Share

ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่
ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่
Penulis: l3oonm@

บทนำ

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-07-13 02:44:45

“เจ้าทำจริงหรือไม่ อวี้เออร์” เสียงเหยียบเย็นของผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรสาวที่คุกเข่าร้องไห้ แทบขาดใจอยู่ที่พื้น

นางเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นบิดาอย่างตัดพ้อ ก่อนจะเม้มปากแน่น ทั้งส่ายหน้าจนเส้นผมหลุดลุ่ยอย่างน่าสงสาร

“ลูกไม่เคยคิดจะทำ และไม่ได้ทำสิ่งใดผิด” นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา

ผู้เป็นมารดาเมื่อรู้ข่าวว่าบุตรสาวถูกจับตัวไปสอบสวนที่ห้องโถงเรือนหลักก็รีบวิ่งมาหาอย่างร้อนใจ

“ท่านพี่ ได้โปรดเมตตาอวี้เออร์ด้วย บุตรสาวข้านางไม่มีทางทำเด็ดขาด” นางกอดบุตรสาวไว้แน่น พร้อมทั้งมองผู้เป็นสามีอย่างขอความเห็นใจ

“เหอะ ไม่เคยทำ มิใช่ว่าจะไม่ทำ เจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่น้องสาว” ฮูหยินเอก ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถงก็เอ่ยถากถางออกมา

“น้องสาว หากเจ้าอยากได้ของหมั้นของข้าเหตุใดถึงไม่ขอข้าดีๆ ถึงแม้เป็นของหมั้นพี่สาวเช่นข้าก็ยกให้เจ้าได้” เซี่ยหรันเซียนเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง ยิ่งรวมกับท่าทางที่ชดช้อยของแม่ดอกบัวขาวด้วยแล้ว ทำให้ผู้คนที่พบเห็นนางต่างสงสารจับใจ

“เซียนเซียนเจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้ ของหมั้นที่ข้ายกให้เจ้า จะมอบให้ผู้อื่นได้อย่างไร” กงจวิ้นปลอบใจคู่หมั้นของตนทันที

เซี่ยหรันเซียนยิ้มมองคู่หมั้นอย่างเขินอาย นางลอบยิ้มเย้ยเซี่ยหรูอวี้ที่นั่งอยู่ที่พื้นโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

เซี่ยหรูอวี้ได้แต่ยกยิ้มเยาะตนเอง นางจะอยากได้ของหมั้นของพี่สาวไปเพื่ออันใด ในเมื่อนางไม่เคยมีใจให้กงจวิ้นมาก่อนเลย

ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะเข้าหานางอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นนางที่คอยหลบเลี่ยงอยู่ตลอด ด้วยรู้ว่าพี่สาวต่างมารดาพึงใจในตัวเขา นางจึงไม่คิดจะเพิ่มปัญหาให้มารดาและพี่ชายถูกรังแกเพิ่ม

“มาถึงขั้นนี้แล้ว อาอวี้เจ้ายอมรับผิดเสียเถิด” กงจวิ้นเอ่ยเสียงแข็งออกมาเพื่อเอาใจสวีเหมยลี่

แม้ก่อนหน้านี้เขาจะพึงใจเซี่ยหรูอวี้ไม่น้อย แต่นางเป็นเพียงบุตรอนุ ไม่อาจช่วยในหน้าที่การงานของเขาได้ ต่างจากเซี่ยหรันเซียนที่ท่านตาของนางเป็นถึงเสนาบดี หนทางขุนนางของเขาย่อมจะก้าวหน้าอย่างไม่มีสิ้นสุด

เขาคิดจะรับนางเข้าจวนเพื่อเป็นอนุหลังจากแต่งกับเซี่ยหรันเซียนแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้เข้าเสียก่อน แม้นางจะไม่ได้ทำ อย่างไรเขาก็ต้องเข้าข้างคู่หมั้นของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ข้าไม่ได้ทำ เหตุใดข้าต้องยอมรับ” นางเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยินยอม

ในเมื่อทุกคนคิดว่านางร้ายกาจมาโดยตลอด เหตุใดนางจะต้องยอมถอยเพื่อยอมรับการถูกใส่ร้ายในครั้งนี้ด้วย

พี่สาวของนางมักจะบอกใครต่อใครว่าถูกนางรังแกมากเพียงใดเมื่ออยู่ที่จวน ทั้งที่นางเป็นเพียงบุตรอนุ แต่ของทุกอย่างล้วนแต่ต้องให้นางเป็นผู้เลือกก่อน เพราะบิดาโปรดปรานมารดาของนางไม่น้อย

วันที่นางรู้เรื่องทั้งหมด คงเป็นเมื่อสามเดือนก่อนที่พี่สาวแสนดีของนาง ชวนนางไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลกง คุณหนูที่มาร่วมงานต่างถากถางนางที่แต่งกายงดงามเกินหน้าบุตรสาวฮูหยินเอก

ทั้งที่ความจริง ชุดที่นางสวมใส่ เครื่องประดับบนตัวของนาง ก็มาจากพี่สาวและฮูหยินเอกจัดการให้นางก่อนวันจะเข้ารวมงานทั้งสิ้น นางเพิ่งจะได้รู้ว่าความหวังดีที่สองแม่ลูกมอบให้คือต้องการให้นางถูกประณามเช่นนี้เอง

“หึ บุตรสาวอนุเช่นเจ้า ร้ายกาจเช่นมารดาไม่มีผิด” สวีเหมยลี่ รู้จุดอ่อนของเซี่ยหรูอวี้ดี หากเมื่อใดที่กล่าวหามารดาของนาง นางจะต้องโวยวายอย่างไม่ยอมแน่นอน

“อย่าได้กล่าวหามารดาข้าเช่นนี้ ผู้ใดกันแน่ที่ร้ายกาจกล้าวางแผนสกปรกเช่นนี้กับข้า”

เพียะ!!! เสียงฝ่ามือของเซี่ยถงวู่ที่ตบลงบนใบหน้าของเซี่ยหรูอวี้ดังจนแม้แต่บ่าวที่อยู่ด้านนอกยังสะดุ้งตกใจ

“เจ้ากล้าดีเช่นใด!!! ถึงได้กล้าพูดกับแม่ใหญ่เจ้าเช่นนี้” เซี่ยถงวู่ตวาดกร้าวออกมาเสียงดัง สองแม่ลูกลอบยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ

“ท่านพี่!!!” ตู้เหลียนกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ นางไม่คิดว่าสามีจะลงมือทำร้ายบุตรสาวรุนแรงถึงเพียงนี้

เซี่ยถงวู่ก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัว แต่เพราะมีคนตระกูลกงเข้ามารวมฟังคำตัดสินในครั้งนี้ด้วย เขาจึงไม่กล้าที่จะเข้าไปประคองบุตรสาวที่ล้มไปกองกับพื้นให้ลุกขึ้น

“สมควรแล้ว ทำผิดยังไม่ยอมรับ ยังจะปากกล้าใส่ผู้อาวุโสในจวน” เขาสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง โดยไม่คิดอยากจะมองสายตาของสองแม่ลูกที่มองมาทางเขาอย่างเจ็บปวดใจ

“น้องสาว!!! เจ้าเจ็บมากหรือไม่” เซี่ยหยวน ที่เพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษาก็รีบวิ่งเข้ามาดูน้องสาวทันที เมื่อทราบเรื่องจากบ่าวในจวน

“ไม่เจ้าค่ะ “นางบีบมือพี่ชายแน่น เพื่อไม่ให้กังวลเรื่องของนาง กลัวว่าจะกวนใจเขาเพราะใกล้จะสอบในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ท่านพ่อ เหตุใดถึงได้ลงมือกับน้องเช่นนี้ขอรับ” เซี่ยหยวนลุกขึ้นหันไปสอบถามผู้เป็นบิดา

“มิใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป” เซี่ยถงวู่ไม่ต้องการให้บุตรชายเพียงคนเดียวของเขา เข้ามายุ่งในเรื่องนี้

“แต่ว่า...”

“ท่านพี่ ท่านถอยออกไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่ผิด หากจะถูกตีจนตายข้าก็ไม่ยอมรับ” เซี่ยหรูอวี้ลุกขึ้นยืน สายตาของนางเย็นชาจ้องมองไปที่ทุกคน ที่รวมหัวกันใส่ร้ายนางในครั้งนี้

เรื่องเกิดจากกงจวิ้นที่ยังอาลัยอาวรณ์นาง จนดักพบนางระหว่างที่ออกไปซื้อของนอกจวน เพียงเพื่อจะบอกนางว่า เมื่อแต่งเซี่ยหรันเซียนเข้าจวนแล้ว เขาจะมารับนางเข้าจวนด้วยอีกคน เรื่องนี้นางปฏิเสธเขาไปแล้ว

นางไม่รู้ว่าผู้ใดนำเรื่องนี้มาบอกพี่สาวนาง เพียงวันเดียวก็เกิดเรื่องกับนางได้ วันต่อมาจวนของนางก็ถูกค้นและพบกำไลหยกเนื้องามหนึ่งคู่ ที่เป็นหนึ่งในของหมั้นที่กงจวิ้นสวมให้เซี่ยหรันเซียนในวันหมั้นหมาย

นางจึงได้ถูกลากมาให้ผู้เป็นบิดาสอบสวนที่ห้องโถงในยามนี้ คนตระกูลกงถูกเรียกตัวเพื่อมายืนยันว่ากำไลหยกคู่นั้นใช่ของหมั้นหรือไม่

แต่ความจริงสองแม่ลูกเรียกตระกูลกงให้มารับรู้ด้วย เพื่อต่อไปจะได้ตัดหนทางที่จะรับเซี่ยหรูอวี้เข้าไปเป็นอนุในจวน คอยเป็นหนามแทงใจเซี่ยหรันเซียนเช่นที่สวีเหมยลี่นางถูกตู้เหลียนกระทำเช่นกัน

“ผู้ตรวจการเซี่ย ข้าขอพูดหน่อยก็แล้วกัน ในเมื่อหลักฐานก็เห็นเต็มตาเช่นนี้ ต่อให้นางไม่ยอมรับก็ควรจะส่งนางให้ทางการ หรือไม่ก็...” เขาปรายตามองสวีเหมยลี่เล็กน้อย เมื่อเห็นนางพยักหน้าจึงได้เอ่ยต่อ “ตัดขาดนางออกจากตระกูลเสีย” นายท่านกงพูดคุยเรื่องนี้กับสวีเหมยลี่ก่อนจะเดินทางมาที่จวนตระกูลเซี่ยแล้ว โดยนางต้องการกำจัดสามคนแม่ลูกออกไปให้พ้นสายตา

เพราะขอเสนอที่นางยื่นให้ เขาจึงยอมร่วมมือกับนาง เพื่อความรุ่งเรืองของตระกูลกง โดยจะได้ตำแหน่งขุนนางในราชสำนักให้กับกงจวิ้น เขาจึงยอมร่วมมือ โดยไม่มีขอแม้

เซี่ยถงวู่เม้มปากแน่น เขาไม่ได้อยากส่งบุตรสาวคนรองให้ทางการ หรือไม่ต้องการจะตัดขาดนางออกจากตระกูล

“ท่านพี่ อย่าได้ส่งนางให้ทางการเลยเจ้าค่ะ จะทำให้ชื่อเสียงตระกูลด่างพล่อยไปด้วย ตัดขาดนางออกไปจากตระกูลก็พอ” สวีเหมยลี่เดินเข้ามาจับแขนผู้เป็นสามี แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงเห็นใจ

“แต่ว่า...”

“ตัดข้าเลยเจ้าค่ะ” เซี่ยหรูอวี้เอ่ยขึ้นอย่างใจกล้า หากต้องทนอยู่ให้คนทั้งเมืองหลวงถากถาง เยาะเย้ย สู่นางออกจากเมืองหลวงกลับบ้านเดิมของมารดาไปเริ่มชีวิตใหม่ยังดีเสียกว่า

“ไม่ได้!!! ท่านพ่อจะทำเช่นนี้กับน้องไม่ได้ หากจะตัดน้อง ท่านพ่อก็ต้องตัดข้าด้วย” เซี่ยหยวนเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม พร้อมทั้งดันน้องสาวไปอยู่ด้านหลัง

ด้วยรู้ว่าน้องสาวคงหมดความอดทนที่นางกับมารดาถูกรังแกมาเนิ่นนานพอแล้ว

“หากท่านพี่จะตัดอวี้เออร์ ก็ตัดข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ตู้เหลียนเดินเข้ามาขวางหน้าเซี่ยหรูอวี้ด้วยอีกคน

นางอดทนมามากพอแล้ว สามีที่สัญญาก่อนจะรับนางเข้าจวนก็ไม่อาจจะช่วยเหลือสามแม่ลูกได้เลย เมื่อถูกสวีเหมยลี่รังแก ทั้งยังเชื่อคำพูดคนอื่นจะไม่สนใจสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ดีเสียก่อน

“ดี ดียิ่ง เช่นนั้นข้าก็จะตัดพวกเจ้าทั้งสามคนเสีย” เซี่ยถงวู่ที่เสียหน้าต่อหน้าคนตระกูลกงก็เอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ

สวีเหมยลี่ที่เห็นว่าแผนการของนางสำเร็จแล้ว ก็เอ่ยทำทีขอร้องสามีแทนสามแม่ลูกอย่างขอไปที ก่อนจะบอกว่าจะมอบเงินให้ทั้งสามติดตัวไปเล็กน้อย เพื่อเริ่มชีวิตใหม่

“ไม่ต้อง เงินของพวกท่านข้าไม่ต้องการ” ตู้เหลียนเอ่ยออกมา นางมีสินเดิมติดตัวมาไม่น้อย เพียงพอให้พาลูกทั้งสองกลับบ้านเดิม เพื่อเริ่มชีวิตใหม่

“ดี ดี” เซี่ยถงวู่คำรามออกมา เมื่อเห็นว่าตู้เหลียนไม่ได้อาลัยอาวรณ์ตนสักนิด เขาให้พ่อบ้านไปนำกระดาษพู่กันมา ก่อนจะร่างหนังสือตัดขาดต่อหน้าคนตระกูลกง

สามแม่ลูกพากันกลับไปเก็บข้าวของของตนเองเพื่อออกจากจวน มีเพียงสาวใช้สองคนที่ตามาจากบ้านเดิมของตู้เหลียนที่ติดตามผู้เป็นนายกลับไปด้วย

เซี่ยถงวู่ไม่ได้ออกมามองทั้งสามแม่ลูกออกจากจวนในวันนั้น มีเพียงสวีเหมยลี่และเซี่ยหรันเซียนที่มองจะออกมาส่ง แต่มาเยาะเย้ยเสียมากกว่า

“อย่างไรเล่า เห็นหรือไม่สุดท้ายแล้วท่านพี่ก็ต้องเลือกเชื่อข้าผู้เป็นภรรยาเอก ตู้เหลียนเจ้าแพ้ข้าแล้ว” สวีเหมยลี่กระซิบบอกตู้เหลียน สตรีที่นางเกลียดมานับสิบกว่าปี

“เรื่องเช่นนี้ข้าไม่ต้องการแข่งกับเจ้า หวังว่าเจ้าจะมีบุตรชายให้ท่านพี่ได้สืบสกุล มิเช่นนั้น เจ้าก็ต้องรับสตรีเข้าจวนมาให้เขาเพิ่มไม่รู้จบ” ตู้เหลียนยกยิ้มที่มุมปาก

ที่เซี่ยถงวู่ไม่รับสตรีเข้าจวนเพิ่ม เพราะนางมีบุตรชายให้เขาแล้ว แตกต่างจากสวีเหมยลี่ที่นางมีเพียงเซี่ยหรันเซียนเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว

“จะ เจ้า” สวีเหมยลี่กัดฟันแน่น นางทำสิ่งใดไม่ได้ เมื่อมีคนตระกูลกงมองมาที่พวกนางอยู่ แต่ไม่ใช่ว่านอกจวนหลังจากนี้นางจะทำสิ่งใดไม่ได้

นางทำเป็นใจดีให้พ่อบ้านเซี่ยไปส่งสามแม่ลูกถึงที่เมืองเป่ยหาน ทางตอนเหนือของแคว้น แต่ความจริงนางสั่งการให้พ่อบ้านจัดการสามแม่ลูกเรียบร้อยแล้ว

รถม้าที่ทั้งสามนั่งไป เดินทางออกจากเมืองหลวงได้เพียงสามวัน ก็ถูกโจรป่าเข้าดักปล้น คนทั้งขบวนนอกจากพ่อบ้านเซี่ยตกตายทั้งหมด

“ฝันบ้าอะไรแบบนี้” เสี่ยวจิ่วลุกขึ้นนั่งกุมหัวอยู่บนที่นอน

“อาจิ่ว ไปเตรียมตัวได้แล้ว ภารกิจจะเริ่มแล้ว”

“อืม เธอไปก่อนเลย” เสี่ยวจิ่วไม่มีเวลาได้คิดเรื่องความฝันที่เธอฝันเช่นเดิมซ้ำๆ มาหลายปี

เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทางองค์กรพาตัวเข้ามาเลี้ยงดู ในตอนแรกเธอก็คิดว่าจะเลี้ยงดูเพื่อให้เข้ามาช่วยทำงาน แต่ไม่ใช่เธอถูกเลี้ยงดูเพื่อให้เป็นนักฆ่า ตั้งแต่เพียงเจ็ดขวบเท่านั้น

ตอนนี้เธออายุยี่สิบห้าแล้ว เป็นถึงนักฆ่าระดับเพชร ที่ทางองค์กรมอบหมายงานชิ้นใหญ่ให้เธอทำเกือบจะทุกงาน ที่เรียกได้ว่าเสี่ยงตายทั้งสิ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตอนจบ

    อันอ๋อง ยอมเข้าไปอยู่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจ้าวลู่ฉือตั้งแต่วัยสิบสองหนาว แม้เขาจะมิได้แสดงออกว่าพึงใจในตัวของซูซินมากนัก แต่ก็ลอบหาทางพบนางอยู่เสมอ“หึ อันอ๋องร้ายนัก ข้ารึก็มัวแต่ระวังเจ้าลูกเต่าจวนอื่น” จ้าวลู่ฉือสบถออกอย่างหัวเสียเมื่อเขารู้เรื่องจากหรูอวี้ว่า ทั้งสองเหมือนจะมีใจให้กัน“ท่านพี่ ซินซินนางถึงวัยออกเรือนแล้ว อันอ๋องเองก็อยู่ในสายตาของท่านมาตลอด ท่านยังมิวางใจอีกรึ”“พี่ยังอยากให้ซินซินอยู่กับพี่และเจ้าไปอีกหลายปี”“เหอะ ท่านจะให้นางแก่ตายคาจวนหรืออย่างไร ข้าตัดสินใจแล้ว หากซินซินนางเลือกอันอ๋องข้าก็ไม่ขัดขวาง ท่านก็ปล่อยวางได้แล้ว” หรูอวี้มองสามีที่ผมเริ่มจะขาว ของนางอย่างมีโทสะนางอยากจะถามเขาเสียเหลือเกินว่าจะต้องรอให้เขาลงหลุมก่อนรึ ถึงจะยอมให้บุตรสาวออกเรือนได้เมื่อคำเด็ดขาดหลุดออกมาจากปากของหรูอวี้ จ้าวลู่ฉือก็ไม่อาจเอ่ยแย้งได้ พออันอ๋องมาเอ่ยเรื่องทาบทามที่จวน จ้าวลู่ฉือจึงบังคับให้เขาสาบานต่อฟ้าดินว่าจะมีเพียงบุตรสาวของตนเพียงหนึ่งเดียวในตำหนัก“เปิ่นหวางสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ชั่วชีวิตนี้จะมีเพียงซินซินหนึ่งเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องช้ำใจเป็นอันขาด”สามเดือนต

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   จ้าวซูซิน

    หรูอวี้นางคิดว่า มีเพียงฝาแฝดทั้งสองเป็นบุตรก็เพียงพอแล้ว เพียงเลี้ยงเขาน้องก็ไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอันใดได้ จึงมิได้คิดเรื่องที่จะมีบุตรอีกเลย“ท่านแม่จะมีน้องสาวให้ข้ารึขอรับ” จ้าวหลิงฮุ่ยเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่ใสซื่อจ้าวหลิงเทียนก็มองมาทางหรูอวี้ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย แม้ไม่ได้พูดออกมา ก็รู้ว่าเขาอยากจะมีน้องสาวตัวน้อยเช่นเดียวกัน“ใช่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย” นางลูบหัวบุตรทั้งสองอย่างรักใคร่“มีน้องชายก็ได้ขอรับ ข้าชอบทั้งหมดที่เป็นน้องของข้า” จ้าวหลิงฮุ่ยฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดู“ยินดีด้วยขอรับท่านแม่ทัพ” ตลอดทางนับตั้งแต่เดินเข้าจวนมา เขาอดจะสงสัยไม่น้อยที่บ่าวไพร่ ต่างเข้ามาแสดงความยินดี ราวกับว่าเขาได้เลื่อนตำแหน่งเสียอย่างงั้นแต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อยามนี้เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ที่ไม่อาจจะมีตำแหน่งใดสูงได้มากกว่านี้อีกแล้ว“เกิดเรื่องใดขึ้น” เขาเอ่ยถามบ่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ได้แต่บอกให้เขากลับไปฟังเรื่องราวที่เรือนของฮูหยินเองเสียงพูดคุยหัวเราะของคนในเรือนของหรูอวี้ ทำให้จ้าวลู่ฉือที่เดินทางกลับมาจากค่ายทหารนอกเมืองยืนยิ้มตามไปด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ของเขา ม

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   จ้าวหลิงเทียน จ้าวหลิงฮุ่ย

    เรื่องนี้ทำให้ตู้เหลี่ยงพอใจอยู่ไม่น้อย ด้วยตัวเขาเองก็เตรียมชื่อไว้ให้เหลนชายทั้งสองเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจ้าวลู่ฉืออยากจะตั้งเองหรือไม่“จ้าวหลิงเทียน จ้าวหลิงฮุ่ย ชอบหรือไม่เล่า” เขาเอ่ยเรียกเหลนชายทั้งสอง พร้อมทั้งมองอย่างรักใคร่จ้าวหลิงเทียนผู้พี่ จ้าวหลิงฮุ่ยผู้น้อง หัวเราะจนเห็นเหงือกของตน สร้างความอิ่มเอมใจให้กับทุกคนในห้องโถงจนมีรอยยิ้มไปตามๆ กันแต่แล้วความครื้นเครงก็หยุดลง เมื่อพ่อบ้านจ้าว เข้ามาแจ้งเรื่องที่เซี่ยถงวู่มาขอพบตู้เหลี่ยงและตู้เหลียนที่หน้าจวนตู้เหลี่ยงส่งฝาแฝดให้แม่นมพาออกไปด้านนอกทันที ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังอย่างมีโทสะ“เดรัจฉาน!!! ยังมีหน้ามาขอพบข้าอีกรึ”“ท่านตา อย่าได้มีโทสะเจ้าค่ะ หากท่านไม่ต้องการพบหน้าก็เพียงแค่ให้บ่าวหน้าจวนไล่ไปก็เท่านั้น ไยจะต้องทำให้ตนเองขุ่นใจด้วย” หรูอวี้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางเหลือบมองมารดาก่อนจะพูด ก็เห็นว่านางไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นดีใจที่เซี่ยถงวู่มาขอพบ จึงได้เบาใจลง“เป็นเช่นที่อวี้เออร์นางว่า หากท่านอาจารย์ไม่ต้องการจะพบ ข้าจะออกไปจัดการให้ท่านเองขอรับ”“อืม...ลำบากเจ้าแล้ว” เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าตู้เหลี่

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เพียงแค่ชิมเท่านั้น

    “สวรรค์” บ่าวไพร่และเสี่ยวฟ่านที่ได้พบเห็นคุณชายน้อยของตนก็ได้แต่อุทานออกมาอย่างแปลกใจนี่มันเด็กเพียงคลอดเสียที่ไหน ทั้งสองราวกับเด็กครบเดือนแล้ว ดวงตาที่กวาดมองไปทั่ว ราวกับรู้เรื่องราวและรับรู้สิ่งที่พวกเขาเอ่ยพูดกัน“พาไปให้อวี้เออร์นางดูก่อนเถิด” จ้าวลู่ฉือเขี่ยแก้มบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในห้อง ที่สาวใช้ทำความสะอาดร่างกายของหรูอวี้เรียบร้อยแล้ว“ฮูหยินช่างมีบุญนัก แม้แต่กลิ่นน้ำคลอดของนางก็ไม่เหม็นเช่นที่ข้าเคยพบเจอ ดูเหมือนว่าจะคลายกลิ่นดอกบัวเสียด้วยซ้ำ” หมอตำแยเอ่ยพูดคุยถึงเรื่องความน่าอัศจรรย์นี้กันจ้าวลู่ฉือ เห็นหรูอวี้นั่งพิงหัวเตียงชะเง้อคอมองมาทางประตูก็อมยิ้มมองนาง“เจ้าอยากเห็นลูกใช่หรือไม่” เขารับเด็กทั้งสองคนมาจากป้าจิ้นและเสี่ยวซี ก่อนจะเดินเข้าไปหาหรูอวี้ที่เตียงหรูอวี้เม้มปากแน่น มองเด็กน้อยที่อยู่ในห่อผ้าที่แขนของจ้าวลู่ฉือ“ลูกข้า...ช่างตัวเล็กนัก” นางไม่รู้ว่าจะเอ่ยเช่นไรไม่คิดด้วยว่าในชีวิตนางจะให้กำเนิดเด็กน้อยออกมาได้ หรูอวี้มองเด็กทั้งสองด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำ ความรู้สึกแปลกใหม่เกิดขึ้นกับนาง จนนางไม่อาจจะอธิบายได้ความรัก ความหวงแหน ห

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เทพเซียนลงมาเกิดหรือเนี่ย

    “อันใดกัน มีเรื่องที่เจ้าจัดการไม่ได้ด้วยรึ” ฮ่องเต้ไม่อยากจะเชื่อ ว่าสหายรักจะจัดการเรื่องหยุมหยิมเช่นนี้ไม่ได้“มีเพียงเรื่องของนางที่ไม่อาจจัดการได้” เขาไม่เคยเอาชนะนางได้เลย นับตั้งแต่ที่พบเจอนางในครั้งแรก“เพ้ย สตรี อย่างไรก็ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของสามี เจ้าตามใจนางเกินไปแล้ว”“พูดไป พระองค์ก็ไม่เข้าพระทัย กระหม่อมกลับจวนก่อนพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวลู่ฉือลุกขึ้นจะเดินออกจากวังหลวง“ให้เจิ้นช่วยพูดดีหรือไม่” สตรีในวังนับร้อย เขายังจัดการได้“นางไม่ได้อยู่ให้พระองค์พูด พระองค์จะช่วยได้อย่างไร”“ห๊ะ!!! ถึงกลับหนีไปเลยรึ”จ้าวลู่ฉือส่ายหัวอย่างปลงตก แล้วเดินออกจากห้องตำราของฮ่องเต้กลับจวน หากนางหนีไปเช่นผู้อื่น เขายังตามกลับมาได้ แต่นี่ นางเล่นหายไปในมิติ เขาจะตามนางได้อย่างไรหรูอวี้ที่เก็บน้ำหวานจากดอกบัวจนเบื่อแล้ว นางจึงได้ออกมาด้านนอก พอออกมาถึงก็ถูกจ้าวลู่ฉือที่นั่งรอนางอยู่รวบตัวกอดรัดไว้แน่น“อวี้เออร์ อย่าได้ทำกับข้าเช่นนี้อีก อย่าได้หายไปโดยไม่บอกข้า เรื่องคุณหนูที่มากวนใจเจ้าวันนั้นข้าจัดการให้ตระกูลของพวกนางจับนางแต่งออกไปแล้ว ยามนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามากวนใจเจ้าอีกแล้ว” เขาซุกใบหน้าลงก

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวน

    หรูอวี้ตบไปที่ใบหน้าของคุณหนูหั่วเต็มแรง มีดสั้นถูกวางจ่ออยู่ที่คอของคุณหนูหั่ว หากนางขยับตัวเล็กน้อยคงได้เห็นเลือดอย่างแน่นอน“ข้าไม่ถือ หากเจ้าจะใช้มารยาเพื่อได้เข้าตระกูลจ้าว แต่ในเมื่อเจ้าปากกล้ากับข้าเช่นนี้ ข้าคงต้องทำให้เจ้ารู้เสียแล้วว่าข้าเป็นเช่นไร” หรูอวี้ขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย คมมีดก็บาดเข้าคอของนางจนเลือดซึมออกมา“ขะ ข้ากลัวแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ” นางเอ่ยขอร้องอย่างลนลาน“อวี้เออร์ ข้าจัดการเอง” จ้าวลู่ฉือเดินเข้ามาจับข้อมือของนางไว้“หึ” นางสะบัดมือของเขาออก ก่อนจะปามีดสั้นไปตรงกลางโต๊ะที่พวกคุณหนูคนอื่นนั่งอยู่ แล้วเดินออกจากห้องโถงไปอย่างไม่สบอารมณ์จะเรียกว่านางหึงหวงเขาเสียจนหน้ามืดก็ได้ที่ลงมือเช่นนั้น แต่คุณหนูหั่วก็ปากดีเสียจนนางควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หรูอวี้ไล่ป้าจิ้นกับเสี่ยวซีที่ตามนางมาที่เรือนอย่างเป็นห่วงออกไป ก่อนจะเข้าไปสงบอารมณ์ในมิติของนางจ้าวลู่ฉือยืนมองคุณหนูที่รอพบเขาที่ละคน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา“เป็นบิดาของพวกเจ้า หรือตัวพวกเจ้าที่ใจกล้าทาเยือนจวนของข้ากัน” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงเหยียบเย็นบางคนที่หวาดกลัวจนตัวสั่นก็โยนเรื่องราวทั้งหมดไปให้ผู้เป

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตาข้าเป็นอันใดไม่รู้

    เซี่ยหรันเซียนเหมือนจะรู้ว่ามีคนจ้องมองมาทางนาง นางจึงหันไปมอองทางรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นว่าด้านในมีหรูอวี้ที่ยกยิ้มมุมปาก มองมาที่นางราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยอยู่ ก็เผลอกรีดร้องออกมา“กรี๊ดดดด จะ เจ้า” นางชี้มือที่ทางหรูอวี้ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวอย่างน่าหวาดกลัว“พาข้าลงไป” หรูอวี้บอกเส

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   เห็นหรือไม่ ว่านางมีสภาพเช่นไร

    จวนตระกูลเซี่ยหลังจากที่จ้าวลู่ฉือกลับไปก็เกิดเรื่องราวใหญ่โต เมื่อเซี่ยถงวู่ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่เขาสลบไป ก็ไปที่จวนของสวีเหมยลี่ทันที“เจ้าไปที่จวนตระกูลจ้าวเพื่ออันใด!!!” เขาบีบต้นแขนของนางไว้แน่น“เหตุใดข้าจะไปไม่ได้ นังหรูอวี้ได้ดีเป็นถึงฮูหยินท่านแม่ทัพ นางต้องช่วยเซียนเซียนของข้าได้” นางกรีดร

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ข้าเพียงลองให้ดู ว่าดีเพียงใด

    ตอนนี้ทั้งจ้าวลู่ฉือและหรูอวี้กำลังเป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้ หากรู้ว่าฮูหยินของตนทำให้จ้าวลู่ฉือเกือบจะเสียบุตรไป เขาคงได้ถูกริบตำแหน่งคืนอย่างแน่นอน“ข้าให้เวลาเจ้าสองวัน หากยังมิจัดการสวีเหมยลี่ให้ข้า ข้าจะมาจัดการทั้งตัวเจ้าและนางด้วยตนเอง” จ้าวลู่ฉือเหยียบไปที่อกของเซี่ยถงวู่อีกครั้ง ก่อนจะปราย

  • ท่านแม่ทัพ จะเป็นพ่อเลี้ยงข้าหรือสามีข้ากันแน่   ตระกูลตู้มาถึงแล้ว

    “เอาเถิด นับจากนี้พวกเจ้าเป็นคนของข้า ข้าก็จะเรียกพวกเจ้าเช่นนี้ หากพวกเจ้าเชื่อฟังข้า ทำตามที่ข้าบอก ต่อไปจะไม่มีผู้ใดรังแกเจ้าได้ หากอยากเรียนข้าจะส่งให้เรียน หรือจะเป็นทหารข้าก็จะไม่ห้าม”“จะ จริงหรือขอรับนายหญิง”“อืม...ข้าไม่เคยพูดปด แต่ว่า...ข้าไม่ชอบคนขโมยของ หรือหากคิดจะหักหลังข้า หากพวกเจ้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status