Beranda / รักโบราณ / ท่านอ๋องกับชายาหมี / 1 เรื่องซุบซิบในเมืองหลวง

Share

ท่านอ๋องกับชายาหมี
ท่านอ๋องกับชายาหมี
Penulis: เอสเต้/ซีฟางกั๋วเจีย

1 เรื่องซุบซิบในเมืองหลวง

last update Tanggal publikasi: 2026-01-25 14:44:17

         หลังจากมีราชโองการให้องค์ชายเก้าอภิเษกสมรสกับองค์หญิงซู่ลี่แห่งแคว้น หมิง บรรดาผู้คนในเมืองหลวงล้วนแต่ฮือฮากัน ภัตตาคารบึงหงส์ที่ปกติก็มีคนมีฐานะเข้าออกกันอยู่เรื่อยๆ กลับมาคึกคักคล้ายตลาดนัดทันตาเห็น

         จินวั่งซูก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่เร่งรุดไปตั้งแต่ประตูร้านบานแรกเพิ่งเปิดเพื่อจองโต๊ะด้านหน้าระเบียงติดทางเข้า แน่นอนว่า...ตำแหน่งนั้นไม่ว่าผู้ใดจะผ่านไปมา ย่อมเห็นเขาก่อนเพื่อน และเพื่อให้ทุกคนพร้อมจะหยุดยืนคุย คุณชายจินจึงแต่งกายด้วยชุดสีส้มสะดุดตาเป็นพิเศษ

         ‘นี่มันใช่ สีที่คุณชายควรใส่ไหมหนอ ’ แม้หลายคนจะรำพึงรำพันเช่นนั้นในใจ แต่เมื่อชุดสีส้มอยู่บนเรือนร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้านวลเนียน ของจินวั่งซูผู้รูปงามติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของเมืองหลวง กลับชวนให้พิศแล้วพิศอีก

         “เจ้ารู้เรื่องนั้นหรือยัง ....” เรื่องที่คนผู้นั้นอยากเล่าให้เราฟัง ล้วนขึ้นต้นด้วยประโยคนี้เสมอ

         จากนั้นพวกเขาก็ซุบซิบนินทากันสนุกปาก ที่สนุกอย่างยิ่งก็คือ ข่าวลือที่ว่า องค์หญิงซู่ลี่มีรูปโฉมตามคำจำกัดความว่า “งาม-ล่ม-เมือง” นั้น แท้จริงเป็นเพื่อกลลวงของแคว้นเว่ย องค์ชายหานจินเลี่ยงรัชทายาทแคว้นเว่ยกลับนำเพียงหมีขาวเพศเมียตนหนึ่งมาส่งยังวังหลวงแคว้นหมิงเพื่อให้องค์ชายเก้ากลายเป็นราชบุตรเขย

         ยิ่งคุยเรื่องล้มเหลวของชาวบ้านก็ยิ่งสนุก เรื่องนี้จึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในยามเย็นที่จินวั่งซูกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดธรรมดาออกไปนั่งยังร้านน้ำชา ‘นกกระจิบ’ ที่ชาวบ้านร้านตลาดนิยมไปส่งข่าวสารกัน เรื่องนี้ก็สนทนาสนุกปากไม่ต่างจากภัตตาคารบึงหงส์

         “เรื่องสอดรู้ของผู้คน ล้วนมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า” จินวั่งซูได้ทีสั่งสอนจินฉิงอีน้องสาวคนเล็กที่สวมชุดบุรุษออกไปด้วย

         “พี่วั่งซู ท่านว่า องค์หญิงหานซู่ลี่แท้จริงนางเป็นหมีขาวหรือคนกันแน่ ” จินฉิงอียิ่งฟังก็ยิ่งนึกฉงน จินวั่งซูถึงกับส่ายหน้า เรื่องเช่นนี้น้องสาวเขาก็ถามออกมาได้

         เรื่องราวฮือฮานั้นซาลงเมื่อมีสมรสพระราชทานของจวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอกับฟ่านซิ่วอิงที่จัดงานอย่างยิ่งใหญ่จนกลายเป็นงานที่คนทั้งเมืองหลวงล้วนร่วมเฉลิมฉลอง เป็นเพราะหมิงจิ้นเหอ คือ แม่ทัพผู้เกรียงไกร ห้าวหาญ โหดเหี้ยมแห่งแคว้นหมิงที่ปราบทุกแคว้นที่คิดจะบุกเข้ามา หรือแม้กระทั่งเหล่ากบฏที่หวังจะสร้างความวุ่นวายให้กับบัลลังก์มังกร

         คุณหนูฟ่านที่เป็นบุตรีของใต้เท้าฟ่าน เสนาบดีฝ่ายซ้ายชั้นผู้ใหญ่ และยังเป็นหลานสาวของฮองไทเฮานับเป็นผู้ที่เคยถูกนินทาทุกหย่อมหญ้ามาก่อน เมื่อครั้งจวิ้นอ๋องเคยปฏิเสธการหมั้นหมาย แต่ภายหลังเมื่อพบว่า นางนั้นรูปโฉมปานหยาดฟ้า ความสามารถทุกด้านล้วนเลิศล้ำ จวิ้นอ๋องจึงเทียวไล้เทียวขื่อที่คฤหาสน์ของสกุลฟ่านจนได้แต่งงานกับนาง

         ระยะนั้น แม้เรื่องขององค์ชายเก้าจะเงียบลง แต่ก็ไม่ได้จางหายไป

         “ได้ยินหรือไม่ว่า คุณหนูจวนท่านเจ้ากรมคลัง ถึงกับไม่เป็นอันกินอันนอนเมื่อได้รู้ข่าวองค์ชายเก้า”

         “ทำไมเล่า ” ผู้ฟังเองก็แสร้งถาม

         “คุณหนูจวนใต้เท้าเหิงอีกเล่า  เลิกตีโพยตีพายเรื่ององค์ชายเก้าแล้วหรือ ”

         เรื่องซุบซิบเกี่ยวกับไข้ใจของบรรดาคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกนำมาพูดเบาๆ ในวงน้ำชา วงสุราอาหาร ไม่เว้นแต่ละวัน องค์ชายเก้านับว่าอยู่หนึ่งในสิบอันดับแรกของหนุ่มโสดที่หล่อเหลาสมบูรณ์แบบแห่งเมืองหลวง

         “เอาเถิดน่า พวกท่าน ยังมีองค์ชายสิบ องค์ชายสิบเอ็ด และองค์ชายสิบสองอีก”

แม้จะมีคำปลอบใจมากมาย แต่องค์ชายเก้าที่มีรูปร่างสูงสง่ากว่าใครในบรรดาหนุ่มโสด เครื่องหน้าอันเลอเลิศ คิ้วกระบี่ นัยน์ตาคมปลาบ วิทยายุทธ์สูงส่ง ความร่ำรวยที่ได้รับการสืบทอดจากครอบครัวมารดานับว่าล่อตาล่อใจพอๆ กับฐานันดรศักดิ์ความเป็นองค์ชาย จะมีเพียงข้อเดียวที่เหล่าคุณหนูทั้งหลาย ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปหาได้โดยง่าย นั่นคือ ความร้ายกาจของพระมารดา

 ถึงกระนั้นก็ยังมีชายารองและชายาเอกที่ถูกตบแต่งด้วยความเห็นชอบของพระมารดา เมื่อไม่ได้ยินข่าวว่า ชายาทั้งสองได้รับความโปรดปราน  หญิงสาวทั่วเมืองหลวงต่างยังคงใฝ่ฝันถึงตำแหน่งพระชายาเอกของบุรุษผู้มีคุณสมบัติโดดเด่นผู้นี้

         ในอาณาเขตวังอินทรีอันกว้างใหญ่ พระมารดาขององค์ชายเก้าอยู่เรือนใหญ่ใกล้เรือนโถงกลางซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินปีกซ้ายของวัง  ถัดไปด้านในเป็นเรือนของชายาทั้งสอง ส่วนปีกขวาเลยลึกไปด้านในเป็นอาณาเขตหวงห้ามที่มิให้ผู้ใดล่วงล้ำ

         “ข้าเคยเข้าไปในตำหนักขององค์ชายเก้า” จินวั่งซูเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง

         “ท่านเล่าหน่อย ”

         “เช่นนั้น อาหารมื้อนี้เจ้าจ่าย” หน้าตาของจินวั่งซูดูเหนือกว่า คนทั้งโต๊ะจึงยินดีจะจ่ายเพื่อได้ฟังเรื่องในวัง

         “ตำหนักองค์ชายเก้าแปลกมากๆ มีต้นไม้ปิดบังโดยรอบ มีเสียงคล้ายเสือร้องคำราม หมาป่า หรือหมาจิ้งจอกลอบดูจากในสวน อย่าเรียกว่าสวนเลย ข้าอยากจะเรียกว่า ป่า มากกว่า มีเสียงแมลงร้องระงมทั่ว มิน่า! เหล่านางกำนัลถึงไม่มีแม้สักคน มีแต่องครักษ์”

         “ที่ว่า ไม่ค่อยโปรดปรานชายาทั้งสองเล่า ”

         “คืนอภิเษกสมรสกับชายาก็ยังมีข่าวว่า ไม่เสด็จเข้าหอด้วยนะ”

         “เช่นนั้นเชียว”

         ยิ่งพูดยิ่งฮืออา เรื่องซุบซิบนินทาในมุ้งก็ยังกระจายออกมาได้

         “หรือว่า ” แต่ละคนทำตาเลิกลั่ก คันปากกันยิบๆ

         “หรือว่า แท้จริงแล้ว พระองค์เป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อ สังเกตสิ เวลาเสด็จล้วนไปเฉพาะกับองครักษ์ ที่สำคัญแต่ละคนหน้าตาระดับชายงามทั้งสิ้น” ในที่สุดก็มีผู้กล้าปล่อยความในใจของทุกคนออกมา

         เรื่องพวกนี้ไม่เคยรอดหูรอดตาชาวเมืองที่ฐานะดีและว่างงานไปได้ ในเมื่อเหล่าบ่าวไพร่บริวารของแต่ละวัง จวนอำมาตย์ หรือคฤหาสน์ผู้ดี ก็ล้วนแล้วแต่ตาโตเมื่อเห็นเงินอีแปะทีละหลายๆ พวง

         “หากพวกท่านไม่คิดเสียดายเงิน....จะเต้าข่าวลึกแค่ไหนก็ย่อมได้” จินวั่งซูจอมยุแยงได้กล่าวไว้ และเพราะการสู่รู้สารพัดพวกนี้ ทำให้เขาไม่อาจจะเก็บงำความลับใดไว้ในท้องได้ ที่ระบายก็คือ พระชายาเอกวังสามพยัคฆ์ สหายโฉดคู่ใจ

         “เจ้าสืบเรื่องในวังอ๋องเก้าหรือยัง ”

         หลังพิธีอภิเษกสมรสของหมิงจิ้นเหอ หรือชินอ๋องพระองค์ใหม่ไปไม่นานนัก องค์ชายเก้าก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น จวิ้นอ๋อง อีกพระองค์หนึ่งตามหลังองค์ชายสิบสองไป แต่คนทั้งเมืองเรียกองค์ชายสิบสองว่า “จวิ้นอ๋อง” กันไปแล้ว จึงเรียกองค์ชายเก้าว่า “อ๋องเก้า” เพื่อให้ชัดเจนว่าเอ่ยถึงผู้ใด

         เมื่อแฝดสี่แห่งวังสามพยัคฆ์กำเนิดได้ล่วงเดือนที่สี่ จวิ้นอ๋อง หมิงเฉินกงก็แอบเดินทางไปยังแคว้นจิน ล่วงเข้าเดือนที่หกของอายุทารกทั้งสี่ กลับเกิดข่าวลือระลอกใหญ่

         “องค์หญิงหานซู่ลี่ขอให้ฮ่องเต้หมิงเร่งการสมรสพระราชทานให้เร็วยิ่งขึ้น”

ข่าวนี้แรงเกินกว่าจะเป็นข่าวซุบซิบ ทั้งภัตตาคารบึงหงส์ และร้านน้ำชานกกระจิบ ไม่ว่าโต๊ะใดล้วนแล้วแต่พูดเรื่องนี้กันทั้งนั้น ชาวบ้านต่างร่ำลือกันถึงความใจร้อนขององค์หญิงที่อยากจะครอบครองท่านอ๋องเก้า

ในขณะที่องค์หญิงหานซู่ลี่เจ้าของต้นตอข่าว กลับร้อนใจยิ่งกว่าใคร

“ฮ่องเต้หมิงทำไมชักช้าเยี่ยงนี้ ไม่รู้หรือไรว่า เงินทองของเปิ่นกง[1]หร่อยหรอลงไปทุกวัน จะอย่างไรก็ควรอภิเษกได้แล้ว”

[1] เปิ่นกง เป็นคำใช้แทนตัวองค์หญิงเมื่อพูดกับผู้มีฐานะด้อยกว่า หมายถึง ข้าผู้เป็นองค์หญิง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    10 หน้าที่ของพระชายา

    นางสวมเสื้อคลุมนอนสีขาวเนื้อนิ่ม ใช้ผ้าเช็ดผมลวกๆ แล้วห่อผมเดินมายังชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเหยียดขายาวรออยู่บนเตียง ดวงตาของนางแฝงแววหงุดหงิด นึกอยากจะตบโต๊ะดังๆ ถามว่า เขาจะเอาอย่างไรกับนาง แต่เพราะฐานะของพระชายาย่อมไม่เหมาะสมหากจะแสดงกริยาเยี่ยงนั้นกับพระสวามี “น้องหญิง เจ้ายังเ

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    9 มาเฝ้าเจ้าปลูกผัก

    ยามเซินแล้ว บรรดาบริวารตำหนักหมีขาวล้วนเตรียมตัวเพื่อปลูกผักกาดกวางตุ้ง เป่ยซูเมิ่งเติบโตมาจากชานเมือง นางจึงเคยปลูกผักมาก่อน นางให้เหล่าบ่าวรับใช้ขุดแปลงโดยทำร่องน้ำด้านซ้ายและขวาเพื่อจะได้วิดน้ำรดผักได้ง่าย แปลงผักค่อนข้างกว้าง ก่อนปลูกทำการตากดินทิ้งไว้สองวัน แปลงที่ขุดขึ้นมีขอบสูงเพื่อ

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    8 ข้าสืบนางอย่างใกล้ชิด

    ชินอ๋องมองพระอนุชาที่อุ้มลูกแฝดคนโตของตนอย่างพินิจพิเคราะห์ “เจ้าเข้าหอกับนางด้วยหรือ ” “เปิ่นหวางแค่นอนร่วมเตียง” น้ำเสียงราบเรียบนั้น ไม่บ่งบอกอารมณ์ภายใน อ๋องเก้าเป็นผู้ที่ยากจะคะเนอารมณ์แต่ไหนแต่ไรมา เขาดูสุขุมและมีความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แม้จะกล่าวได้ว่า อ๋

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    7 ท่านจะอยู่ใกล้เกินไปแล้ว

    ปลายนิ้วเรียวใหญ่นั้นแตะโดนเนื้อบริเวณคาง ทำเอาองค์หญิงใบหน้าร้อนซู่ อาการแดงที่มีอยู่เดิม เพิ่มไปถึงใบหู ‘ท่านจะอยู่ใกล้เกินไปแล้ว’ “ทะ ท่านอ๋อง ออกไปนอกรถม้าก่อนเถิด หม่อมฉันรู้สึกตื่นเต้นอยากจะผายลมสักหน่อย” องค์หญิงข่มความอายเบือนหน้าพูดออกมา หาไม่แล้ว เขาอาจจะคิดเช็ดใบหน้าให้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status