Share

อ้อมอกแสนอุ่น 1.1

last update Last Updated: 2026-02-09 15:43:29

ข่าวการเสียชีวิตของนายเมธีถือเป็นเรื่องสะเทือนความรู้สึกของบุษรินทร์มาก เธอเรียกเขาเจ้าสัวเมธีทั้งที่ควรเรียกนายหัวเมธีมากกว่า เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเมธีเป็นเจ้าของวิลล่าหรูที่ภูเก็ต มีหลายสาขาและยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่ง 

ชายวัยกลางคนใบหน้าหล่อเหลาและใจดีผู้นี้มาติดพันเธอตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ เขาคารมดีสุภาพ และอบอุ่น จนไม่อยากเชื่อว่าเธอจะหวั่นไหวกับชายรุ่นราวคราวเดียวกับพ่ออย่างง่ายดาย แต่ติดที่เพื่อนรักคอยเตือนสติว่าควรคิดให้ดีเสียก่อน เพราะบุคคลเหล่านั้นอาจมีผู้หญิงมากมาย และพริตตี้เป็นเพียงของเล่นของชายมีเงิน แค่หวั่นไหวแต่ยังไม่ได้สานสัมพันธ์ ก็มีนายวิโรจน์เข้ามาตีสนิท คราวนี้โรสเพื่อนรักของเธอก็ลากออกห่างคนพวกนี้ทันที 

ในระหว่างรอถ่ายทำรายการขายสินค้าผ่านทางช่องทีวี ภาพข่าวในหน้าจอทีวี ยังคงเกาะติดการเสียชีวิตของเมธี นักข่าวรายล้อมหนุ่มหล่อลูกชายของผู้ตาย นี่หรือมาร์กที่เมธีเคยบอกเธอ นัยน์ตาเขาเศร้าหมองทว่ามีประกายดุดันเหมือนมีไฟลุกในนั้น เขาสัมภาษณ์นักข่าวยอมรับข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่

ผมอยากฝากผ่านสื่อเรื่องหนึ่ง คุณพ่อท่านมีผู้หญิงที่คบหากัน ผมขอไม่เอ่ยชื่อ หวังว่าเธอจะดูอยู่ เพราะตั้งแต่คุณพ่อเสียยังไม่ปรากฏตัว คุณพ่อจัดสรรเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับเธอ ผมต้องการมอบให้ตามความประสงค์ของท่าน

“ทำไมเธอไม่ไปงานศพละคะ แบบนี้คุณเมธาวีสงสัยหรือว่าว่าผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องกับการตายของคุณพ่อ? ” เมธาวีควบคุมสีหน้าเรียบเฉย

“ผมจะสงสัยอะไรละครับ ตำรวจคงทำหน้าที่อย่างดีแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นผู้หญิงของคุณเมธีจะไปติดต่อที่ไหนคะ? ”

“สำนักงานบริษัทของผมในกรุงเทพฯ ครับ ผมจะอยู่ที่นี่อีกสามวัน ขอตัวนะครับ”

นักข่าวหลายคนยังห้อมล้อมถามคำถามตามหลัง แม้ว่าหนุ่มหล่อจะขึ้นรถแล้ว เพราะมีบางช่องวิเคราะห์ว่าการตายของเมธีอาจเกิดจากเหตุฆาตกรรม 

บุษรินทร์หวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นเลย ขอให้เมธีจากไปอย่างสงบอยู่ในภพภูมิที่ดี เพราะแม้จะไม่ได้เป็นคนรัก แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเกือบจะได้เป็น ช่วงแรกเขาเข้าหาตามงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ เมธียังหล่อคมเข้ม ดูไม่แก่เลยสักนิด เมธาวีก็มีใบหน้าคล้ายกันมากกว่าครึ่ง แต่บุตรชายของเขามีคุณแม่เป็นชาวอเมริกันจึงมีความเป็นลูกครึ่งบวกเพิ่มเข้ามา 

เมธีเคยเล่าเรื่องแองจี้ภรรยาเก่าให้ฟังว่า เธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนพบกันโดยบังเอิญในงานเลี้ยง ตอนนั้นไม่รู้ว่ายังเด็กจึงเข้าหาและได้เธอมา แต่เพียงไม่นานอดีตภรรยาก็ถูกพี่ชายคนโตบินมารับตัวกลับไป เขาใช้เวลาตามหาถึงกว่าสามปี และพบว่าแองจี้มีลูกชายกับตัวเอง จึงพากลับมาอยู่ด้วยกันจนมีลูกสาวอีกคน 

ทั้งคู่แยกทางกันหลายปีเพราะทัศนคติที่แตกต่าง แต่โชคดีที่เธอให้สิทธิ์ดูแลลูกๆ เมธีชัดเจนในเรื่องครอบครัว ในตอนที่จีบเธอเขาไม่มีพันธะกับใคร และมีครั้งหนึ่งที่เคยดินเนอร์ด้วยกัน

“ที่ว่ามีอะไรจะให้ เนื่องในโอกาสอะไรหรือคะ? ”

“ก็คงเป็นเรื่องที่หนูยอมมาดินเนอร์กับผมนี่แหละ”

“ต้องขนาดนั้นเลยหรือคะ? ”

“ต้องสิ จะเข้าถึงหนูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ บุษแค่ผู้หญิงธรรมดา จะเข้าถึงเจ้าสัวสิเป็นเรื่องยากกว่า”

“ยากสิใครว่าไม่ยาก ถามจริงเพื่อนที่ชื่อโรสเป็นเลสเบียนหรือเปล่า? ” 

“ไม่หรอกค่ะโรสมีแฟนแล้ว เจ้าสัวก็รู้นี่คะ” 

บุษรินทร์ยิ้มขำเพราะเรื่องโรสหวงเธอมากไปจนถูกมองว่าเป็นคู่เลสเบียนนี้ไม่ใช่คนแรกที่สงสัย

“หนูบุษนี่ยิ้มน่ารักจัง ถ้ารังเกียจว่าผมแก่เกินไป จะมาเป็นสะใภ้ก็ได้นะ” “ใครจะรังเกียจเจ้าสัวก็ละคะ” 

“ไม่เอา เรียกเจ้าสัวฟังดูแก่ ขนาดคนงานเรียกนายหัวผมยังไม่ชอบเลย เรียกคุณเมธีดีกว่านะ”

“ก็ดีนะคะ บุษว่าคุณเมธีก็ไม่ได้แก่อะไรเลย”

“ขอบคุณนะที่ยังมองว่าผมไม่แก่น่ะ แต่ว่าที่จริงก็อายุมากกว่าหนูบุษหลายปี จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้”

“ไม่เอาค่ะอย่าพูดแบบนี้ไม่ดี คุณเมธีดูแข็งแรงอยู่ รับรองว่าอายุยืนยาวจนได้เป็นคุณปู่ทวดแน่นอน”

เมธีสบสายตาหวานเด็กสาวคนนี้น่ารัก สุภาพ ทุกคำพูดของเธอนั้นรู้สึกได้ว่าออกมาจากใจ ไม่ได้แกล้งชมหรือเสแสร้งเพียงเพราะหวังให้เขาเปย์ข้าวของเงินทองให้

“นี่ครับของขวัญสำหรับหนูบุษ” หนุ่มใหญ่หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้เธอ

“อะไรกันคะ? ” เธอยิ้มตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด

“บอกไปเดี๋ยวหมดลุ้น เปิดดูสิ”

หญิงสาวรับกล่องมาถือไว้ ส่งยิ้มให้คนมอบให้ก่อนเปิดออกดู จี้ไข่มุกซีกเงาวาวขึ้นเรือนดอกเดซีกลีบดอกประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กระยิบระยับ สร้อยทองคำขาวเส้นเล็กสองเส้นพันไขว้กัน เป็นเครื่องประดับที่ไม่ดูหรูจนไม่กล้าใส่ หากแต่งดงามเข้ากับผู้หญิงทุกวัย และเข้ากันการแต่งกายได้ทั้งสไตล์วัยรุ่น หรือชุดราตรี เมธีจับจ้องใบหน้ายิ้มเธอตะลึงเล็กๆ และมองของที่เขาให้อย่างชื่นชอบ

“คุณเมธีคะ มันสวยมากแต่ดูแพงเกินไปบุษคงไม่กล้ารับไว้”

เธอทำท่าจะส่งคืน แต่เขาไม่ยอมรับมันคืน

“ทำไมล่ะ ผมอุตส่าห์แย่งชิงเจ้ามาร์กมาให้หนูบุษเลยนะ”

“ว่ากันว่าคนที่ให้มักหวังสิ่งตอบแทนที่มากกว่า หรืออาจจะมองบุษเป็นคนเห็นแก่ได้ บุษยอมรับว่าสร้อยไข่มุกเส้นนี้สวยมาก ชอบที่มันคือของขวัญ แต่คนที่ให้หวังอะไรหรือเปล่า? ”

“หวัง... หวังให้หนูบุษชอบมัน และหวังให้ชอบผมด้วย หัวใจต้องแลกด้วยใจ ผมไม่คิดว่าให้ไปแล้วจะต้องได้ตัว เพราะหนูบุษมีค่ากว่านั้นมาก”

เมธียืนยันความบริสุทธิ์ใจ ในวันนั้นเธอเองก็หวั่นไหวไม่น้อย แต่เพียงหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปเขาก็มีผู้หญิงคนอื่นข้างกาย และกลับกลายเป็นนายวิโรจน์พยายามเข้ามาใกล้ชิดแทน ทำให้โรสกันเธอออกห่างจากคนทั้งสอง บุษรินทร์จับไปที่จี้มุก ทุกวันนี้เธอยังสวมสร้อยเส้นนั้นอยู่ เพราะชอบมันมาก แต่พอคิดถึงคนให้นี่สิ คิดแล้วก็ยังคงใจหาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status