LOGINป๋องแป้งจอดรถเครื่องหน้าร้านขายยาร้านประจำ โล่งใจที่วันนี้มีเภสัชกรอยู่คนเดียว แต่เพียงเปิดประตูร้านเท่านั้นแหละ น้องหมอของเธอก็ออกมาจากหลังร้าน
"อ้าวหวัดดีครับพี่แป้ง วันนี้มา...คนเดียวหรือครับ"
ก่อนจะเอ่ยถามก็สอดส่ายสายตาหาสาวสวยอีกคนที่มาเมื่อวาน แต่แล้วก็ผิดหวังเบาะรถจักรยานยนต์ไม่มีใครนั่งอยู่
"พี่มาคนเดียวจ้ะ"
ตอบทั้งใบหน้าเจื่อน เหมือนมีอะไรไม่สบายใจ
"ไม่สบายหรือเปล่าครับ สีหน้าไม่ดีเลย? "
สีหน้าเธอออกขนาดนั้นเลยหรือ ก็แน่ละตั้งแต่เมธาวีโทร.มาสั่งให้เธอมาซื้อยา ซื้อของอีกหลายอย่าง และให้ไปทำงานที่วิลล่ากลางน้ำ ความรู้สึกเธอก็คือช็อกไปเลย
"เอ่อ ใช่ค่ะ พี่ไม่สบายนิดหน่อย"
"อ้อครับ อาการเป็นยังไงบ้าง ผมจะจัดยาให้"
หนุ่มหล่อยิ้มละมุนให้กับพี่สาวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี หลังจัดยาให้จะถือโอกาสถามถึงสาวสวยคนนั้น เย็นนี้แหละเขาจะเอาครีมกันแดดไปให้เธอที่ทำงาน ป๋องแป้งหน้าซีดเพราะเภสัชหญิงเดินเข้าไปหลังร้าน คงไม่มีทางหลบเลี่ยงได้หรอก ใครๆ ก็รู้ดีว่าเธอเคยมีสามีแล้วถึงตอนนี้จะโสดก็เหอะ
"พี่เอายาคุมฉุกเฉินหนึ่ง แล้วก็ยาคุมอีกแผงด้วย"
ธนาหน้านิ่ง มิน่าล่ะเธอถึงมองไปที่เภสัชหญิงลูกจ้างของเขาหลายครั้ง เพราะเขินที่จะซื้อยานี่เอง ที่สำคัญซื้อยาคุมฉุกเฉินซะด้วย ก็แสดงว่าเมื่อคืนพี่สาวคนสวยไปทำอะไรกับผู้ชายมา ตอนนี้เป็นเขาที่แก้มแดงแทนลูกค้าซะงั้น แต่เมื่อเธอถามซื้อจากเขาแล้วก็คงต้องจัดให้เอง
"อ่อได้ครับพี่สาว" ธนาส่งยิ้มละมุนแล้วก้มลงไปหยิบยาคุมฉุกเฉิน ก่อนเงยหน้าหวานๆ ขึ้นมาถามอีกรอบ
"แล้ว แบบ แผงนี่ พี่เคยกิน ยี่ห้อไหนอยู่ครับ? "
ถามแบบไม่เป็นประโยค ทำไมต้องเขินด้วยไม่สมกับเป็นเภสัชเลย คงเพราะเขานับถือป๋องแป้งเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง
"เอาอะไรก็ได้จ้ะ ขอที่ดีหน่อย" หนุ่มหล่อพยักหน้าแล้วก้มหยิบยามาใส่ในถุงกระดาษยื่นให้เธอ
"สองร้อยแปดสิบบาทครับ" ป๋องแป้งจ่ายเงินแล้วรับถุงมา
"ไปก่อนนะ" เธอยิ้มที่ดวงตา แต่ริมฝีปากฉีกยิ้มไม่ออก
"ครับ อ้อพี่สาวเดี๋ยวก่อน! ถ้าผมจะไปหาคุณบุษ ต้องไปที่ไหนที่ฟาร์มมุกได้ไหม"
ป๋องแป้งหยุดกึก! ในใจนึกสงสารหนุ่มหล่อเหลือเกิน คงไม่รู้ตัวว่าอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้จีบ เธอหันมาที่น้องหมอคนหล่อ
"ไม่ธรรมดานะเราน่ะ เพิ่งเจอครั้งเดียวจีบเลยว่างั้น? "
"ไม่ครั้งเดียวครับพี่ ผมคุ้นหน้าคุณบุษ แล้วพอดีไปเจอช่องยูทูปของเธอ ตามไอจี เฟซบุ๊กมาหมดแล้ว ตอนนี้ผมว่าผมรู้จักเธอมากเลยแหละ"
ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ก็เมื่อคืนนอนดูคลิปไปเรื่อยจนหลับไป ตอนนี้อยู่ในสภาพไม่ต่างจากแฟนคลับของบุษรินทร์ก็ว่าได้
"เสียใจจ้ะ ตอนนี้บุษยังไม่สะดวก แต่ถ้ามีโอกาสพี่จะบอกนะ"
"ฝากด้วยนะครับ" หนุ่มหล่อขยิบตาให้ ป๋องแป้งได้แต่พยักหน้าและฝืนยิ้มให้เขา
หญิงสาวบนเตียงขยับจมูกดุ๊กดิ๊ก เธอได้กลิ่นข้าวต้มหอมกรุ่นโชยมากับสายลม ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาแล้วมองไปข้างๆ ไม่มีชายหนุ่มที่ร่วมสร้างสุขกับเธอเมื่อคืน เธอปวดหัวเล็กน้อย รู้สึกหนักตรงหน้าผาก จับดูจึงรู้ว่าเป็นผ้าชุบน้ำลดไข้ มุมปากยกยิ้มอย่างสุขใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเมธาวีจะทำให้เธอ บุษรินทร์พยายามจะลุก เธอปวดตัวรู้สึกเหมือนกับว่าถูกรถบรรทุกทับ ระบมไปทั้งตัว อีกทั้งยังฝากรอยจูบเป็นวงเล็กๆ ไปทั่วเรือนร่าง
ร่างผอมบางค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง หยิบชุดที่วางไว้ข้างเตียงมาสวมใส่ให้เรียบร้อย มาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่จำเป็นต้องใส่ชุดชั้นในหรอก เพราะมือยังเจ็บไม่น้อย และที่เจ็บที่สุดคือจุดความเป็นหญิง เขาลงทัณฑ์มันราวกับโกรธแค้น ควบขับครั้งแล้วครั้งเล่าจนสาสมใจ และเธอดันมีความสุข ยินยอมให้เขากระทำเสียด้วย คิดถึงเวลานั้นก็ยิ้มหวาน บุษรินทร์ลุกเดินไปที่ประตู เมื่อตื่นเต็มที่ก็ยิ่งได้กลิ่นอาหารชัดเจน
"เขาทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ"
ถ้าเป็นแบบนั้นเช้าวันนี้คงจะเป็นเช้าที่โรแมนติก และน่าประทับใจ ผู้ชายที่เธอเพิ่งเสียความสาวให้ เช็ดตัวลดไข้ให้เธอ แล้วยังทำมื้อเช้าให้กินอีก หญิงสาวเปิดประตูก้าวออกมาด้านนอก โต๊ะที่ระเบียงมีถ้วยข้าวต้มสองถ้วย และมีถุงยาวางอยู่บนโต๊ะด้วย เธอค่อยๆ นั่งลงและมองไปที่ห้องที่น่าจะเป็นห้องครัว เพราะได้ยินเสียงคนเหมือนมีคนเก็บของใส่ตู้เย็น หยิบช้อนคนข้าวต้มตักขึ้นมาเป่าให้เย็น แต่พอปลายสายตาไปเห็นว่าใครเดินออกจากห้องนั้นก็หน้าซีดเผือด
"พี่แป้ง"
"ตื่นแล้วเหรอ กินข้าวต้มก่อนสิ "
ป๋องแป้งยิ้มสีหน้าดูปกติมาก
"ค่ะ" แต่อีกคนรู้สึกมองหน้าป๋องแป้งไม่ติด เพราะรู้ดีว่าเธอคนนั้นก็แอบชอบนายหัวมาร์ก ทำไงได้ก็มันเป็นแบบนี้ไปแล้ว
"คุณมาร์กไปไหนคะ? "
"ไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าจะไปไม่ต่ำกว่าสามวัน"
ป๋องแป้งตอบแล้วเดินมานั่งกินกับเธอ บุษรินทร์พยักหน้ารับรู้ กลายเป็นว่ารู้สึกเจ็บอกยังไงชอบกล เขาออกไปหลังจากได้เธอ ปล่อยทิ้งให้นอนหลับโดดเดี่ยวบนเตียง
เรื่องที่น่าจะโรแมนติกในทีแรก กลับกันกลายเป็นนอยด์ไป ระหว่างกินข้าว ในหัวบุษรินทร์คิดตลอดว่า พี่สาวคนนี้คงรู้ดีว่าระหว่างเธอกับเมธาวีเกิดอะไรขึ้นแค่คิดก็กลืนไม่ค่อยลง
"ไม่อร่อยเหรอ? "
ป๋องแป้งรู้ดีว่าบุษรินทร์กำลังอึดอัดหรือคิดอะไรบางอย่าง
"อร่อยค่ะ"
"อร่อยก็กินเยอะๆ จะได้กินยา"
"อิ่มแล้วค่ะพี่แป้ง กินยาเลยแล้วกัน"
บุษรินทร์หยิบซองยาพาราออกมา มียากล่องเล็กๆ ซึ่งเธอไม่เคยเห็น แค่เพียงอ่านข้างกล่องก็หน้าชาวาบ 'ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน' แล้วยังมีกล่องแบนๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก เป็นยาคุมกำเนิดชนิดแผงยี่สิบแปดเม็ด จากหน้าชากลายเป็นซีดเซียว
"เอ่อ เขาให้พี่แป้งซื้อมาให้บุษหรือคะ? "
"ใช่จ้ะ เคยกินใช่ไหม? "
อดรู้สึกไม่ได้ว่าสายตาที่ป๋องแป้งมองเธอ ดูจะไม่พอใจและกำลังต่อว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย ไม่สิ คิดคงว่าเธอถึงขั้นแรดเลยล่ะ เพราะแทนที่จะถามว่าเคยกินหรือเปล่า กลับถามว่าเคยกินใช่ไหม
"เคยค่ะ"
ตอบพร้อมกับเชิดหน้ายิ้มน้อยๆ จะทำตัวหงอให้เขามาข่มไม่ได้ ถึงจะมีมิตรไมตรีต่อกันแต่เรื่องผู้ชายไม่เข้าใครออกใครหรอก ก็ดันนอนกับชายที่ป๋องแป้งหมายปอง แล้วผู้ชายยังใช้ให้นางเอายามาให้เธออีก
"ก็ดีจ้ะ กินให้ถูกล่ะ จะได้ไม่พลาด" ป๋องแป้งรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์หึงหวงหรือโกรธ เพราะนายหัวเมธาวี ไม่ใช่ผู้ชายของตัวเอง แต่บางทีบุษรินทร์ก็ควรยับยั้งใจไว้บ้าง เพราะตัวเองก็เป็นผู้หญิงของนายหัวเมธีมาก่อน อีกอย่างเมธาวีก็มีตัวจริงอยู่แล้ว
"ขอบคุณค่ะ บุษไม่สบายใจเท่าไหร่ เพราะเมื่อวันก่อนพี่บอกว่าพี่..." / "เรื่องพี่ชอบนายหัวมาร์กเหรอ ไม่ต้องซีเรียสหรอก ใครก็ชอบเขาทั้งนั้นแหละ อีกอย่างบุษก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวของเขา สำคัญไปกว่านั้นเขามีคุณเอวาเป็นตัวจริงแล้ว ถ้าจะเป็นห่วงความรู้สึกของพี่ เป็นห่วงตัวเองซะก่อน"
คำพูดตรงๆ ของป๋องแป้ง ทำเอาบุษรินทร์รู้สึกเหมือนเจอหมัดน็อกสลบคาเวที แต่มันช่วยดึงสติเธอได้ดี เขามีคนรักอยู่แล้ว ถึงไม่เคยเห็นหน้า ถ้าเป็นพี่สาวของธนา ก็คงจะสวยและน่ารักไม่น้อย ถึงได้ครองใจเมธาวีได้ ทำไมหัวใจมันหน่วงๆ
"บุษขอตัวไปพักก่อนนะคะ" เธอปั้นหน้านิ่งหยิบถุงยาพร้อมกับแก้วน้ำ เดินเข้าห้องไป
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







![คีรินทร์ วาเลนซิโอ [ ใต้ปีกมาเฟีย ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)