LOGINอันโตนิโอสังเกตว่าฉันไม่ได้เอ่ยปากขอเงินจากเขามาหนึ่งสัปดาห์แล้ว นาน ๆ ครั้งเขาถึงจะส่งข้อความมาหา แต่คราวนี้กลับเป็นคำชม “ที่รัก ในที่สุดคุณก็รู้จักวางตัวเป็นภรรยาเจ้าพ่อที่เหมาะสมเสียที” “ยาพิเศษของแม่คุณสัปดาห์นี้ ผมให้คนไปส่งแล้ว แค่คุณเชื่อฟัง อย่าโลภมาก ผมให้คุณได้ทุกอย่าง” เขาไม่รู้เลยว่า ตอนที่ฉันอ่านข้อความนั้น ฉันกำลังสั่งพิมพ์สัญญาหย่าอยู่ ฉันยังสวมเดรสเก่าจากเมื่อสามปีก่อน ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า ภรรยาเจ้าพ่อที่ดูสง่างามในสายตาคนนอก แท้จริงแล้ว แม้แต่เงินซื้อผ้าอนามัยแบบสอด ยังต้องไปขอจากเอเลน่า ที่ปรึกษาของเขา แม้แต่การจะออกไปข้างนอก ยังต้องยื่นคำขอล่วงหน้าสามวัน อันโตนิโอมักพูดเสมอว่านี่คือการปกป้องฉัน “ข้างนอกมันอันตรายเกินไปนะ ที่รัก คุณแค่อยู่บ้านดี ๆ ก็พอ” แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่แม่อาการทรุดหนัก ฉันขอร้องเอเลน่าให้ช่วยข้ามขั้นตอนพวกนั้น ทว่าเธอกลับจงใจยื้อเวลาอยู่ถึงห้าวัน กว่าจะยอมให้ฉันออกไป ก็หลังจากที่แม่สิ้นลมหายใจไปแล้ว ยาพิเศษงั้นเหรอ…? แม่ฉันตายไปแล้ว ฉันจะไม่ทนอีกต่อไป
View Moreของที่นำไปลงขายถูกผู้ซื้อไม่ระบุตัวตนกวาดซื้อไปอย่างรวดเร็ว ในราคาที่สูงจนน่าตกใจวิลล่าก็ปิดการขายได้แทบจะทันทีฉันรู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่คิดจะใส่ใจอีกแล้วฉันถือเงินก้อนนั้นไว้ เก็บสัมภาระแค่พอจำเป็น เตรียมออกเดินทางไปอียิปต์ เพื่อเข้าร่วมโครงการโบราณคดีใหม่ก่อนออกเดินทาง ศาสตราจารย์มาร์กาเร็ตตบไหล่ฉันเบา ๆ“ตำแหน่งของฉันยกให้เธอแล้ว แบบนี้ฉันก็สบายใจได้สักที จะได้เกษียณไปเที่ยวรอบโลกเสียที”เราทั้งคู่หัวเราะขึ้นมาในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างรัวเร็วที่ปรึกษาคนใหม่ของอันโตนิโอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน“คุณนาย! ขอร้องล่ะ มาที่โรงพยาบาลหน่อยเถอะ เจ้าพ่อถูกลอบทำร้ายแล้ว!”ฉันกำลังจะปฏิเสธศาสตราจารย์แตะมือฉันเบา ๆ “ไปเถอะ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเธอจะได้พบกันแล้วในชีวิตนี้”ฉันกำโทรศัพท์แน่น นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับเบา ๆ “อืม”ในห้องผู้ป่วย อันโตนิโอนอนอยู่ด้วยสีหน้าซีดหม่น เอวถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนาหลายชั้น มีเลือดสีแดงคล้ำซึมออกมา“ถูกแทงทะลุถึงไต” แพทย์เจ้าของไข้ที่รออยู่หน้าประตูเอ่ยเสียงเบา “ตอนนี้ช่วยชีวิตไว้ได้แล้ว แต่…เกรงว่าจะเกิดความเสียหายถาวร”ฉันยื
การเซ็นข้อตกลงหย่าราบรื่นจนน่าผิดสังเกตอันโตนิโอไม่ปรากฏตัว เขาส่งที่ปรึกษาคนใหม่มานำเอกสารมาให้“คุณนาย เจ้าพ่อบอกว่า…” ที่ปรึกษาอ้ำอึ้ง เหมือนจะพูดต่อแต่ก็ชะงักไป“เรียกฉันว่าอิซาเบลล่า” ฉันตัดบท ก่อนจะเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วที่ปรึกษายื่นแฟ้มเอกสารหนาเตอะมาให้“เจ้าพ่อยกวิลล่าให้คุณ เพนต์เฮาส์ในชื่อของเขาก็โอนมาเป็นของคุณแล้ว นอกจากนี้ ในบัตรใบนี้มีเงิน200 ล้านบาท เป็นบัญชีส่วนตัวของคุณ”“รหัสคือวันเกิดของคุณ”ฉันมองบัตรสีดำใบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับมันไว้ แล้วผลักกุญแจวิลล่าคืนกลับไป“คอนโดกับเงิน ฉันรับไว้ ส่วนวิลล่าหลังนั้น ช่วยขายให้ฉันด้วย”ที่ปรึกษาดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าพ่อหวังว่าคุณจะเก็บมันไว้…”“งั้นก็บอกเขาไป” ฉันตัดบท “แค่เห็นบ้านหลังนั้น ฉันก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว”ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา งานขุดค้นโบราณคดีก็สิ้นสุดลง ฉันกลับไปที่วิลล่าเพื่อจัดการทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้ายรหัสห้องแต่งตัวถูกเปลี่ยนเป็นวันเกิดของฉันจริง ๆของด้านใน—ทั้งชุดราตรีราคาแพงและเครื่องประดับ—หลังจากปลดระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ก็กลายเป็นของฉันอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกแต่ฉันจะเอาของพ
เขาสวมสูทเรียบร้อย แต่ใต้ตากลับมีรอยคล้ำปิดไม่มิดด้านหลัง รถออฟโรดบรรทุกอุปกรณ์ใหม่เอี่ยมเต็มคัน“จู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่าควรสนับสนุนโครงการโบราณคดีสักหน่อย อุปกรณ์ชุดนี้มูลค่าประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท ถือเป็นแค่น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ”สีหน้าเขาจริงจัง รอยฝ่ามือบนใบหน้ายังไม่จางหายฉันกำลังจะปฏิเสธ แต่สมาชิกทีมก็อดใจไม่ไหว รีบเข้าไปจับต้องอุปกรณ์ใหม่กันแล้ว“เบลล่า” เขาเดินเข้ามาหาฉัน แล้วหยิบกล่องเก็บความร้อนออกมาด้วยตัวเองพอเปิดฝา กลิ่นหอมเข้มข้นของอาหารทะเลก็ลอยฟุ้งทันทีท้องฉันปั่นป่วนขึ้นมาในทันใดเขามองฉันด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง“ผมให้เชฟนั่งรถตามมาส่งตั้งสามชั่วโมง”“เมื่อก่อนคุณชอบกินเมนูนี้ที่สุด ลองชิมหน่อยไหม?”ฉันไม่ขยับ เอ่ยเสียงเรียบ“ฉันแพ้อาหารทะเล แค่แตะนิดเดียวก็ขึ้นผื่นแล้ว”มือของอันโตนิโอสั่นวูบ กล่องแทบหลุดมือ“แต่คุณก็ทำเมนูนี้บ่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ?”“ก็เพราะคุณบอกว่าอร่อย” ฉันเบือนสายตา “เลยให้ฉันทำบ่อย ๆ”ทั้งที่ฉันแพ้หนัก ทุกครั้งที่ทำเสร็จ แขนทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยผื่นแดง ทั้งแสบทั้งชาแต่เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกอึดอัดตอนกิน ฉันก็เลยฝืนทนเอาไว้ทีห
เสียงของลูก้าค่อย ๆ แผ่วลงเรื่อย ๆ“ตอนนั้นคุณเอเลน่าเป็นคนยื่นใบมรณบัตรด้วยตัวเองครับ เธอบอกว่าช่วงนี้คุณอารมณ์ไม่ดี เรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องรายงาน อีกอย่าง เรื่องที่เกี่ยวกับคุณนายก็เป็นเธอจัดการมาตลอด…”อันโตนิโอหันขวับไปทันที จ้องเอเลน่าเขม็ง“ฉันไม่ยักจำได้ว่าเคยสั่งเรื่องแบบนี้”เอเลน่าหน้าซีดเผือด ฝืนข่มใจให้สงบ “เจ้าพ่อคะ ช่วงนั้นเรากำลังยุ่งเรื่องความร่วมมือ ฉันแค่กลัวว่าคุณจะเสียสมาธิ”“หุบปาก!” อันโตนิโอตวาดใส่เธออย่างเดือดดาล“เอาโทรศัพท์ของเธอมาให้ฉัน ฉันจะดูประวัติการรักษาที่แท้จริงของแม่อิซาเบลล่า!”เอเลน่าส่ายหน้าอย่างเสียสติ ถอยหลังออกไปโดยสัญชาตญาณเขาจึงฉวยกระเป๋าของเธอมา ค้นจนเจอโทรศัพท์ใบแจ้งอาการวิกฤตที่ถูกปิดบังไว้เงินแต่ละรายการที่ถูกยื่นขอในนามของฉัน แต่สุดท้ายกลับเข้าบัญชีของเธอทั้งหมดรวมถึงบันทึกแชตอีกมากมาย ที่ดูเหมือนอ่อนโยน แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยเจตนาร้ายมือขวาของเขาเลื่อนไปแตะปืนที่เอวโดยไม่รู้ตัวแววตายิ่งน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ“อย่า…อย่าทำแบบนั้น…” เอเลน่าร้องไห้สะอึกสะอื้น วิงวอนอย่างหมดสภาพฉันหันหลังเดินไปทางเต็นท์ยังเดินไปได้ไม่
ฉันลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กไปหาศาสตราจารย์มาร์กาเร็ตเธอเป็นเพื่อนสนิทของแม่ฉันตอนที่ฉันยอมทิ้งปริญญาโทสาขาโบราณคดีเพื่อแต่งงานกับอันโตนิโอ เธอคือคนเดียวที่คัดค้านอย่างรุนแรงวันแต่งงาน เธอไม่ได้มา แต่ส่งข้อความมา[สิ่งที่เธอสูญเสียไป มากกว่าสิ่งที่เธอได้มาหลายเท่า]ถ้าวันหนึ่งเธอเบื่อชีวิตนกใน
เพิ่งตัดสายไปไม่ถึงสิบนาที เสียงฝีเท้าเร่งรีบของอันโตนิโอก็ดังมาจากชั้นล่างช่างน่าแปลก ก่อนหน้านี้ตอนฉันไข้ขึ้นสูงถึงสี่สิบองศา เขายังแค่สั่งให้เอเลน่านำยาลดไข้มาให้เท่านั้นดูท่าว่าต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเอเลน่า เขาถึงจะรีบร้อนขนาดนี้เขายังไม่ทันถอดสูทก็พุ่งเข้ามาในห้องนอน ก้าวเข้ามาประชิดท
“หย่าเถอะ อันโตนิโอ ฉันเซ็นสัญญาไว้เรียบร้อยแล้ว”ฉันวางสัญญาหย่าลงบนโต๊ะทำงานของเขา“เลิกงอแงได้แล้ว” เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอาแต่ก้มอ่านเอกสาร “คืนนี้ผมมีนัด ไม่มีเวลามาเล่นอะไรไร้สาระกับคุณ”“ฉันไม่ได้งอแง” ฉันเน้นเสียงชัด “ฉันจะหย่า”เขาเงยหน้าขึ้นในที่สุด แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ“คุณ





