LOGINแสงแดดยามบ่ายในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมากระทบกับฉากจำลองทรงไทยประยุกต์กลางแจ้ง ณ รีสอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่
บรรยากาศการถ่ายทำละครย้อนยุคดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต่างวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าว ในฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ต้องใช้เอฟเฟกต์แสงและไฟประดับจำลองเพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลยามค่ำคืน ภาคินในชุดย้อนยุคเต็มยศกำลังยืนซักซ้อมคิวบู๊และบล็อกกิ้งกับผู้กำกับอย่างตั้งใจ โดยมีขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยถือร่ม เตรียมผ้าซับเหงื่อ และน้ำดื่มสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเซ็ตถ่ายทำ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและความอึดอัดในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยและความเข้าใจ ภาคินไม่ได้เหวี่ยงใส่เธออย่างไร้เหตุผลเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ส่วนขวัญข้าวเองก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ เธอเริ่มจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเขาได้มากขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ชอบ ตารางงาน และช่วงเวลาที่ควรปล่อยให้เขาได้พักผ่อน จนทีมงานในกองเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และแอบกระซิบแซวกันว่า… เจ้าชายน้ำแข็งกำลังจะละลายเสียแล้ว "โอเค! ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมนะ ฉากนี้เราจะใช้เอฟเฟกต์ไฟตรงซุ้มประตูทางเข้า เพื่อเพิ่มความอลังการของงานเทศกาล ระวังเรื่องความร้อนและอุปกรณ์กันด้วยนะ!" เสียงผู้กำกับตะโกนสั่งงานผ่านโทรโข่งดังลั่นกองถ่าย "ครับ / ค่ะ!" ทีมงานเอฟเฟกต์และนักแสดงขานรับพร้อมเพรียงกัน ขวัญข้าวยืนมองภาคินจากมุมด้านข้าง เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา ถ่ายทำมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ทุกคนเริ่มเหนื่อยล้า แต่ภาคินยังคงรักษามาตรฐานการแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีหลุดโฟกัสเลยแม้แต่น้อย "เอาล่ะ! ห้า...สี่...สาม...สอง...แอ็กชัน!" สิ้นเสียงผู้กำกับ ภาคินก้าวเข้าฉากด้วยสีหน้าและแววตาตามบทบาทอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในจังหวะที่การถ่ายทำดำเนินไปถึงช่วงสำคัญ ซึ่งต้องเปิดระบบไฟเอฟเฟกต์ประกอบฉากนั้นเอง... เปรี๊ยะ! เสียงผิดปกติดังขึ้นจากบริเวณฐานซุ้มประตูไม้จำลองประกายไฟแลบวาบออกมาจากจุดเชื่อมต่อของอุปกรณ์ไฟฟ้า ก่อนกลุ่มควันสีขาวจะพวยพุ้งขึ้นอย่างกะทันหัน "เฮ้ย! ปิดระบบไฟก่อน!" ทีมงานคนหนึ่งตะโกนสุดเสียง แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัวเปลวไฟสีส้มแดงกลับลุกติดผ้าม่านประดับฉาก ก่อนลามไปยังวัสดุตกแต่งซุ้มประตูอย่างรวดเร็ว “ไฟไหม้!” “ไฟไหม้ฉาก!” ความวุ่นวายบังเกิดขึ้นในพริบตา เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ ทืมงานต่างรีบอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายความปลอดภัยเข้าควบคุมสถานการณ์และเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง ภาคินซึ่งยืนอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุหันกลับไปมองทันที สายตาของเขาเหลือบเห็นทีมงานคนหนึ่งกำลังพยายามพยุงตัวลุกขึ้น หลังสะดุดอุปกรณ์ประกอบฉากล้มลงใกล้บริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ “ออกไปจากตรงนั้น!” ภาคินตะโกน ก่อนรีบเข้าไปช่วยประคองทีมงานคนนั้นให้พ้นทาง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะถอยออกมา…เสียงแตกร้าวของโครงสร้างไม้กลับดังขึ้นเหนือศีรษะ กร๊อบ! คานตกแต่งส่วนบนของซุ้มประตูที่ถูกเปลวไฟลุกลามเริ่มเอียงตัว…และกำลังจะพังลงมา! "คุณภาคิน! ระวังค่ะ!" เสียงของขวัญข้าวดังขึ้นสุดเสียง หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เธอแทบไม่ทันคิดอะไร สองขารีบวิ่งพุ่งตรงเข้าไปทันที “คุณภาคิน!” ตุบ! เธอใช้แรงทั้งหมดผลักร่างสูงของภาคินออกจากบริเวณอันตรายทั้งคู่เสียหลักล้มลงบนพื้นห่างจากจุดเกิดเหตุ โครม! โครงสร้างไม้บางส่วนพังถล่มลงมาเสียงดังสนั่น เศษวัสดุที่กำลังลุกไหม้กระเด็นกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ "โอ๊ย..." เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เศษไม้ร้อนจัดชิ้นหนึ่งกระเด็นมาโดนแขนขวาของเธอ ก่อนจะตกลงบนพื้น ความร้อนแผดเผาผิวหนังจนเกิดรอยแดงและตุ่มพอง ขณะที่ขอบไม้บาดผิวหนังอีกตำแหน่งจนมีเลือดซึมออกมา "ขวัญข้าว!" ภาคินตะโกนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เคยมีหายวับไปในพริบตา เขารีบพลิกตัวลุกขึ้น ก่อนหันไปมองหญิงสาวที่นั่งกุมแขนตัวเองอยู่ข้างๆ “ขวัญ!” ภาคินรีบเข้าไปประคองเธอ “คุณเป็นอะไรไหม? เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?” ขวัญข้าวพยายามฝืนยิ้ม “ขวัญ…ไม่เป็นไรค่ะ” แต่ทันทีที่ขยับแขน ความเจ็บแสบก็แล่นขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า “โอ๊ย…” ภาคินมองตามสายตาของเธอ เมื่อเห็นบาดแผลบนแขนขวา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “นี่คุณ…” น้ำเสียงทุ้มสั่นเล็กน้อย “ทำไมถึงวิ่งเข้ามาแบบนั้น!” “ก็ถ้าขวัญไม่ผลักคุณออกมา คุณก็โดนไม้ทับไปแล้วสิคะ!” เธอเถียงกลับทั้งที่ใบหน้ายังเหยเกด้วยความเจ็บ “อีกอย่าง…ขวัญก็ไม่ได้ตั้งใจจะเจ็บตัวสักหน่อย” “แล้วถ้ามันตกใส่คุณแทนล่ะ!” ภาคินเผลอขึ้นเสียง ขวัญข้าวชะงักไปเล็กน้อย เขาเองก็ชะงักเช่นกัน ความโกรธที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้เกิดจากความรำคาญ แต่มาจากความกลัว กลัวว่าอีกเพียงเสี้ยววินาทีเดียว…คนตรงหน้าอาจได้รับบาดเจ็บหนักกว่านี้ “มีใครเป็นอะไรไหม!” เสียงผู้กำกับดังขึ้นจากอีกด้าน “เรียกทีมแพทย์ประจำกองมาด่วน! แล้วตรวจดูด้วยว่ามีใครติดอยู่ในพื้นที่หรือเปล่า!” เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเข้าควบคุมเพลิง ขณะที่ทีมงานคนอื่นรีบอพยพออกจากบริเวณเกิดเหตุ กลิ่นไหม้และควันยังคงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ภาคินประคองขวัญข้าวออกมายังจุดปลอดภัย ก่อนหันไปตะโกนเรียกผู้จัดการส่วนตัว “พี่เอ็ม!” “ครับ! น้องภาคิน!” พี่เอ็มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เป็นอะไรกันมากไหมครับเนี่ย!” “ขวัญโดนไฟลวกที่แขนครับ เรียกทีมแพทย์ให้ผมที!” “ได้ครับ!” พี่เอ็มรีบหันไปประสานงานทันที ภาคินหันกลับมามองหญิงสาว “เจ็บมากไหม?” ขวัญข้าวเม้มริมฝีปาก “ก็…แสบค่ะ” “ทำไมไม่บอกว่าเจ็บตั้งแต่แรก” “ขวัญก็บอกอยู่นี่ไงคะ” ภาคินถอนหายใจแรง “คุณนี่มันจริงๆ เลย” แม้คำพูดจะฟังเหมือนกำลังตำหนิ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำกองก็มาถึง หลังประเมินอาการเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พาขวัญข้าวไปยังจุดปฐมพยาบาล และเริ่มทำให้บริเวณแผลไฟไหม้เย็นลงด้วยน้ำสะอาดที่ไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง ก่อนดูแลบาดแผลถลอกแยกต่างหาก ภาคินยืนอยู่ข้างๆ ไม่ยอมไปไหน “แผลลึกไหมครับ?” เขาถามทันที เจ้าหน้าที่ตรวจดูอาการอย่างระมัดระวัง “มีรอยไหม้ที่เกิดตุ่มพองค่ะ ควรให้แพทย์ตรวจประเมินอีกครั้ง โดยเฉพาะเพราะเป็นแผลจากวัสดุร้อน และมีแผลถลอกร่วมด้วย” “งั้นไปโรงพยาบาลเลยครับ”ภาคินตอบโดยไม่ลังเล ขวัญข้าวรีบเงยหน้า “เดี๋ยวสิคะ! แล้วคิวถ่ายของคุณล่ะ?” “ตอนนี้เขาหยุดถ่ายกันแล้ว” “แต่ถ้ากลับมาถ่ายต่อ—” “ขวัญข้าว” เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอ หญิงสาวเงียบลงทันที ภาคินมองเธอนิ่ง “ตอนนี้คุณควรห่วงแขนตัวเองก่อน” ขวัญข้าวกะพริบตาปริบๆ “แต่ขวัญเป็นผู้ช่วยคุณนะคะ” “ผมรู้” “หน้าที่ขวัญคือดูแลคุณ” ภาคินนิ่งไปเล็กน้อย ประโยคนั้น…เขาเคยได้ยินจากเธอมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในวันที่เขาเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว ในคืนที่ความมืดทำให้เขาหายใจแทบไม่ออก และในวันที่เธอยอมทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพื่อรักษาความลับของเขา แต่วันนี้…เธอกลับยอมเสี่ยงบาดเจ็บเพื่อช่วยเขาอีกครั้ง “แล้วใครบอกว่า…” ภาคินเอ่ยเสียงเบาลง “คนเป็นผู้ช่วยต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายแทนผมด้วย?” ขวัญข้าวชะงัก “คุณภาคิน…” “คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก”เขาพูดช้าๆ “เข้าใจไหม?” หญิงสาวหลบสายตา “ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ขวัญก็คง…” “ขวัญข้าว!” ภาคินเรียกชื่อเธอเสียงเข้ม เธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะย่นจมูก “ก็ได้ค่ะๆ ขวัญจะระวังตัว” ภาคินถอนหายใจอย่างหมดคำพูด “ดื้อจริงๆ” “ใครดื้อคะ?” “คุณนั่นแหละ” ขวัญข้าวแอบยิ้ม แม้แขนจะยังเจ็บแสบ แต่การเห็นซุปตาร์จอมเรื่องมากทำหน้าตาเป็นห่วงจนแทบปิดไม่มิด ก็ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกแปลกๆ เขาไม่ได้ตะคอกเพราะไม่พอใจเหมือนเมื่อก่อน แต่กำลังกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปจริงๆ ภาคินมองหญิงสาวที่ยังพยายามยิ้มทั้งที่บาดเจ็บ ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ขวัญ” “คะ?” “ขอบคุณนะ” ขวัญข้าวเงยหน้ามองเขาทันที ภาคินสบตาเธอ ไม่มีรอยยิ้มประชด ไม่มีท่าทางเย่อหยิ่ง มีเพียงความจริงใจที่ส่งผ่านแววตา “ขอบคุณที่ช่วยผมไว้” หัวใจของขวัญข้าวเต้นผิดจังหวะ “เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ” เธอรีบหลบสายตา “ขวัญก็แค่…ไม่อยากให้คุณเจ็บตัว” ภาคินนิ่งไป คำพูดธรรมดาๆ ของเธอกลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างในอกเขาเคลื่อนไหวอย่างประหลาด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเคยชินกับการเป็นคนที่ทุกคนต้องดูแล ต้องปกป้องภาพลักษณ์ ต้องรักษาความสมบูรณ์แบบ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า…วันหนึ่งจะมีใครบางคนยอมเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะไม่อยากเห็นเขาเจ็บตัว “ต่อจากนี้…” ภาคินเอ่ยขึ้น ขวัญข้าวหันมามอง “คะ?” “ไม่ต้องพยายามปกป้องผมทุกเรื่องก็ได้” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ดูแลตัวเองบ้าง” ขวัญข้าวนิ่งไป ก่อนจะยิ้มบางๆ “ค่ะ คุณภาคิน” เสียงของเธอนุ่มลงอย่างไม่รู้ตัว ภาคินมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนี “พี่เอ็มครับ!” “ครับ!” “ช่วยจัดรถพาขวัญไปโรงพยาบาลด้วยนะครับ ผมจะไปด้วย” ขวัญข้าวเบิกตากว้าง “คุณจะไปด้วยเหรอคะ?” “ทำไม?” “ก็…คุณเป็นซุปตาร์นะคะ ถ้ามีคนเห็น—” “แล้วไง?” ภาคินหันกลับมามองเธอ “ผู้ช่วยผมบาดเจ็บเพราะช่วยผมไว้ จะให้ผมนั่งเฉยๆได้ยังไง?” ขวัญข้าวอ้าปากเหมือนจะเถียง แต่สุดท้ายกลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา พี่เอ็มที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาประหลาดใจ เขาทำงานกับภาคินมานานพอจะรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนแสดงความรู้สึกออกมาง่ายๆ โดยเฉพาะความห่วงใย แต่วันนี้…ทุกอย่างดูแตกต่างออกไป ขณะที่ทีมงานทยอยเก็บกวาดพื้นที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ ภาคินยังคงอยู่ใกล้ขวัญข้าวไม่ห่าง เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไร…เสียงพูดเจื้อยแจ้วของเธอกลายเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคย รอยยิ้มกวนๆของเธอกลายเป็นภาพที่ทำให้วันเหนื่อยล้าดูเบาลง และการมีเธออยู่ใกล้ๆ กลายเป็นความสบายใจที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากใคร แต่ในวินาทีที่เห็นโครงสร้างไม้กำลังจะพังลงมา…เขากลับรู้สึกกลัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน กลัวว่าเธอจะได้รับอันตราย กลัวว่ารอยยิ้มนั้นจะหายไป และกลัวว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้พูดคำขอบคุณกับเธออีก ภาคินก้มมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ขวัญข้าวกำลังบ่นพึมพำเรื่องค่ารักษาพยาบาลและกังวลว่าจะทำงานต่อได้หรือไม่ เขาส่ายหน้าเบาๆ ยัยตัวแสบเอ๊ย…เจ็บขนาดนี้แล้วยังจะห่วงเรื่องงานอีก “ขวัญข้าว” “คะ?” “ค่ารักษาไม่ต้องห่วง” เธอหันขวับมามอง “แต่—” “ผมจะช่วยประสานเรื่องค่ารักษาให้” “จริงเหรอคะ?” “อืม” “งั้นขวัญขอถามอีกอย่างได้ไหมคะ?” ภาคินมองอย่างระแวง “อะไรอีก?” “ถ้าขวัญต้องพักงานหลายวัน…คุณจะหักเงินเดือนขวัญไหม?” ภาคินหลับตาลงช้าๆ “ขวัญข้าว…” “คะ?” “คุณนี่มัน…” เขาถอนหายใจ ก่อนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น” ขวัญข้าวยิ้มกว้างทันที “ขอบคุณค่ะ ท่านซุปตาร์ผู้ใจดี!” “อย่ามาประชด” “ขวัญชมจริงๆ นะคะ!” ภาคินมองรอยยิ้มสดใสตรงหน้า ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ และในวันนั้นเอง…รอยร้าวบนกำแพงน้ำแข็งที่ภาคินสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองก็ขยายกว้างขึ้นอีกครั้ง เขายังไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในอกเรียกว่าอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มีสิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มเข้าใจชัดเจนขึ้นทุกที… ขวัญข้าวไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกำลังกลายเป็นใครบางคน…ที่เขาไม่อยากเห็นต้องเจ็บปวด และไม่อยากสูญเสียไปจากชีวิต แม้แต่วันเดียวแสงแดดยามบ่ายในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมากระทบกับฉากจำลองทรงไทยประยุกต์กลางแจ้ง ณ รีสอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการถ่ายทำละครย้อนยุคดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต่างวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวในฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ต้องใช้เอฟเฟกต์แสงและไฟประดับจำลองเพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลยามค่ำคืนภาคินในชุดย้อนยุคเต็มยศกำลังยืนซักซ้อมคิวบู๊และบล็อกกิ้งกับผู้กำกับอย่างตั้งใจ โดยมีขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยถือร่ม เตรียมผ้าซับเหงื่อ และน้ำดื่มสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเซ็ตถ่ายทำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและความอึดอัดในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยและความเข้าใจ ภาคินไม่ได้เหวี่ยงใส่เธออย่างไร้เหตุผลเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ส่วนขวัญข้าวเองก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ เธอเริ่มจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเขาได้มากขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ชอบ ตารางงาน และช่วงเวลาที่ควรปล่อยให้เขาได้พักผ่อนจนทีมงานในกองเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และแอบกระซิบแซวกันว่า…เจ้าชายน้ำแข็งกำลังจะละลายเสียแล้ว"โอเค
แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้งภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้องภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงักขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่“คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้างขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้เธอกวาดสายตามองไปบนเตียงว่างเปล่า…ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้องภาคินตื่นแล้วร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามองขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…”“ผ
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสายลมภูเขา กองถ่ายละครย้อนยุคต้องยกกองมาปักหลักถ่ายทำฉากสำคัญ ณ รีสอร์ตและโลเคชันธรรมชาติกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบของธรรมชาติ แต่ความวุ่นวายภายในกองถ่ายกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา 'แผนปฏิบัติการไล่ออก' ของภาคินดูเหมือนจะคว่ำไม่เป็นท่า แทนที่ขวัญข้าวจะทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง เธอกลับปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งวุ่นเตรียมน้ำ เตรียมบท และรับมือกับความเรื่องมากของเขาได้ทุกรูปแบบ จนแทบจะกลายเป็น ‘เงา’ ที่คอยตามติดซุปตาร์หนุ่มไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่ง…ค่ำคืนนี้มาถึงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด สมาชิกในกองถ่าย ทั้งทีมงานและนักแสดง ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนเอาแรง หลังจากลุยถ่ายทำกันมาตลอดทั้งวัน ณ ห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ขวัญข้าวที่เพิ่งเคลียร์ตารางคิวงานของวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องพักของภาคิน เสียงกุกกักเบาๆ จากด้านในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เธ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของภาคิน บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขวัญข้าวยืนสูดหายใจลึกอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภาคิน ในมือถือถาดอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ดูน่าทาน และกาแฟคาปูชิโน่เย็น ‘หวานน้อย’ จากร้านเจ้าประจำที่เธอต้องตื่นไปต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องการงานนี้เพื่อใช้หนี้ และเธอจะไม่ยอมให้ซุปตาร์คนไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอได้ง่ายๆ“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!”ขวัญข้าวกดกริ่งหน้าห้อง รอเพียงครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นภาคินในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ยังคงดูดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงตั้งแต่เช้า“มาทำอะไรที่นี่?” ภาคินถามเสียงเย็นชา มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขวัญ...ขวัญมารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ” ขวัญข้าวตอบด้วยรอยยิ้มสดใส พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดีที่สุดภาคินหรี่ตามองเธอ รู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก“ผู้ช่วยส่วนตัว? ใครสั่ง?”“หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานแจ้งขวัญเมื่อวานนี้ค่ะ ว่าให้ขวัญมาดูแลคุณภาคินเป็นพิ
“อร๊ายยย! ยัยเด็กนั่นมันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเถียงพี่คินของหนู!”เสียงกรีดร้องของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคินดังลั่นห้องพักนักแสดงวีไอพีหลังจากที่ขวัญข้าวเดินจากไปไม่นาน ข่าวซุปตาร์เบอร์หนึ่งถูกสตาฟฟ์คนใหม่สวนกลับจนหน้าหงายก็แพร่สะพัดไปทั่วกองถ่ายราวกับไฟลามทุ่งโรสรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าสวยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจเธอไม่ชอบเลยสักนิดที่มีผู้หญิงคนอื่นกล้าขึ้นเสียงใส่ภาคินยิ่งคิดถึงสายตาที่ขวัญข้าวใช้มองเขาเมื่อครู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนอื่น ภาคินอาจเป็นเพียงซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศแต่สำหรับเธอ…เขาคือ ‘พี่คิน’ คนที่เธออยู่เคียงข้างมาตลอด และเป็นคนที่เธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายภาคินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เมคอัพอาร์ติสต์ซับเหงื่อและเติมแป้ง โดยไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อยในหัวของเขามีแต่ภาพแววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดท้าทายของขวัญข้าววนเวียนอยู่ไม่รู้จบ‘คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ ไม่ใช่ด้วยความกลัว’“พี่คินคะ! ได้ยินที่โรสพูดไหมคะ?”โรสรินทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนภาคินเบาๆ“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสัมมาคารวะเลยนะคะ ต้องไล่อ







