LOGINแสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้ง
ภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุด ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้อง ภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงัก ขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่ “คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้?” ภาคินเอ่ยถามเสียงทุ้มแหบพร่า พลางกวาดสายตามองซ้ายมองขวาเกรงว่าจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า “ขวัญเห็นไฟในห้องคุณยังเปิดอยู่ค่ะ…” ขวัญข้าวตอบเสียงเบา พลางก้มมองแก้วในมือ “แล้วก็…เดาว่าคุณคงนอนไม่หลับเหมือนก่อนคืนก่อน” ภาคินนิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า เขาอยากจะไล่เธอให้กลับห้องไปเสีย เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครมาเห็นมุมที่อ่อนแอของตัวเองซ้ำสอง แต่แปลกเหลือเกิน… หัวใจเจ้ากรรมกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้ “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเรื่องคืนนั้นให้ลืมๆมันไปซะ” ภาคินพยายามทำเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างในใจ “ผมไม่ได้เป็นอะไร กลับไปนอนซะไป” “ปากแข็งจริงนะคะ” ขวัญข้าวแอบเบะปากใส่ความฟอร์มจัดของซุปตาร์หนุ่มโดยไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ก่อนจะถือวิสาสะเดินเบียดตัวผ่านร่างสูงเข้าไปในห้องหน้าตาเฉย “หลบหน่อยค่ะ หนักนะเนี่ย” “นี่คุณ! ใครอนุญาตให้เข้าห้องผมไม่ทราบ?” ภาคินร้องทักอย่างหัวเสีย แต่ก็ยอมปิดประตูห้องให้สนิทโดยดี กลิ่นขมของกาแฟดำที่เคยติดอยู่ในห้องถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของชาสมุนไพร ภาคินมองแก้วกาแฟเย็นชืดบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนสายตากลับมายังแก้วชาอุ่นๆในมือ ทั้งสองแก้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แก้วหนึ่งคือสิ่งที่เขาใช้ฝืนให้ตัวเองตื่นอยู่เสมอ ส่วนอีกแก้ว...เป็นสิ่งที่ใครบางคนตั้งใจนำมาให้ เพราะอยากเห็นเขาได้พักผ่อนเสีย “อะไรน่ะ?” ภาคินเดินตามมามองด้วยความสงสัย “ชาคาโมมายล์ผสมลาเวนเดอร์ค่ะ” ขวัญข้าวหันมาอธิบายด้วยรอยยิ้มสดใส “ขวัญแอบไปต้มน้ำร้อนแล้วชงมาจากครัวกลางของรีสอร์ตตอนดึกๆนี่แหละค่ะ รับรองว่าไม่มีคาเฟอีน ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลายและหลับสบายขึ้นแน่นอน ลองดื่มดูสิคะ” ภาคินมองแก้วชาในมือเธออยู่นาน เขารู้ดีว่าขวัญข้าวเคยรักษาความลับของเขามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาในวงการบันเทิงกลับสอนให้เขาระแวงทุกความหวังดีที่ได้รับ และบางครั้ง...ความกลัวที่จะถูกหักหลังก็ทำให้เขาเผลอทำร้ายคนที่ไม่ได้คิดร้ายกับตัวเอง “คุณหวังอะไร? เงินพิเศษเหรอ? หรือว่าอยากเกาะกระแสผมเพื่อเอาไปเขียนลงโซเชียลแลกกับชื่อเสียง? บอกมาตรงๆดีกว่า” คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของขวัญข้าวค่อยๆหายไป แววตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “คุณมองขวัญแบบนั้นเหรอคะคุณภาคิน?” ขวัญข้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะกอดอกมองหน้าซุปตาร์หนุ่มตรงๆ “ถ้าขวัญอยากดังหรืออยากได้เงินจากคุณจริงๆ ขวัญคงเอาเรื่องอาการของคุณคืนนั้น เรื่องที่คุณนอนไม่หลับ หรือเรื่องยาที่คุณไม่อยากให้ใครรู้ไปขายนักข่าวแล้วค่ะ คงไม่มายืนชงชาให้คุณตอนดึกแบบนี้หรอก!” ภาคินชะงักไปทันทีเมื่อเจอคำสวนกลับที่จริงใจและตรงไปตรงมาจนเถียงไม่ออก “ขวัญเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณ…ใช่ค่ะ แรกๆขวัญอาจจะหมั่นไส้คุณ อยากลาออกแทบตายเพราะความเรื่องมากของคุณนั่นแหละ!” ขวัญข้าวกระแทกเสียงเบาๆ “แต่พอได้เห็นว่าผู้ชายที่ใครๆก็บอกว่าหยิ่งยโส เย็นชา และสมบูรณ์แบบคนนี้ แท้จริงแล้วกำลังแบกรับความเครียดจนแทบพังทลายอยู่คนเดียว…มันก็อดเป็นห่วงไม่ได้หรอกค่ะ” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ภาคินยืนนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดของขวัญข้าวเหมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขเข้าไปในห้องมืดทึบภายในใจของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาในวงการบันเทิง ทุกคนเข้าหาเขาเพราะผลประโยชน์ เพราะชื่อเสียง หรือเพราะภาพลักษณ์ความเป๊ะปังของ 'ภาคิน' ซุปตาร์เบอร์หนึ่ง ไม่มีใครเลยสักคนที่มองเห็น 'ตัวตนจริงๆ' ของเขา ไม่มีใครใส่ใจเลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มหน้ากล้อง เขากำลังเหนื่อยล้าแค่ไหน มีเพียงผู้หญิงคนนี้…ยัยสตาฟฟ์ตัวแสบที่เขาเคยตั้งใจจะกลั่นแกล้งสารพัด แต่กลับเป็นคนเดียวที่มองทะลุกำแพงน้ำแข็งเข้ามาเห็นบาดแผลในใจของเขา “ผม…” ภาคินพยายามจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมา แต่ลำคอกลับตีบตันอย่างน่าประหลาด “ดื่มซะนะคะ ก่อนที่มันจะหายร้อน” ขวัญข้าวน้ำเสียงอ่อนลง เธอเลื่อนแก้วชาเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “ลองเปิดใจดื่มดูสักนิดเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ถือว่าเห็นแก่ความหวังดีของคนเป็นผู้ช่วยคนนี้ก็ยังดี” ภาคินมองหน้าขวัญข้าวอยู่นานนับนาที ก่อนที่แววตาแข็งกร้าวจะค่อยๆ อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างสูงค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วหยิบแก้วชาขึ้นมาจรดริมฝีปาก ไออุ่นจากแก้วเซรามิกแผ่ซ่านเข้ามาถึงฝ่ามือ และรสชาติละมุนละไม หอมกรุ่นของคาโมมายล์ที่ไหลผ่านลำคอ ช่วยชะล้างความตึงเครียดที่เกาะกุมหน้าอกของเขาให้คลายตัวลงทีละน้อย “เป็นยังไงบ้างคะ?” ขวัญข้าวถามอย่างลุ้นๆ “อืม…อร่อยดี” ภาคินตอบเสียงเบา หลับตาลงชั่วขณะเพื่อซึมซับความสงบที่ไม่ได้สัมผัสมานานแรมปี “ขอบคุณนะ…” คำขอบคุณที่หลุดออกมาจากปากของซุปตาร์ผู้เย่อหยิ่ง ทำเอาขวัญข้าวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนึกว่าหูฝาดไปเสียอีก เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา คำนี้ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของภาคินเลยสักครั้ง “โอ้โห…ขวัญไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมคะเนี่ย คุณภาคินผู้สูงส่งยอมพูดคำว่าขอบคุณกับขวัญด้วย!” ขวัญข้าวแกล้งแซวกลบเกลื่อนความเขินอายที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ภาคินลืมตาขึ้นมามองค้อนเธอเล็กน้อย มุมปากหยักกระตุกยิ้มขึ้นบางๆโดยไม่รู้ตัว “อย่าได้ใจให้มากนักนะ ยัยตัวแสบ เดี๋ยวผมก็หักเงินเดือนซะหรอก” “โห ขู่ตลอดเลยนะคะ!” ขวัญข้าวหัวเราะคิกคัก บรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น “เอาล่ะ ในเมื่อดื่มชาแล้ว ก็ถึงเวลาเข้านอนจริงๆจังๆสักทีนะคะ ห้ามดื้อห้ามฝืนทำงานต่อเด็ดขาด ขวัญจะนั่งเฝ้าอยู่ตรงโซฟาตรงนี้จนกว่าคุณจะหลับคาเตียงโน่นแหละ” “ไม่ต้องมานั่งเฝ้าหรอก กลับห้องเธอไปนอนไป ดึกมากแล้ว” ภาคินขมวดคิ้ว “ไม่กลับค่ะ ขวัญกลัวว่าถ้าปล่อยคุณไว้คนเดียว คุณจะกลับไปนั่งเครียดจนไม่ได้นอนอีก ถ้าอาการเป็นเหมือนคืนก่อนขึ้นมา ใครจะช่วยคุณล่ะคะ?” ขวัญข้าวพูดดักคอเสียงแข็ง เดินไปหยิบหมอนอิงมาหนุนนอนกอดบนโซฟาตัวยาวอย่างถือวิสาสะ “ราตรีสวัสดิ์ล่วงหน้าค่ะคุณภาคิน ห้ามแอบลุกขึ้นมานะ!” ภาคินมองภาพหญิงสาวที่ล้มตัวลงนอนขดตัวบนโซฟาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความหวาดระแวง ไม่ใช่ความรำคาญ แต่มันคือความอบอุ่น…ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาเนิ่นนานนับตั้งแต่เข้าวงการบันเทิง มันกลายเป็นกรงขังชีวิตเขา ร่างสูงวางแก้วมาลงบนโต๊ะ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าห่มผืนหนาในตู้มาคลุมร่างให้กับขวัญข้าวที่นอนหลับตาพริ้มไปแล้วอย่างเงียบๆ ขวัญข้าวสะดุ้งลืมตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นที่ทาบทับลงมา เธอมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมาจัดผ้าห่มให้เธอด้วยความแผ่วเบาและทะนุถนอม “นอนซะ…” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างๆ “ขอบคุณนะ…ขวัญข้าว” หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบพลิกตัวหนีซุกหน้าเข้ากับหมอนเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอาย และในคืนนั้น... ภาคินกลับหลับลงได้ง่ายกว่าหลายคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะชาสมุนไพรแก้วเดียวสามารถลบความกังวลทั้งหมดออกไปได้ แต่เพราะคืนนี้เขาไม่ได้รู้สึกว่าต้องเผชิญความมืดและความเงียบเพียงลำพังอีกต่อไป เสียงพูดเจื้อยแจ้วของขวัญข้าวยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำ และเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มเชื่อว่า...บางทีการยอมให้ใครสักคนอยู่ข้างๆ อาจไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอเสมอไปแสงแดดยามบ่ายในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมากระทบกับฉากจำลองทรงไทยประยุกต์กลางแจ้ง ณ รีสอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการถ่ายทำละครย้อนยุคดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต่างวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวในฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ต้องใช้เอฟเฟกต์แสงและไฟประดับจำลองเพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลยามค่ำคืนภาคินในชุดย้อนยุคเต็มยศกำลังยืนซักซ้อมคิวบู๊และบล็อกกิ้งกับผู้กำกับอย่างตั้งใจ โดยมีขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยถือร่ม เตรียมผ้าซับเหงื่อ และน้ำดื่มสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเซ็ตถ่ายทำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและความอึดอัดในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยและความเข้าใจ ภาคินไม่ได้เหวี่ยงใส่เธออย่างไร้เหตุผลเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ส่วนขวัญข้าวเองก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ เธอเริ่มจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเขาได้มากขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ชอบ ตารางงาน และช่วงเวลาที่ควรปล่อยให้เขาได้พักผ่อนจนทีมงานในกองเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และแอบกระซิบแซวกันว่า…เจ้าชายน้ำแข็งกำลังจะละลายเสียแล้ว"โอเค
แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้งภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้องภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงักขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่“คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้างขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้เธอกวาดสายตามองไปบนเตียงว่างเปล่า…ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้องภาคินตื่นแล้วร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามองขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…”“ผ
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสายลมภูเขา กองถ่ายละครย้อนยุคต้องยกกองมาปักหลักถ่ายทำฉากสำคัญ ณ รีสอร์ตและโลเคชันธรรมชาติกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบของธรรมชาติ แต่ความวุ่นวายภายในกองถ่ายกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา 'แผนปฏิบัติการไล่ออก' ของภาคินดูเหมือนจะคว่ำไม่เป็นท่า แทนที่ขวัญข้าวจะทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง เธอกลับปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งวุ่นเตรียมน้ำ เตรียมบท และรับมือกับความเรื่องมากของเขาได้ทุกรูปแบบ จนแทบจะกลายเป็น ‘เงา’ ที่คอยตามติดซุปตาร์หนุ่มไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่ง…ค่ำคืนนี้มาถึงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด สมาชิกในกองถ่าย ทั้งทีมงานและนักแสดง ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนเอาแรง หลังจากลุยถ่ายทำกันมาตลอดทั้งวัน ณ ห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ขวัญข้าวที่เพิ่งเคลียร์ตารางคิวงานของวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องพักของภาคิน เสียงกุกกักเบาๆ จากด้านในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เธ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของภาคิน บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขวัญข้าวยืนสูดหายใจลึกอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภาคิน ในมือถือถาดอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ดูน่าทาน และกาแฟคาปูชิโน่เย็น ‘หวานน้อย’ จากร้านเจ้าประจำที่เธอต้องตื่นไปต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องการงานนี้เพื่อใช้หนี้ และเธอจะไม่ยอมให้ซุปตาร์คนไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอได้ง่ายๆ“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!”ขวัญข้าวกดกริ่งหน้าห้อง รอเพียงครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นภาคินในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ยังคงดูดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงตั้งแต่เช้า“มาทำอะไรที่นี่?” ภาคินถามเสียงเย็นชา มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขวัญ...ขวัญมารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ” ขวัญข้าวตอบด้วยรอยยิ้มสดใส พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดีที่สุดภาคินหรี่ตามองเธอ รู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก“ผู้ช่วยส่วนตัว? ใครสั่ง?”“หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานแจ้งขวัญเมื่อวานนี้ค่ะ ว่าให้ขวัญมาดูแลคุณภาคินเป็นพิ
“อร๊ายยย! ยัยเด็กนั่นมันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเถียงพี่คินของหนู!”เสียงกรีดร้องของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคินดังลั่นห้องพักนักแสดงวีไอพีหลังจากที่ขวัญข้าวเดินจากไปไม่นาน ข่าวซุปตาร์เบอร์หนึ่งถูกสตาฟฟ์คนใหม่สวนกลับจนหน้าหงายก็แพร่สะพัดไปทั่วกองถ่ายราวกับไฟลามทุ่งโรสรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าสวยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจเธอไม่ชอบเลยสักนิดที่มีผู้หญิงคนอื่นกล้าขึ้นเสียงใส่ภาคินยิ่งคิดถึงสายตาที่ขวัญข้าวใช้มองเขาเมื่อครู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนอื่น ภาคินอาจเป็นเพียงซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศแต่สำหรับเธอ…เขาคือ ‘พี่คิน’ คนที่เธออยู่เคียงข้างมาตลอด และเป็นคนที่เธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายภาคินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เมคอัพอาร์ติสต์ซับเหงื่อและเติมแป้ง โดยไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อยในหัวของเขามีแต่ภาพแววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดท้าทายของขวัญข้าววนเวียนอยู่ไม่รู้จบ‘คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ ไม่ใช่ด้วยความกลัว’“พี่คินคะ! ได้ยินที่โรสพูดไหมคะ?”โรสรินทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนภาคินเบาๆ“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสัมมาคารวะเลยนะคะ ต้องไล่อ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
