LOGINแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้าง
ขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้ เธอกวาดสายตามองไปบนเตียง ว่างเปล่า… ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้อง ภาคินตื่นแล้ว ร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน “ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามอง ขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน “อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…” “ผมสบายดี” ภาคินหันกลับมาตัดบทสั้นๆ มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม แต่เจ้าตัวก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงตามเดิมอย่างรวดเร็ว “เรื่องเมื่อคืน…ถือว่าเราหายกัน ห้ามเอาไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด ไม่งั้นคุณโดนดีแน่” “รู้แล้วน่า! ขวัญไม่ใช่คนปากโป้งสักหน่อย” ขวัญข้าวแอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้กับความฟอร์มจัดของซุปตาร์หนุ่ม “แต่พูดก็พูดเถอะค่ะ หน้าตาตอนคุณไม่มีแรงเมื่อคืน ต่างจากตอนนี้ลิบลับเลยนะคะ” ภาคินหรี่ตามองเธอด้วยความคาดโทษ แต่ครั้งนี้ เขากลับไม่ได้เอ่ยปากไล่เธอเหมือนเคย “วันนี้มีคิวถ่ายทำแต่เช้า ไปเตรียมตัวได้แล้ว อย่าให้เสียงานล่ะ” “รับทราบค่ะ ท่านซุปตาร์” ขวัญข้าวโค้งตัวประชดเบาๆ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องพักไป ปล่อยให้ภาคินยืนมองตามแผ่นหลังเล็กนั้น พร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว ช่วงบ่าย ณ กองถ่ายละครกลางแจ้ง อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ภาคินกำลังเข้าฉากดราม่าเข้มข้นที่ต้องใช้พลังทางอารมณ์สูง ขณะที่ขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยยืนถือร่มและขวดน้ำรอสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากมอนิเตอร์ ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัตและประกาศพักกองสั้นๆ ภาคินก็เดินกลับมาที่เก้าอี้สนามเพื่อพักผ่อน ขวัญข้าวรีบยื่นพัดและน้ำเกลือแร่ให้ทันที “ทำได้ดีมากเลยค่ะ ฉากเมื่อกี้อารมณ์มาเต็มมาก” เธอเอ่ยชมด้วยความจริงใจ ภาคินรับขวดน้ำมาเปิดดื่มเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร แต่แววตากลับมีความพึงพอใจซ่อนอยู่ลึกๆ “อ้าว น้องภาคินจ๊ะ พักผ่อนอยู่เหรอจ๊ะ?” เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคิน ที่เดินเข้ามาพร้อมผู้จัดการส่วนตัวในชุดสวยเป๊ะราวกับกำลังจะไปเดินพรมแดง ไม่ใช่มาลุยป่าลุยเขา ภาคินขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด “มีอะไรโรส?” ภาคินถามเสียงเรียบ พลางปรายตามองเธอ โรสยิ้มหวาน ก่อนจะเดินเข้ามาคล้องแขนเขาอย่างออดอ้อน “แหม ก็โรสเป็นห่วงพี่คินนี่คะ เห็นอากาศมันร้อน กลัวผู้ช่วยมือใหม่คนนี้จะดูแลพี่ไม่ดีพอ” โรสพูดจาเหน็บแนม พร้อมกับปรายตามองขวัญข้าวด้วยหางตาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก “ผู้ช่วยผมดูแลดีมาก คุณมีธุระอะไรก็ไปทำซะ” ภาคินดึงแขนออกเบาๆ อย่างรำคาญ ขวัญข้าวที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปเล็กน้อย ‘ผู้ช่วยผมดูแลดีมาก…’ ไม่รู้ทำไม เพียงประโยคสั้นๆจากปากคนที่เคยหาเรื่องเธอสารพัด กลับทำให้รู้สึกแปลกๆขึ้นมาเสียอย่างนั้น “โธ่…โรสก็แค่อยากมาอยู่ใกล้ๆ พี่คินบ้าง” โรสทำทีเป็นกดหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเอง “อ้อ จริงสิคะพี่คิน รูปเบื้องหลังฉากเมื่อกี้ โรสถ่ายไว้สวยมากเลย เดี๋ยวโรสส่งเข้าไลน์ส่วนตัวให้นะคะ เผื่อเอาไปลงโปรโมตละคร” โรสพูดพลางกดหน้าจอเพื่อส่งรูป แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือราคาแพงอีกเครื่องหนึ่งของภาคิน ซึ่งวางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะใกล้กับถาดอุปกรณ์ “เอ๊ะ…นั่นโทรศัพท์เครื่องสำรองของพี่นี่นา” โรสทำเสียงตื่นเต้น มือเร็วกว่าความคิด เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาทันที “ช่วงนี้เห็นพี่เครียดๆ แถมมีข่าวเมาท์ว่าแอบซุ่มรักษาอาการอะไรอยู่ไม่รู้ โรสขอเช็กดูหน่อยน้า ว่ามีสาวที่ไหนหรือมีความลับอะไรแอบซ่อนอยู่หรือเปล่าเอ่ย~” ฉิบหายแล้ว! ขวัญข้าวเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เธอยังจำภาพกระปุกยาและอาการของภาคินเมื่อคืนได้ดี ถ้าโรสเปิดโทรศัพท์เครื่องนั้นแล้วบังเอิญเจอประวัติการค้นหาแพทย์เฉพาะทาง บันทึกเรื่องยา หรือข้อความส่วนตัวเกี่ยวกับอาการที่ภาคินพยายามปกปิด…เรื่องเมื่อคืน…เรื่องที่เขานอนไม่หลับ…รวมถึงเรื่องยาที่เขาไม่อยากให้ใครรู้…อาจถูกเปิดเผยทั้งหมด และเมื่อคืนเธอเพิ่งรับปากเขาไปเองว่า…‘ขวัญจะไม่บอกใคร’ ภาคินเองก็หน้าถอดสี นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ เขารีบผุดลุกจากเก้าอี้ทันที หมายจะแย่งโทรศัพท์คืน “วางลงเดี๋ยวนี้นะโรส! อย่ามายุ่งกับของส่วนตัวผม!” ภาคินตวาดเสียงกร้าว สีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด แต่โรสกลับคิดว่าเขาเพียงหวงความเป็นส่วนตัวตามนิสัย จึงหัวเราะคิกคักแล้วรีบเอี้ยวตัวหลบ “แหม หวงขนาดนี้ยิ่งน่าสงสัยนะคะ” ก่อนจะใช้นิ้วกดรหัสผ่านที่เธอเคยแอบเห็นภาคินใช้หลายครั้ง หน้าจอขึ้นสัญลักษณ์ปลดล็อก…สาม…สอง…หนึ่ง… ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขวัญข้าวรู้ดีว่าจะปล่อยให้ความลับนี้ถึงมือโรสรินทร์ไม่ได้เด็ดขาด สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนร่างเล็กจะพุ่งเข้าไปทันที “กรี๊ด! งูค่ะคุณโรส!” “กรี๊ด!” โรสสะดุ้งสุดตัว โทรศัพท์ในมือหลุดลอยขึ้นกลางอากาศทันที เครื่องราคาแพงหมุนคว้าง ก่อนกำลังจะร่วงไปยังอ่างน้ำประกอบฉากที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ “เฮ้ย!” ขวัญข้าวพุ่งตัวออกไปสุดแรง หมับ! มือเล็กรับโทรศัพท์เอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ห่างจากผิวน้ำเพียงไม่กี่เซนติเมตร ขวัญข้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบไปแล้วไหมล่ะ! “กรี๊ด! โทรศัพท์พี่คินเกือบตกน้ำแล้วนะยัยบ้า! เธอทำอะไรของเธอเนี่ย!” โรสกรี๊ดลั่นด้วยความโมโห ก่อนจะชี้หน้าขวัญข้าว “ผู้จัดการคะ! ดูสิว่ายัยสตาฟฟ์นี่มันทำอะไรโรส!” ผู้จัดการส่วนตัวของโรสรีบวิ่งปรี่เข้ามาทันที “ตายแล้วคุณโรส! เกิดอะไรขึ้นคะ?”ก่อนจะหันไปมองขวัญข้าวอย่างไม่พอใจ “ยัยสตาฟฟ์นี่ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้!” บรรยากาศรอบกองถ่ายหยุดชะงักทีมงานหลายคนหันมามองเป็นตาเดียว ขวัญข้าวยืนหอบแฮกๆ เหงื่อแตกพลั่ก ก่อนจะรีบก้มหัวขอโทษยกใหญ่ “อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณโรส ขวัญตกใจ นึกว่าเห็นงูจริงๆก็เลยพุ่งเข้าไป ขอโทษจริงๆค่ะ!” ภาคินยืนนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือขวัญข้าว ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับดวงตาของหญิงสาวเพียงเท่านั้น…เขาก็เข้าใจทันที ยัยตัวแสบไม่ได้ซุ่มซ่าม เธอจงใจเข้ามาขัดขวางไม่ให้โรสเปิดดูโทรศัพท์ของเขา เธอยอมถูกด่า ยอมให้ทุกคนมองว่าเป็นสตาฟฟ์ซุ่มซ่าม เพียงเพื่อรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับเขาเมื่อคืน ความรู้สึกอุ่นวาบประหลาดค่อยๆแผ่ขึ้นกลางอก “เกิดอะไรขึ้น เสียงดังเอะอะอะไรกัน?” ผู้กำกับละครเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โรสรีบฟ้องทันที “ผู้กำกับคะ ดูเด็กคนนี้สิคะ! อยู่ๆก็พุ่งเข้ามาจนโทรศัพท์ของพี่คินเกือบตกน้ำ แถมยังหาว่ามีงูอีก! ไล่เธอออกไปเลยนะคะ ไม่งั้นโรสไม่ถ่ายต่อแล้ว!” ผู้กำกับหันมามองขวัญข้าวอย่างตำหนิ “เธอทำอะไรเนี่ย? ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้!” ขวัญข้าวกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ร่างสูงของใครบางคนกลับก้าวเข้ามายืนขวางตรงหน้าเธอเสียก่อน ภาคิน… ขวัญข้าวเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “ไม่มีอะไรหรอกครับ” ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ “บริเวณกองถ่ายอยู่ติดพื้นที่ธรรมชาติ จะมีงูหรือสัตว์เลื้อยคลานหลุดเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” เขาหันไปมองโรสรินทร์ “ผู้ช่วยผมแค่ตกใจและกลัวว่าคุณจะเป็นอันตราย” “แต่พี่คิน—” “โทรศัพท์ก็ไม่ได้เป็นอะไร” ภาคินตัดบท “จบเรื่องเถอะครับ” โรสรินทร์อ้าปากค้าง สายตาของเธอเลื่อนผ่านภาคินไปยังขวัญข้าวที่ยืนอยู่ด้านหลัง บางอย่าง…กำลังเปลี่ยนไป เธอรู้จักภาคินมานาน แต่ตลอดเวลาที่ทำงานร่วมกันมา ผู้ชายคนนี้แทบไม่เคยออกหน้าปกป้องสตาฟฟ์คนไหนแบบนี้ โดยเฉพาะต่อหน้าเธอ แล้วผู้หญิงคนนั้น…เป็นใครกันแน่? “ส่วนเรื่องงานวันนี้…” ภาคินหันไปมองผู้กำกับ “ผมขอพักอีกสักครู่แล้วจะกลับเข้าฉากครับ” ผู้กำกับพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปสั่งทีมงานให้แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ ภาคินหันกลับมามองขวัญข้าว “คุณ ตามผมมา” “คะ?” “มีเรื่องต้องคุยกัน” พูดจบ เขาก็เดินออกไปทันที ขวัญข้าวได้แต่กอดโทรศัพท์ของเขาไว้แน่น ก่อนรีบวิ่งตามไป โดยมีสายตาของโรสรินทร์จับจ้องแผ่นหลังของทั้งคู่ไม่วางตา ภายในห้องพักวีไอพีส่วนตัวของภาคิน ทันทีที่ประตูปิดลงและมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ข้างนอก ขวัญข้าวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา “เกือบไปแล้วไหมล่ะคุณ!” เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมามอง “อีกนิดเดียวความลับคุณก็จะแตกแล้ว!” ภาคินเดินตามเข้ามา ก่อนยืนกอดอกมองเธอ นัยน์ตาสีเข้มพินิจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อ “คุณรู้ไหมว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไป?” “รู้สิคะ!” “ถ้าคุณพลาดแล้วโทรศัพท์ตกน้ำขึ้นมาจริงๆ รู้ไหมว่าข้อมูลข้างในสำคัญแค่ไหน?” “อ้าว! นี่คุณยังจะมาบ่นอีกเหรอคะ!”ขวัญข้าวเด้งตัวลุกขึ้นทันที “ถ้าขวัญไม่ทำอะไรสักอย่าง ป่านนี้คุณโรสอาจเห็นหมดแล้วก็ได้ ทั้งเรื่องที่คุณนอนไม่หลับ เรื่องอาการเมื่อคืน หรือเรื่องยาที่คุณไม่อยากให้ใครรู้!” เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา “ขวัญช่วยคุณไว้นะคะ ยังจะมาดุอีก!” ภาคินรับโทรศัพท์มา แต่ไม่ได้ตอบโต้เหมือนทุกครั้ง เขาเพียงยืนมองหญิงสาวตรงหน้าเงียบๆ ผู้หญิงคนนี้…ทั้งที่ถูกเขาแกล้งสารพัด ถูกใช้งานหนัก ถูกเหวี่ยงใส่แทบทุกวัน แต่ในช่วงเวลาที่เขาต้องการใครสักคนรักษาความลับ กลับเป็นเธอที่ยอมทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพื่อปกป้องมัน “ทำไม…” เสียงของภาคินเบาลง ขวัญข้าวชะงัก “คะ?” “ทำไมถึงช่วยผมขนาดนั้น?” เธอนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตาคมคู่นั้นอย่างไม่รู้ตัว “ก็…เพราะขวัญเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณไงคะ” “แค่นั้น?” “แล้วต้องมีอะไรอีกล่ะคะ?” ภาคินยังคงมองเธอ ขวัญข้าวจึงถอนหายใจ ก่อนตอบตามความรู้สึกจริงๆ “ขวัญรับปากคุณเมื่อคืนแล้วว่าจะไม่บอกใคร” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “แล้วขวัญก็รู้ว่า ภายใต้ท่าทางหยิ่งๆ ปากร้ายๆของคุณ จริงๆแล้วคุณกำลังเหนื่อยมาก” ภาคินนิ่งฟัง “ขวัญแค่ไม่อยากให้ใครเอาเรื่องที่คุณไม่พร้อมจะบอก มาใช้ซ้ำเติมคุณก็เท่านั้นเองค่ะ” คำพูดธรรมดาๆของเธอกลับทำให้บางอย่างในใจของภาคินสั่นไหว กำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้กั้นผู้คนออกจากชีวิตมาหลายปีไม่ได้พังทลายลงในทันที แต่รอยร้าวเล็กๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน…กลับขยายกว้างขึ้นอีกครั้งและคนที่กำลังทำให้กำแพงนั้นสั่นคลอนทีละน้อย กลับเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเคยตั้งใจจะทำทุกวิถีทางเพื่อไล่เธอออกจากชีวิต ภาคินก้าวเข้าไปใกล้ ขวัญข้าวมองอย่างระแวงทันที “อะไรคะ?” เขาหยุดอยู่ห่างจากเธอพอสมควร “ตั้งแต่วันนี้…” “คะ?” “ผมติดหนี้คุณหนึ่งครั้ง” ขวัญข้าวกะพริบตาปริบๆ “หา?” “คุณรักษาความลับของผม” ภาคินยกโทรศัพท์ในมือขึ้นเล็กน้อย “ส่วนผมจะไม่ปล่อยให้ใครในกองหาเรื่องคุณ” ขวัญข้าวหรี่ตามองอย่างไม่อยากเชื่อ “จริงเหรอคะ?” “ผมพูดคำไหนคำนั้น” หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที “รวมคุณโรสด้วย?” ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท “โดยเฉพาะโรส” ดวงตาของขวัญข้าวเบิกกว้าง “โอ้โห…นี่ขวัญมีซุปตาร์เบอร์หนึ่งเป็นแบ็กแล้วเหรอเนี่ย” “อย่าได้ใจ” “แหม เมื่อกี้ยังบอกว่าจะไม่ให้ใครรังแกอยู่เลย” “ผมหมายถึงคนอื่น” “แล้วคุณล่ะคะ?” ภาคินยกมุมปาก “ผมยังแกล้งคุณได้เหมือนเดิม” “คุณภาคิน!” เสียงโวยวายของขวัญข้าวดังลั่นห้อง ภาคินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้าหนีราวกับไม่อยากให้เธอเห็น แต่ขวัญข้าวเห็นเสียแล้ว เธอยืนนิ่งไปเล็กน้อยเป็นครั้งแรก…ที่เธอเห็นเจ้าชายน้ำแข็งหัวเราะอย่างจริงใจต่อหน้าเธอ และในวินาทีนั้นเอง…ข้อตกลงเล็กๆ ที่ไม่มีเอกสาร ไม่มีลายเซ็นและไม่มีใครในกองถ่ายรับรู้ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นระหว่างซุปตาร์จอมเรื่องมากกับผู้ช่วยสาวตัวแสบ เธอจะรักษาความลับของเขา ส่วนเขาจะไม่ยอมให้ใครรังแกเธอ จากคู่กัดที่แทบมองหน้ากันไม่ได้…ทั้งสองกำลังกลายเป็น ‘แนวร่วมจำเป็น’ โดยไม่รู้เลยว่า ความไว้ใจเล็กๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะค่อยๆเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาลแสงแดดยามบ่ายในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมากระทบกับฉากจำลองทรงไทยประยุกต์กลางแจ้ง ณ รีสอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการถ่ายทำละครย้อนยุคดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต่างวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวในฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ต้องใช้เอฟเฟกต์แสงและไฟประดับจำลองเพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลยามค่ำคืนภาคินในชุดย้อนยุคเต็มยศกำลังยืนซักซ้อมคิวบู๊และบล็อกกิ้งกับผู้กำกับอย่างตั้งใจ โดยมีขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยถือร่ม เตรียมผ้าซับเหงื่อ และน้ำดื่มสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเซ็ตถ่ายทำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและความอึดอัดในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยและความเข้าใจ ภาคินไม่ได้เหวี่ยงใส่เธออย่างไร้เหตุผลเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ส่วนขวัญข้าวเองก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ เธอเริ่มจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเขาได้มากขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ชอบ ตารางงาน และช่วงเวลาที่ควรปล่อยให้เขาได้พักผ่อนจนทีมงานในกองเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และแอบกระซิบแซวกันว่า…เจ้าชายน้ำแข็งกำลังจะละลายเสียแล้ว"โอเค
แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้งภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้องภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงักขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่“คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้างขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้เธอกวาดสายตามองไปบนเตียงว่างเปล่า…ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้องภาคินตื่นแล้วร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามองขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…”“ผ
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสายลมภูเขา กองถ่ายละครย้อนยุคต้องยกกองมาปักหลักถ่ายทำฉากสำคัญ ณ รีสอร์ตและโลเคชันธรรมชาติกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบของธรรมชาติ แต่ความวุ่นวายภายในกองถ่ายกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา 'แผนปฏิบัติการไล่ออก' ของภาคินดูเหมือนจะคว่ำไม่เป็นท่า แทนที่ขวัญข้าวจะทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง เธอกลับปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งวุ่นเตรียมน้ำ เตรียมบท และรับมือกับความเรื่องมากของเขาได้ทุกรูปแบบ จนแทบจะกลายเป็น ‘เงา’ ที่คอยตามติดซุปตาร์หนุ่มไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่ง…ค่ำคืนนี้มาถึงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด สมาชิกในกองถ่าย ทั้งทีมงานและนักแสดง ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนเอาแรง หลังจากลุยถ่ายทำกันมาตลอดทั้งวัน ณ ห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ขวัญข้าวที่เพิ่งเคลียร์ตารางคิวงานของวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องพักของภาคิน เสียงกุกกักเบาๆ จากด้านในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เธ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของภาคิน บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขวัญข้าวยืนสูดหายใจลึกอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภาคิน ในมือถือถาดอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ดูน่าทาน และกาแฟคาปูชิโน่เย็น ‘หวานน้อย’ จากร้านเจ้าประจำที่เธอต้องตื่นไปต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องการงานนี้เพื่อใช้หนี้ และเธอจะไม่ยอมให้ซุปตาร์คนไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอได้ง่ายๆ“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!”ขวัญข้าวกดกริ่งหน้าห้อง รอเพียงครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นภาคินในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ยังคงดูดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงตั้งแต่เช้า“มาทำอะไรที่นี่?” ภาคินถามเสียงเย็นชา มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขวัญ...ขวัญมารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ” ขวัญข้าวตอบด้วยรอยยิ้มสดใส พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดีที่สุดภาคินหรี่ตามองเธอ รู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก“ผู้ช่วยส่วนตัว? ใครสั่ง?”“หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานแจ้งขวัญเมื่อวานนี้ค่ะ ว่าให้ขวัญมาดูแลคุณภาคินเป็นพิ
“อร๊ายยย! ยัยเด็กนั่นมันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเถียงพี่คินของหนู!”เสียงกรีดร้องของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคินดังลั่นห้องพักนักแสดงวีไอพีหลังจากที่ขวัญข้าวเดินจากไปไม่นาน ข่าวซุปตาร์เบอร์หนึ่งถูกสตาฟฟ์คนใหม่สวนกลับจนหน้าหงายก็แพร่สะพัดไปทั่วกองถ่ายราวกับไฟลามทุ่งโรสรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าสวยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจเธอไม่ชอบเลยสักนิดที่มีผู้หญิงคนอื่นกล้าขึ้นเสียงใส่ภาคินยิ่งคิดถึงสายตาที่ขวัญข้าวใช้มองเขาเมื่อครู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนอื่น ภาคินอาจเป็นเพียงซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศแต่สำหรับเธอ…เขาคือ ‘พี่คิน’ คนที่เธออยู่เคียงข้างมาตลอด และเป็นคนที่เธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายภาคินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เมคอัพอาร์ติสต์ซับเหงื่อและเติมแป้ง โดยไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อยในหัวของเขามีแต่ภาพแววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดท้าทายของขวัญข้าววนเวียนอยู่ไม่รู้จบ‘คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ ไม่ใช่ด้วยความกลัว’“พี่คินคะ! ได้ยินที่โรสพูดไหมคะ?”โรสรินทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนภาคินเบาๆ“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสัมมาคารวะเลยนะคะ ต้องไล่อ







