก็เร่งจังหวะเข้าออกมากขึ้น ชายหนุ่มถอนกายออกจับเธอหันหลัง เบียดพาขยับไปที่ต้นหูกวาง คนรู้งานคว้าเกาะต้นไม้เอาไว้ โก่งสะโพกให้เขาบีบแคล้น เสือกไสความเป็นชายเข้าสู่เนื้อนุ่มอีกครั้ง โยกโยนกายแทงลึกในร่องสวาทอันคับแน่น เธอตอบโต้ด้วยการขมิบแรง เขายิ่งตอกอัดเข้าใส่แรงขึ้น
“โอ้ว แน่นอะไรอย่างนี้ บุษรินทร์คุณทำให้ผมเสียวมาก”
เขาพึมพำเบาๆ ขณะที่เธอร้องครางเสียงอ่อนหวาน เหมือนจะเสร็จก่อนหน้านี้แต่เธอก็ฮึดขึ้นมา มีความสุขกับการถูกทำรักริมชายหาดยามราตรี กองไฟไร้คนสุมฟืนเปลวเพลิงลดลงเรื่อยๆ ส่วนร่องรักที่ถูกลำแข็งแกร่งทะลวงอยู่นี้กำลังเร่าร้อนดังไฟลุกโชน
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







