مشاركة

บทที่ 4

مؤلف: คริสตัล เค
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาเห็นยาเรียงเป็นแถวอยู่บนโต๊ะข้างเตียง

พร้อมกับโน้ตที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาของอเลสซิโอ

“ที่รัก อย่าลืมกินยานะ ฉันกำลังจัดการงานอยู่ เดี๋ยวกลับมากินมื้อเย็น”

ฉันเหลือบมองมัน แล้วเดินออกจากห้องไป

ฉันต้องการชนวน

อะไรสักอย่างที่จะเป็นข้ออ้างที่ “สมเหตุสมผล” ให้ฉันเดินออกไปด้วยความโกรธ และสร้างช่องว่างให้ฉันหายตัวไปตลอดกาล

และเบียงกาก็คือชนวนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่นชั้นล่าง

เบียงกาสวมสูทชาแนลราคาแพง กำลังพูดคุยกับเพื่อนสาวไฮโซของเธออยู่สองสามคน

“พวกเธอไม่รู้หรอก วันเกิดอายุสิบแปดของฉัน พี่จานนีกับพี่อเลสซิโอจัดงานปาร์ตี้ที่วิเศษที่สุดให้ฉัน!” น้ำเสียงของเบียงกาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “คนในสังคมชั้นสูงของแมนฮัตตันมากันหมดเลย”

เพื่อน ๆ ของเธอต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น

“แล้วพวกเธอจำสร้อยคอเส้นนั้นได้ไหม สร้อยทิฟฟานี่รุ่นลิมิเต็ดน่ะ มีแค่สามเส้นในโลก!”

“แล้วก็ชุดกูตูร์ตัวนั้นด้วย ราคาตั้งล้านดอลลาร์!”

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของฉัน เบียงกาก็หันมา พอเห็นฉันเดินลงบันไดมา แววอาฆาตก็วาบผ่านใบหน้าของเธอ

“อ้อ ใช่” เธอพูดพลางแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา “มาร์เซลลา เราเกิดวันเดียวกันนี่ วันเกิดของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ”

วันเกิดวันเดียวกัน

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่โหดร้ายเหลือเกิน

ในขณะที่เธอกำลังสนุกกับงานปาร์ตี้ราคาล้านดอลลาร์ ฉันกลับถูกเจ้าหนี้ของพ่อบุญธรรมไล่ล่า

เพื่อใช้หนี้พนันของตัวเอง ผู้ชายคนนั้นซ้อมฉันจนสะบักสะบอมต่อหน้าทุกคน

แล้วเบียงกาล่ะ?

เธอกำลังสวมชุดราคาล้านดอลลาร์ รับคำชื่นชมอยู่บนฟลอร์เต้นรำ

ไม่เป็นไร ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว และทุกอย่างก็กำลังจะจบลง

ฉันไม่สนใจคำพูดเหน็บแนมของเธอ แล้วเดินตรงไปทางห้องครัว

“หืม ไม่พูดเหรอ” น้ำเสียงของเบียงกาเต็มไปด้วยความห่วงใยจอมปลอม “เป็นความทรงจำที่แย่มากสินะ”

เพื่อน ๆ ของเธอสบตากันอย่างรู้ทัน

“ให้ฉันช่วยทบทวนความจำให้ไหม” เบียงกาลุกขึ้น แล้วเดินไปยังจอยักษ์ใหญ่ในห้องนั่งเล่น “บังเอิญว่าฉันมีวิดีโออยู่ตรงนี้พอดี!”

ฉันหยุดชะงักอยู่กับที่ทันที

นี่แหละ ช่วงเวลานั้น

แต่ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว การได้เห็นภาพคุ้นตานั้นบนจอขนาดใหญ่ก็ยังเหมือนถูกต่อยเข้าที่ท้องอย่างแรง

ในห้องทรุดโทรมกลางสลัม ฉันในวัยสิบแปดปีกำลังขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง

พ่อบุญธรรมขี้เมาของฉันถือเข็มขัด ฟาดลงมาบนตัวฉันครั้งแล้วครั้งเล่า

“อีเด็กเวร! ใช้หนี้ที่มึงติดไว้ซะ! ไปหาเงินมาให้กู!”

เสียงเข็มขัดฟาดดังชัดเจน เสียงกรีดร้องของฉันดังก้องไปทั่วคฤหาสน์

“ได้โปรด... หยุดเถอะ... ฉันไม่มีเงิน...”

บนหน้าจอ ฉันเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือด แต่ก็ยังร้องขอความเมตตา

เบียงกากับเพื่อน ๆ ของเธอหัวเราะกันเสียงดังลั่น

“โอ้พระเจ้า นั่นเจ้าหญิงแห่งริชชีจริง ๆ เหรอ”

“เธอดูเหมือนขอทานเลย!”

“ฮ่า ๆ ๆ น่าสมเพชชะมัด!”

ฉันตัวสั่น รีบพุ่งไปที่ทีวี แล้วขว้างรีโมตใส่หน้าจอ

หน้าจอยักษ์ใหญ่แตกกระจายพร้อมเสียงดังสนั่น

ห้องนั่งเล่นเงียบกริบลงทันที

เพื่อน ๆ ของเบียงกากรีดร้องแล้ววิ่งหนี ฉันหันไปคว้ากระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้แล้ว

แต่ในวินาทีถัดมา เบียงกาก็เข้ามาขวางทางฉัน

เธอเตะกระเป๋าเดินทาง “ข้างในมีอะไร” เธอถามเสียงแข็ง “นั่นเป็นทรัพย์สินของตระกูลริชชีทั้งหมด เปิดออกมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนความอับอายจะถาโถมเข้ามา

พวกเธอเริ่มเข้ามายื้อยุดฉัน

“อะไร พูดไม่ออกหรือไง เปิดมันออกมาสิ!”

เบียงกาแสยะยิ้ม “เห็นชัด ๆ ว่าเธอกำลังซ่อนอะไรบางอย่าง พนันได้เลยว่าเธอขโมยกุญแจตู้เซฟของพี่อเลสซิโอไปขาย!”

น่าขันสิ้นดี คฤหาสน์ทั้งหลังอยู่ในชื่อของฉัน แล้วฉันยังต้องขโมยอะไรอีก

ฉันปัดมือเธอออก “ปล่อยนะ! อย่ามาแตะตัวฉัน!”

เบียงกาจ้องฉันอย่างตกตะลึง คงไม่คิดว่าเด็กสาวอ่อนแอที่เธอเคยรู้จักจะกล้าพูดกับเธอแบบนั้น

เธอหันไปสบตากับเพื่อนผมสั้น ก่อนจะเตะกระเป๋าเดินทางของฉันจนล้มคว่ำ

เสื้อผ้า สีวาดภาพ และภาพร่างของฉันกระจัดกระจายเต็มพื้น

เมื่อเห็นป้ายแบรนด์เนมบนเสื้อผ้าของฉัน แววอิจฉาก็วาบผ่านใบหน้าของเบียงกา เธอเกลียดฉันที่แย่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอไป และตอนนี้ เมื่อเธอรู้ว่าอเลสซิโอกับจานนียังรักเธอมากที่สุด เธอก็ไม่คิดจะยั้งมืออีกต่อไป

เบียงกาใช้ปลายเท้าเกี่ยวภาพวาดของฉันขึ้นมาภาพหนึ่ง มันเป็นภาพเหมือนที่ฉันใช้เวลาวาดนานหนึ่งเดือน

“ขยะอะไรเนี่ย” เธอเยาะเย้ย พลางใช้ส้นเท้าบดขยี้มัน “เธอเรียกนี่ว่าศิลปะเหรอ”

กระดาษฉีกขาดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอ

เธอเอื้อมมาจับปกเสื้อของฉัน ใบหน้าประดับรอยยิ้มวิปริต ราวกับอยากฉีกเสื้อผ้าของฉันแล้วทำให้ฉันอับอายจนหมดสิ้น

ฉันสติขาดผึง ฉันผลักเธอสุดแรงจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น

จากนั้นฉันก็ตบหน้าเธอ เสียงดังเพียะ

แล้วอีกครั้ง เพียะ

เลือดซึมขึ้นบนริมฝีปากสมบูรณ์แบบของเธอ

ฉันยกมือขึ้นอีกครั้ง

แต่ตอนที่ฉันกำลังจะฟาดฝ่ามือลงไปเป็นครั้งที่สาม มือแข็งแรงข้างหนึ่งก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่น

“มาร์เซลลา!” เสียงของอเลสซิโอเต็มไปด้วยความโกรธ “เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่!”

เขามองเบียงกาที่น่าสงสารอยู่บนพื้น แล้วใบหน้าก็แข็งกร้าวราวกับหิน

จานนีรีบวิ่งเข้ามาจากด้านหลัง ผลักฉันอย่างแรง แล้วช้อนตัวเบียงกาขึ้นไว้ในอ้อมแขน

“เบียงกา! เธอโอเคไหม” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

พวกเขามองเห็นแต่เบียงกาเท่านั้น

เหมือนเมื่อสามปีก่อนไม่มีผิด

“ขอโทษซะ!” อเลสซิโอสั่ง น้ำเสียงเจ็บปวด “ขอโทษเบียงกาเดี๋ยวนี้!”

ฉันมองเขาอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ “อเลสซิโอ คุณเห็นแค่ตอนฉันตบเธอ แล้วคุณเห็นไหมว่าเธอเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันยังไงบ้าง”

“ไม่มีอะไรต้องอธิบาย!” อเลสซิโอตัดบทฉันอย่างเย็นชา “ฉันเห็นเธอตบเบียงกา!”

จานนีคว้าแก้วไวน์จากโต๊ะใกล้ ๆ แล้วขว้างมันแตกกระจายแทบเท้าฉัน

เศษแก้วกระเด็นไปทั่ว

“ขอโทษ! เดี๋ยวนี้!” เขาคำราม

ฉันยืนอยู่ตรงนั้น มองภาพวาดของตัวเองที่กระจัดกระจาย มองหน้าจอที่แตกยับ

พวกเขาเห็นเพียงมือที่ฉันยกขึ้น

แต่พวกเขาไม่เห็นเบียงกาทำให้ฉันอับอาย เธอเปิดวิดีโอนั่น และเหยียบย่ำงานศิลปะของฉัน

เบียงกาสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของจานนี แต่กลับส่งสายตาแห่งชัยชนะมาให้ฉัน

เพื่อน ๆ ของเธอกระซิบกระซาบกันอยู่ใกล้ ๆ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นจากเรื่องดราม่าตรงหน้า

เหล่าสาวใช้ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า ราวกับฉันคือคนที่ไม่รู้จักที่ของตัวเอง

จู่ ๆ ฉันก็หัวเราะออกมา

จากนั้นฉันก็หันหลังเดินจากไปอย่างสงบนิ่ง

“ไม่ต้องห้ามเธอ!” อเลสซิโอกับจานนีตะโกนขึ้นพร้อมกัน “ปล่อยเธอไป!”

“ไปสิ คลานกลับไปสลัมที่เธอโตมานั่นแหละ!” น้ำเสียงของจานนีเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ที่นั่นต่างหากคือที่ของเธอ!”

ฉันไม่ตอบสนองอะไรทั้งนั้น เพียงเดินออกจากคฤหาสน์ไป

รถสีดำคันหนึ่งจอดรออยู่หน้าประตูแล้ว

ฉันจ่ายเงินสดล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ให้กับบริการรถนิรนาม คนขับมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งและไม่เคยถามอะไร

รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากคฤหาสน์

หัวใจของฉันเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ทุกลมหายใจเจ็บปวดทรมาน

แต่ฉันรู้ว่าฉันหยุดไม่ได้

อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ “ไม่คาดฝัน” จะเกิดขึ้นตรงชายขอบเมือง

หมอที่ฉันเตรียมการไว้จะออกใบรายงานทางการแพทย์ให้

ในนั้นจะระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แท้งบุตรเนื่องจากความวิตกกังวลอย่างรุนแรง

ส่วนฉันพร้อมลูกที่ยังปลอดภัยอยู่ในท้อง จะอยู่บนเที่ยวบินที่พวกเขาไม่มีวันตามร่องรอยเจอ ภายใต้ชื่อใหม่ของฉันเอง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 9

    มุมมองของมาร์เซลลาก่อนที่มือของเขาจะฟาดลงมา มันก็ถูกคว้าไว้แน่นราวกับถูกคีมเหล็กหนีบใบหน้าของอเลสซิโอมืดครึ้มอย่างน่ากลัว เขาออกแรงบีบ แล้วเสียงกระดูกแตกชวนขนลุกก็ดังก้องไปทั่วห้อง“อ๊ากกก!” ชายคนนั้นกรีดร้องเมื่อข้อมือของเขาหัก“จานนี” อเลสซิโอเอ่ยอย่างเย็นชา น้ำเสียงไร้อารมณ์ใด ๆจานนีเข้าใจทันที เพียงแค่เขาส่งสายตา การ์ดชุดดำสองคนก็เคลื่อนไหวราวกับเงา เข้าควบคุมตัวพ่อบุญธรรมของฉันกับเบียงกาไว้ทันที“พวกแกแตะต้องฉันไม่ได้!” ชายคนนั้นตะโกน เหงื่อไหลท่วมหน้า “ฉันเป็นพ่อบุญธรรมของเธอ! ตอนที่พวกแกเจอเธอ เบียงกาสัญญาว่าพวกแกจะปล่อยให้ฉันมีชีวิตอยู่!”คำพูดนั้นทำให้อเลสซิโอกับจานนีชะงักค้างอเลสซิโอหันขวับไปมองเบียงกา ดวงตาเผาไหม้ราวกับจะทะลุผ่านเธอ “จริงไหม”ใบหน้าของเบียงกาขาวซีด เธอพูดตะกุกตะกักจนแทบเรียบเรียงคำไม่ออก“พูด!” อเลสซิโอคำราม“ใช่... ฉันเอง...” เบียงกาตัวสั่น “ฉัน... ฉันกลัวว่าพวกพี่จะฆ่าเขา... ฉันคิดว่ามันโหดร้ายเกินไป... ยังไงเขาก็เป็นพ่อแท้ ๆ ของฉัน...”“โหดร้าย?” อเลสซิโอดูราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุดในโลกเขาเดินเข้าหาเบียงกา แต่ละก้าวแผ่ความโกรธเย็

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 8

    มุมมองของมาร์เซลลาแสงแดดแห่งทะเลแคริบเบียนช่างอบอุ่นฉันนั่งอยู่บนชายหาด ตั้งขาตั้งภาพไว้ตรงหน้า แล้ววาดภาพนกทะเลตอนนี้ท้องของฉันกลมนูนชัด ลูกเตะเป็นระยะ ราวกับเตือนอย่างอ่อนโยนว่าเขายังอยู่ตรงนี้ชีวิตที่นี่เงียบสงบ เงียบจนฉันเกือบลืมความเจ็บปวดไปแล้ว“คุณผู้หญิงคะ” เสียงแม่บ้านดังมาจากด้านหลัง ฟังดูประหม่าเล็กน้อย “มีแขกมาหาค่ะ”ฉันไม่หันกลับไป ยังคงวาดภาพต่อ “บอกพวกเขาว่าเราไม่รับแขก”“พวกเขาบอกว่า... พวกเขาเป็นครอบครัวของคุณค่ะ”พู่กันในมือฉันหยุดชะงักครอบครัวงั้นเหรอฉันค่อย ๆ หันหน้าไป ร่างคุ้นตาสองร่างกำลังเดินตรงมาหาฉันอเลสซิโอกับจานนีพวกเขาหาฉันเจอแล้วอเลสซิโอดูย่ำแย่เหลือเกิน เขาผอมจนแทบเหลือแต่กระดูก ใบหน้าไม่ได้โกนหนวด ดวงตาลึกโหลจานนีก็ดูไม่ได้ดีไปกว่ากัน ทั้งอ่อนล้าและสิ้นหวังพวกเขาหยุดอยู่ห่างออกไปราวสามสิบฟุต ราวกับไม่กล้าเข้ามาใกล้กว่านั้นสายตาของอเลสซิโอจับจ้องอยู่ที่ท้องของฉัน สีหน้าปั่นป่วนไปด้วยอารมณ์มากมาย“เธอ...” เสียงของเขาแหบพร่าราวเสียงกระซิบ “ลูก... ยังอยู่เหรอ”ฉันวางพู่กันลง เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าและตั้งใจ หัวใจเย็นเยียบราวทะเลสาบน้ำแข็ง“อะไรพา

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 7

    มุมมองของมาร์เซลลาแสงแดดจากทะเลแคริบเบียนลอดผ่านม่านเข้ามา อาบไล้ผิวของฉันให้อบอุ่นฉันลูบท้องที่ค่อย ๆ โตขึ้นอย่างแผ่วเบา ขณะร่างภาพนกทะเลลงบนผืนผ้าใบ“คุณเฮเลน่า อาหารกลางวันพร้อมแล้วค่ะ” แม่บ้านพูดเสียงเบาเฮเลน่าชื่อใหม่ของฉัน ชีวิตใหม่ของฉันเกาะส่วนตัวแห่งนี้คือของขวัญจากพ่อ เป็นโลกอีกใบที่อยู่ห่างไกลจากทุกสิ่ง ไม่มีใครรู้ว่ามันมีอยู่ฉันใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการวาดภาพ เดินเล่นบนชายหาด ฟังเพลง และพูดคุยกับลูกในท้องที่นี่ไม่มีการทรยศ ไม่มีความเจ็บปวด มีเพียงฉันกับลูกของฉันผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วป่านนี้พวกเขาคงเลิกตามหาฉันไปแล้ว---ในขณะเดียวกัน ที่นิวยอร์ก...เมฆดำปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลริชชีอเลสซิโอไม่ได้กินอาหารเป็นมื้อเป็นคราวมานานหนึ่งเดือนแล้ว เขากลายเป็นเพียงเงาของตัวเองในอดีต ผอมซูบและทรุดโทรมดวงตาของเขาลึกโหล ใบหน้าเต็มไปด้วยไรเครา ดอนผู้หล่อเหลาและน่าเกรงขามคนนั้นหายไปแล้วจานนีเองก็ไม่ได้ดูดีไปกว่ากัน ใต้ตาของเขาคล้ำหนักราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มา“มีข่าวจากบอสตันบ้างไหม” อเลสซิโอถามด้วยเสียงแหบพร่า“ไม่มี” จานนีส่ายหน้า “คนของเราทางฝั่งตะวันตกก็ไม่เจอเธอเหมือนกัน”“เธอจ

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 6

    ค่ำคืนมาเยือนอเลสซิโอยืนอยู่ที่ประตูรั้ว หน้าจอโทรศัพท์ของเขาสว่างขึ้นแล้วดับลง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาโทรไปแล้ว 30 ครั้งทุกสายถูกโอนเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียง“บ้าเอ๊ย!” เขาฟาดโทรศัพท์ลงกับพื้น หน้าจอแตกกระจายจานนีลงจากรถ ใบหน้าของเขามืดครึ้มไม่แพ้กัน “ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดหมดแล้ว เธอขึ้นรถเก๋งสีดำคันหนึ่ง แต่ป้ายทะเบียนเป็นของปลอม”“เจ็ดชั่วโมงแล้ว” เสียงของอเลสซิโอแหบพร่าราวเสียงกระซิบ “เธอไม่เคยหายไปนานขนาดนี้มาก่อน”เขาตบหน้าตัวเองอย่างแรง“ฉันไม่ควรพูดแบบนั้นเลย!” เขาตบตัวเองอีกครั้ง “บ้าเอ๊ย ทำไมฉันถึงพูดแบบนั้นออกไป!”“อเลสซิโอ ใจเย็นก่อน—”“ใจเย็นงั้นเหรอ” อเลสซิโอหันขวับไปหาจานนี ดวงตาแดงก่ำ “เธอกำลังอุ้มท้องลูกของฉันกับเธออยู่! หลังจากทุกอย่างที่เราทำกับเธอ!”โทรศัพท์ของจานนีดังขึ้นเขาเหลือบมองชื่อสายเรียกเข้า แล้วกดรับทันที“มีอะไร”“คุณจานนี” เสียงจากปลายสายตื่นตระหนก “เราเจอเธอแล้วครับ! คุณมาร์เซลลาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี!”โทรศัพท์หลุดจากมือจานนี ตกกระแทกทางเท้าพวกเขามองหน้ากัน ความคิดน่าสะพรึงกลัวเริ่มหยั่งรากขึ้นในใจ“ออกรถ!” อเลสซิโอต

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 5

    กลับมาที่คฤหาสน์ ความเงียบงันหนักอึ้งราวกับหลุมศพอเลสซิโอยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น จ้องมองเศษแก้วที่แตกกระจาย ใบหน้าของเขามืดครึ้มจนน่ากลัวจานนีเดินไปมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟา พลางเหลือบมองนาฬิกาทุก 2-3 วินาที“สามชั่วโมงแล้ว ทำไมเธอยังไม่กลับมา เธอไม่รับโทรศัพท์เลย...” น้ำเสียงของเขาตึงเครียด “เธอไม่เคยขาดการติดต่อนานขนาดนี้มาก่อน”อเลสซิโอไม่ตอบ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ประตูหน้าเบียงกาเดินลงมาจากชั้นบน รอยฟกช้ำบนใบหน้ายังเห็นได้ชัด เธอถือแก้ววิสกี้สองใบลงมาด้วย “พวกพี่อย่าเป็นแบบนี้สิคะ” เธอพูดเสียงอ่อน “ดื่มสักหน่อยเถอะ ผ่อนคลายหน่อย มาร์เซลลาแค่ต้องการเวลาสงบสติอารมณ์”“ฉันเลิกดื่มแล้ว” อเลสซิโอพูดโดยไม่หันกลับมา“ฉันก็เหมือนกัน” น้ำเสียงของจานนีเย็นชาไม่แพ้กันรอยยิ้มของเบียงกาแข็งค้างพวกเขาสองคนไม่เคยปฏิเสธเธอพร้อมกันมาก่อนเลย“งั้น... เราคุยกันก็ได้ไหม” เธอลองอีกครั้ง “เหมือนเมื่อก่อน...”“เมื่อก่อนเหรอ” อเลสซิโอหันขวับกลับมา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีด “เมื่อก่อนเธอไม่เคยทำให้ผู้หญิงท้องต้องเครียดขนาดนี้”ใบหน้าของเบียงกาซีดเผือด“ฉัน... ฉันไม่คิดว่าเธอจะอารมณ์เสียขนาดนี้...

  • ทายาทที่หายไปของดอนมาเฟีย   บทที่ 4

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาเห็นยาเรียงเป็นแถวอยู่บนโต๊ะข้างเตียงพร้อมกับโน้ตที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาของอเลสซิโอ“ที่รัก อย่าลืมกินยานะ ฉันกำลังจัดการงานอยู่ เดี๋ยวกลับมากินมื้อเย็น”ฉันเหลือบมองมัน แล้วเดินออกจากห้องไปฉันต้องการชนวนอะไรสักอย่างที่จะเป็นข้ออ้างที่ “สมเหตุสมผล” ให้ฉันเดินออกไปด้วยความโกรธ และสร้างช่องว่างให้ฉันหายตัวไปตลอดกาลและเบียงกาก็คือชนวนที่สมบูรณ์แบบที่สุดเสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่นชั้นล่างเบียงกาสวมสูทชาแนลราคาแพง กำลังพูดคุยกับเพื่อนสาวไฮโซของเธออยู่สองสามคน“พวกเธอไม่รู้หรอก วันเกิดอายุสิบแปดของฉัน พี่จานนีกับพี่อเลสซิโอจัดงานปาร์ตี้ที่วิเศษที่สุดให้ฉัน!” น้ำเสียงของเบียงกาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “คนในสังคมชั้นสูงของแมนฮัตตันมากันหมดเลย”เพื่อน ๆ ของเธอต่างพากันส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้น“แล้วพวกเธอจำสร้อยคอเส้นนั้นได้ไหม สร้อยทิฟฟานี่รุ่นลิมิเต็ดน่ะ มีแค่สามเส้นในโลก!”“แล้วก็ชุดกูตูร์ตัวนั้นด้วย ราคาตั้งล้านดอลลาร์!”เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของฉัน เบียงกาก็หันมา พอเห็นฉันเดินลงบันไดมา แววอาฆาตก็วาบผ่านใบหน้าของเธอ“อ้อ ใช่” เธอพูดพลางแสร้งทำเป็น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status