Share

2 ข้าต้องรีบอภิเษก

last update Tanggal publikasi: 2026-01-25 14:44:39

         การเดินงุ่นง่านวนไปมาของร่างขาวใหญ่ทำเอานางกำนัลทั้งสองปวดศีรษะ

         “องค์หญิงเพคะ หยุดก่อนเถอะ พวกเราปวดหัวแล้ว” นางกำนัลชาวเว่ยเอามือกุมขมับ รูปร่างนี้ขององค์หญิงนางเห็นทีไรก็ทำใจไม่ได้ทุกครั้ง

         “พี่ซูเจิน ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์คับขันแล้วนะท่าน” เป่ยซูเมิ่งนางกำนัล  ผู้น้องน้ำเสียงร้อนรน

         “หากเปิ่งกงยังไม่ได้อภิเษกในเร็ววัน เงินที่เราเตรียมมาก็คงจะหมดลง แล้วถ้าเกิดเอาสินเดิมที่ขนมาด้วยออกมาใช้ แคว้นเว่ยก็จะขายหน้า” หานซู่ลี่ขมวดคิ้วจนแทบจะจมหายในร่องก้อนเนื้อย่น

         “เป็นเพราะท่านอ๋องเก้าทรงถ่วงเวลาหรือเปล่าเพคะ ”

         “จะเพราะอะไรก็ตาม เปิ่นกงก็ต้องเร่งฮ่องเต้ ถ้าอยู่ในวังหลวงเช่นนี้ เปิ่นกงย่อมหาโอกาสเล็ดลอดออกไปข้างนอกได้ยากขึ้น”

หานซู่ลี่แอบหลบออกไปข้างนอกสองครั้ง ครั้งแรกนางออกไปรับงานขนส่งของมีค่าให้กับคหบดีใหญ่ในเมืองหลวง พอได้เงินมาใช้จ่าย ครั้งที่สองนางบังเอิญพบว่า จวิ้นอ๋อง หมิงเฉินกงหรือองค์ชายสิบสองแอบปลอมเป็นพ่อค้าข้าวสารกำลังจะไปแคว้นจิน คราวนั้นนางใช้กำลังภายในผิดพลาดเพราะกะน้ำหนักไม่ดี ทำกิ่งไผ่ลำใหญ่หักไปหลายลำ ดีที่ไม่มีใครเห็นตัว

         การอาศัยอยู่ตำหนักในวังหลวง ใช่ว่าจะไม่ต้องใช้เงิน เครื่องประทินโฉมที่ต้องซื้อหากัน ล้วนนำมาจากภายนอก เหล่าขันทีต่างก็มีธุรกิจด้วยกันทั้งสิ้น อยากได้ อยากใช้สิ่งใด หากมีอัฐทุกสิ่งล้วนหาได้ราวเสกจากเทพเซียน แม้แต่การจะได้รับประทานอาหารดีๆ หากมีเงินยัดใส่มือขันทีสักหน่อย ย่อมได้ลิ้มรสอาหารชั้นเยี่ยม

         “นี่เปิ่นกงก็ใช้จ่ายจนหร่อยหรอแล้ว อยู่ในวังหลวงต้องมีหน้ามีตา เฮ้อ! ถ้าได้หลบไปอยู่วังอินทรีคงจะดีไม่น้อยพอได้หลบมุมแอบไปทำมาหากิน”

         นับจากองค์ชายหานจินเลี่ยงแพ้ศึกให้แคว้นหมิงในคราวนั้น ท้องพระคลังก็แทบว่างเปล่า ราษฏรต้องถูกเก็บภาษีเพื่อมาจ่ายค่าบรรณาการ นางเองในฐานะองค์หญิงก็ต้องอยู่อย่างตระหนี่

เมื่อได้รับคำสั่งจากท่านพ่อให้เดินทางมาอภิเษกสมรส นางนำทรัพย์สินส่วนตัวส่วนหนึ่งออกมาตามหาท่านหมอเทวดาที่ลือกันทั่วแคว้นว่า สามารถปรุงยาต้านโรคระบาดผื่นแดงที่เกิดขึ้นในสงครามครั้งนั้นได้  แต่หาแทบพลิกแผ่นดินก็หาไม่เจอ นางกลับได้เจอกับเจ้าผีไร้หลุมแทน

         “นี่หากองค์หญิงมิได้กินยาเจ้าผีไร้หลุมนั้น ป่านนี้ท่านอ๋องเก้าคงเร่งรีบอภิเษกสมรสไปแล้วกระมัง” เป่ยซูเจินได้แต่ทอดถอนใจ องค์หญิงผู้เลอโฉมของนาง เพียงชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นหมีขาวตัวใหญ่

          “ช่างเถิด หากเปิ่นกงมาด้วยรูปลักษณ์นั้น ฮ่องเต้มักมากก็คงรีบเก็บเข้าตำหนักในทันที แต่ใครเล่าจะอยากแบ่งสามีกับผู้หญิงนับพัน”

         หานซู่ลี่ไม่ได้สนใจว่าตนเองจะสวยงามหรือขี้ริ้ว แต่สิ่งที่ลำบากอยู่ในร่างนี้ก็คือ การกินอาหารในจำนวนที่มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หากกินไม่เพียงพอจะมีอาการหิวโหย ก้อนเนื้อใหญ่ที่เทอะทะเกาะตามร่างกายทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก ที่สำคัญ คือ อาการผายลมในบางครั้งที่นางมักจะควบคุมไม่ได้

         ‘เจ้าผีไร้หลุมไม่ได้บอกอาการข้างเคียงกับข้า แถมยังไม่รู้ว่าจะปรุงยาแก้อาการนี้สำเร็จเมื่อใด’

         ในตอนที่นางกินยานั้นเป็นช่วงที่องค์ชายจินเลี่ยงผู้เป็นพระเชษฐาเร่งเร้าให้นางรีบขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว นางที่ซ่อนตัวอยู่ในตำหนักมานับสัปดาห์จึงตัดสินใจกินยา หลังจากนอนในเกี้ยวผ่านไปหนึ่งคืน พื้นเกี้ยวเจ้าสาวก็ทรุด ร่างของนางที่ขยายจนเต็มเกี้ยวก็ทำให้ทุกคนถึงกับอัศจรรย์ใจ

         เกี้ยวใหม่ถูกสร้างให้ใหญ่ขึ้นอีกสี่เท่าในเมืองที่เดินทางผ่าน เปลี่ยนจากคนหามเป็นเอาใส่เกวียนแล้วใช้วัวตัวใหญ่มาลาก ระหว่างที่ผ่านเข้ามาในเมืองหลวงแคว้นหมิง นางได้ยินชาวเมืองเอ่ยอย่างประหลาดใจถึงเกี้ยวเจ้าสาวที่ใหญ่โตของแคว้นเว่ย นางได้แต่นั่งส่ายหน้าอูมๆ อยู่ภายใน

         “องค์หญิงแอบเข้าวังอินทรีบ้างหรือยังเพคะ ”

         “เปิ่นกงเข้าไปสืบแล้ว อ๋องเก้ามีชายาเอกหนึ่งนาง และชายารองอีกหนึ่ง อยู่เรือนใกล้กับพระสนมโจว”

พระสนมโจว มารดาของท่านอ๋องเก้า สืบสายมาจากราชวงศ์ของแคว้นผิงทางตอนใต้ของแคว้นหมิง ดินแดนส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเหมาะแก่การเพาะปลูก เมื่อมาอภิเษกสมรสกับฮ่องเต้รัชกาลก่อน จึงทรงนำเอาพระญาติส่วนหนึ่งมาทำธุรกิจค้าธัญพืชและผ้าไหมด้วย

         “เรือนที่เขาเตรียมไว้ให้เปิ่นกงอยู่ด้านหลัง เหมาะกับการแอบลักลอบทำงานมาก เห็นทีต้องไปเร่งอภิเษกอีกครั้ง”

         เมื่อเร่งรัดฮ่องเต้ไปหนึ่งครั้ง เห็นว่าทรงไม่กระตือรือร้น องค์หญิงหานซู่ลี่จึงขออาสาอยู่ตำหนักในเป็นพระสนมของฮ่องเต้แทน ทำให้ฮ่องเต้หมิงรีบส่งกงกงไปเร่งรัดวังอินทรีให้จัดงานอย่างเร่งด่วน

         ในช่วงที่ทารกแฝดสี่อายุได้เจ็ดเดือน พิธีอภิเษกสมรสระหว่างท่านอ๋องเก้าแห่งวังอินทรีกับองค์หญิงหานซู่ลี่แห่งแคว้นเว่ยจึงได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

ฮ่องเต้ให้ถือวังหลวงเป็นบ้านเดิมของเจ้าสาว เมื่อขบวนรับองค์หญิงมาถึง ฮ่องเต้ก็ทรงสมทบทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้เป็นสินเดิมของเจ้าสาวอย่างไม่ตระหนี่ ขอเพียงองค์หญิงซู่ลี่มีความสุขในการออกจากวังหลวงไป

         ขบวนแห่เจ้าสาวอันยาวเหยียดยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์แคว้นเว่ย ทำให้ชาวเมืองออกมาชี้ชวนกันดูอย่างตื่นเต้น

ท่านอ๋องเก้าทรงม้าสีน้ำตาลทองตัวใหญ่ องค์ชายรูปงามในชุดสีแดงช่างบาดตาบาดใจสตรีเมืองหลวงยิ่งนัก พวกนางล้วนยกผ้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความเสียดาย

         “ไม่น่าเลยท่านอ๋องเก้า ต้องตกเป็นของหมีขาวตัวนั้นแล้ว”

         นับจากนี้ต่อไป ตำแหน่งพระชายาเอกของท่านอ๋องเก้ามีผู้ที่น่ากลัวเกรงอย่างถึงที่สุดประจำการอยู่ บรรดาคุณหนูน้อยใหญ่คงไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองพระพักตร์ แค่ได้เห็นยินคำร่ำลือเกี่ยวกับขนาดพระวรกายของพระชายาเอกทุกคนก็ขนพองสยองเกล้ากันทั่วหน้า

         “หากเจ้ากล้ายิ้มให้ท่านอ๋องเก้า ระวังองค์หญิงหมีขาวจะมาฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ ล่ะ” คำขู่ที่คุณชายทั้งหลายใช้ข่มขู่หญิงสาวให้พวกนางเลิกหวังในตัวท่านอ๋องเก้า

นับจากนี้ไปเมืองหลวงจะหมดชายหนุ่มที่ดึงดูดจิตใจหญิงสาวไปอีกหนึ่ง ทุกคนล้วนโล่งใจ

         ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จมาเป็นประธานในงานเช่นเคย งานนี้ชินอ๋องและพระชายาเอกก็มาร่วมงานด้วย บรรดาองค์ชายที่เหลือต่างมาอวยพรอย่างโล่งใจที่ตนรอดพ้นภัยพิบัติไปได้ จึงต่างสรรหาของขวัญงานแต่งงานที่ดีที่สุดให้แก่ ท่านอ๋องเก้า ผู้เสียสละต่อแผ่นดิน

         แม้แต่องค์ชายสิบและองค์ชายสิบเอ็ดที่นับเป็นฝ่ายของฮองเฮาก็ยังมอบสิ่งที่ท่านอ๋องเก้าคาดไม่ถึง นั่นคือ เนื้อหยกชั้นดีที่หาได้ยากยิ่ง

 เมื่อหลายปีก่อน องค์ชายเก้าเคยเอ่ยขอแลกกับของมีค่าที่ตนมี แต่องค์ชายสิบกลับไม่แยแส มาบัดนี้เพียงเพราะการอภิเษกสมรสกับหมีขาว ข้าวของหายากมากมายที่เคยเอ่ยปากอยากได้กับคนในราชวงศ์ถึงกับมากองอยู่ตรงหน้า

‘การอภิเษกสมรสนี้ก็ไม่เลว แค่เลี้ยงหมีขาวเพิ่มในสวนหลังบ้านอีกตัว ทรัพย์สินเพิ่มพูนทวี’

         ในช่วงไหว้ฟ้าดิน องค์หญิงซู่ลี่จึงได้แต่ประหลาดใจที่ท่านอ๋องเก้าเปลี่ยนจากใบหน้าเรียบเฉยเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสฉับพลัน

         ‘เอาไว้เสร็จพิธีก่อนเถอะ เจ้าหมีขาว ข้าจะให้เจ้าไปเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักที่หลังวังโน่น สวนป่าก็มีมากมาย คงไม่ลำบากนักหรอก’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 60 เราจะหาของสิ่งนั้นให้เจอ

    หงซือซือในร่างแปลงแม่ค้าขายผักเดินทางมาพบองค์หญิงหานซูลี่ที่พระตำหนัก “ข้าน่าจะคิดวิธีนี้ออกนานแล้วนะ เราจะได้ไม่ต้องไปนัดพบบนต้นไม้นอกเมืองนั่น ยามปวดปัสสาวะลำบากน่าดู ฮ่าๆ” “นั่นสิ เจ้าแปลงโฉมมาหาข้าง่ายกว่าเยอะ ว่าแต่ตอนนี้ข้าชักจำหน้าจริงเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ” องค์หญิง

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    47 ชายาข้าอยู่ที่ใด

    อ๋องเก้าเร่งฝีเท้าไปยังตำหนักหมีขาว ‘กำยานนี้ฤทธิ์ร้ายจริง ข้าอุตส่าห์กลั้นลมหายใจอย่างเต็มที่แล้วยังสกัดไม่อยู่อีกหรือนี่ ’ แม้เขาจะสูดลมหายใจเข้าไปไม่มากนัก แต่ผลของมันก็ทำให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วนอยู่ไม่น้อย ท่านอ๋องหวังเพียงกลับไปนอนแนบร่างเย็นๆ ขององค์หญิงน่าจะพอบรรเทาอาการได้

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    19 สำนักมืออสูร

    ชินอ๋องมีสีหน้าคร่ำเคร่ง ในฐานะที่เขาถือว่าเป็นผู้รับผิดชอบการตามหาผู้ลอบสังหารฮ่องเต้ ครั้งนั้นมีนักฆ่าหลายสิบคนแฝงกายเข้ามาในงานสมรสพระราชทานของลูกน้องคนสนิท รองแม่ทัพมู่หลี่เฉียงกับคุณหนูจางเลี่ยงหวง แม้เขา จวิ้นอ๋อง และอ๋องเก้าจะซ้อนแผนจนสามารถฆ่าและจับกุมนักฆ่าเหล่านั้นได้ แต่คนที่โดน

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    13 เขาคิดจะทำเช่นนี้กับข้า

    “หือ...น้องหญิง เจ้าไม่คิดจะลดน้ำหนักหรอกหรือ ข้าเป็นห่วงสุขภาพเจ้านะ กลัวจะเจ็บป่วยไปเสียก่อน” หานซูลี่หน้าร้อนผ่าว ‘อีกแล้ว! นี่ไม่คิดจะพูดกับข้าให้มันชัดเจนเลยใช่ไหม ’ “พะ เพคะ” อ๋องเก้าชะโงกหน้ามาด้านข้าง แก้มกับใบหูอวบอิ่มขึ้นสีจัดเช่นนี้ เขาก็อมยิ้ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status