LOGIN“น้องบุษถึงคิวแล้วค่ะ!” “ค่ะพี่แก้ว”
หญิงสาวตอบรับแล้วเดินเข้าในสตูดิโอถ่ายทำรายการต่อ หลังจบงานถ่ายทำรายการ ขายสินค้าบุษรินทร์ยังรับงานพิธีกรแนะนำสินค้าตามงานอีเว้นท์ หรือตามช็อปอีกด้วย
บุษรินทร์สูญเสียบิดาตั้งแต่ยังเล็ก และมารดาก็มาจากไปเพราะปัญหาสุขภาพ เธออาศัยอยู่กับครอบครัวของน้ายุพาน้องสาวของแม่ ในช่วงมัธยมปลายเธอได้ชวนโรสมาอยู่ด้วย เพราะอีกฝ่ายก็เพิ่งสูญเสียพ่อแม่บุญธรรม เหตุผลที่ชวนเพื่อนเข้าบ้านเพราะอย่างน้อยก็มีคนอยู่กับเธอ สามีน้ายุพาคอยอาศัยจังหวะเข้าหาเธอตลอด แต่ก็มีปัญหายงยุทธลูกชายน้ายุพาคอยจ้องจะลวนลามเพื่อนของเธอ โรสจึงพาออกมาจากบ้าน แต่อย่างไรก็ต้องส่งเงินให้น้ายุพาอยู่ เพราะสามีนางเอาแต่กินเหล้าลูกชายก็เสพยา
โซนจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือบนห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
“สวัสดีคุณลูกค้าทั้งหลายที่เข้ามาในห้างฯ แห่งนี้นะคะ วันนี้ทางศูนย์ของเรามีมือถือรุ่นใหม่ สเปคแรง ฟังก์ชันครบ ราคาคุ้ม เรียกได้ว่าของดีแต่ถูก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มีอยู่ในเครื่องนี้เครื่องเดียว และพิเศษจริงๆ สำหรับซื้อผ่านเครือข่ายของเราซึ่งเป็นเจ้าแรกที่นำเข้า โปรรายเดือนสุดคุ้ม...”
น้ำเสียงหวานไพเราะฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ เข้ากับใบหน้าหวานของเอ็มซีสาว สะกดให้คนเดินผ่านไปผ่านมาหยุดฟัง บางคนสนใจจองผลิตภัณฑ์ หรือเข้ามาสอบถาม
วันนี้บุษรินทร์อยู่ในชุดสีเขียวอ่อน สีเดียวกับสีของเครือข่ายมือถือ ในระหว่างทำงานยิ้มหวานพูดคุยกับคนที่ผ่านไปมา มีสายเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าไม่ขาด แต่เธอเปิดเพียงระบบสั่นเท่านั้นจึงไม่รู้ว่ามีคนโทร.หา หลังจบงานหญิงสาวจิบน้ำอุ่นที่ทางช็อปเอามาบริการ กล่าวลาผู้จัดการสาขา ยังไม่ทันก้าวออกจากร้านบุษรินทร์เช็กสายโทร.เข้า
“โห! เก้าสายเลยเหรอ น้ายุพามีธุระอะไรเร่งด่วนนะ”
พูดกับหน้าจอแล้วกดโทร.กลับโดยไว ฝ่ายนั้นกดรับทันทีเหมือนกับรออยู่
“บุษ! เห็นพวกพี่จงรักไหม?!”
“ทำไมหรือจ๊ะน้ำยุ เสียงตกอกตกใจเชียว”
“ตกใจสิก็แกไปสร้างเรื่องไว้!” “เรื่องอะไรคะ?!”
“ใช่สิก็แกไปชวนพวกนั้นเล่นแชร์ออนไลน์ ท้าวแชร์โกงหอบเงินหนีเกือบพันล้านบาทเป็นข่าวใหญ่โต ไปทำอะไรแบบนี้”
“บุษไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ เฟซปลอมหรือเปล่า”
“ก็ญาติเราหลายคนและคนทั้งซอยบ้านเรา บอกว่าเฟซบุ๊กบุษทักแชทไปชวนเล่นแชร์ได้ดอกร้อยละเก้าสิบ ถ้าไม่ใช่แกใครจะรู้จักชื่อเล่นล่ะ”
“ไม่จริง!”
“เอาเป็นว่า แกอยู่ห้างฯ หรือเปล่าคนเสียหายเขาบุกไปหาแล้ว” “หาจริงหรือน้า !”
ถามได้แค่นั้นก็รีบกดวางสายและตั้งท่าวิ่ง เพราะเห็นกลุ่มคนรู้จักนับสิบ เดินกระจายกันมองหา คงหาเธอแน่ๆ มีอะไรไว้ไปพูดคุยทีหลังถ้าเกิดเหตุกลางห้างฯ แบบนี้เสียหายแน่ หญิงสาวมองหาทางหนีทีไล่ ฝั่งทางขวาไม่มีคนพวกนั้นเธอเดินเร็วพยายามไม่ให้เหมือนวิ่ง ชุดกระโปรงสั้นนี่ก็เขียวสะท้อนแสงเชียวต้องรีบไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ระหว่างเดินกึ่งวิ่งเธอหันหลังไปมองบังเอิญสบสายตากับลุงคนหนึ่งที่รู้จักกันดี
“อยู่โน่น!”
ชายสูงวัยร้องเสียงดังพลางชี้มือ และทุกสายตาก็หันมาที่เธอ
“ตายแล้วยังไม่พร้อมคุยในห้างนี้”
ถ้าถอดส้นสูงก่อนคงหนีไม่ทันแน่ ดีที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ทางกว้างขวางมีพื้นที่ให้เธอวิ่ง แต่ฝ่ายคนตามก็ตามมาไม่หยุด บุษรินทร์วิ่งหลบเข้าไปทางหนีไฟตรงไปเป็นลิฟต์ด้านหลังไม่แน่ใจว่าลิฟต์จะมาไวไหม ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ เข้าห้องน้ำจะเหมือนจนมุมไหมนะ ห้องน้ำดีกว่าอย่างน้อยก็ไม่รู้ว่าห้องไหน หญิงสาวเลี้ยวเข้าห้องน้ำเร็วก่อนที่คนตามจะโผล่แต่เธอชนเข้ากับชายตัวโตก่อนจะถึงห้องน้ำ ผลัวะ!
“ว้าย!”
เธอร้องออกมาด้วยตกใจ เผลอคว้ากอดชายคนนั้นเอาไว้ จนทั้งคู่ถลาแต่หนุ่มร่างใหญ่ก็ทรงตัวได้โดยเหวี่ยงเธอเข้ากับผนัง
“คุณช่วยบังหน่อยมีคนตามทำร้ายฉันค่ะ”
กล่าวอ้างโอเว่อร์ไปหน่อยเพราะกลัวชายหนุ่มโวยวาย บุษรินทร์ซุกหน้าเข้ากับแผงอกผู้ชายคนนั้นทั้งที่เขาเป็นใครก็ไม่รู้ เธอคว้าเสื้อสูทที่ชายหนุ่มสวมปิดตัวเองไว้ ทีแรกเมธาวีตกใจไม่น้อย แต่พอรู้ว่าหญิงสาวกำลังหนีคนตามจึงยอมอยู่นิ่งๆ ร่างเล็กสั่นระริกเป็นลูกนกตกน้ำ
เธอเบียดแนบชิดจนเขาสัมผัสได้กับผิวกายละเอียด เนื้อตัวนุ่มนิ่ม กลิ่นเหงื่อผสมกับน้ำหอมราคาแพงขับออกมาเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเธอ ฟีโรโมนของเธอหอมและดึงดูดมาก จนเขาเกิดอาการตอบสนองต่อมัน
เมธาวีสูดดมกลิ่นหอมละมุนเข้าไปเต็มปอด แม้ยังไม่เห็นหน้าแต่รู้สึกอยากจะจูบเธอ เพราะกลิ่นเย้ายวนนี้ ในระหว่างนั้นมีเสียงโวยวาย เพราะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างฯ เข้ามาสอบถามกลุ่มคนที่วิ่งไล่หญิงสาวกลางห้างสรรพสินค้า ทำให้ผู้เข้ามาเดินต่างแตกตื่น
“ขอโทษนะคะคุณอย่าออกไปนะ”
บุษรินทร์อ้อนวอนทั้งเนื้อตัวและน้ำเสียงสั่นน่าสงสาร
“แบบนี้เสียเวลาผมนะ”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ลมหายใจของเขาเป่ารดจนขนลุก นาทีนี้จึงรู้ตัวว่ากำลังกอดกับใครก็ไม่รู้ เธอกลัวโดนประจานกลางห้างฯ จนไม่รู้สึกกลัวว่าจะถูกผู้ชายลวนลาม ก็เมื่อกอดกันไปแล้ว ขอให้รอดพ้นกลุ่มเพื่อนบ้านก่อนแล้วกัน
“ถ้างั้นรบกวนคุณดูให้ฉันได้ไหมคะว่าพวกเขาไปหรือยัง”
“ยังนะ เขาไม่เชื่อฟังที่ รปภ.พูดเลย”
“ฉันขอร้องเถอะนะคะ ช่วยบังจนกว่าพวกเขาจะไป”
เธอกอดเขาไว้ชายผู้โอบกอดไม่ผลักไส บุษรินทร์จึงนิ่งเงียบ และเริ่มรู้สึกถึงว่าหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น ส่วนจังหวะหัวใจของเธอที่เริ่มเต้นปกติหลังจากวิ่งจนหนื่อย เพราะอ้อมกอดแข็งแรงของชายผู้นี้โดยแท้ ในตอนนี้หญิงสาวไม่ได้ยินเสียงรอบข้างนอกจากเสียงหัวใจ ตึก ตึก บุษรินทร์ค่อยๆ ใช้มือน้อยดันแผงอกเขาเพื่อผละออกห่าง เธอแหงนมองหน้าทันที
“ค คุณมาร์ก!”
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







