LOGINวิโรจน์ยิ้มพอใจ บุษรินทร์คงหวังอยากจะฮุบเซฟเฮ้าส์ของเขา ถ้าเธอเป็นเด็กดี อาจจะได้มากกว่านั้น แต่ถ้าหักหลังเมื่อไหร่ มันก็ง่ายที่กำจัดโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น
“พรุ่งนี้เลยสะดวกไหม? ” เขาโน้มหน้าเข้าหา จ้องเธอตาไม่กระพริบแววตายหื่นกระหายฉายชัด บุษรินทร์ตีสีหน้าลังเลและหลบสายตาอย่างเขินอาย
“หมายถึง...บุษต้องยอมเจ้าสัวเลยหรือเปล่าคะ? ”
“ถ้าหนูยังไม่พร้อมฉันก็รอได้ ไปอยู่ก่อนเถอะ”
“ขอบพระคุณเจ้าสัวค่ะ” บุษรินทร์ไหว้งามๆ ขอบคุณ น้ำตาคลอหน่วย ตื้นตันใจประหนึ่งได้มงกุฎนางงาม ถึงแม้จะเป็นแค่สิบแปดมงกุฎก็เถอะ เธอมีเวลาเพียงแค่อย่างมากห้าวัน ที่จะสืบเรื่องของผู้หญิงที่ถูกทำร้าย โดยเฉพาะเมริกา น่าจะรู้เรื่องและเป็นพยานได้ว่านายวิโรจน์สั่งฆ่าใครบ้าง
“ท่านจะให้คุณบุษไปที่เซฟเฮ้าส์จริงหรือครับ ผมกลัวว่าเธอจะเห็นริก้า”
ปราบดาถามขณะอยู่บนรถกับเจ้านาย หลังกลับจากภูเก็ตเขาก็รับหน้าที่ดูแลวิโรจน์ตามเดิม
“ริก้าอยู่ในห้องลับ บุษรินทร์จะไปเห็นมันได้ยังไง”
วิโรจน์ทำหน้าหงุดหงิดเมื่อคิดถึงเมริกา ใจจริงไม่ได้คิดจะฆ่าแกงเธอ เพราะอย่างน้อยเมริกาก็ซื่อสัตย์กว่าเด็กผู้หญิงคนอื่น นิสัยใจคอเข้ากับเขาได้ แต่เพราะพลั้งมือทุบตีเธอปางตาย ตอนนี้แอบเอาหมอเข้ามารักษาแต่อาการไม่ดีขึ้น
“ไว้ใจได้หรือครับ เพราะเธอก็ไปอยู่กับนายหัวมาร์กตั้งหลายวัน พวกนั้นอาจใช้เธอเป็นเครื่องมือก็ได้” ปราบดาทำสีหน้ากังวล
“ทำไมนายคิดแบบนั้น? ”
“เมื่อก่อนเธอปฏิเสธท่านแต่ ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเข้าหา”
“เธอหวังเงินไอ้มาร์กแล้วยังถูกมันเจาะไข่แดงแล้วทิ้งนะสิ พอไม่สดแล้วก็เลยง่ายกับฉัน แล้วตอนนี้ยังไม่มีนังกุหลาบพิษจูงจมูกอีก บุษรินทร์ก็เลยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”
“ครับผม ผมเชื่อว่าท่านมองคนขาดครับ”
รอยยิ้มทระนงเมื่อถูกป้อยอ ทำให้ปราบดากระหยิ่มในใจ นายวิโรจน์ไม่สงสัยแบบนี้ก็เข้าทางบุษรินทร์ สิ่งที่เขาหนักใจต่อจากนี้คือ ต้องคอยกันท่าไม่ให้บุษรินทร์ถูกเผด็จศึก ก่อนได้หลักฐาน
ปากบอกกลัวคำนินทาแต่บุษรินทร์กลับทิ้งหลักฐานภาพถ่ายที่มีรถนายวิโรจน์อยู่ด้านหลัง แม้ไม่เห็นป้ายทะเบียน แต่พริตตี้หลายคนก็รู้ ข่าวซุบซิบนิทาในแวดวงไฮโซถูกเผยแพร่ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และโซเชียล ซึ่งก็เป็นความจงใจของวิโรจน์ที่ต้องการเย้ยเมธาวี ด้วยไม่เชื่อว่าถ้าใครได้บุษรินทร์น ายมาร์กจะไม่หวงเธอ เขาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่กำลังจะจัดขึ้นในไม่กี่วันข้างหน้า จะควงคู่พรีเซ็นเตอร์สาวสวย
และมันได้ผล ทำให้เมธาวีร้อนในอก ราวกับหม้อแปลงไฟฟ้าที่กำลังช็อร์ตพร้อมระเบิด ตั้งแต่วันหญิงสาวหนีไป ก็สับสนระหว่างตามกลับหรือปล่อยไป เขาเลือกปล่อยเธอไปแต่ให้คนติดตามดูว่า บุษรินทร์ร่วมมือกับนายวิโรจน์หรือไม่ หวังว่าเธอจะไม่บอกเรื่องที่เขากำลังสืบหาคนที่ขับรถไปกับบิดาก่อนเสียชีวิต ซึ่งภายในใจลึกๆ เชื่อว่าหญิงสาวจะไม่ทำ จนในที่สุดได้เห็นเธอรับงานของบริษัทไนท์ สเปซของนายวิโรจน์ มีภาพหลุดไปไหนมาไหนด้วยกัน และกำลังจะไปร่วมงานอสังหาฯ ที่เขากำลังจะไปด้วย
บุษรินทร์ดูมีความสุขเหมือนกับว่าไม่เคยคิดถึงเขา จากที่บอกว่าไม่แคร์ แต่แท้จริงแล้วโกรธมาก เธอหนีเขาไปหาผู้ชายแก่คราวพ่อ และตอนนี้ไปขลุกอยู่ที่เซฟเฮ้าท์ ซึ่งหมายความว่าเป็นผู้หญิงของนายวิโรจน์โดยสมบูรณ์ ยอมให้ไอ้สารเลวนั่นทับรอยเขา นิตยสารในมือถูกเขวี้ยงอย่างฉุนเฉียวในจังหวะที่เอวาเปิดประตูเข้ามา หนังสือเฉียดหน้าเธอไปนิดเดียว
“ว้าย! ” คนตัวเล็กกระโดดถอยหลังอย่างตกใจ จนตัวเธอกระแทกเข้ากับผนังห้อง
“เอวา เป็นอะไรหรือเปล่า?! ” เขาถอยเก้าอี้รีบเข้าไปประคองหญิงสาวจับแก้มมองสำรวจรอยช้ำ เพราะไม่ทันเห็นว่าหนังสือโดนหรือไม่ เอวาส่ายศีรษะ แต่หัวใจเธอยังเต้นแรงเพราะตกใจ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่มาร์ก หนังสือเฉียดหน้าเอวานิดเดียวเอง”
“พี่ขอโทษนะเอวา พี่เครียดนิดหน่อย”
“เอวาเข้าใจดีค่ะ เรื่องคดีคุณลุงใช่ไหมคะ? ”
“ก็ใช่ส่วนหนึ่งจ้ะ เมื่อสามวันก่อนผู้ต้องสงสัยว่าขับรถของพ่อ ถูกรถบรรทุกชนตายไปแล้ว”
นี่เป็นหนึ่งในข่าวร้ายที่เขาได้รับ หลังตำรวจทราบเบาะแสคนขับรถ และกำลังจะวางแผนล้อมจับ ชายคนนั้นก็ชิงตายเสียก่อน และดูเหมือนไม่ใช่อุบัติเหตุ นายวิโรจน์คงสั่งคนติดตามตัวเพื่อกำจัดในวันที่ความลับอาจถูกเปิดเผย
“แล้วจะทำยังไงต่อคะ? ”
“การสืบคดีก็คงล่าช้า ไปจนกว่าจะหมดอายุความ ถ้าพี่ไม่ฆ่านายวิโรจน์ซะก่อนนะ”
“ขอให้มีหลักฐานมัดตัวเขาเถอะค่ะ เอวาไม่อยากให้พี่ฆ่าคน”
“วันพุธที่จะถึงนี้พี่จะไปกรุงเทพฯ เอวาไปด้วยกันนะ”
“งานอสังหาฯ น่ะหรือคะ?”
“ใช่จ้ะ” “ดีจังค่ะ เอวาว่าจะเข้ากรุงเทพไปงานจิวเวลรี่แฟร์อยู่เหมือนกัน แต่ติดที่ว่าเบลล่าบินกลับอเมริกาไปแล้ว ส่วนธนาก็บินไปเรียนต่อโทด้วยเหมือนกัน”
“ธนาไปเรียนเมืองนอกเหรอ ไหนว่าจะไปปีหน้า? ”
“เอวาไม่รู้เหมือนกันค่ะ อยู่ๆ อาทิตย์ก่อนธนาก็บอกอยากไปเรียนต่อ แล้วก็บินไปเลย ทั้งที่หาที่พักยังไม่ได้ด้วยซ้ำ”
เอวายอมรับว่าน้องชายดูแปลก และมีเรื่องหนักใจ แต่เธอไม่กล้าถาม ทั้งที่เคยบอกว่าจะพาพี่ไปงานจิวเวลรี่แฟร์ เพื่อดูสินค้าแบรนด์อื่นบ้าง จะได้เปรียบเทียบและพัฒนาแบรนด์ของเธอ แต่กลับไปเรียนต่อเหมือนหนีอะไรบางอย่าง
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







