LOGINวันที่สามของการถูกทิ้งราวกับถูกลอยทะเลหญิงสาวหยิบกระเป๋าถือของตัวเองออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียง เขาคงไม่คิดจะซ่อนมันจริงจัง ในกระเป๋าสตางค์ใบเล็กแหวนเพชรของโรสและสร้อยไข่มุกยังอยู่ครบ โทรศัพท์มือถือแบตหมดและเธอไม่มีสายชาร์จ อยากไปเดินเที่ยวกินอาหารอร่อยๆ และซื้อของแต่ไม่รู้นายหัวมาร์กจะห้ามไหม บุษรินทร์เปิดประตูห้องนอนเห็นป๋องแป้งกำลังถูพื้นอยู่พอดี
สามวันมานี้แทบไม่ได้คุยกัน ยกเว้นตอนที่ป๋องแป้งไปเลิกผ้าปูที่นอน และถามเรื่องรอยเลือดบางๆ ที่เปรอะอยู่ว่าบุษรินทร์มีรอบเดือนหรือเปล่า เธอไม่ได้เอาผ้าอนามัยมาจะออกไปซื้อให้ พอบุษรินทร์ไม่ให้คำตอบ ป๋องแป้งไม่ถามอีกเพราะเดาได้ว่ารอยนั้นเกิดจากอะไร
"พี่แป้งบุษอยากขึ้นฝั่งได้ไหม? " ป๋องแป้งหยุดทำงานแล้วหันมาที่เธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"พี่ขอถามนายหัวก่อนนะ ถ้าเขาให้ไปได้เขาจะสั่งให้เรือมารับ แต่ต้องให้พี่ทำงานบ้านเสร็จก่อน"
"ให้บุษช่วยไหม? "
"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจะเจ็บมือเอาเปล่าๆ "
"บุษไม่เกะกะก็ได้ แต่ข้อมือหายปวดแล้วล่ะ"
เธอนั่งกดดันให้ป๋องแป้งโทร.แจ้งนายหัวของนาง และเขาอนุญาตอย่างเหลือเชื่อ สามสิบนาทีต่อมาก็มีเรือมารับเธอกับป๋องแป้งขึ้นฝั่ง คนมีเงินในกระเป๋าค่อยยิ้มออก จะถือโอกาสกินเที่ยว ให้หายเครียด บุษรินทร์สวมชุดที่เธอใส่ก่อนถูกจับตัวมา แต่มีเสื้อคลุมฮาวายใส่ทับสายเดี่ยวอีกตัว สวมรองเท้าแตะธรรมดาที่ซื้อใส่ทำงานที่นี่
"คุณบุษครับ! " ก้าวเท้าขึ้นฝั่งก็ได้ยินเสียงเรียกของชายหนุ่ม
"น้องหมอ" หญิงสาวยิ้มให้หนุ่มรุ่นน้อง ธนาเองก็ยิ้มแก้มปริ เขามารอบุษรินทร์ที่ฟาร์มมุก นั่งร้านกาแฟสอดส่ายสายตามองหาแต่ไม่เห็นเธอเลย
"ดีใจจัง รู้ไหมว่าผมมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ"
"คำนี้มันคุ้นๆ นะ ฮ่าๆ " เขาตั้งใจพูดประโยคในหนังแม่นากพระโขนงให้เธอขำ ป๋องแป้งเองก็หัวเราะไปด้วย
"แล้วนี่พี่ทั้งสองนั่งเรือมาจากไหนครับ?" ถามด้วยความสงสัยว่าทำไมคนงานถึงได้นั่งเรือนายหัวมาร์กได้
"พี่สองคนไปทำความสะอาดวิลล่าให้นายหัวน่ะ" ป๋องแป้งตอบแทนเพราะเห็นบุษรินทร์หน้าถอดสี และเหมือนจะหาคำแก้ตัวไม่ได้
"อ๋อเหรอครับ พี่บุษพี่แป้งกินอะไรมาหรือยังครับ? "
"ยังเลยจ้ะ พี่กะจะมาหาซื้อของก่อน แล้วค่อยหาอะไรกิน ไม่รู้จะมีใครใจดีพาไปไหม? " ตอบพลางยิ้มมองไปที่เขา
"ได้เลยครับพี่บุษ ข้าวมื้อนี้ผมเลี้ยงพี่บุษกับพี่แป้งเอง เข้าไปในร้านก่อนครับพี่ๆ " "ขอบคุณค่ะ แต่ขอไปที่อื่นดีกว่า" บุษรินทร์ไม่อยากให้คนงานมองไม่ดี
"ได้เลยครับ" แค่เธอเปิดทางให้ธนาก็ยินดีจนบอกไม่ถูกแล้ว
ป๋องแป้งไม่อยากทำตัวเป็นก้างขวางคอของทั้งสอง แต่คำสั่งนายหัวคือต้องติดตามบุษรินทร์ตลอด จึงติดตามไปเสียวสันหลังไป อยากสะกิดบอกอีกคนเหลือเกินว่าถ้านายหัวรู้จะเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนบุษรินทร์จะไม่แคร์ไม่สนใจ พูดคุยกับหนุ่มรุ่นน้องอย่างสนิทสนม ธนาเป็นเด็กหนุ่มที่มีแต่ความสดใส แจกยิ้มเก่ง ช่างสรรหามุกตลกขบขัน อ่อนน้อมถ่อมตนแม้แต่กับป๋องแป้งเป็นแค่คนงาน เขาก็ยังให้ความเคารพเพราะอายุมากกว่า
ป๋องแป้งคิดว่าถ้าบุษรินทร์ชอบพอกับธนาก็คงดีกว่า ความรู้สึกต่อหญิงสาวเปลี่ยนไปเมื่อเจอหลักฐานยืนยันว่าบุษรินทร์เป็นสาวบริสุทธิ์ ความอิจฉาเล็กๆ ก่อเกิดในใจ เพราะผู้หญิงผ่านการมีสามีมาแล้วอย่างเธอ คิดเกินเลยกับนายหัวผู้มีพระคุณก็ถือว่าผิดมากแล้ว และไม่มีทางได้รับความรัก หรือแม้โอกาสขึ้นเตียงกับเขายังไม่มีสิทธิ์
ธนาขับรถมาไกลถึงริมหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว พาบุษรินทร์เดินจับจ่ายซื้อของ ทั้งคู่พูดคุยถูกคอราวกับรู้จักกันมานาน เพราะความช่างซักช่างถามและจากที่ได้ดูคลิปของเธอหลายคลิป ทำให้เขาจับจากคำพูดก็รู้ว่าหญิงสาวชอบอะไรไม่ชอบอะไร และก็ไม่ลืมที่จะหันมาพูดคุยกับป๋องแป้งบ้าง เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ แต่หญิงผู้ติดตามก็เลือกรักษาระยะห่างออกไปเดินยืดเส้นยืดสายไกลๆ ให้ทั้งสองพูดคุยกันสะดวก
"ผมแปลกใจอยู่นะว่าทำไม พี่บุษมาทำงานที่ฟาร์มมุก"
ชายหนุ่มถามขึ้นระหว่างนั่งรออาหารที่โต๊ะ หญิงสาวยิ้มเจื่อนกับคำถาม แต่เข้าใจได้ว่าเขาต้องสงสัยเป็นเรื่องธรรมดา
"มันยังไงดีล่ะ...เปรียบเทียบเอาแล้วกันนะ มันเหมือนกับว่าพี่กินอาหารแล้วไม่มีเงินจ่าย เลยต้องล้างจานชดใช้น่ะ"
เธอเปรียบเปรยเพียงให้เห็นภาพ เพราะความจริงนั้นมันเลวร้าย จะบอกได้อย่างไรว่าเธอไม่ต่างจากแก๊งต้มตุ๋น สวมรอยเป็นเมียนายหัวเมธี และถูกจับได้จนต้องมาอยู่ในสภาพนี้ ธนาเองก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจว่าที่บุษรินทร์ทำงานชดใช้คงไม่ใช่เงินหลักร้อยหลักพัน เพราะเท่าที่ดูเธอซื้อของค่อนข้างจะมีราคาและเป็นสินค้าแบรนด์เนมเสียด้วย
"อย่างนั้นหรือครับ มากหรือเปล่าแล้วต้องทำอีกนานแค่ไหนครับ" ถ้าทำนานก็ดีเขาจะได้มาหาเธอบ่อยๆ
"ข้อตกลงยังแปรเปลี่ยนตามสถานการณ์ค่ะ แต่คิดว่าเร็วสุดน่าจะสักเดือน มากสุดคงไม่ถึงสองเดือนแหละ"
ยังไม่ได้ทำสัญญาว่าจะต้องชดใช้เขาอีกจนถึงเมื่อไหร่ ที่แน่ๆ เธอเปลี่ยนไปรับผิดชอบบนเตียงแล้ว นั่นคือสิ่งที่บอกธนาไม่ได้
"รู้แล้ว ผมจะช่วยพูดกับพี่มาร์กเอง ว่าพี่บุษไม่ควรทำงานหนัก ขั้นตอนทำหอยมุกมันมีหลายกรรมวิธีนะพี่ ถ้าเป็นไปได้พี่บุษน่าจะไปทำงานดีไซน์จิลเวลรี่กับพี่เอวาดีกว่า"
"พี่เอ่อ คือพี่วาดรูปไม่เป็นค่ะ"
บุษรินทร์หาข้ออ้างทั้งที่เธอก็สนใจงานดีไซน์ไม่น้อย ก็เพราะเอวาพี่สาวของเขาคือคนรักของเมธาวี
"เอางี้เดี๋ยวผมพาไปดูที่ออฟฟิศก่อน เพราะผมเองก็ช่วยงานพี่มาร์กเหมือนกัน"
บุษรินทร์พยักหน้ารับ เธอยิ้มเก่งพอกับเขาการที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันทำให้โลกนี้ดูสดใสมากขึ้น อีกโต๊ะในร้านอาหารเดียวกันซึ่ง ห่างพอที่จะไม่ได้ยินเสียงสนทนาปกติ หลังกลับจากเพชรบุรีเบลล่าก็ขอให้พี่ชายพามานั่งกินข้าวก่อนที่เธอจะย้ายไปพักที่รีสอร์ต และแน่นอนเอวาต้องมาด้วย
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ



![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



