공유

ไม่อยากเป็นหนี้

last update 게시일: 2026-04-01 11:57:41

ฉันเข้าไปจ่ายค่าซ่อมมอเตอร์ไซน์คันเก่าแก่ที่น้องสาวส่งขึ้นรถทัวร์มาให้เพื่อใช้ขับไปมหาวิทยาลัย ที่นั่นมีกมล หนุ่มหล่อตี๋รออยู่ เพราะที่นี่เป็นอู่ของบ้านเขา ฉันเลือกที่นี่เพราะถ้าเงินไม่พอก็ผ่อนส่งได้ เนื่องจากฉันทำงานตอนเย็นเป็นครูสอนหนังสือหลานชายรุ่นพี่ หลังจากจ่ายเงินเด็กในร้านบอกจะไปส่งรถให้เอง ฉันจึงขึ้นรถคันหรูไปกับรุ่นพี่เพื่อสอนหนังสือเด็กชายกรณรงณ์ที่บ้านอยู่ไม่ไกลอู่

“หิวไหมครับน้องเต่า”

รุ่นพี่ใจดีกับฉันตลอด ฉันยิ้ม ไม่ทันถามจบเขาก็ยื่นขนมมาให้ “ขอบคุณค่ะ” ฉันรับมาและกินอย่างไม่อาย เนื่องจากฉันสนิทกับพี่กมลมาก เขาเป็นคนดีที่สองรองจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่กรุงเทพ เด็กบ้านนอกอย่างฉันก็ได้กัลยาณมิตรที่ดี

ฉันมองหน้ารุ่นพี่

“งานเป็นไงคะ เหนื่อยหรือเปล่า”

รุ่นพี่ร่ำรวยมาแต่กำเนิดไม่ต่างเพื่อนๆ ฉัน เขามาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ฉันรู้คร่าวๆ แค่เขามีโรงแรม มีร้านอาหาร อู๋ซ่อมรถ อะไรอีกฉันไม่อยากจำนัก

“เหนื่อยสิครับ ถ้าน้องเต่าเรียนจบมาช่วยพี่ทำงานนะ พี่จะรอ”

ฉันอ้าปากค้าง ก่อนจะงับขนมปังเข้าปาก ยิ้มแหยๆ ไม่พูดอะไร เพราะไม่รู้จะพูดอะไร และเราก็ถึงบ้านนักเรียนฉันเสียก่อน

“ครูเต่ามาแล้วหรือครับ”

นักเรียนฉันเข้ามากอด น้าชายผลักไหล่หลานหยอกเย้า “เป็นหนุ่มแล้วนะ อย่าไปกอดครูเขาสิ”

“จะกอด อย่ามาอิจฉา ไปครับครู ผมรอตั้งนาน”

 เด็กชายกรณรงค์จับมือฉันเข้าบ้าน ฉันไหว้คุณหญิงแม่ของเด็กนักเรียน ฝ่ายนั้นเพียงพยักหน้า ฉันเดินไปห้องเรียนด้วยอาการเกร็งๆ

มาสอนสามปีแล้ว ฉันยังกลัวคุณหญิงบ้านนี้ เหตุเพราะตอนแรก เขาไม่เชื่อใจฉันว่าจะสอนลูกชายเขาได้ แต่ด้วยเวลา ทำให้รู้ว่าฉันทำได้ ลูกชายของคุณหญิงเรียนดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รุ่นพี่เองคงไม่โดนต่อว่าอีกแล้ว

“มากับน้าผมอีกแล้วนะครับ อย่าให้รู้ว่าเป็นแฟนกัน”

ฉันวางกระเป๋าและยิ้ม “คิดไปได้นะเรา มาๆ เปิดหนังสือ เราค้างที่ตรงไหนน่า”

เด็กชายดูพอใจที่ฉันไม่ตอบว่าใช่ ตั้งใจเรียนหนังสือ ฉันแอบถอนหายใจ

เด็กสมัยนี้แก่แดดแก่ลมจริงๆ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กนักเรียนเก็บสมุด หนังสือ ฉันจิบน้ำเพราะคอแห้ง และเดินไปเก็บหนังสือที่นำมาสอน ขณะนั้นนักเรียนเข้ามายืนข้างๆ ยิ้มน่าเอ็นดู

“ทานมื้อเย็นกับผมนะครับครู”

“ขอบคุณครับแต่ครูมีงานต้องเคลียร์ ตั้งแต่พรุ่งนี้ครูจะมาสอนวันล่ะสองชั่วโมงนะครับ เพราะคุณวินใกล้สอบแล้ว และปลายเดือนนี้ครูต้องออกค่ายอาสาค่ะ”

“ไปกี่วันครับ ผมคิดถึงแย่เลย”

“ห้าวันเท่านั้น ไปค่ะ ครูต้องกลับแล้วน่า”

เด็กชายไหว้คุณครู พอดีกับที่รุ่นพี่เดินเข้ามา เด็กชายทำเสียงขรึม “ส่งคุณครูผมดีๆ นะครับน้ากมล”

กมลยิ้ม “แน่นอนไอ้เสือ”

“ผมไม่ใช่เสือสักหน่อย ผมน่ะรักเดียวใจเดียว”

ฉันยิ้มกับรุ่นพี่ เพราะคำพูดเด็กชายอายุเก้าขวบ ก่อนจะเดินไปที่รถ เด็กชายโบกมือให้คุณครู ฉันโบกมือและยิ้ม

“อย่ายิ้มนักเลย เดี๋ยวนี้ก็ทำตัวเป็นเจ้าของน้องเต่าจะตาย เด็กแก่แดด”

น้าต่อว่าหลาน ฉันคาดเข็มขัดนิรภัย “พูดเป็นเล่นน่าพี่กมล ไปคะ ซิ่งเลย เต่าต้องรีบไปซักผ้า เพราะเต็มตะกร้าแล้ว”

“ครับกระผม”

รุ่นพี่รีบตะบึงรถ ฉันแอบมองเสี้ยวหน้าหล่อนั้น และเห็นคุณหญิงของบ้านออกมายืนมอง ฉันเบือนหน้าจากรุ่นพี่

หวงน้องจริงๆ ฉันไม่กินน้องคุณหญิงหรอกนะคะ

แต่ก็ว่าได้หรือ คนเป็นพี่ พ่อแม่ต้องหวงอยู่แล้ว นี่มันน้องชายคนเดียว ลูกชายคนเดียวของบ้าน และฉันเป็นเพียงเด็กสาวจากบ้านนอกคนหนึ่งเท่านั้น

ระหว่างนั่งง่วงมือถือมีสายเรียกเข้า ฉันกดรับสาย “ว่าไงยายปาน”

“มารับหน่อยได้ไหม คืนนี้จะไปเที่ยวกับหนุ่ม แกไม่มาพ่อไม่ให้ออกไปแน่”

คุณหนูก็เป็นอย่างนี้ พ่อแม่หวง “เออ ได้ ผิดศีลห้าเพราะคุณหนูอีกแล้วสินะ เวร”

วางสาย รุ่นพี่มองตาปริบๆ ฉันยิ้มแหย “ชินได้แล้วน่าพี่กมล พวกเราก็แบบนี้แหละค่ะ”

“พี่ไม่ได้ว่าอะไรแต่อยากรู้เราจะไปด้วยหรือ พี่ว่าอย่าไปเลยนะ เราคอไม่แข็ง”

ทำตัวเป็นเจ้าของแล้วป่าววะแบบนี้ ฉันเริ่มอึดอัด ก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่ไปไหนหรอกค่ะ ง่วงนอนแล้ว”

ดูเหมือนคนข้างๆ พอใจคำตอบ ฉันหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

ตั้งแต่เข้ามหาลัยก็มีหนุ่มๆ เข้ามาบ้าง แต่ส่วนมาก ทนความปากหมาของเพื่อนๆ ไม่ไหว ถ้าไม่จริงใจก็หนีไปทุกราย เหลือรุ่นพี่นี่แหละ ที่ปานวาดว่าใช้ได้ แต่ให้ตายสิ หัวใจไม่ได้หวั่นไหวเลย เป็นแบบนี้ก็อึดอัดนัก เขาเองไม่สารพภาพว่าชอบ จะปฏิเสธออกมาเองก็ชักยังไงอยู่

ถึงหอพัก เรื่องที่อยากซักผ้าต้องพักไว้ก่อน ฉันต้องเปลี่ยนใจ เพราะไม่อยากลงไปหยอดเหรียญด้านล่างตึก รู้สึกเหนื่อยจึงนอนแผ่หลาบนเตียงขนาดสามฟุตครึ่งทันที  แต่ยายปานวาดดันโทรยิกๆ ฉันต้องลืมตา เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความเร็ว

ไม่นานอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนต์ ฉันหวีผมที่ดำขลับนั้นด้วยมือ และวิ่งไปหยิบกุญแจรถ ก่อนจะวางลง เพราะคิดได้ต้องนั่งแท็กซี่ไปรับเพื่อน ทว่าเมื่อเปิดห้องก็สะดุ้งโหยง

“เฮ้ยโบ้ท มาไงหรือ”

ฝ่ายนั้นเสยผมดึงมือฉันไปที่บันได ปากก็บ่น “เหนื่อยชิบหายไม่มีลิฟต์ เมื่อไหร่แกจะเปลี่ยนที่พักวะ”

“ตอบก่อนมาทำไม ไหนว่ามีนงมีนัด”

“ก็คุณปานโทรให้ไปรับ ริจะไปเที่ยวกับผู้ชายร้อนถึงคนหล่อเนี้ย”

ปานวาดเป็นญาติห่างๆ กับโบ้ท เรื่องแบบนี้จึงเกิดประจำ อ้างว่ามีงานต้องทำ

ฉันแอบยิ้มระหว่างเดินลงบันได

 นี่พวกเรามอปลายหรือมหาลัยเนี้ย

“ยิ้มอะไรของหึ อย่าบอกว่ามีนัดกับหนุ่มคนไหนเหมือนกัน อย่าเชียวนะ”

ฉันมองไอ้เพื่อนจอมห้าม “ถ้าใช่ยุ่งไรกะเราละ”

“แกเมาแล้วหลับไปเลย แบบนั้นก็กลายเป็นหมูแน่ๆ”

“เราเต่า หนังเหนียว เคี้ยวยากค่ะ”

ฉันว่าและยักคิ้ว แกล้งคนขี้เกียจเดิน โดยการจับมือให้วิ่งลงบันได มันร้องตกใจและรีบวิ่งพร้อมฉัน ฉันแอบยิ้มส่วนมันหน้าตึง ก่อนจะมายืนหอบกันที่รถ มันหายเหนื่อยก็เริ่มบ่นทันที

“เล่นบ้าๆ ตกบันไดหัวแตกนะ แย่ไปกว่านั้น ความสวยที่มีเท้ามดแกจะหมดไป”

ฉันทุบมันที่อกดังอึก มันจับหน้าอก ก่อนจะถอยห่างไปขึ้นรถ ฉันเองรีบขึ้นรถและสั่ง “เร็วหน่อยนะ จะมาซักผ้า”

“ทำไมไม่จ้างซัก”

“จน”

ฉันว่าแล้วหัวเราะเพราะมันหน้าบึ้ง

จะหน้าบึ้งทำไม ความจนมันน่าโมโหตรงไหน

ปกติฉันก็ไม่ได้ยากจนข้นแค้นขนาดนั้นหรอก แค่จนกว่าทุกคนในกลุ่มก็เท่านั้น พวกมันทุกคนจึงไม่พอใจที่ฉันไม่ค่อยรับความช่วยเหลือ และหน้าบึ้งทุกทีที่ฉันพูดเรื่องนี้

“ซื้อเครื่องซักผ้า เอ้าเราให้ผ่อน”

“ไม่เอา แบบนี้สบายกว่า ใส่ถัง หยอดเหรียญ”

ฉันว่า มันตะบึงรถ ฉันรีบคาดเบล แอบมองใบหน้าดุๆ ของมัน

ไอ้พวกคนรวยๆ ทำไมชอบใช้เงินแบบนี้นะ เราไม่อยากกู้ ก็ให้กู้อยู่ได้ ไม่คิดหรือไงกู้ก็ต้องคืน ฉันไม่อยากเป็นหนี้ จะให้ต้องย้ำกี่ครั้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   รักคนไม่ผิด

    ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   บทรักเร่าร้อน

    “มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เริ่มเข้าใจ

    “เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ความรักคือการลืม

    “ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   จะผ่านไปให้ได้

    “ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ลองมาเป็นฉันดูไหม

    คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ไม่ตายหรอก

    “ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เข้าใจผิด

    ผมเดินไปดื่มน้ำ อดีตเพื่อน อดีตคู่นอนคืนเดียวเดินตามมา ผมตวาดมันอีก “อย่ามาเดินตาม พูดอะไรก็พูด ก่อนจะโดนอุดปากอีก”“ใครโทรมาบ้าง พาฉันกลับเดี๋ยวนี้ นี่ถ้าว่าที่เจ้าสาวนายรู้คงสนุกพิลึก”“ขู่อีกแล้วเรอะ ลืมไปเหรอว่านี่ถิ่นใคร”“มันเรื

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ฉันนี่เหรอเล่นละคร

    “และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เขาไม่รัก

    “ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status