로그인ถึงโรงยิม กริมม์ก็เปลี่ยนชุดโดยเมินสายตาอ่านยากของแกสตัน แต่หูก็คอยฟังบทสนทนาจากสาว ๆเข้ามารุมล้อม
“พี่ชื่อแกสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“เงียบดิ๊ เสียสมาธิ!!” กริมม์ตวาดอย่างรำคาญ เกิดความเงียบชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับไปดังเดิม
“เป็นบ้าเหรอ” บอยถามพลางเลิกคิ้วไปยังพี่คนนั้น แล้วพลันหรี่ตาอย่างตั้งใจจะจับผิดเพื่อนสนิท
“ก็อยากบ้าจริง ๆอยู่หรอก” กระแทกปลายเสียงแล้วเลี่ยงไปหาพวกที่ยืนวางแผนกันอยู่ การเล่นครั้งนี้จริงจังเพราะมีการวางเงินเดิมพันถึงแต้มละหนึ่งพันบาท
และนั่นมันทำให้กริมม์เกิดไอเดีย หนทางการปลดหนี้ของไอ้วิตถารนั่นมาถึงแล้ว เหอะ! ต่อให้ปากเปื่อยก็ถือว่าคุ้ม
"พี่คนนั้นใคร โห่…สาวไปรุมหมดเลยว่ะ" คนชวนที่ข้องใจตั้งแต่แรกถามขึ้น
“คนวิตถาร” สายตาเพื่อนร่วมทีมหันมาจ้องกริมม์หน้าฉงน แล้วบอยก็เป็นฝ่ายชี้ไปที่ตำหนิตรงลำคอ
"เดี๋ยวก่อน ใครทำรอยที่คอมึง? " อีกฝ่ายตกใจหน้าขึ้นสีพลันลูบคอตนแรง ๆคงหวังว่ารอยนั้นจะหายในทันที
"เอ่อ..."
"ผมทำเอง" ทุกคนตะลึงงัน เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่วนเด็กคนนั้นได้แต่กัดปากถลึงตา “ล้อเล่นน่า”
กริมม์เดือดปุด ๆ ฝ่ามือกำแน่นแต่หนี้สินมันค้ำคอ ล้อเล่นเหรอ คิดว่าไอ้พวกนี้มันโง่มากรึไง
ไม่ทันได้สาดวาจา โทรศัพท์ของแกสตันก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทุกคนจึงได้โอกาสกระซิบถามว่าเรื่องนั้นมันจริงใช่ไหม…พวกเขาคบกันเหรอ
“โว้ย! ประสาทจะเสีย” ระหว่างกำลังสบถ แกสตันก็วางสายเรียกเข้านั้นแล้วฉุดข้อมือกริมม์อย่างแรง ทุกคนในที่นั้นเบิ่งตากว้างหันมองหน้ากันต่างคนต่างไม่เข้าใจ "เดี๋ยว! จะพาผมไปไหน"
“ทัศนศึกษา"
"ไม่เอา ผมไม่ไป"
"กูสั่ง มึงต้องทำ"
สุดท้ายก็ถูกลากไปขึ้นรถทั้งที่ไม่เต็มใจอยู่ดี "ผมเข้าใจสถานะตัวเองดี แต่คุณก็โปรดเข้าใจด้วยว่าผมต้องเรียน "
"แล้ว?" ผินดวงหน้าละจากถนนเบื้องหน้า เลิกคิ้วไม่แยแส
"เลิกลากผมไปไหนมาไหนตามใจคุณทีเหอะ"
"งั้นวันหลังกูจะให้ลูกน้องมาเฝ้ามึงที่มอแทน เบื่อเหมือนกันที่ต้องลากมึงมาด้วยเพราะกลัวมึงหนี"
"ทำไมไม่จับผมขังไว้ในห้องเหมือนที่ทำเมื่อคืนแรกซะเลยล่ะ อนุญาตให้ผมมาเรียนทำไม ทำแบบนี้มันต่างกับติดคุกตรงไหน"
"กูไม่ยิงมึงทิ้งเหมือนลูกหนี้คนอื่น ๆ ก็บุญเท่าไหร่แล้ว อย่าพูดมาก!"
"งั้นก็ยิงทิ้งซะเลยสิ ชีวิตผมตอนนี้มันก็อัปปรีย์พอแล้ว ตาย ๆ ไปซะจะได้ไม่ต้องเหนื่อยใช้หนี้ใครด้วย! "
"อย่าทำให้กูหมดความอดทนนะกริมม์" แกสตันกดเสียงต่ำ บีบแก้มนิ่มอย่างแรง ส่วนอีกมือก็ขับรถไป
เด็กหนุ่มดีดดิ้นพลางเหล่มองรอบข้าง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ ๆแล้วรถราจึงบางตา เขาจึงตัดสินใจบางอย่าง...
ผลัวะ!
"เฮ้ย!!"
ตุบ!
กริมม์หุนหันพลันแล่นเปิดประตูรถแล้วกระโดดลง ถึงโชคดีที่ไม่มีรถตามหลังมาจึงไม่โดนเหยียบซ้ำ แต่ยังไงก็ได้แผลอยู่ดี เนื้อตัวแสบแปลบไปทั่ว ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็กัดฟันทน ยันตัวลุกก่อนจะวิ่งขึ้นฟุตบาธ
แกสตันเบิ่งตาตะลึง เหลือเชื่อว่าเด็กนั่นจะบ้าได้ถึงขนาดนี้ ตัดสินใจจอดรถแล้ววิ่งตาม นี่ไม่ใช่เพราะเรื่องหนี้อย่างเดียวแล้ว แต่กริมม์กำลังกลายเป็นตัวกระตุ้นความอยากเอาชนะโดยไม่รู้ตัว "ไอ้กริมม์!!"
"เฮือก!" ระหว่างสับเท้าวิ่ง กริมม์ก็ภาวนาในใจ ขอให้ผลแห่งความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด ช่วยให้ลูกเจ๊แก้วรอดจากอุ้งมือไอ้นรกนั่นทีเถอะ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เด็กเหี้ย!" เสียงแผดลั่นแจ่มชัด แต่คนเบื้องหน้ายังไม่ยอมเชื่อฟัง นั่นยิ่งทำให้เดือดดาล "กูจับได้เมื่อไหร่มึงตาย!"
กริมม์ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลังไปดูว่าแกสตันอยู่ใกล้แค่ไหน แต่ให้เดาคงทิ้งห่างกันไม่กี่ก้าวแน่ ๆ
“แม่งเอ๊ย!” โห่อะไรวะคนไทย มีแต่คนหันมองแล้วซุบซิบกัน ไม่มีใครคิดจะช่วยเหลือสักคน แล้วสถานีตำรวจอีกไกลไหมเนี่ย ลูกเจ๊แก้วจะไม่ไหวแล้วนะเว้ย!
ห่างออกไปไม่ไกลนัก สายตาก็มองเห็นแสงแห่งความหวังสีกากี เขาอยู่นั่น..ตำรวจจราจร
สวรรค์โปรด!
ร่างกายเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ เหล่มองซองยาเห็นว่าหายไปสองเม็ดก็พลันครุ่นคิด ตัวเองอาจจะเพลียมากจนจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วล่ะมั้งพาดกระเป๋าทรงเฉียง ขยับหัวเข็มขัดก่อนรัดสายนาฬิกาข้อมือ หันดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาอีกครั้งแล้วจึงออกจากห้องขาสองคู่ชะงักพร้อมกัน และเป็นกริมม์เองที่ผงกศีรษะให้อีกฝ่ายก่อนเลี่ยงออกมา ทว่า แกสตันซึ่งความตั้งใจเดิมถูกเด็กคนนั้นพับเก็บอย่างรวดเร็วทำได้แค่เรียกเสียงเหิน“ครับ”“หะ…หายดีแล้วเหรอ” “ยังแสบ ๆตรงรอยครูดกับถนน นอกนั้นปกติดีครับ” นัยน์ตาหลุบไปทางขวา ความข้องใจเรื่องเมื่อวานยังคงอยู่ แต่หากเอ่ยถาม จะมีอะไรดีขึ้นงั้นเหรอ “ผมไปเรียนก่อนนะ”“อืม” ชายหนุ่มยังอยากต่อบทสนทนาอีกเล็กน้อย “ขอเลขบัญชีหน่อยสิ จะโอนเงินให้”“ค่าอะไร”“เรื่องเมื่อวาน” เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบปากกาฉีกสมุดเลกเชอร์มาเขียนสิ่งที่เขาต้องการแล้วก้าวลงบันไดไม่เร่งรีบนัก เพราะยังรู้สึกปวดแสบในหลาย ๆจุดแกสตันยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลัง และได้เห็นว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อกันมันต่างกับคนอื่น ๆในบ้าน ทั้งที่พวกนั้นบุคลิกดุดันน่ากลัวถ้านี่ไม่เรียกว่าจงใจกวนประสาท จะให้เรียกอะไรวะ ----
กริมม์ได้สติลืมตาในช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันเดียวกัน กวาดตามองไปถ้วนทั่วพลางขมวดคิ้วมุ่น ห้องสะอาดผิดกับก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้ตนได้สวมชุดใหม่และตัวก็มีกลิ่นหอมเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำด้วย“แกสตันเหรอ…” พลันรู้สึกขนหัวลุก จะเป็นไปได้ยังไงที่ไอ้คนหยาบช้านั่นปรนนิบัติต่อกันดีขนาดนี้ พลางยื่นมือไปยังโต๊ะหัวเตียงคลำหาสวิตช์โคมไฟดวงตาหรี่ก่อนปรับกับความสว่างได้แล้วจึงเปิดผ้าห่ม ยืดตัวบิดคลายความปวดร้าวพลันเหลือบเห็นซองยาพร้อมกระดาษโน้ต “ยาแก้ปวด”เหลือเชื่อสุด ๆอ่านฉลากยาพลางถอนหายใจยาว พาร่างสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งเสร็จจากกรำศึก ลงไปยังห้องครัวด้วยเป็นเวลาดึกดื่นภายในบ้านจึงมีเพียงแสงไฟสลัวพอให้เห็นรำไร เด็กหนุ่มไม่ทันระวังจึงเตะขาโต๊ะหลุดร้องเสียงหลง&ldq
พอล็อกสองแขน สองขากลับดีดดิ้นแกสตันดุนกระพุ้งแก้ม หัวเสียสุด ๆแต่พยายามข่มอารมณ์ เหล่เห็นเข็มขัดนักศึกษาพลันผละไปฉวยไว้เมื่อหันกลับมา ไอ้เด็กเปรตนั่นกำลังสวมเสื้อผ้าร้อนรน ชายหนุ่มเหลือบมองบนพลางโคลงศีรษะไปมา พุ่งกระชากร่างนั้นเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง เบี่ยงกายขึ้นคร่อม ใช้เข็มขัดตรึงข้อมือกริมม์ไว้กับหัวเตียง“เก่งให้เหมือนปากหน่อยดิวะ!!”“ก็มันกลัวนี่โว้ย!!!” ตะคอกลั่น อีกฝ่ายชะงักค้าง เด็กหนุ่มเองก็เช่นกันแต่เพียงเสี้ยววิ เหตุการณ์นั้นดำเนินต่ออย่างรวดเร็ว ท่อนนิ้วแกสตันยัดเยียดบดเบียดช่องร้อนของกริมม์ในจังหวะเนิบนาบ พลางโลมเลียลำคอขาวส่งเสียงครางเครือทั้งที่หลับตาหนีคนตรงหน้า แต่ประสาทสัมผัสทางกายกลับแจ่มชัด หัวใจเต้นโครมครามจนหวั่นว่ามั
ปัดมือแทนคำพูดว่าให้ออกไป ไล่สายตาตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องคนสนิท ก่อนเหล่ไปทางเด็กบนเตียงพลันแค่นเยาะในลำคอ “ลูกหนี้ที่นี่ดีเนอะ มีพยาบาลส่วนตัวด้วย”“ครับ” ถ้าไม่ดื้อ ไม่เถียง แกสตันคงหมดความสนใจไปเอง “ทีกับกูพูดน้อยจังนะ กลัวดอกพิกุลร่วงเหรอ”“เปล่าครับ” พลันมือหนาพุ่งบีบคางกริมม์ นัยน์ตาสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เกิดคำถามในใจว่า ตนทำอะไรผิดอีก “คะ…คุณเกลียดอะไรผมเหรอ บอกผมเถอะ”“ถ้าบอกจะยอมเชื่องว่างั้น?” เด็กหนุ่มยักคอหงึกหงัก แกสตันรู้ว่าตนกำลังถือแต้มต่อจึงหรี่ดวงตาพลันแค่นหัวเราะ “จริง ๆก็ไม่ได้เกลียดมึงนะ แค่หมั่นไส้”“...” หมั่นไส้เนี่ยนะ ไอ้ประสาทกลับ“ด่ากันในใจอีกแล้ว”“เปล่า…” หลับตาปี๋ปกปิดความรังเกียจต่ออีกฝ่าย พลันลืมตาโพลงเมื่อมือแกสตันค่อย ๆเลื่อนไปยังลำคอระหง นิ้วโป้งกดเบา ๆตรงลูกกระเดือก ดวงหน้าฉายความร้ายกาจออกมาไม่ปิดบัง“จริง ๆก็ไม่ต่างกันนี่หว่า” พลันกริมม์คว้ามือนั้น กล่าวละล่ำละลัก “อะ…อะไร”“จะหญิงหรือชาย มันก็ไม่ต่างกันไง” โน้มตัวเชื่องช้า กดอีกฝ่ายลงกระทั่งแผ่นหลังนั้นแนบสนิทกับพื้นเตียง สีหน้าเด็กดื้อหวั่นวิตก ส่วนสองมือก็ดันแผ่นอกของแกสตันไว้ “กลัว?”
หมับ!"กล้านะมึง" แกสตันกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบไว้พลันปิดปากทันควัน "อ่อยอู้! " ทั้งที่พยายามแหกปากดีดดิ้น เผื่อคุณตำรวจได้ยิน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันเสียแรงเปล่าลากกริมม์กลับขึ้นรถพร้อมคำขู่ “ถ้ายังดื้อ กูจะขังมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันจริง ๆด้วย”นัยน์ตาแป๋วสั่นระริกขอความเมตตา แต่พลันถูกผลักไสรุนแรง กริมม์จึงทำได้เพียงถอนหายใจพลางมองบาดแผลตามร่างกายตน ไม่นานนัก รถคันหรูก็จอดสนิทที่ไหล่ทาง เด็กหนุ่มคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำไปด้วยความคึกคะนองสงบลงแล้ว ทว่า มันไม่ใช่ เจ้าหนี้คนนั้นตะปบปลายคางมนแล้วเค้นเสียงต่ำ “อย่าเสือกมีลูกเล่นอีกนะมึง”“คะ…ครับ” ความกลัวแล่นปลาบปกคลุมทั่วตัว ที่จริงควรสำเหนียกได้ตั้งแต่แรกว่าหมอนี่ไม่ใช่คนปกติ คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีใจโอบอ้อมให้ลูกหนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอกแกสตันเดินหายเข้าไปยังซอกตึกที่อยู่ไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ในมือเขาไม่มีอาวุธ แต่ทั้งตัวมีพร้อมทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก กระหน่ำใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งราวทุบตีหมูหมาทุกภาพอยู่ในสายตากริมม์ ขณะนั้นก็รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ถ้าหากยังทำตัวพยศแบบนี้แล้วคนวิตถารนั่นทนไม่ไหว คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่“แม่งเอ๊ย…กูทำอะ
ถึงโรงยิม กริมม์ก็เปลี่ยนชุดโดยเมินสายตาอ่านยากของแกสตัน แต่หูก็คอยฟังบทสนทนาจากสาว ๆเข้ามารุมล้อม “พี่ชื่อแกสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”“เงียบดิ๊ เสียสมาธิ!!” กริมม์ตวาดอย่างรำคาญ เกิดความเงียบชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับไปดังเดิม“เป็นบ้าเหรอ” บอยถามพลางเลิกคิ้วไปยังพี่คนนั้น แล้วพลันหรี่ตาอย่างตั้งใจจะจับผิดเพื่อนสนิท“ก็อยากบ้าจริง ๆอยู่หรอก” กระแทกปลายเสียงแล้วเลี่ยงไปหาพวกที่ยืนวางแผนกันอยู่ การเล่นครั้งนี้จริงจังเพราะมีการวางเงินเดิมพันถึงแต้มละหนึ่งพันบาทและนั่นมันทำให้กริมม์เกิดไอเดีย หนทางการปลดหนี้ของไอ้วิตถารนั่นมาถึงแล้ว เหอะ! ต่อให้ปากเปื่อยก็ถือว่าคุ้ม "พี่คนนั้นใคร โห่…สาวไปรุมหมดเลยว่ะ" คนชวนที่ข้องใจตั้งแต่แรกถามขึ้น “คนวิตถาร” สายตาเพื่อนร่วมทีมหันมาจ้องกริมม์หน้าฉงน แล้วบอยก็เป็นฝ่ายชี้ไปที่ตำหนิตรงลำคอ"เดี๋ยวก่อน ใครทำรอยที่คอมึง? " อีกฝ่ายตกใจหน้าขึ้นสีพลันลูบคอตนแรง ๆคงหวังว่ารอยนั้นจะหายในทันที"เอ่อ..." "ผมทำเอง" ทุกคนตะลึงงัน เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่วนเด็กคนนั้นได้แต่กัดปากถลึงตา “ล้อเล่นน่า”กริมม์เดือดปุด ๆ ฝ่ามือกำแน่นแต







