LOGIN"พี่ชาย! เอวา! "
เบลล่าโบกมือให้ทั้งสอง ก่อนวางกระเป๋าวิ่งเข้าสวมกอดพี่ชายแน่น ดีใจที่เมธาวีพาเอวามาด้วยตามที่เธอขอ เธอวางแผนมาเสียดิบดีมัดมือชกให้พี่ตัวเองกลายเป็นแฟนกับเพื่อนรัก และจะไม่มีทางปล่อยให้พี่ชายไปคว้าผู้หญิงอื่นมาเป็นภรรยานอกจากเพื่อนของตน ก็เอวานั้นทั้งสวย หวาน น่ารัก จิตใจดี เหมาะจะมาเป็นพี่สะใภ้ที่สุด ถึงพี่ชายจะปฏิเสธว่าคิดกับเพื่อนแค่น้องสาวก็ไม่สน เบลล่าจะเอาแบบนี้ เบลล่าเอาแต่ใจและพี่ต้องตามใจเท่านั้น
"อะไรกัน ไปแค่สิบกว่าวันเองนะ คิดถึงมากขนาดนั้นเหรอ"
เอวาแซวเพื่อน เมื่อสองสัปดาห์เพิ่งบินมางานศพบิดา ก่อนกลับไปทำเรื่องจบการศึกษา แล้วก็บินมาอยู่กับพี่ชายอีก เบลล่าแอบกระซิบบอกว่า จะมาอยู่เมืองไทยจนกว่าจะทำให้พี่ชายแต่งงานกับเธอก่อน เพราะรู้ดีว่าตลอดเวลาที่เบลล่าอยู่อเมริกา เมธาวีไม่ค่อยเอาใจใส่เอวาเลย เรื่องนี้เอวาเข้าใจดีที่ผ่านมาเขาชวนไปกินข้าวหรือไปเที่ยว เพราะน้องสาวขอร้องทั้งนั้น จริงอยู่ว่าเธอหลงเสน่ห์พี่ชายเพื่อน แต่พอดูเหมือนเขาทำเหมือนเอ็นดูเธอมากกว่าจึงก็ไม่อยากหวังอะไรมาก
"ก็ไปอยู่ที่โน่นน่ะแม่แองจี้ของฉันขัดใจทุกอย่างเลย ไม่เหมือนพี่ชายตามใจทุกอย่าง"
"ถ้าพี่รู้ว่าน้องจะเอาแต่ใจขนาดนี้ ก็คงตามใจหรอก" เมธาวีกำมือใช้สันหมัดเคาะหน้าผากน้องสาวเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
"ไม่ได้ ต้องตามใจสิ พี่ชายสัญญาเองว่าจะไม่ขัดใจน้อง เฮ้อ! ในที่สุดก็เรียนจบสักที จะหนีแม่แองจี้มาอยู่กับพี่ดีกว่า"
"เราแวะกินอะไรกันก่อนไหม หรือว่าง่วง? "
"ไม่ง่วงค่ะ พี่ชายก็รู้ว่าเบลล่าหลับง่าย ขึ้นเครื่องก็เฝ้าพระอินทร์เลย ไปกินกันก่อนคิดถึงอาหารไทยจะแย่อยู่แล้ว เอวาไม่มีธุระใช่ไหมไปด้วยกันนะ"
"ไม่มี ฉันเคลียร์งานมารับเบลล่าโดยเฉพาะ"
เมธาวีพยักหน้าให้คนขับรถมาลากกระเป๋าสัมภาระทั้งสองใบของน้องสาว ทั้งสามเดินไปรอด้านหน้าให้รถวนมารับไปยังร้านอาหารริมทะเล
"น้ำจิ้มแซ่บสุด ซี๊ดส์!! "
ต้มยำทะเลรสเด็ด และอาหารทะเลเผาบนโต๊ะ แทบจะเหลือแต่ซากเพราะความอยากมานานของเบลล่า มาครั้งก่อนเธอกินอะไรไม่ลงเลย ตอนนี้เริ่มทำใจได้กับการจากไปของบิดา เอวาเองก็ช่างเอาใจแกะกุ้ง แกะหอยให้ ก็แบบนี้แหละพี่ชายควรได้กับเพื่อนรักของเธอ เพราะเข้ากันได้ดี เพราะถ้าได้พี่สะใภ้ไม่เอาใจล่ะเบลล่าไม่มีทางยอมเด็ดขาด
"กินอิ่มแล้วใช่ไหมเบลล่า เอาวาล่ะ อิ่มยังทำไมกินน้อยจัง"
ชายหนุ่มตักปลากะพงทอดน้ำปลาให้เพื่อนน้องสาว
"ขอบคุณค่ะ เอวาใกล้อิ่มแล้ว แค่เห็นเบลล่ากินก็อิ่มตาม"
เธอค้อมศีรษะขอบคุณอย่างน่ารัก เอวาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเบลล่าเกือบสองปี ทั้งสองรู้จักกันระหว่างไปเข้าค่ายทำกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมต้น
เอวาเป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ใบหน้าหวานดวงตากลมโต เวลายิ้มแก้มบุ๋มน่ารัก แม้เขาจะอยู่ในสถานะแฟนกับเธอก็จริง แต่ความรู้สึกก็ยังคิดว่าหญิงสาวเป็นน้องที่น่ารักอยู่ดี ผิดกับบางคนที่เพิ่งรู้จัก เขาหัวใจเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้เธอ ร้อนรุ่มและแข็งตัวเพียงแค่สัมผัส เมื่อเช้าถ้าไม่ตัวร้อนเป็นไข้ก็คงจัดหนักสักรอบก่อนออกมา ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ
"พี่ชาย พี่ชายคะ! " ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย
"ว่าไง เบลล่าทำไมเรียกพี่เสียงดัง? "
"เบลล่าว่าพี่ดูใจลอยนะ มีอะไรหรือเปล่า? " ถามพลางจ้องหน้า ไม่เคยเห็นพี่ชายจะมีอาการแบบนี้มาก่อน
"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่มาร์ก? " เอวาเองก็เป็นห่วงเขาว่ามีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่า เมธาวีถึงขั้นประหม่าจะบอกได้หรือว่ากำลังคิดลามก
"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก บางทีพี่ก็เครียดเรื่องคดีของพ่อ"
อ้างพ่อเอาตัวรอดไปก่อน ซึ่งความจริงเรื่องนี้ก็เครียดพอสมควร แจ็คกี้เลขาของเขาแจ้งว่าอาริตาน่าจะถูกฆ่าปิดปากไปแล้ว และที่บุษรินทร์มาอ้างตัวก็เพราะนายวิโรจน์สั่งให้มา ถึงเธอจะยังไม่เคยเป็นของใครทั้งพ่อและเพื่อนพ่อ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอรู้เห็นกับการตายของพ่อ
"ตอนนี้ผู้หญิงของพ่อที่พี่ตามหาเจอหรือยังคะ? "
เบลล่าไม่ได้คุยกับพี่ชาย แต่ติดตามคดีผ่านข่าวสาร จึงรู้ว่าพี่ชายต้องการตัวผู้หญิงของพ่อ
"เจอแล้ว แต่เป็นอีกคนไม่ใช่อาริตา"
"หรือคะ เบลล่าอยากจะเห็นหน้านักว่าจะสวยแค่ไหน"
บิดาของเธอฉลาดจะตาย แสดงว่าผู้หญิงที่มาลวงพ่อต้องสวยจนห้ามใจไม่อยู่แน่เลย
"เดี๋ยวค่อยไปดูก็ได้ มีเรื่องนิดหน่อย ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นทำงานที่ฟาร์มมุก"
"อ้าว ทำไมละคะ? " เบลล่าแปลกใจผู้หญิงอย่างนั้นหรือจะไปทำงานที่มันลำบาก ที่แปลกยิ่งกว่ารู้สึกว่าพี่ชายเหมือนพูดจาไม่เต็มเสียง
"ไว้พี่ค่อยเล่านะ" ชายหนุ่มบอกปัด และเอวาเห็นถึงความอึดอัดใจนั้น
"เบลล่าอย่าซักพี่นักสิ ว่าแต่กลับมาไทยนี่จะทำอะไรต่อ? "
"เบลล่ายังไม่ทำอะไรหรอก เกาะพี่ชายกินแล้วก็ว่าจะไปนอนที่วิลล่าของพ่อให้สบายใจ"
"ไม่ได้!" ทั้งสองหันมาที่เมธาวีเป็นตาเดียว
"พี่จัดห้องไว้ให้น้องที่บ้านแล้วไง"
แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพี่ชายซุกหญิงไว้ในนั้น แต่เบลล่าก็ไม่โวยวายให้เอวาไม่สบายใจ ถึงแม้เพื่อนเธอเองก็อาจจะรู้อยู่แล้ว
"งั้นน้องจะพักที่รีสอร์ตก็ได้"
คนเอาแต่ใจหน้างอเป็นปลาทูแม่กลอง แต่ถึงยังไงก็ต้องรู้ให้ได้ว่าพี่ชายแอบช่อนใครเอาไว้
"วันนี้พักบ้านก่อน พรุ่งนี้พี่มีนัดกับเอเดรียนที่เพชรบุรี น้องจะไปด้วยไม่ใช่หรือ? "
"ค่ะ เบลล่าคิดถึงพี่เอเดรียน"
เขาจำเป็นต้องหอบน้องสาวไปด้วย เพราะรู้ว่าเบลล่าจะไปที่วิลล่าของบิดา และก็ไม่ผิดจากที่คาด เธอชอบที่นั่นมาก ไปพักผ่อนทุกครั้งที่กลับไทย
รอบวิลล่าโอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีคราม หันไปทางชายฝั่งหาดทรายขาวนวล ที่นี่สวยหรูบรรยากาศดี แต่ขณะเดียวกันก็ดูโดดเดี่ยว มีเพียงเสียงโมบายเปลือกหอยดังกุ๊งกิ๊งในยามสายลมพัดโชยมาปะทะ บุษรินทร์เดินเล่นไปรอบๆ นั่งหย่อนเท้าในน้ำทะเล บ้างก็นอนคว่ำเขี่ยน้ำในสระน้ำจืดสีมรกต
สองวันมานี้สมองมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์คอยจะคิดถึงเมธาวี เขาคงไม่รู้สึกอะไรสินะ ในขณะที่บางครั้งเธออ่อนไหวและเสียดายกับสิ่งที่สูญเสียแล้วเรียกคืนกลับมาไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าเมื่อเขาใช้เงินแลก เธอก็คงไร้ค่าต่อความรู้สึก
'ต้องยอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้วให้ได้สิบุษรินทร์'
หญิงสาวบอกกับตัวเองซ้ำๆ ไม่มีสิ่งไหนเจ็บปวดเท่ากับตอนมารดาจากไปอีกแล้ว กะอีแค่เสียตัวร่างกายเธอบุบสลายไปเสียเมื่อไหร่ ยังสาวและยังสวยเช่นเดิม หากเราไปด้อยค่าตัวเองก็รังแต่จะเป็นทุกข์ คิดแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ อยากพูดคุยกับโรสที่สุด คิดอีกทีก็ไม่อยากให้เพื่อนไม่สบายใจ รู้สึกสับสนไปหมด
ป๋องแป้งรับหน้าที่แม่บ้าน ทำอาหารให้ และคอยกำชับเรื่องกินยาคุมกำเนิด ซึ่งเธอหงุดหงิดใจไม่น้อย คนอย่างบุษรินทร์รักตัวเองมากพอ และไม่คิดจะตั้งท้องเพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบหรอก ยิ่งกับผู้ชายที่ได้เธอแล้วไม่เห็นค่า จากไปตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง ก็ยิ่งไม่มีทางเลยจะลดศักดิ์ศรีไปง้องอนเขา
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





