로그인หมับ!
"กล้านะมึง" แกสตันกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบไว้พลันปิดปากทันควัน
"อ่อยอู้! " ทั้งที่พยายามแหกปากดีดดิ้น เผื่อคุณตำรวจได้ยิน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันเสียแรงเปล่า
ลากกริมม์กลับขึ้นรถพร้อมคำขู่ “ถ้ายังดื้อ กูจะขังมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันจริง ๆด้วย”
นัยน์ตาแป๋วสั่นระริกขอความเมตตา แต่พลันถูกผลักไสรุนแรง กริมม์จึงทำได้เพียงถอนหายใจพลางมองบาดแผลตามร่างกายตน ไม่นานนัก รถคันหรูก็จอดสนิทที่ไหล่ทาง
เด็กหนุ่มคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำไปด้วยความคึกคะนองสงบลงแล้ว ทว่า มันไม่ใช่ เจ้าหนี้คนนั้นตะปบปลายคางมนแล้วเค้นเสียงต่ำ “อย่าเสือกมีลูกเล่นอีกนะมึง”
“คะ…ครับ” ความกลัวแล่นปลาบปกคลุมทั่วตัว ที่จริงควรสำเหนียกได้ตั้งแต่แรกว่าหมอนี่ไม่ใช่คนปกติ คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีใจโอบอ้อมให้ลูกหนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอก
แกสตันเดินหายเข้าไปยังซอกตึกที่อยู่ไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ในมือเขาไม่มีอาวุธ แต่ทั้งตัวมีพร้อมทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก กระหน่ำใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งราวทุบตีหมูหมา
ทุกภาพอยู่ในสายตากริมม์ ขณะนั้นก็รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ถ้าหากยังทำตัวพยศแบบนี้แล้วคนวิตถารนั่นทนไม่ไหว คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่
“แม่งเอ๊ย…กูทำอะไรผิดวะ” สองมือลูบขมับตนพลันถอนหายใจหนักหน่วง ทั้งที่เป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยนอกลู่นอกทาง ทำไมเทวดาตอบแทนกันได้ใจร้ายขนาดนี้
เสียงเปิดประตูรถดังขึ้น เด็กหนุ่มจึงหันขวับไป ไล่สายตาดูรอยหยดเลือดบนเสื้อเชิ้ตนั่นก่อนกัดฟันแน่น เส้นคิ้วขมวดกันแสดงออกชัดเจนว่าหวั่นวิตก
“มึงกลัวเป็นด้วยเหรอ” กริมม์เงียบกริบใบหน้าซีดเผือด แกสตันเห็นอย่างนั้นก็เกาหางคิ้วตนกระอักกระอ่วน “อ่า…ไอ้เวรนั่นมันหัวหมอ”
“...”
“ถ้ามึงเชื่อฟังกูก็ไม่มีปัญหาหรอก” อีกฝ่ายก้มหน้างุด ที่จริงก็ไม่เคยต้องดูแลความรู้สึกใครเลย เอาเป็นว่าใช้เงินอย่างเคยก็แล้วกัน “ให้ค่าขนม”
“ครับ” ช้อนดวงตาจ้องแกสตันสลับกับหลุบมองธนบัตรบนหน้าตักตัวเอง
“เผื่อมีอะไรที่อยากได้”
“ผมอยากได้อิสระ” ปิดปากทันใด รวบเงินฟ่อนนั้นเก็บไว้ในเก๊ะหน้ารถ ในเมื่อสิ่งที่ต้องการไม่ใช่สิ่งนี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องเก็บมัน
ชายหนุ่มปรายมอง ขุ่นใจกับความดื้อด้านนั้น “ศักดิ์ศรีโง่ ๆ”
กริมม์ไม่เถียง เอื้อมหยิบกระดาษชำระซับเลือดตัวเอง โดยไม่รู้ว่านั่นยิ่งทำให้เจ้าหนี้หน้าเลือดเดือดดาล ท่อนแขนถูกฉุดกระชากอย่างแรง พยายามยื้อกลับแต่ยิ่งทำก็ยิ่งถูกรั้งแรงขึ้น “ผมเจ็บนะ!”
“บอกให้เอาเงินก็เอาไปสิ”
“ผมไม่อยากได้เงิน ผมอยากได้อิสระ” ใบหน้ากริมม์เครียดเขม็ง “แน่จริงก็ให้ดิ ถ้าไม่แน่ก็เงียบ”
“กู…ไม่…ให้”
“เงินนี้ผมก็ไม่เอา” แกสตันแค่นยิ้มเยาะ แล้วกล่าวประโยคที่เสียดแทงความรู้สึก
“แม่กินศักดิ์ศรีของลูกโง่ ๆได้รึเปล่า ถ้าไม่ได้ก็เอาไป” ริมฝีปากบางบิดเบี้ยว ดวงหน้าแดงก่ำ นั่นทำให้แกสตันรู้สึกดีอย่างประหลาด
ทั้งชีวิตที่ต่อสู้ดิ้นรนจนได้มาอยู่ในจุดนี้ เคยตกต่ำ ถูกเหยียดหยาม กระทั่งไม่มีไอ้หน้าไหนกล้าพูดถึงอีก เว้นแต่เด็กตรงหน้า ที่ทำตัวเย่อหยิ่งลืมสถานะตัวเอง
แกสตันกลับไม่นึกเห็นใจอีกฝ่ายที่เผชิญชะตากรรมคล้าย ๆกัน ยิ่งสะใจกับการต้องหากลวิธีกำราบหมอนี่
‘สักวันเถอะ กูจะทำให้มึงไม่กล้าอวดดีกับกู’
----------
เด็กหนุ่มกระย่องกระแย่งขึ้นชั้นสองพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลในมือ สภาพทุเรศทุรังไม่ต่างกับผู้ชายคนนั้นที่โดนแกสตันกระทืบในซอกตึก ถึงที่สุดแล้วจะได้เงินนั้นที่ถูกยัดเยียด กลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด
“พี่พาไปส่งไหม” โทมิเดินเข้าไปประคองแผ่นหลัง และแย่งกล่องทำแผลมาแทน “ทำทำไมน่ะ”
“พี่ก็ไม่น่าถาม” หัวเราะเบา ๆแทบพร้อมกัน “เจ้านายพี่เขามีปมอะไรรึเปล่าครับ ดูเกลียดผมจัง”
“ปมเหรอ” ครุ่นคิดถึงสาเหตุ ที่พอนึกออกก็มีเรื่องเดียว “ก็มีอยู่ น่าจะเกี่ยวกับกริมม์ด้วย”
“เอ่อ…ยังไงครับ ผมก็อยู่ของผมดี ๆ”
“บอสไม่ชอบคนโกหก แล้วก็ชอบเอาชนะ”
“สมมติว่าผมยอมเขา ไม่ดื้อ ไม่เถียง มันจะดีขึ้นไหมครับ” นั่งลงบนเตียงพลางแบมือขอกล่องปฐมพยาบาล แต่โทมิส่ายหัวก่อนดึงเก้าอี้มานั่งตรงข้าม
“พี่ตอบไม่ได้หรอก พี่อยู่กับบอสมานานก็จริง แต่ไม่ได้รู้ทุกอย่างที่เขาคิด” เสียงโอดโอยดังขึ้นทันทีที่สำลีแตะแผลสด ไม่นานนักทุกอย่างก็แล้วเสร็จ “เรียบร้อย”
“ขอบ…” ดวงตาเบิ่งเมื่อเห็นหน้าคนที่อยากหลีกหนีที่สุด เขายืนกอดอกพิงลำตัวกับประตูห้อง พลันยักคิ้วเมื่อถูกกริมม์สบตา
โทมิค่อย ๆเหลียวตามเด็กหนุ่ม ทันใดมือที่จับผ้าก๊อซยกขึ้นสองข้าง เหมือนผู้ร้ายถูกจับได้ว่าทำความผิดมหันต์ “ผะ…ผมมาทำแผลให้กริมม์ครับ”
“กูมีตา”
ร่างกายเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ เหล่มองซองยาเห็นว่าหายไปสองเม็ดก็พลันครุ่นคิด ตัวเองอาจจะเพลียมากจนจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วล่ะมั้งพาดกระเป๋าทรงเฉียง ขยับหัวเข็มขัดก่อนรัดสายนาฬิกาข้อมือ หันดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาอีกครั้งแล้วจึงออกจากห้องขาสองคู่ชะงักพร้อมกัน และเป็นกริมม์เองที่ผงกศีรษะให้อีกฝ่ายก่อนเลี่ยงออกมา ทว่า แกสตันซึ่งความตั้งใจเดิมถูกเด็กคนนั้นพับเก็บอย่างรวดเร็วทำได้แค่เรียกเสียงเหิน“ครับ”“หะ…หายดีแล้วเหรอ” “ยังแสบ ๆตรงรอยครูดกับถนน นอกนั้นปกติดีครับ” นัยน์ตาหลุบไปทางขวา ความข้องใจเรื่องเมื่อวานยังคงอยู่ แต่หากเอ่ยถาม จะมีอะไรดีขึ้นงั้นเหรอ “ผมไปเรียนก่อนนะ”“อืม” ชายหนุ่มยังอยากต่อบทสนทนาอีกเล็กน้อย “ขอเลขบัญชีหน่อยสิ จะโอนเงินให้”“ค่าอะไร”“เรื่องเมื่อวาน” เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบปากกาฉีกสมุดเลกเชอร์มาเขียนสิ่งที่เขาต้องการแล้วก้าวลงบันไดไม่เร่งรีบนัก เพราะยังรู้สึกปวดแสบในหลาย ๆจุดแกสตันยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลัง และได้เห็นว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อกันมันต่างกับคนอื่น ๆในบ้าน ทั้งที่พวกนั้นบุคลิกดุดันน่ากลัวถ้านี่ไม่เรียกว่าจงใจกวนประสาท จะให้เรียกอะไรวะ ----
กริมม์ได้สติลืมตาในช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันเดียวกัน กวาดตามองไปถ้วนทั่วพลางขมวดคิ้วมุ่น ห้องสะอาดผิดกับก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้ตนได้สวมชุดใหม่และตัวก็มีกลิ่นหอมเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำด้วย“แกสตันเหรอ…” พลันรู้สึกขนหัวลุก จะเป็นไปได้ยังไงที่ไอ้คนหยาบช้านั่นปรนนิบัติต่อกันดีขนาดนี้ พลางยื่นมือไปยังโต๊ะหัวเตียงคลำหาสวิตช์โคมไฟดวงตาหรี่ก่อนปรับกับความสว่างได้แล้วจึงเปิดผ้าห่ม ยืดตัวบิดคลายความปวดร้าวพลันเหลือบเห็นซองยาพร้อมกระดาษโน้ต “ยาแก้ปวด”เหลือเชื่อสุด ๆอ่านฉลากยาพลางถอนหายใจยาว พาร่างสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งเสร็จจากกรำศึก ลงไปยังห้องครัวด้วยเป็นเวลาดึกดื่นภายในบ้านจึงมีเพียงแสงไฟสลัวพอให้เห็นรำไร เด็กหนุ่มไม่ทันระวังจึงเตะขาโต๊ะหลุดร้องเสียงหลง&ldq
พอล็อกสองแขน สองขากลับดีดดิ้นแกสตันดุนกระพุ้งแก้ม หัวเสียสุด ๆแต่พยายามข่มอารมณ์ เหล่เห็นเข็มขัดนักศึกษาพลันผละไปฉวยไว้เมื่อหันกลับมา ไอ้เด็กเปรตนั่นกำลังสวมเสื้อผ้าร้อนรน ชายหนุ่มเหลือบมองบนพลางโคลงศีรษะไปมา พุ่งกระชากร่างนั้นเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง เบี่ยงกายขึ้นคร่อม ใช้เข็มขัดตรึงข้อมือกริมม์ไว้กับหัวเตียง“เก่งให้เหมือนปากหน่อยดิวะ!!”“ก็มันกลัวนี่โว้ย!!!” ตะคอกลั่น อีกฝ่ายชะงักค้าง เด็กหนุ่มเองก็เช่นกันแต่เพียงเสี้ยววิ เหตุการณ์นั้นดำเนินต่ออย่างรวดเร็ว ท่อนนิ้วแกสตันยัดเยียดบดเบียดช่องร้อนของกริมม์ในจังหวะเนิบนาบ พลางโลมเลียลำคอขาวส่งเสียงครางเครือทั้งที่หลับตาหนีคนตรงหน้า แต่ประสาทสัมผัสทางกายกลับแจ่มชัด หัวใจเต้นโครมครามจนหวั่นว่ามั
ปัดมือแทนคำพูดว่าให้ออกไป ไล่สายตาตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องคนสนิท ก่อนเหล่ไปทางเด็กบนเตียงพลันแค่นเยาะในลำคอ “ลูกหนี้ที่นี่ดีเนอะ มีพยาบาลส่วนตัวด้วย”“ครับ” ถ้าไม่ดื้อ ไม่เถียง แกสตันคงหมดความสนใจไปเอง “ทีกับกูพูดน้อยจังนะ กลัวดอกพิกุลร่วงเหรอ”“เปล่าครับ” พลันมือหนาพุ่งบีบคางกริมม์ นัยน์ตาสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เกิดคำถามในใจว่า ตนทำอะไรผิดอีก “คะ…คุณเกลียดอะไรผมเหรอ บอกผมเถอะ”“ถ้าบอกจะยอมเชื่องว่างั้น?” เด็กหนุ่มยักคอหงึกหงัก แกสตันรู้ว่าตนกำลังถือแต้มต่อจึงหรี่ดวงตาพลันแค่นหัวเราะ “จริง ๆก็ไม่ได้เกลียดมึงนะ แค่หมั่นไส้”“...” หมั่นไส้เนี่ยนะ ไอ้ประสาทกลับ“ด่ากันในใจอีกแล้ว”“เปล่า…” หลับตาปี๋ปกปิดความรังเกียจต่ออีกฝ่าย พลันลืมตาโพลงเมื่อมือแกสตันค่อย ๆเลื่อนไปยังลำคอระหง นิ้วโป้งกดเบา ๆตรงลูกกระเดือก ดวงหน้าฉายความร้ายกาจออกมาไม่ปิดบัง“จริง ๆก็ไม่ต่างกันนี่หว่า” พลันกริมม์คว้ามือนั้น กล่าวละล่ำละลัก “อะ…อะไร”“จะหญิงหรือชาย มันก็ไม่ต่างกันไง” โน้มตัวเชื่องช้า กดอีกฝ่ายลงกระทั่งแผ่นหลังนั้นแนบสนิทกับพื้นเตียง สีหน้าเด็กดื้อหวั่นวิตก ส่วนสองมือก็ดันแผ่นอกของแกสตันไว้ “กลัว?”
หมับ!"กล้านะมึง" แกสตันกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบไว้พลันปิดปากทันควัน "อ่อยอู้! " ทั้งที่พยายามแหกปากดีดดิ้น เผื่อคุณตำรวจได้ยิน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันเสียแรงเปล่าลากกริมม์กลับขึ้นรถพร้อมคำขู่ “ถ้ายังดื้อ กูจะขังมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันจริง ๆด้วย”นัยน์ตาแป๋วสั่นระริกขอความเมตตา แต่พลันถูกผลักไสรุนแรง กริมม์จึงทำได้เพียงถอนหายใจพลางมองบาดแผลตามร่างกายตน ไม่นานนัก รถคันหรูก็จอดสนิทที่ไหล่ทาง เด็กหนุ่มคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำไปด้วยความคึกคะนองสงบลงแล้ว ทว่า มันไม่ใช่ เจ้าหนี้คนนั้นตะปบปลายคางมนแล้วเค้นเสียงต่ำ “อย่าเสือกมีลูกเล่นอีกนะมึง”“คะ…ครับ” ความกลัวแล่นปลาบปกคลุมทั่วตัว ที่จริงควรสำเหนียกได้ตั้งแต่แรกว่าหมอนี่ไม่ใช่คนปกติ คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีใจโอบอ้อมให้ลูกหนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอกแกสตันเดินหายเข้าไปยังซอกตึกที่อยู่ไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ในมือเขาไม่มีอาวุธ แต่ทั้งตัวมีพร้อมทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก กระหน่ำใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งราวทุบตีหมูหมาทุกภาพอยู่ในสายตากริมม์ ขณะนั้นก็รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ถ้าหากยังทำตัวพยศแบบนี้แล้วคนวิตถารนั่นทนไม่ไหว คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่“แม่งเอ๊ย…กูทำอะ
ถึงโรงยิม กริมม์ก็เปลี่ยนชุดโดยเมินสายตาอ่านยากของแกสตัน แต่หูก็คอยฟังบทสนทนาจากสาว ๆเข้ามารุมล้อม “พี่ชื่อแกสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”“เงียบดิ๊ เสียสมาธิ!!” กริมม์ตวาดอย่างรำคาญ เกิดความเงียบชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับไปดังเดิม“เป็นบ้าเหรอ” บอยถามพลางเลิกคิ้วไปยังพี่คนนั้น แล้วพลันหรี่ตาอย่างตั้งใจจะจับผิดเพื่อนสนิท“ก็อยากบ้าจริง ๆอยู่หรอก” กระแทกปลายเสียงแล้วเลี่ยงไปหาพวกที่ยืนวางแผนกันอยู่ การเล่นครั้งนี้จริงจังเพราะมีการวางเงินเดิมพันถึงแต้มละหนึ่งพันบาทและนั่นมันทำให้กริมม์เกิดไอเดีย หนทางการปลดหนี้ของไอ้วิตถารนั่นมาถึงแล้ว เหอะ! ต่อให้ปากเปื่อยก็ถือว่าคุ้ม "พี่คนนั้นใคร โห่…สาวไปรุมหมดเลยว่ะ" คนชวนที่ข้องใจตั้งแต่แรกถามขึ้น “คนวิตถาร” สายตาเพื่อนร่วมทีมหันมาจ้องกริมม์หน้าฉงน แล้วบอยก็เป็นฝ่ายชี้ไปที่ตำหนิตรงลำคอ"เดี๋ยวก่อน ใครทำรอยที่คอมึง? " อีกฝ่ายตกใจหน้าขึ้นสีพลันลูบคอตนแรง ๆคงหวังว่ารอยนั้นจะหายในทันที"เอ่อ..." "ผมทำเอง" ทุกคนตะลึงงัน เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่วนเด็กคนนั้นได้แต่กัดปากถลึงตา “ล้อเล่นน่า”กริมม์เดือดปุด ๆ ฝ่ามือกำแน่นแต
![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






