Home / วัยรุ่น / ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า / ความเจ็บที่ยาวนาน

Share

ความเจ็บที่ยาวนาน

last update publish date: 2026-04-01 11:58:34

ฉันเดินไปไหว้พ่อแม่เพื่อนรัก ใจรู้สึกผิด แต่คิดว่าเพื่อนไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายก็ปัดเรื่องรู้สึกผิดทิ้ง โบ้ทก็ลงมาด้วย มันเปลี่ยนตนเองมาอยู่ในกางเกงยีนต์ เสื้อยืดสีขาวอย่างที่มันชอบ เพื่อนฉันรีบลากดึงไปที่รถ ฉันทำตาม พอเราทั้งสามขึ้นรถโบ้ทก็ด่าญาติที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนรักทันที

“ดอกปาน เมื่อไหร่จะเลิกทำนิสัยแบบนี้ ทำกูต้องเลื่อนเวลานัดกับไอ้สองตัวโน้น”

ปานวาดเสยผมสีน้ำตาลเป็นลอนตามสมัยนิยมให้เข้าทรง สายตามองโบ้ท “ไอ้โบ้ทมึงอย่าเยอะได้ไหม มึงก็รู้แม่กูหวง เหมือนมึงได้ไง ถ้าเลือกได้กูก็อยากเป็นชาย”

“ใช่ๆ ทีพวกนายเที่ยวหัวราน้ำ พวกเราทำมั่งอย่าพูดมาก ขับเร็วๆ กว่าคุณหนูปานจะแต่งหน้าเสร็จ เดี๋ยวผู้ชายหล่อนจะหายไปเสียก่อน”

“เหมือนเข้าข้างแต่ฟังแปลกๆ นะนังเต่า”

มือยายเพื่อนสุดเซ็กซี่ผลักหัวฉัน ฉันถลึงตาใส่มัน “เจ็บนะคุณหนู”

โบ้ทหันมาหาฉันที่นั่งใกล้มัน และตีมือปานวาดสุดแรง ฝ่ายนั้นร้องเสียงดังปากก็ด่าขึ้นทันควัน “มึงทึ้งผมมันได้คนเดียวหรือไงไอ้โบ้ท โอ้ยทำกูเจ็บเลย”

“เออใช่ นั่งนิ่งๆ ถ้าไม่อยากโดนส่งกลับบ้าน”

โบ้ทว่า ฉันหันมองปานวาดที่ทำหน้างงๆ แต่ไม่นานก็รับสายผู้ชายของมัน โบ้ทนั้นหันมาหาฉันและถามขึ้น “กินไหรยัง”

“พี่กมลซื้อขนมให้แล้ว”

ฉันว่าและมองนอกรถแต่เสียงขรึมดังขึ้น “ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องเอาของที่ซื้อให้ นั่นอยู่ที่หลังเบาะรถ”

ฉันหันไปมองและยิ้ม บีบเขนล่ำๆ ที่มีรอยสักรูปสิงโตโผล่พอให้ใจระทึก (ก็ฉันชอบ)

“จะเอาหรือ ถ้าอย่างนั้นอ๊วกของไอ้รุ่นพี่ออกมาก่อน”

“อ๊วกจริงได้หนาวแน่ รถสุดที่รักนายนะ”

ฉันยิ้มเพราะมันเริ่มยิ้ม

“เลิกหยอกกันเหมือนเป็นแฟนได้ไหม รีบขับรถ กูจะไปกินข้าวกับผู้ก่อน ก่อนไปผับ เร็วเข้า”

ปานวาดโผล่มาที่เราทั้งสอง ฉันลูบผม มองหน้าขรึมๆ ของโบ้ท

ฉันเองคิดนะเนี่ย ยายคุณหนูพูดทำไม แต่คำพูดโบ้ททำเอาฉันยิ้มแห้ง

“หมาคลอดเป็นนกก่อนเถอะมึง เงียบ”

ปานวาดหัวเราะชอบใจ ฉันมองนอกรถที่สายฝนเริ่มโปรยปราย ภายใน หัวใจแปลบๆ ชอบกล

การแอบรักเพื่อนมันเจ็บจัง บอกก็ไม่ได้กลัวเสียความเป็นเพื่อนไป (และกลัวหน้าแตก)  ให้เลิกรักก็ยาก

ใครก็ได้ มาพาฉันออกจากเรื่องราวแบบนี้ที

ปานวาดนั่งแต่งหน้า ฉันหิ้วตะกร้าผ้าลงไปซัก มันชะเง้อมองโบ้ทที่บอกยังไม่รีบและขึ้นมาดื่มกาแฟก่อนจะไป

“ช่วยมันหน่อยสิโบ้ท แขนมันจะหัก”

“ช่างเถอะ ไม่อยากได้เครื่องซักผ้าเอง” โบ้ทมองฉันอย่างไม่พอใจ กระทั่งเปิดประตู เพื่อนในชั้นที่เห็นหน้าเสมอ ซึ่งเรียนอยู่ตึกอักษรฯ เข้ามาช่วย ฉันขอบใจ ปานวาดวิ่งมาที่ประตู

“มีคนช่วยแล้ว ดีจริงเพื่อนฉัน”

“จะกลับพอดี ถือเอง”

โบ้ทแทรกปานวาดออกมาจากประตู ฉันส่ายหน้า

“ไม่ต้อง”

“เอามานี่” มันไปแย่งมาจากเพื่อนร่วมชั้นฉันจนได้ ฝ่ายนั้นวางแล้วยิ้มให้ฉัน ก่อนเดินจากไป ฉันหันมองโบ้ท

“ยุ่งจริง ตอนแรกไม่สนใจ”

“อ้อยมันเหรอ ระวังเถอะ ดึกๆ จะมาเคาะประตู”

“ถ้าชอบจะเปิด ใครจะทำไม”

โบ้ทเดาะลิ้นมองขาฉัน เพราะตอนนี้ฉันเปลี่ยนมาใส่ขาสั้นยีนส์ ขาดๆ “หาก็หาตัวเล็กๆ นะยายเต่า อย่างแก ตัวใหญ่แบบนั้นอาจตายได้”

ฉันก้มมองขา จับเอวตนเอง

“พูดเป็นเล่นใครตายเพราะเรื่องอย่างว่า และเราไม่ได้แก่”

มันดูไม่พอใจที่ฉันเถียงทุกคำ เดินลงส้นเท้าแรงๆ ฉันแอบยิ้ม เดินตามมัน และแอบมองร่างสูง เท่ห์นั้น

ถ้าเป็นนายคงดีไม่น้อย นี่ฉันคิดบ้าอะไรอีกเนี่ย

ฉันกำลังหยอดเหรียญเพื่อซักผ้า ฉันหันมองโบ้ทที่กำลังหยิบเสื้อผ้าฉันใส่ในเครื่อง ฉันดึงมือมันออกจากเสื้อผ้า “ ไม่ต้องชั้นในเราก็มี”

“อายทำไม ชั้นในแกเห็นบ่อยออก ส่วนลูกมะนาวของแกก็เห็นบ่อยเวลาแกนอนรับแอร์”

มันว่าแล้วอมยิ้ม ฉันมองซ้ายขวา ดึงตะกร้าผ้า

“ไปเลยไป อย่ามายุ่ง จะไม่ให้นายมานอนที่ห้องอีกถ้าพูดมาก”

เมื่อพวกเรามีงานเลี้ยงวันเกิด พวกเรามักจะขลุกที่ห้องเจ้าของวันเกิด เพราะสะดวกสบายกว่านั่งร้าน ได้ดื่ม กินอย่างที่ชอบ และฉันรู้เวลาฉันเมาจะนอนเปิดพุงอย่างมันว่า แต่สมควรหรือที่มันจะเอามาล้อ

ไอ้เพื่อนบ้า ไปไกลๆ เลย

“เสร็จแล้วขึ้นไป อย่าริอ่านตามยายปานไปนะ”

ฉันมองหน้าคนที่ยังเสนอหน้า และมองคนโน้นคนนี้ที่เข้ามาในร้านซักผ้า และที่ฉันอยากไล่มันเพราะผู้หญิงที่หอเริ่มมองมันกันใหญ่

“ไปสิ ป่านนี้จักร ตรี รอแย่แล้ว อย่าเมาหัวราน้ำล่ะ”

มันยักคิ้วและยิ้ม

“ใครบอกว่าพวกเราจะไปเมาวะ”

ฉันมองตามร่างออร่าแรงกล้าสุดสายตา และเอียงคอคิด

พวกมันสามคนไปไหนกัน

ฉันได้ผ้ามาแล้วแต่เพื่อนยังแต่งหน้าทาปาก ฉันตากผ้าและถามปานวาดอย่างสงสัย “ไม่เหนื่อยเหรอคุณหนูแต่งตั้งนานแล้วนะ สวยอยู่แล้วจะทำให้วอกทำไม ไม่ชอบ”เลย

“มึงไม่ชอบแต่หนุ่มๆ ชอบโว้ย เลิกทำตัวเป็นเต่าล้านปีได้ไหม ไม่อย่างนั้นมึงขึ้นคานแน่”

“ก็ดีจะได้ไปรังควานพวกคนมีคู่”

ฉันเก็บตะกร้าเมื่อตากผ้าเสร็จ เดินไปนั่งจ้องปานวาด

“มึงมองทำไม ไม่เห็นหรือ ผู้หญิงของสามหนุ่มสามมุมแต่ล่ะคนขนตาเป็นกันสาดเลยนะ และไม่เห็นพวกมันบ่นว่าไม่ชอบ”

ฉันหยิบเครื่องสำอางราคาแพงเพื่อนมาดู “ก็จริงของแก แต่ล่ะคนดาราเลยนะนั่น”

“แต่สู้ปานวาดไม่ได้หรอก พูดแบบนั้นเดี๋ยวนี้”

เพื่อนสั่งและหัวเราะ ฉันพลอยหันเราะกับมัน ก่อนจะถามเรื่องอื่น

“พวกมันไปไหนกันรู้ไหม”

“ลงอ่าง”

ฉันอึ้งไป พยักหน้า ไปกวาดขยะในห้องต่อ ปานวาดเดินไปที่กระจก และมองเครื่องสำอาง “ชุดนี้ให้มึงนะ เพิ่งซื้อมา เก็บไปเลย”

ว่าแล้วหมุนๆ ฉันมองเครื่องสำอาง ครั้งนี้ไม่ปฏิเสธ เพราะอยากสวยขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นสาวๆ แต่งหน้าแล้วสวย

ปานวาดใส่รองเท้าเดินออกจากห้อง ฉันบอกให้มันดูแลตนเองและปิดประตู ก่อนเดินไปนั่งที่เตียง ล้มตัวลงนอนเปิดพุงรับพัดลมลดความร้อน

ลงอ่าง

ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าโบ้ทกำลังทำอะไรกับสาวคนไหน ฉันเดินไปอาบน้ำ และพยายามจัดห้องไม่หยุดหย่อนเพื่อให้ลืมเรื่องที่ได้รู้

นับวันฉันยิ่งคิดไม่ตกเรื่องแอบชอบเพื่อน ฉันไม่รู้จะปรึกษาใครดี ฉันเอามือปาดเหงื่อ

หรือว่าจะสารภาพ จะได้หายอึดอัด คับอกคับใจอย่างนี้

ฉันถอนหายใจ เป็นไปไม่ได้ อย่าทำให้ทุกอย่างที่ดีๆ อยู่พังเลย ฉันไม่อยากร้องไห้ก็เลยเปิดดูการ์ตูนตลกๆ ดู ซึ่งมันก็ช่วยฉันได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น

โบ้ท เรารักมึง

การ์ตูนจบ ใจฉันยังตะโกนอยู่อย่างนั้น

          แต่มีเพียงฉันที่ได้ยินมาสี่ปีแล้ว ซึ่งความเจ็บก็อยู่กับฉันยาวนานเท่าความรักที่เกิดนั่นแหละ ไม่มีทางสิ้นสุดลงง่ายๆ ช่างน่าเศร้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   รักคนไม่ผิด

    ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   บทรักเร่าร้อน

    “มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เริ่มเข้าใจ

    “เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ความรักคือการลืม

    “ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   จะผ่านไปให้ได้

    “ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ลองมาเป็นฉันดูไหม

    คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ไม่ตายหรอก

    “ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เข้าใจผิด

    ผมเดินไปดื่มน้ำ อดีตเพื่อน อดีตคู่นอนคืนเดียวเดินตามมา ผมตวาดมันอีก “อย่ามาเดินตาม พูดอะไรก็พูด ก่อนจะโดนอุดปากอีก”“ใครโทรมาบ้าง พาฉันกลับเดี๋ยวนี้ นี่ถ้าว่าที่เจ้าสาวนายรู้คงสนุกพิลึก”“ขู่อีกแล้วเรอะ ลืมไปเหรอว่านี่ถิ่นใคร”“มันเรื

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ฉันนี่เหรอเล่นละคร

    “และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เขาไม่รัก

    “ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status