مشاركة

3

مؤلف: 橙花
last update آخر تحديث: 2025-05-21 12:14:56

ห้าปีต่อมา

โจวเมี่ยวเมี่ยวที่ฝึกฝนปราณพิษจนมั่นใจแล้วว่าตนเองสามารถฆ่าล้างตระกูลฉินที่เคยทำร้ายนางกับลูกก็เตรียมพิษติดตัวไว้ไม่น้อย ก่อนที่นางจะออกจากหุบเขาพิษ นางไปนั่งที่หน้าหลุมศพลูกชายพร้อมบอกกล่าวกับเขา

“อาหลาง ครั้งนี้แม่จะกลับไปแก้แค้นให้เจ้า รอแม่สักพักนะลูก อีกไม่นาน แม่จะกลับมาอยู่ที่นี่กับเจ้า”

โจวเมี่ยวเมี่ยวลูบที่ป้ายชื่อหน้าหลุมศพอย่างรักใคร่ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น ถึงแม้นางจะเป็นเพียงผู้หญิงตัวคนเดียว แต่ความมั่นใจในพลังของนางนั้นมีเต็มเปี่ยม การเดินทางครั้งนี้นางจะทำให้พวกมันจดจำไปจนตายว่าการอยู่ไม่สู้ตายเป็นอย่างไร

ณ จวนตระกูลฉิน

ห้าปีที่ผ่านมาหยินซินหลินตั้งครรภ์ถึงสองครั้งโดยมีลูกชายกับลูกสาวให้แก่ฉินเหยากวง ทำให้ตำแหน่งฮูหยินเอกของนางมั่นคงขึ้น ส่วนฮูหยินรองอย่างเหอเจียวที่ตอนนี้ร่างกายกลับมาแข็งแรงก็ไม่สนใจว่านางจะมีบุตรได้หรือไม่ นางยังคงปรนนิบัติฉินเหยากวงจนเขากลับมาหลงใหลนางอีกครั้ง ถึงแม้หลายปีที่ผ่านมานี้จะมีหญิงสาวหลายคนถูกรับมาเป็นอนุในจวนก็ตามที

ตั้งแต่หยินซินหลินมีบุตร นางก็ไม่สนใจว่าในเรือนหลังจะมีการต่อสู้กันเพื่อความโปรดปรานจากฉินเหยากวง นางเพียงต้องการให้บุตรของนางทั้งสองเติบโตอย่างแข็งแรงและเปี่ยมไปด้วยความรู้เหมือนตอนที่นางยังเด็ก ฉินเหยากวงเองก็รักบุตรชายหญิงสองคนของเขามากเช่นกัน ส่วนอนุที่เขารับมาเหล่านั้นถึงแม้จะไม่มีบุตรให้เขา เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร ในเมื่อตอนนี้ตระกูลเขามีทายาทแล้ว

ความจริงเรื่องที่อนุทั้งหลายไม่สามารถมีบุตรได้ก็เป็นเพราะเหอเจียววางยาพวกนางจนทำให้ทุกคนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้นั่นเอง เรื่องนี้หยินซินหลินรู้ดีแต่ไม่ได้เปิดโปงเหอเจียว นางรู้ดีว่าหากอนุมีบุตรขึ้นมา เหอเจียวคงถูกละเลยไม่ต่างจากเมื่อก่อนเป็นแน่ เรื่องนี้นางเองก็ได้ประโยชน์เช่นกัน หยินซินหลินจึงไม่สนใจว่าพวกนางจะจัดการกันอย่างไรและลอยตัวอยู่เหนือปัญหามาตลอด

โจวเมี่ยวเมี่ยวออกจากหุบเขาพิษโดยสวมชุดคลุมปกปิดผมและใบหน้าของนางที่แตกต่างจากคนในแคว้น เนื่องจากการอาบยาพิษทุกวันตลอดห้าปีที่ผ่านมาทำให้โจวเมี่ยวเมี่ยวมีผมและดวงตาเป็นสีม่วง นางจึงต้องปกปิดตัวตนเพื่อไม่ให้คนอื่นตกใจกับสีผมและสีตาของนาง

ระหว่างทางไปยังจวนตระกูลฉิน โจวเมี่ยวเมี่ยวพบชาวบ้านที่ถูกสามีทำร้ายมากมาย นางยังใช้พิษฆ่าพวกมันจนตายและช่วยผู้หญิงหลายคนเอาไว้ ทำให้หญิงสาวเหล่านั้นต่างอยากติดตามนางเพื่อรับใช้

“เจ้าจัดการศพให้ดีแล้วรอข้าอยู่ที่นี่ เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ข้าจะพาเจ้ากลับไปยังหุบเขาพิษด้วยกัน และจะสอนเจ้าเพื่อไม่ให้ถูกใครรังแกได้อีก”

“ขอบพระคุณนายหญิง ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งและรอคอยท่านที่นี่เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

โจวเมี่ยวเมี่ยวใช้วิชาตัวเบาหายตัวไปในพริบตา หญิงชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือหลายคนต่างจัดการศพตามที่โจวเมี่ยวเมี่ยวสอนและรอคอยวันที่พวกนางจะได้ติดตามผู้มีพระคุณกลับไปยังหุบเขาเพื่อรับใช้นางต่อไป

โจวเมี่ยวเมี่ยวคอยช่วยเหลือและฆ่าคนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเดินทางถึงหน้าประตูเมืองหลวงในช่วงค่ำของวันหนึ่ง นางไม่สนใจว่าประตูเมืองจะปิดแล้วแต่กลับหาทางเข้าไปในเมืองด้วยตัวเอง ซึ่งเมืองหลวงนั้นไม่ได้มีการป้องกันมากมายเหมือนกับเมืองชายแดน ทำให้โจวเมี่ยวเมี่ยวลอบเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ค่ำคืนนั้นนางวางยาพิษไร้สีไร้กลิ่นลงไปในบ่อน้ำของจวนตระกูลฉิน พิษนี้เป็นพิษที่นางคิดค้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก หากคนที่ถูกพิษนี้จะมีสภาพเหมือนคนเป็นไข้ธรรมดา หากไม่ได้รับยาถอนพิษภายในเจ็ดวัน ร่างกายของพวกเขาจะมีเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดและตายอย่างทุกข์ทรมาน นี่เป็นการแก้แค้นที่นางรอคอยมานานหลายปี โจวเมี่ยวเมี่ยวไม่สนใจว่าในจวนจะมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน นางต้องการเพียงลบคนในตระกูลฉินให้หมดไปจากแผ่นดินนี้เท่านั้น

โจวเมี่ยวเมี่ยวไปเช่าโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ อยู่ในราคาถูก นางได้รับเงินค่าตอบแทนจากหญิงสาวหลายคนจึงพอจะมีเงินติดตัวมาบ้าง หรือหากนางต้องการเงินจำนวนมาก โจวเมี่ยวเมี่ยวยังสามารถขายยาพิษของนางออกไปได้ เพียงแต่นางไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากเกินไป หากในอนาคตนางต้องการใช้เงินก็ค่อยขายยาพิษพวกนี้ก็ยังไม่สาย ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ต้องการเพียงรอดูผลกรรมของคนเลวในจวนตระกูลฉินกับตาก่อนจะจากไป

เย็นวันต่อมา คนในจวนตระกูลฉินต่างป่วยไข้ทั้งหมดจนหมอในเมืองต้องมาช่วยกันตรวจรักษาและจ่ายยาให้พวกเขาแทบทั้งคืน แต่เช้าวันต่อมาอาการของคนในจวนตระกูลฉินกลับไม่ดีขึ้นเลย หมอที่มาต่างแปลกใจไม่น้อย ทั้งที่พวกเขาก็ทำการรักษาตามหลักการแพทย์เหมือนปกติแท้ ๆ

“ท่านหมอ เหตุใดอาการของพวกข้าไม่ดีขึ้นเลยเล่า นี่พวกท่านจ่ายยาอย่างไร”

“เรียนขุนนางฉิน พวกข้าก็รักษาตามอาการแล้วนะขอรับ พวกข้าไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”

“เช่นนั้นพวกท่านรออะไรอยู่เล่า รีบตรวจแล้วจ่ายยาใหม่ให้พวกเราสิ เรื่องเงินท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะให้คนจ่ายค่าตอบแทนพวกท่านจำนวนมากอย่างแน่นอน ขอเพียงรักษาอาการให้ข้าสามารถไปทำงานได้โดยเร็วเสียก่อน”

“พวกเราทราบแล้วขอรับ”

หมอหลายคนต่างรีบตรวจชีพจรคนสำคัญในจวนทั้งหมดเสียก่อน เมื่อเห็นว่าอาการยังคงมีไข้สูงกันอยู่เช่นเดิม พวกเขาได้แต่สั่งบ่าวที่ยังป่วยอยู่เช่นกันไปต้มยาแล้วนำมาให้ทุกคนกินลองดูก่อนและปล่อยพวกเขานอนพักผ่อนให้เต็มที่

เมื่อเห็นว่าทุกคนในจวนนอนพักผ่อนแล้ว เหล่าหมอทั้งห้าคนที่ได้รับการว่าจ้างมาก็แยกย้ายกันกลับไปยังโรงหมอของตนเอง พวกเขามอบยาเอาไว้ให้บ่าวต้มได้อีกหลายวัน โดยสั่งบ่าวเอาไว้ว่าถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายในสามวันค่อยมาตามพวกเขาให้กลับมาตรวจอีกครั้ง

ข่าวการป่วยไข้ของคนในจวนตระกูลฉินแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าอาการของแต่ละคนจะเหมือนเป็นไข้เท่านั้น แต่ยิ่งนานวันเข้าพวกเขาก็ยิ่งอ่อนแรงลงทั้งที่ยังสามารถทานอาหารได้ครบสามมื้อตามปกติ เรื่องนี้ยิ่งทำให้เหล่าเสนาบดีที่มีบุตรสาวอยู่ในจวนรวมทั้งหลานของเขานั้นร้อนใจไม่น้อย เสนาบดีหยินยังไปขอพระราชานุญาตจากฮ่องเต้เพื่อให้หมอหลวงไปช่วยตรวจอาการให้บุตรีกับหลานของเขาที่จวนตระกูลฉินในวันที่สามหลังจากอาการไม่ดีขึ้น

ถึงแม้หมอหลวงจะมาตรวจด้วยตนเอง อาการป่วยของคนในตระกูลฉินยังคงไม่ดีขึ้นเช่นเดิม ไม่ว่าหมอจะเปลี่ยนยาแรงขนาดไหนก็ไม่มีทีท่าว่าไข้ของคนในตระกูลฉินจะลดลงแม้แต่น้อย

เรื่องนี้ทำให้ฮ่องเต้หนักใจเช่นกันเพราะกลัวว่าตระกูลฉินจะติดโรคระบาด หมอหลวงถวายรายงานไปแล้วว่าอาการป่วยนี้ไม่ติดต่อไปสู่ผู้อื่น ฮ่องเต้จึงค่อยวางใจและสั่งให้หมอหลวงติดตามอาการคนตระกูลฉินเพื่อเป็นกรณีศึกษาด้วย

โจวเมี่ยวเมี่ยวทราบความเคลื่อนไหวของคนในตระกูลฉินจากคนที่มานั่งทานอาหารในโรงเตี๊ยมก็ยิ้มร้ายออกมา อีกเพียงไม่กี่วัน พวกมันจะได้ลงไปอยู่เป็นเพื่อนบุตรชายนางในนรกแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   55

    ขบวนของไท่จื่อมาถึงหน้าพระราชวังในเวลาต่อมา ก่อนที่พระองค์จะอุ้มไท่จื่อน้อยและจับมือไท่จื่อเฟยเดินเข้างานไปพร้อมขันที นางกำนัลอีกสี่คนที่มาคอยรับใช้ไท่จื่อน้อยติดตามเข้าไปด้วยระหว่างทางเดินไปยังที่นั่งด้านหน้า ขุนนางและครอบครัวต่างทำความเคารพไท่จื่อและไท่จื่อเฟยเสียงดังไปทั่วงานเลี้ยง ถึงแม้บุตรีขุนนางจะยังมีความคิดอยากเข้าจวนไท่จื่ออยู่หลายคน แต่พวกนางเองก็ไม่กล้าแสดงออกมากไปนัก ทุกคนต่างรู้ดีว่าในสายพระเนตรของไท่จื่อนั้นมีเพียงไท่จื่อเฟย พวกนางจึงต้องเก็บงำความคิดไม่ดีเอาไว้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกนางคงลากครอบครัวลงน้ำไปด้วยเป็นแน่ ใครไม่รู้บ้างว่าฝ่าบาทรักไท่จื่อมากเพียงใด“พวกท่านตามสบายเถอะ งานเลี้ยงครั้งนี้เสด็จพ่อเพียงแค่อยากร่วมสนุกกับทุกคนเท่านั้น พวกท่านอย่าได้กังวลเกินไป” หยางชิงหลงตรัสพร้อมรอยยิ้มบาง“ขอบพระทัยไท่จื่อพะย่ะค่ะ/เพคะ” ทุกคนรีบกล่าวพร้อมกัน“น้องหญิง เจ้ารีบไปนั่งพักก่อนเถอะ ประเดี๋ยว

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   54

    สามเดือนต่อมาอาการป่วยหนักของชาวเมืองตงหยางที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นผู้ที่เคยป่วยมีสุขภาพดีไม่ต่างจากคนทั่วไปแล้ว ถึงแม้อาการจะไม่หายขาดแต่ก็ทำให้พวกเขาอ้วนท้วนมากขึ้นและอาการไอไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ส่วนการพัฒนาเมืองหลังจากนี้นั้น จื้อไฉ่เจ้าเมืองตงหยางก็ถวายแผนงานให้ไท่จื่อรับทราบและเริ่มปฏิบัติมาได้เดือนกว่าแล้วหยางชิงหลงเห็นว่าเมืองตงหยางในตอนนี้สามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข พระองค์จึงกำหนดวันเดินทางไปยังเมืองอื่นเพื่อดูแลสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรต่อไป แน่นอนว่าซินเมี่ยวและไท่จื่อน้อยก็จะติดตามพระองค์ไปด้วยเช่นกัน พวกเขาสามพ่อแม่ลูกไม่มีทางที่จะแยกกันเดินทางจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้นหนึ่งปีต่อมาขบวนเดินทางของไท่จื่อ ไท่จื่อเฟยและไท่จื่อน้อยกลับถึงเมืองหลวงอย่างยิ่งใหญ่พร้อมความสำเร็จในการช่วยเหลือราษฎรตามเมืองต่าง ๆ ชื่อเสียงของทั้งสองพระองค์เลื่องลือไปทั่วแคว้น จากพระเมตตาที่มีให้แก่ราษฎร

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   53

    ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หมอหลวงออกตามหาสมุนไพรที่จำเป็นพร้อมทหารตามภูเขาใกล้เคียงเมืองตงหยางแทบจะวันเว้นวัน ไท่จื่อยังส่งทหารส่วนหนึ่งไปตามหายังภูเขาห่างออกไป กว่าที่พวกเขาจะพบสมุนไพรที่จำเป็นก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน ส่วนอาการของผู้ป่วยที่มาทดลองรักษาทั้ง 10 คนนั้น หลังจากฝังเข็มเพื่อไล่พิษจากปอดรอยาสมุนไพรอยู่ก็มีอาการดีขึ้น พวกเขาไม่ไอบ่อยเท่าที่เคยเป็นและนอนหลับสนิทมากขึ้นจึงทำให้ระบบภายในร่างกายที่ไม่ค่อยได้พักผ่อนเนื่องจากอาการไอนั้นเริ่มกลับมาทำงานได้ดีขึ้นมากซินเมี่ยวที่เลี้ยงลูกในกระโจมมาตลอดหนึ่งเดือน ตอนนี้นางสามารถออกนอกกระโจมได้แล้ว นางจึงเริ่มไปตรวจสอบดูสมุนไพรที่หมอหลวงและทหารไปช่วยกันหามาว่าถูกชนิดหรือไม่ จากนั้นจึงปรุงยาให้ผู้ป่วยลองกินดูในแต่ละวันซินเมี่ยวจะตรวจชีพจรเพื่อติดตามผลว่าปอดของผู้ป่วยอาการดีขึ้นหรือไม่ เมื่อเห็นว่ายาทั้งสามที่นางคิดค้นขึ้นช่วยบรรเทาอาการและเสริมความแข็งแกร่งให้ปอดที่เสียหายได้ ซินเมี่ยวจึงสั่งให้ทหารออกไปตามหาสมุนไพรมาเพิ่มเพื่อที่จะได้ให้หมอหลวงเข้าไปรักษาผู้ป่

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   52

    สายวันต่อมา หยางชิงหลงได้รับแจ้งจากทหารว่าเจ้าเมืองตงหยางกับฮูหยินขอเข้าเฝ้า พระองค์ที่กำลังกล่อมไท่จื่อน้อยให้หลับหลังดื่มนมอยู่พยักหน้าอนุญาต ให้พวกเขาเข้ามาพบได้ อย่างไรวันนี้พระองค์ก็ยังไม่อยากเข้าเมืองไปสอบถามเรื่องราวการแก้ไขปัญหาของราษฎรในช่วงที่บุตรชายเพิ่งคลอดสักเท่าไหร่นัก“ถวายบังคมไท่จื่อ ไท่จื่อเฟยพะย่ะค่ะ/เพคะ” จื้อไฉ่กับฮูหยินค้อมกายคำนับทั้งสองพระองค์ที่นั่งรออยู่พร้อมไท่จื่อน้อยในอ้อมแขนไท่จื่ออย่างนอบน้อม“พวกท่านตามสบายเถิด เชิญนั่งก่อน” หยางชิงหลงตรัสพร้อมรอยยิ้มบาง“กระหม่อมนำของรับขวัญไท่จื่อน้อยมามอบให้พะย่ะค่ะ ขอแสดงความยินดีกับไท่จื่อและไท่จื่อเฟยด้วยพะย่ะค่ะ” จื้อไฉ่ยื่นกล่องของขวัญให้ซุนเหยาที่อยู่ในกระโจมเพื่อนำไปมอบให้ไท่จื่อเฟยดูแทนไท่จื่อที่กำลังกล่อมไท่จื่อน้อยอยู่“ขอบใจพวกเจ้ามาก เรื่องเมืองตงหยางที่มีปัญหาสุขภาพ เราให้หมอหลวงช่วยกันหาวิธีรักษาอยู่ ท่านเจ้าเมืองพาราษฎรที่ป่วยหนั

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   51

    รุ่งเช้าวันต่อมา เหล่าหมอหลวงมาขอพบไท่จื่อเฟยเพื่อพูดคุยเรื่องขั้นตอนการรักษาชาวเมืองอย่างเคร่งเครียด จนกระทั่งเที่ยงวัน พวกเขาจึงแยกย้ายกันไปทานอาหารและปล่อยให้ซินเมี่ยวกินข้าวกับหยางชิงหลงในกระโจม“น้องหญิงอย่าหักโหมงานมากนะ อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะคลอดแล้ว พี่ไม่อยากให้เจ้าเครียดเกินไปนัก” หยางชิงหลงตรัสระหว่างคีบอาหารให้ซินเมี่ยว“ทราบแล้วเพคะ เสด็จพี่อย่ากังวลเลย น้องรู้ดีว่าต้องพักผ่อนให้มากเพคะ”หลังอาหารเที่ยง หยางชิงหลงเดินไปยังกระโจมของเหล่าหมอหลวงเพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการรักษาต่อ พระองค์จะได้สั่งให้องครักษ์เข้าไปแจ้งเจ้าเมืองให้เตรียมสมุนไพรที่จำเป็นต้องใช้เพิ่มเติม เพราะในขบวนของพระองค์ถึงจะมีสมุนไพรอยู่บ้าง แต่ก็ถูกใช้ไปมากแล้วก่อนหน้านี้ หากต้องไปหาซื้อยังเมืองอื่นก็คงต้องใช้เวลาเดินทางอีกมากซินเมี่ยวนั่งอ่านตำรารอให้อาหารย่อยเกือบครึ่งชั่วยาม ก่อนที่นางจะนอนพักผ่อนรอทานอาหารเย็นและออกไปเดินเล่นกับหยางชิงหลงเหมือนทุกวัน

  • ท่านอ๋องพิการกับนางมารมาใช้กรรม   50

    สองวันต่อมา ต้วนฟางเหยาส่งรายงานสรุปปัญหาออกมาเป็นข้อ ๆ และแนวทางแก้ไขปัญหาที่เขาคิดขึ้นมา หยางชิงหลงและซินเมี่ยวนั่งอ่านรายงานอย่างละเอียดก็เห็นว่าไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง นับว่าต้วนฟางเหยาทำงานได้ดีสมกับที่ฝ่าบาทส่งมาช่วยเหลือราษฎรจริง ๆ“วิธีการแก้ไขปัญหาของเจ้าเหมาะสมแล้ว เราอนุญาตให้ดำเนินการได้ ส่วนสิ่งที่เจ้าต้องการก็สามารถเบิกได้กับองครักษ์ซุนเหยา” ไท่จื่อตรัส“ขอบพระทัยไท่จื่อพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำเรื่องเบิกกับท่านซุนเหยาตามรับสั่ง”“เจ้าเมืองต้วน ที่ค่ายทหารนอกเมืองของเรามีต้นอ่อนสมุนไพรรักษาบาดแผล ท่านลองดูว่ามีหมู่บ้านใดที่เหมาะสมจะปลูกเป็นอาชีพและส่งออกไปยังเมืองอื่นด้วยก็แล้วกันนะ เราอยากให้พวกเขามีรายได้มากขึ้นนอกจากการทำเกษตร”“พะย่ะค่ะไท่จื่อเฟย เรื่องนี้กระหม่อมจะปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านและมารายงานให้พระองค์ทราบอีกครั้ง”ทั้งสองพระองค์ต่างพยักหน้าอย่างพอใจกับการทำงาน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status