แชร์

10 หน้าที่ของพระชายา

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 14:47:50

         นางสวมเสื้อคลุมนอนสีขาวเนื้อนิ่ม ใช้ผ้าเช็ดผมลวกๆ แล้วห่อผมเดินมายังชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเหยียดขายาวรออยู่บนเตียง ดวงตาของนางแฝงแววหงุดหงิด นึกอยากจะตบโต๊ะดังๆ ถามว่า เขาจะเอาอย่างไรกับนาง  แต่เพราะฐานะของพระชายาย่อมไม่เหมาะสมหากจะแสดงกริยาเยี่ยงนั้นกับพระสวามี

         “น้องหญิง เจ้ายังเช็ดผมไม่แห้ง” เขายิ้มน้อยๆ คล้ายเยาะเย้า

         “เป็นเพราะท่าน” น้ำเสียงของนางแสดงความไม่พอใจชัดเจน

         “พวกเราเป็นสามีภรรยากัน เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องปกปิดข้า”

         องค์หญิงหานซู่ลี่ฟังแล้ว เหมือนเขามีนัยในประโยคนั้น หรือว่า อ๋องเก้าจะเริ่มสงสัยในตัวนาง

         “แต่การอาบน้ำเป็นการทำธุระส่วนตัวของหม่อมฉัน ท่านควรให้เวลาบ้าง”

         “ท่านพี่....เจ้าต้องเรียกเช่นนี้ถึงจะถูก” ชายหนุ่มทำเสียงเย็น เขายืนขึ้น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ศีรษะของเขาอยู่ในระดับสูงกว่า ทำให้นางต้องเงยหน้า

         “เพคะ ท่านพี่” หานซู่ลี่พยายามข่มใจให้สงบ

         “เจ้าอาจจะหิวแล้ว จึงหงุดหงิด” อ๋องเก้าเข้าแตะแขนสองข้างจากด้านหลัง ผลักให้นางเดินไปยังโต๊ะหน้าเตียงนอน “มาเถิด ข้าจะเช็ดผมให้เจ้าเอง” เนื้อตัวของนางหลังอาบน้ำนุ่มนิ่มยิ่งกว่าปกติ เขากดนิ้วเรียวใหญ่ลงไปในเนื้อผ่านผ้าเบานั้น กดปล่อยกดปล่อย จนนางต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

         ‘นี่ท่านจะกดเนื้อข้าเล่นทำไม มันเจ็บนะ’ นางได้แต่ก่นด่าในใจ

         “ท่านพี่ ข้าเดินเองได้ ท่านไม่ต้องลำบากหรอกเพคะ” นางพยายามขยับออก แต่แรงของเขากลับมีมากกว่า บีบให้นางต้องเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ เขาหยิบผ้าที่นางคลุมไหล่ไว้ออกมาเช็ดผมให้อย่างเบามือ

         “อันที่จริง วันนี้ข้าจะมาเตือนให้น้องหญิงรู้ถึงหน้าที่ของเจ้า” น้ำเสียงเขาดูเรียบเรื่อย คล้ายจะมาบอกเล่าเรื่องของผู้อื่น

         “หน้าที่ของหม่อมฉัน ”

         “ใช่ หน้าที่ของพระชายา”

         “หือ!” ใบหน้าขาวอูมแดงก่ำ

         “มะ หมายความว่า....” นางตกตะลึง นี่เขาคิดจะให้นางทำเรื่องแบบนั้นในขณะที่สภาพนางเป็นแบบนี้ จะเป็นไปได้อย่างไร

         เห็นนางทำตัวแข็งทื่อเช่นนั้น อ๋องเก้าก็อมยิ้ม “ก็อย่างที่เจ้าคิด เราอภิเษกสมรสกันแล้ว คนทั้งสองแคว้นต่างรับรู้ เจ้าก็ต้องทำหน้าที่พระชายาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง”

         “เอ่อ!....แต่ว่า หม่อมฉัน” องค์หญิงคิดอยากจะต่อรองรีบหันกลับไปหาท่านอ๋อง มิคาด เขากลับเอาใบหน้ามาจ่ออยู่ใกล้ศีรษะ เมื่อนางหันไปใบหน้าก็ชนกับริมฝีปากของเขาพอดี

         ปากเขาจูบบนหน้าผากของนาง แต่จะว่าให้ถูกต้องคงเป็นหน้าผากของนางเข้าไปชนกับริมฝีปากของเขา ใบหน้าของนางกลายเป็นซาลาเปาสีแดงก้อนใหญ่ทันที

         “เจ้ารีบร้อนเพียงนี้เทียวหรือ ” อ๋องหนุ่มรูปงาม ผละออก กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนนางรู้สึกอับอาย

         “หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ” นางสีหน้าเก้อกระดาก นึกกลัวเขาจะรังเกียจที่ตนทำคล้ายอยากให้เขาร่วมหอ “เรื่องที่ท่านว่านั้น เปิ่นกงคงต้องขออภัยที่ทำไม่ได้ ท่านอ๋องก็รู้ว่า เปิ่นกงสภาพเช่นนี้คงไม่เหมาะกับเรื่องเช่นนั้น”

         “เจ้าจะไม่เหมาะที่ตรงไหนกัน แค่ออกงานที่วังหลวง งานเลี้ยงคราวนี้ ฮ่องเต้จัดให้กับองค์ชายสิบห้าโดยเฉพาะ หากเจ้าไม่ไปทุกคนก็คงจะหาว่า เปิ่นหวางดูแลพระชายาไม่ดี”

         องค์หญิงอ้าปากหวอ เพล้ง! นางหน้าแตกอีกครั้งแล้วจริงๆ เป็นเพราะ...เพราะอ๋องเก้าจอมเจ้าเล่ห์อีกแล้วที่ทำให้นางคิดแต่เรื่องบนเตียง

         “นี่เจ้าคิดไปถึงเรื่องใดกัน ” เขาทำหน้างุนงงได้แนบเนียนนัก

         หานซู่ลี่กัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ “หม่อมฉัน....” นางเจ็บใจที่ไม่รู้จะ     สรรหาถ้อยคำใดมาตอบโต้กับเขาให้หายอับอายได้

         มือใหญ่วางผ้าเช็ดผมแล้ว หยิบหวีมาสางผมให้นางเบาๆ “ในเมื่อเจ้ากังวลกับเรื่องนั้น เปิ่นหวางก็จะส่งเสริมให้เจ้าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์”

         นางอ้าปากค้างอีกหน พูดไปพูดมา กลายเป็นว่า นางอยากจะให้เขาทำเรื่องอย่างว่ากับนางเช่นนั้นหรือ องค์หญิงอยากจะเอาศีรษะโขกโต๊ะ แต่จนใจที่ช่วงอกนางใหญ่การจะโขกศีรษะได้ ต้องถอยเก้าอี้ออกไปสักหน่อย

         “เอ่อ.......”

         “คืนนี้เปิ่นหวางจะยังไม่กวนเจ้า” เขาชะโงกหน้าเข้ามาใกล้หูขาวผ่องอวบอ้วน ยิ่งมองยิ่งน่าขย้ำ “พรุ่งนี้ค่อยมานอนค้างที่นี่ ให้เจ้าอาบน้ำหอมๆ เตรียมตัวไว้”

         หานซู่ลี่ตัวแข็งทื่อ เขาวางหวีลงบนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป องค์หญิงโกรธจัด นางกำหมัดทุบโต๊ะดังปัง

 “ปู้ด! ป้าด!” เสียงผายลมสนั่น ‘ฮึ่ม! น่าจะผายใส่ท่านอ๋องจอมหาเรื่องนัก’ องค์หญิงได้แต่เจ็บใจที่ยามนางเบ่งลม มันกลับไปไม่ยอมออก ที่แท้ต้องรอให้โมโหจัดจึงจะปล่อยลมออกมาได้ นางรีบหยิบพัดขึ้นมาโบกกลิ่นรอบตัว “โอ๊ย! กลิ่นทำไมแย่ขนาดนี้”

สองนางกำนัลรีบเดินเข้ามา เมื่อเห็นท่านอ๋องไปพ้นตำหนักแล้ว

“องค์หญิง ทำไมผายลมดังนักเพคะ ” เป่ยซูเจินรู้ว่า องค์หญิงควบคุมการผายลมไม่ค่อยได้ แต่ที่เคยเป็นก็จะเสียงไม่ดังและกลิ่นไม่แรงเช่นนี้ เป่ยซูเมิ่งเอาพัดอันใหญ่มาโบกกลิ่นออก

“กลิ่นแรงมากเพคะ เสียงก็ดังลั่นยังกับประทัด”

“เปิ่นกงโมโหน่ะสิ” องค์หญิงขมวดคิ้ว “อ๋องเก้าบอกว่า พรุ่งนี้จะมาค้างที่นี่”

“หา!” นางกำนัลร้องออกมาพร้อมกัน

“พวกเจ้าระวังหลักฐานทุกอย่างให้ดี อย่าให้พบพิรุธใดเด็ดขาด เปิ่นกงรู้สึกว่า อ๋องเก้าทรงหวาดระแวงพวกเรา”

เจ้านายหนุ่มเอาแต่เดินยิ้มเมื่อออกมาจากห้องพระชายาหมีขาว ทำเอาตงชางกับหนานเฉิงได้แต่ปวดใจ นี่เจ้านายของพวกเขามีรสนิยมชมชอบสตรีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด หรือว่าที่ไม่เคยเหลือบแลแม้หางตาไปยังชายาโฉมงามทั้งสองที่ตำหนักโน้นก็เป็นเพราะชอบแบบนี้

“ท่านอ๋อง เอ่อ....ตกลงว่า ท่านจะมาสืบเรื่ององค์หญิงหรือพะยะค่ะ ” ตงชางพยายามคิดในแง่ดี อ๋องเก้าหันมาพยักหน้า

“เช่นนั้น ให้กระหม่อมมาซุ่มสืบดู ดีไหมพะยะค่ะ ”

“ไม่ต้อง พรุ่งนี้เปิ่นหวางจะมาค้างกับนางที่นี่” คำตอบนั้น ทำเอาตงชางกับหนานเฉิงองครักษ์คู่ใจถึงกับใบหน้าถอดสี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status