แชร์

9 มาเฝ้าเจ้าปลูกผัก

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 14:47:35

         ยามเซินแล้ว บรรดาบริวารตำหนักหมีขาวล้วนเตรียมตัวเพื่อปลูกผักกาดกวางตุ้ง เป่ยซูเมิ่งเติบโตมาจากชานเมือง นางจึงเคยปลูกผักมาก่อน นางให้เหล่าบ่าวรับใช้ขุดแปลงโดยทำร่องน้ำด้านซ้ายและขวาเพื่อจะได้วิดน้ำรดผักได้ง่าย แปลงผักค่อนข้างกว้าง ก่อนปลูกทำการตากดินทิ้งไว้สองวัน แปลงที่ขุดขึ้นมีขอบสูงเพื่อขังน้ำไว้ในแปลง

         องค์หญิงหานซู่ลี่ในชุดทำงานสวมกางเกงและเสื้อสีน้ำเงินผ้าเบาแต่ไม่บาง เพื่อระบายความร้อนได้ง่าย นางก้มลงโรยเมล็ดผักไม่ได้เพราะช่วงลำตัวที่เทอทะเกินไป จึงใช้ที่วิดน้ำก้านยาว วิดน้ำใส่แปลงผัก

         “องค์หญิงเพคะ ท่านอ๋องเสด็จ” นางกำนัลที่อยู่หน้าตำหนักวิ่งมารายงาน

         “หา! เขาจะมาทำไมกัน  เปิ่งกงกำลังทำงานสกปรกเลอะเทอะอยู่” หานซู่ลี่บ่นกระปอดกระแปด ธรรมเนียมของวังนั้นต้องพินอบพิเทาอ๋องเก้าอย่างยิ่ง หากพระสวามีมาหา นางจะต้องอยู่ในชุดกรุยกรายสวยงามเพื่อรอต้อนรับ

         หากแต่ร่างสูงเพรียวในชุดสีฟ้าปักลวดลายสีทองสวยงาม กลับเดินลิ่วนำหน้าองครักษ์มาถึงตัวนางแล้ว

         “น้องหญิง เจ้าลงทุนปลูกเองเช่นนี้ ผักคงงามยิ่ง” องค์หญิงอยากจะเหลือบตาขึ้นมองบนท้องฟ้า ‘ไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือที่ขี้เหนียวเบี้ยหวัดกับข้า ทำให้ข้าต้องมาทำงานเองงกๆ เช่นนี้’

         หากแต่ปากกลับตอบออกไปอีกอย่าง “ขอบพระทัยที่ทรงชื่นชม แต่ว่าเหล่าบ่าวเพิ่งเริ่มโรยเมล็ดพันธุ์และรดน้ำ ยังไม่รู้ว่าจะงอกหรือไม่เพคะ” นางกระแทกกระทั้นเสียงเล็กน้อย ปากเล็กอวบอูมขยับขึ้นลง “ท่านอ๋องเชิญไปจิบน้ำชารอที่ตำหนักก่อนเถิด กว่าจะเสร็จงานคงอีกนานเพคะ”

         คิ้วเข้มขมวดเข้าเล็กน้อย ดวงตายาวรีสีน้ำตาลเข้มจับจ้องมองร่างอ้วนใหญ่ “เปิ่นหวางอยากดูเจ้าทำงาน เห็นน้องหญิงลงมือเอง คงจะลำบากยิ่ง”

         “เช่นนั้นเชิญไปนั่งที่ศาลาด้านโน้นเถิดเพคะ” นางลอบถอนใจเบาๆ ‘วุ่นวายจริงๆ เลย ข้าจะทำงาน ไม่รู้ตามมาทำไม ”

         อ๋องเก้าเดินไปยืนมองนางอยู่ในศาลา เขาเพิ่งเห็นว่า นางวิดน้ำด้วยท่าทางคล่องแคล่วกว่าที่คาด แม้ทางเดินริมแปลงผักจะแคบแต่นางกลับเดินไปกลับโดยไม่ตกลงไปในร่องน้ำเสียก่อน

         เป่ยซูเจินกับเป่ยซูเมิ่งเก็บความข้องใจเอาไว้ นางสองคนคิดว่า ท่านอ๋องเก้าคิดจะมาจับผิดจึงไม่ได้ยินดีนัก “เจ้าบอกพวกเราให้ระวังตัวด้วย”

หลังจากที่องค์หญิงเข้ามาอยู่ในวังนี้ ก็ลอบให้คนสนิทจากแคว้นเว่ยหลายคนปะปนเข้ามาในกลุ่มสาวใช้และบ่าวรับใช้ที่ขายตัวทำงาน คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในตำหนักหมีขาวแห่งนี้จึงเป็นคนแคว้นเว่ยเสียส่วนใหญ่ สำหรับคนแคว้นหมิงนั้น เป่ยซูเจินจะจัดให้ทำงานที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับองค์หญิงเช่นตักน้ำ หาบฟืน ดูแลส้วม และทำครัว นางกำนัลทั้งสองระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง

จวบจนตะวันตกดิน เหงื่อไคลโซมกาย ใบหน้าอวบอูมขององค์หญิงหานซู่ลี่เป็นสีแดงจัดตลอดใบหูและลำคอ

“เจ้าเหนื่อยมากหรือไม่ ” อ๋องเก้าเป็นคนรักสะอาด เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ตรงเข้าไปประชิดซับเหงื่อให้นาง

องค์หญิงผงะเล็กน้อย “ขอบพระทัย เพคะ หม่อมฉันตัวเหม็นเหงื่อขอตัวไปอาบน้ำก่อน”

“ข้าจะไปช่วยดูแลเจ้า”

หานซู่ลี่ถึงกับตาเหลือก “ชะ ช่วย อะไรเพคะ ”

“ช่วยสั่งให้บ่าวรับใช้รีบเตรียมน้ำให้เจ้าอย่างไรเล่า  หรือว่าเจ้าอยากให้ข้าช่วยอาบน้ำให้” อ๋องเก้ารับสั่งด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน องค์หญิงถึงกับหน้าม้าน   นี่มิดูเหมือนว่า นางอยากให้เขาช่วยอาบน้ำให้หรอกหรือ  ‘ร้ายนักนะท่านอ๋อง พูดจาให้ข้าเข้าใจผิดอยู่เรื่อย’

“มิได้ เพคะ” นางไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ได้แต่เดินหน้าแดงหนีความอับอาย ต่อหน้าองครักษ์ทั้งสองของเขา ยังกล้าทำให้นางขายหน้าอีก

 อ๋องเก้าเดินมือไพล่หลังอมยิ้มตามหมีขาวของตนเองไป ร่างใหญ่ที่เดินกระเพื่อมอยู่ข้างหน้าดูน่ารักนัก ท่านอ๋องถือวิสาสะเดินตามนางเข้าไปในห้องบรรทม

“ห้องของเจ้าใหญ่ดีจริง สมแล้วที่ข้าสั่งให้ช่างทำเป็นพิเศษ” เขาเดินวนเวียนไปดูรอบห้องอย่างพึงพอใจ แล้วไปชะโงกดูอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ใบนั้น “เปิ่นหวางได้อาบน้ำในอ่างนี้ครั้งเดียวในคืนเข้าหอสินะ”

องค์หญิงทำปากจู๋พ่นลมอยู่ที่เตียง ในใจก็ภาวนาให้เขาเดินออกไปเสียที หากแต่ชายหนุ่มก็ยังคงเดินชมข้าวของในห้องไม่ลดละ จนนางอดรนทนไม่ไหว

“ท่านอ๋องเพคะ ไปรอที่ห้องโถงเถิด หม่อมฉันขออาบน้ำก่อน”

“หือ...ทำไมต้องออกไปด้วยเล่า  ข้าเป็นพระสวามีของเจ้า มีสิทธิ์จะรออยู่ในนี้อยู่แล้ว” ชายหนุ่มรูปงามเลิกคิ้วข้างหนึ่ง พลางไขว้มือไว้ข้างหลัง เดินเข้ามาใกล้ องค์หญิงรีบยื่นมือออกไปยันหน้าอกเขาไว้

“อยู่ก็อยู่เพคะ เช่นนั้นโปรดรอที่เตียงเถิด”

ฉากกั้นอาบน้ำในห้องนี้มีขนาดใหญ่ ฟ้าภายนอกมืดสนิทแล้ว นางกำนัลทั้งสองจึงเข้ามาจุดเทียนไขใหญ่ให้ห้องสว่าง รอบตำหนักก็จุดไต้ให้แสงวับวาว

ซูเจินกับซูเมิ่งเป็นหญิงร่างใหญ่จึงยืนบังอยู่หลังฉากในขณะที่องค์หญิงถอดเสื้อผ้าหย่อนร่างลงในถังไม้ ทั้งสองช่วยกันขัดสีฉวีวรรณองค์หญิงอย่างบรรจง น้ำอาบที่โรยกลีบดอกไม้และใส่น้ำอบกลิ่นหอมฟุ้ง

“เขาไปหรือยัง ” หานซู่ลี่แกล้งถ่วงเวลาเพื่อให้อ๋องเก้าเหนื่อยหน่าย

“ยังนั่งอยู่ที่เดิม เพคะ” ทั้งสองกระซิบกระซาบกันแผ่วเบา “น้ำจะเย็นแล้วขึ้นเถิดองค์หญิง”

เป่ยซูเจินเดินออกไปเลือกชุดนอนให้องค์หญิง ส่วนเป่ยซูเมิ่งก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้บนไม้ริมผนังห้อง ท่านอ๋องเก้าเพิ่มปราณซัดฝ่ามือให้เทียนไขในห้องดับจึงเหลือเพียงเทียนไขที่ตั้งไว้หลังฉากอาบน้ำ เรือนร่างอ้วนใหญ่ที่เปลือยเปล่าจึงปรากฎบนฉากใหญ่สีขาวอย่างชัดเจน

เป่ยซูเจินที่เดินกลับมาเห็นถึงกับร้อง “ว้าย! องค์หญิง” นางรีบวิ่งเข้ามาบังฉากไว้ ส่วนซูเมิ่งก็หยิบผ้าเช็ดตัวมาพันตัวองค์หญิงพอดี

เสียงหัวเราะพอใจที่ดังมาจากเตียงนอน ทำเอาหานซู่ลี่หน้าม้าน นางมองเห็นฉากสีขาวใหญ่มีเงาร่างของตนเองทาบอยู่ก็ร้อนปรี๊ดทั่วหน้าจนถึงใบหู ‘อีกแล้ว เรื่องทำข้าขายหน้าบริวาร คงเป็นเรื่องสนุกมากสินะ’

เมื่อร่างกายของนางใหญ่ขึ้น แน่นอนว่า หน้าอกของนางก็ใหญ่ขึ้นด้วย ยามนางยืนเอียงด้านข้าง ในฉากนั้นย่อมปรากฎขนาดหน้าอกที่ขยายใหญ่ยื่นออกไปชัดเจน

‘ฮึ่ม! อ๋องเก้าคนนี้ คงมิใช่ผู้ที่อยากมีอายุยืนยาวเป็นแน่’ หานซู่ลี่คิดว่า หากนางไม่ได้จัดการคนผู้นี้อย่างใดอย่างหนึ่ง นางมิสมควรเป็นองค์หญิงหานซู่ลี่อีกต่อไป

“พวกเจ้าออกไปก่อน ซูเจิน ซูเมิ่ง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status