Share

11

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-23 23:46:38

แม่ทัพใหญ่ซือหยางช้อนตัวภรรยาขึ้นมาจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉมแล้วค่อย ๆ วางลงบนเตียงนุ่มอย่างระมัดระวังเพื่อมิให้รบกวนเวลาพักผ่อนของนาง

“ฮื่อ ท่านพี่ใจร้ายกับข้ายิ่งนัก ฮึก” เป่ยลี่สะอึกสะอื้นทั้ง ๆ ที่เปลือกตายังคงปิดสนิทคล้ายว่านางกำลังละเมอ

“…” แม่ทัพใหญ่ซือหยางเห็นสภาพดอกไม้ดอกงามที่ยามเขาหันมามองทีไรก็มักจะได้รับพลังบวกและรอยยิ้มสดใสจากนางเป็นกำลังใจให้เสมอ แต่บัดนี้บนใบหน้าสวยหมดจรดกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเปรอะเปรื้อน แฝงรอยความเจ็บช้ำไว้บนดวงตาที่บวมปูด

“ไยท่าน พะ…พี่บอกว่าท่านพี่จะรักข้า จะเชิดชู ขะ…ข้าให้เป็นสตรีหนึ่งเดียว นะ…ในหัวใจเล่าเจ้าคะ” คำพูดของนางติด ๆ ขัด ๆ ขาดหายเข้าไปในลำคอเป็นช่วง ๆ “ท่านพี่บอกว่าดวงตาของท่านมิสามารถมองหญิงใดได้อีกแล้วนอกจากข้า แล้วเหตุใดวันนี้ท่านพี่ถึงมองสตรีนางนั้นเล่า ฮึก” ยิ่งได้ยินนางกำลังพรรณนาร่ำไห้ ตัดพ้อที่เขาผิดสัจจะวาจา หัวใจของเขาก็ยิ่งปวดร้าวเจ็บแสบคล้ายกับมีใครเอาเข็มมาสะกิดขั้วความรู้สึก

“หัวใจของพี่ยังมอบให้เจ้าเข้ามานั่งเล่นได้แต่เพียงผู้เดียว” บุรุษลูบศีรษะของนางเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะหยิบผ้าจากกะละมังใส่น้ำขึ้นมาบิดให้แห้งพอหมาด ๆ แล้วเช็ดหน้าเช็ดตาขจัดคราบเหนียวจากหยาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าขาวเนียน

เดิมทีแม่ทัพใหญ่ซือหยาง ก็หาได้ตั้งใจให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ ความคิดทีี่ว่ารางวัลตอบแทนที่เขาสามารถคว้าชัยชนะกลับแคว้นเหม่ยกวางมาได้จะเป็นการพระราชทานสตรีซึ่งมีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาของพระสนมสกุลลู่ไม่มีอยู่ในหัวเขาเลยด้วยซ้ำ

ทว่าเขาก็หาได้มีความสามารถมากพอที่จะกล้าปฏิเสธพระประสงค์ของฮ่องเต้ ฮ่องเฮา พระสนมเอกสกุลอวี้ และคำร้องขอของพระสนมรองสกุลลู่กับเสนาบดีกรมโยธาได้ไม่

ย้อนกลับไปเมื่อเหตุการณ์ก่อนหน้านี้…

บุรุษได้ช่วยเหลือสตรีนางหนึ่งซึ่งมีนามว่าลู่ฟางเหนียนจากพวกโจรที่ดักปล้นรถม้าขณะเดินทางกลับพระราชวัง เขาจึงอาสาพานางไปส่งถึงตำหนักพระสนมรองสกุลลู่เพราะเกรงว่าโจรที่หนีรอดไปได้อาจย้อนกลับมาทำร้ายนางอีก แต่ก็มิคิดเหมือนกันว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้ของเขาถูกใช้เป็นเหตุผลการพระราชทานหญิงสาวแต่งเข้าจวนตระกูลเฉิน

“กลับมากับผู้ใดหรือฟางเหนียน” พระสนมสกุลลู่เอ่ยถามพระราชนัดดาด้วยความเป็นห่วงหลังจากที่นางหายไปเกือบชั่วยามทั้ง ๆ ที่ การเดินทางจากร้านผ้ามาถึงพระราชวังก็หาได้ไกลสักเท่าใดไม่

“ท่านแม่ทัพใหญ่ซือหยาง บุตรชายอดีตท่านเสนาบดีกรมคลังเพคะพระสนม เมื่อครู่รถม้าของหม่อมฉันโดนพวกโจรดักปล้นหมายจะชิงทรัพย์และข่มเหงรังแก หม่อนฉันเกือบ…แต่โชคดีที่ท่านแม่ทัพเดินทางผ่านมาและช่วยเหลือหม่อมฉันไว้ได้ทันการเพคะ” ลู่ฟางเนียนบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้แก่พระมาตุจฉาของตนเองได้ทราบอย่างไม่ปิดบัง

“เช่นนั้นหรือ! แล้วเจ้าเป็นเช่นไรบ้างฟางเหนียน” พระสนมสกุลลู่ตกใจมิน้อย

“หม่อมฉันโดนตบที่ใบหน้า และต่อยท้องเพื่อหวังให้สิ้นกำลังต่อสู้เพียงเท่านั้นเพคะพระสนม แต่ตอนนี้มิเจ็บปวดอันใดมากแล้ว ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพที่ช่วยหม่อมฉันเอาไว้ได้ทันท่วงที มิเช่นนั้นหม่อมฉันคงจะต้องตกเป็นเมียโจรให้อับอายขายขี้หน้าสกุลลู่ของเราเป็นแน่เพคะ” ลู่ฟางเหนียนตัวสั่นเล็กน้อยเพราะยังคงมิหายหวาดกลัวจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น

“ข้าต้องขอบใจท่านแม่ทัพมาก หากมิได้ท่านตอนนี้ หลานสาวของข้าจะเป็นตายร้ายดีเช่นใดก็ไม่รู้…แล้วนี่ท่านแม่ทัพจะไปที่ใดต่อหรือ ข้าอยากจะมอบสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อตอบแทนที่ท่านเมตตาช่วยเหลือหลานของข้าเอาไว้เจ้าค่ะ” แม่ทัพใหญ่ซือหยางเห็นว่าพระสนมพระองค์นี้ทรงถ่อมตน หาได้หยิ่งยโส ชูคอเหมือนคางคกขึ้นวอเพราะได้พระทัยว่าทรงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ไม่

“กระหม่อมต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ท้องพระโรงพะย่ะค่ะส่วนเรื่องสินน้ำใจที่กระหม่อมช่วยเหลือพระราชนัดดาของพระสนมเอาไว้มิเป็นอันใดเลยพะย่ะค่ะ มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อมที่ต้องคอยช่วยเหลือดูแลไพร่ฟ้าประชาชนอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

”อย่าขัดความตั้งใจของข้าเลยนะท่านแม่ทัพ ท่านคงจะต้องพักอยู่ในเมืองหลวงสองสามวันก่อนใช่หรือไม่เพื่อรอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ก่อนจะเดินทางกลับจวน” นางทราบดีเพราะนี่คือขนบธรรมเนียมของเมืองหลวงแคว้นเหม่ยกวางที่หาใช่ว่าผู้ใดจะสามารถเข้าเฝ้าฮ่องเต้ได้โดยพละการแต่ต้องรอพระราชานุญาตจากพระองค์เสียก่อน

“พะย่ะค่ะ”

ผ่านไปเพียงหนึ่งวันข่าวลือเริ่มหนาหู ถูกพูดกันปากต่อปากว่าบุตรสาวเสนาบดีกรมโยธาซึ่งมีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาของพระสนมรองโดนโจรลักลอบดักปล้นและหมายจะข่มเหงรังแก จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงว่านางตกเป็นเมียโจรแล้วหรือไม่ มิเช่นนั้นคราวนี้คุณหนูใหญ่สกุลลู่คงขายมิออกเพราะมิมีบุรุษตระกูลใดอยากเด็ดดอกไม้เปื้อนมิลทินไปดอมดมและประดับบารมีข้างกายไม่

ทำให้แม่ทัพใหญ่ซือหยางจู่ ๆ ก็ได้รับพระราชโองการจากองค์ฮ่องเต้เข้าเฝ้าโดยด่วนก่อนกำหนดการเดิมหนึ่งวันโดยมิรู้ว่าสาเหตุมาจากที่ใดและเพราะอะไร

ห้องประทับส่วนพระองค์…

“เจ้าทราบเรื่องข่าวลือของลู่ฟางเหนียนแล้วใช่หรือไม่ซือหยาง” ฮ่องเต้ตรัสถาม

“พะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ลู่ฟางเหนียนเป็นบุตรสาวของเสนาบดีกรมโยธาและเป็นพระราชนัดดาของพระสนมสกุลลู่ หากมีข่าวลือเช่นนี้ออกไปคงมิใช่การดีเป็นแน่” ฮ่องเต้ทรงลอบทอดพระเนตรแม่ทัพใหญ่ซือหยางเป็นระยะ ๆ “สตรีที่มีข่าวอื้อฉาวว่าเคยถูกฉุดคร่าข่มขืน แม้มิได้โดนเหยี่ยบย่ำน้ำใจจริง แต่ต่อให้จะแก้ข่าวเยี่ยงไรก็หามีใครเชื่อไม่ เพราะในเหตุการณ์ก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถยืนยันได้ว่านางยังบริสุทธิ์”

“ใช่เพคะเสด็จพี่ ผู้ใดจะเชื่อกันเล่าเพคะ ทีแรกหม่อมฉันได้ยินข่าวอื้อฉาวจากสาวรับใช้เองก็ยังนึกว่านางโดนกระทำย่ำยี่ศักดิ์ศรีสตรีเสียแล้ว เพราะในเหตุการณ์นั้นก็มีเพียงสองสามคนที่ยืนยันว่านางมิได้โดนโจรข่มเหงรังแก แต่ผู้ใดจะทราบเล่าว่าความจริงเป็นเช่นใด คำแก้ต่างเหล่านั้นอาจโดนบิดเบียนแล้วก็เป็นได้นะเพคะ” พระสนมสกุลอวี้ที่ปรารถนาให้ลู่ฟางเหนียนรีบแต่งงานออกเรือนไปกับบุตรขุนนางหรือเสนาบดีจวนใดสักจวน ก่อนที่นางจะลงเอยกับองค์ชายห้าพระโอรสสกุลเจี้ยที่ท่านพี่เองก็ทรงโปรดปรานมิใช่น้อยด้วยเป็นเมียคนแรก แต่ฐานะต่ำต้อย วาสนาจึงเอื้อมถึงเพียงตำแหน่งพระสนมปลายแถว เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็เกรงว่าอำนาจและตำแหน่งรัชทายาทอาจตกไปเป็นของสกุลเจี้ย!!

“เจ้าสงบปากสงบคำเสียบ้างเถิดพระสนมเอก หากเจ้ามิพูด ก็หาใช่ใครจะว่าเจ้าเป็นใบ้ไม่” ฮ่องเฮาอดมิติด

”ขออภัยเพคะฮ่องเฮา” นางกัดฟันกรอด ๆ ฮ่องเฮาโชคดีกว่านางก็ตรงที่เป็นพระราชธิดาจากแคว้นอื่น ซ้ำยังให้กำเนิดพระราชโอรสองค์แรกแก่ฮ่องเต้จนได้ตำแหน่งรัชทายาทไปครอง

รอดูเถิด! ให้นางเย่อหยิ่งจองหองในอำนาจวังหลังเสียให้พอ หากวันใดลูกชายของนางสามารถโค่นตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่หนึ่งได้ วันนั้่นจะมิมีพื้นที่หายใจให้กับฮ่องเฮาผู้นั้น!!!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   35

    หากจะพูดว่าเขาเข้าใจหัวอกและเข้าใจความรู้สึกของท่านแม่ทัพดีก็ย่อมได้ เพราะเขาอยู่รับใช้ท่านแม่ทัพมาตั้งแต่พอรู้ความ เขาจึงได้มั่นใจนักมั่นใจหนาว่าท่านแม่ทัพหาได้มีความสามารถมากพอที่จะตัดไฟรักต่อฮูหยินเป่ยลี่ได้เลยสักครั้งปากที่บอกว่าเกลียดนางหนักหนา ทว่าพอลับสายตาผู้คนกลับนอนซม น้ำตาไหลรินอยู่บนเตียงที่เคยใช้หลับนอนกับอีกฝ่าย ตั้งแต่เป่ยลี่จากไป ไม่เคยเลยสักครั้ง เจิ่งฟู่ไม่เคยเห็นท่านแม่ทัพหลับเต็มตาได้เลยสักครั้ง…“ขอบใจเจ้ามาก ข้าวานเจ้าอีกเรื่องเจิ่งฟู่ อยู่เฝ้าอารักขาด้านหน้าประตูเรือนอย่างกวดขันอย่าให้ผู้ใดสามารถย่างกรายเข้ามายุ่งวุ่นวายหรือสร้างความรำคาญใจแก่ข้าไม่เว้นแม้กระทั่งฮูหยินลู่ฟางเหนียนหรือท่านแม่” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางค่อนข้างมั่นใจว่าการปรากฏตัวของเป่ยลี่ในครั้งนี้ ลู่ฟางเหนียนและรุ่นถิงจะต้องไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่ พวกนางคงหาหนทางทำให้เป่ยลี่ออกไปจากจวนตระกูลเฉินโดยเร็วและรีบส่งข่าวหาทั้งสองคนที่อยู่ ณ จวนสามีท่านอาหญิงให้กลับมาช่วยสมทบเป็นกำลังเสริม เพราะอย่างไรสี่หัวก็ย่อมดีกว่าสองหัว! “อ๊วก!” ขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบดื่มเพื่อดับกระหาย ทว่า

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   34

    กิริยาใดที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นจากนาง นางกลับทำได้ดีเสียทีเดียวราวกับมันคือตัวตนที่แท้จริงของนาง หาได้ดูฝืนเหมือนตอนที่เขาพบเจอนางครั้งแรกไม่“ท่านอาหมอมาแล้วขอรับท่านแม่ทัพ” เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทรีบเชิญท่านอาหมอซึ่งเป็นหมอหลวงประจำราชสำนักเข้าไปด้านในเพื่อตรวจดูอาการสตรีคนรักของเจ้านาย“ท่านอาหมอช่วยตรวจดูอาการของนางด้วยเถิดขอรับ จู่ ๆ นางก็เป็นลมไม่ได้สติ ข้าพยายามเรียกเท่าใดนางก็ไม่ตื่นขอรับ” เห็นได้ชัดว่าในแววตาของท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางเป็นห่วงสตรีผู้นั้นมากถึงเพียงใดก็ยิ่งทำให้ลู่ฟางเหนียนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจขึ้นไปใหญ่“เป็นเช่นใดบ้างเจ้าคะท่านอาหมอ สตรีผู้นี้ตายแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลู่ฟางเหนียนชะเง้อหน้าถามหมอหลวงในราชสำนักที่สามีของนางอุตส่าห์ให้ไอ้เจิ่งฟู่บ่าวรับใช้คนสนิทแบกหน้าไปรับเขามาจากจวนเพื่อรักษาสตรีน่าเกลียดผู้นี้!หากเป่ยลี่ตายไปเสียได้ก็ดีจะได้ไม่อยู่เป็นมารหัวใจพรากความสุขในชีวิตของนาง! เสียดายนัก! ไยท่านย่าต้องเรียกตัวมารดาและน้องสาวสามีไปหาในเวลาหน้าซิ่วหน้าขวานเช่นนี้ด้วยเล่า! มิเช่นนั้นพวกนางคงจะมิยอมแม้กระทั่งให้สตรีน่าเกลียดผู้นี้ย่างกรายเข้ามาในจวนตระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   33

    “เป่ยลี่!” นางหมดสติล้มลงไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จะให้เขาใจไม้ไส้ระกำยืนมองดูเฉย ๆ โดยที่ไม่รู้สึกรู้สาอันใดก็หาใช่ความไม่ จริงอยู่ที่ท่านแม่ทัพโกรธแค้นในสิ่งที่นางกระทำต่อเขามากมายเพียงใด ทว่าหัวใจของเขาก็ไม่เคย ไม่เคยที่จะตัดขาดเยื่อใยรักที่มีต่อนางได้เลยสักครั้งเช่นกัน “ท่านพี่เจ้าคะ!” ลู่ฟางเหนียนพยายามรั้งตัวสามีเอาไว้ “ท่านพี่ลืมสิ้นแล้วหรือเจ้าคะว่านางทำเช่นใดกับท่านพี่บ้าง นางลักลอบได้เสียกับชายชู้แล้วพาหนีตามกันไปนะเจ้าคะ" ลู่ฟางเหนียนกลัวว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางและท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางผู้เป็นสามีที่กำลังพัฒนาอย่างเรื่อย ๆ จะล่าถอยหรือหยุดชะงักเพราะนางสตรีคนนี้น่ะสิการกลับมาของฮูหยินเป่ยลี่ครั้งนี้ สร้างความหวั่นอกหวั่นใจแก่ลู่ฟางเหนียนยิ่งนัก เพราะนางเกรงว่าเก้าอี้ตำแหน่งภรรยาเอกท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางของนางจะเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว “ปล่อย!” ท่านแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางสลัดตัวลู่ฟางเหนียนให้ออกห่างกาย ก่อนจะรีบช้อนตัวเรือนร่างบอบบางของเป่ยลี่เข้าไปด้านในเรือนหอ วางนางลงบนเตียงนุ่มที่เขาไม่เคยให้สตรีนางใดเข้ามาร่วมหลับนอนด้วยกันเลยสักครั้ง “เป่ยลี่…เป็นเช่นใดบ้าง”

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   32

    เป็นเช่นนั้นเสนาบดีกรมโยธาจึงมอบทรัพย์สินเงินทองให้ทั้งสองไปตั้งตัวสร้างครอบครัวด้วยกันจำนวนหนึ่ง นั่นทำให้ลู่ฟางเหนียนซึ่งตอนนั้นอายุเพียงสิบสี่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก นางจึงหาหนทางเข้าหาท่านนายอำเภออยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งใช้วิธีวางยาปลุกกำหนัด แสร้งร้องห่มร้องไห้ว่าตนโดนพี่เขยบังคับขืนใจ ทำให้สองพี่น้องมีปากเสียงกันอยู่สักระยะ...และในที่สุดฟางซินก็ต้องกลายเป็นหญิงหม้ายทั้ง ๆ ที่เพิ่งตบแต่งกันไม่ถึงครึ่งค่อนเดือนด้วยซ้ำทำให้ข่าวที่ว่า บุตรสาวทั้งสองคนของเสนาบดีกรมโยธาสกุลลู่ ลู่ฟางซินลูกที่เกิดจากเมียบ่าว และ บุตรสาวอีกคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านหาได้ทราบชื่อเสียงเรียงนามชัดเจนไม่ ใช้ผู้ชายร่วมกันจนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะเบาะแว้งใหญ่โตถูกล่ำลือไปทั่วชานเมืองในเขตการปกครองของตระกูลลู่ทว่าลู่ฟางเหนียนและมารดาของนางก็ยังไม่ยอมความ วางแผนร้าย จัดฉากว่าลู่ฟางซินแอบลักลอบได้เสียกับบ่าวในจวนตระกูลลู่ซึ่งเป็นสามีของของสาวรับใช้คนสนิทฮูหยินเอก ข่าวยิ่งโหมกระหน่ำถูกพูดกันปากต่อปากถึงการกระทำเยี่ยงหญิงในหอนางโลมของลู่ฟางซิน บุตรสาวคนโต ทำให้ท่านเสนาบดีกรมโยธ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   31

    ด้านหน้าประตูจวนกำลังชุลมุนเพราะมีเกวียนของพ่อค้าแม่ค้าจากแดนไกลเข้ามาค้าขายเครื่องประดับอัญมณีและผ้าแพรผ้าไหมสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า นางจึงใช้จังหวะอลหม่านลักลอบเข้าไปด้านในโดยให้เจียวหลงพักอาศัยอยู่ที่บ้านใกล้ ๆ กับจวนตระกูลเฉินเพราะเกรงว่าหากพาเขาเข้าไปด้วยจะไม่เหมาะสมสักเท่าใดนักเมื่อมีเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้น ทำให้นางได้รู้ว่าตนเองจะต้องเข้มแข็งและลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าปล่อยให้คนใจร้ายโหดเหี้ยมพรรค์นั้นรังแกอยู่ฝ่ายเดียว...จริงอยู่คราก่อนนางอาจยินยอม ไม่โต้เถียง อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพื่อหวังว่าวันข้างหน้าคงได้ปรองดองกันเสียที ทว่านี่ถึงขั้นฆ่าแกง หมายหัวจะเอาชีวิต นางคงนิ่งเฉยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หาไม่เช่นนั้นนางคงจะไม่กล้ากลับไปสู่หน้าท่านพ่อที่มีเกียรติเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหยี่ยชิงอีกตลอดชีพเป็นแน่ใบหน้ามุ่งมั่นเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังกาย กำลังใจเมื่อครู่พลันสลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าในขณะนี้สตรีผู้นั้น ลู่ฟางเหนียน ภรรยาที่ถูกแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเฉินด้วยสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้กำลังนั่งหน้าระรื่นใช้ฝ่ามือปรนนิบัติพัดวีบีบนวดบ่าสามีอยู่ที่ชานระ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   30

    ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มที่ฮูหยินท่านแม่ทัพ ‘เป่ยลี่’ อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านกลางหุบเขา โดยอาสาช่วยงานบ้านงานเรืิอน แบ่งเบาภาระท่านป้าเจียวจินที่เมตตาให้ที่พักพิงและอาหารการกินเท่าที่นางจะทำได้ โดยงานพวกนั้นก็หาได้หนักหนาเกินกำลังสตรีไม่ เพียงลงครัวเป็นลูกมือบ้างในบางครั้ง ปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดพื้นบ้าน รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารไก่ และขอติดตามท่านป้าเจียวจินกับบุตรชายเจียวหลงขึ้นไปบนหุบเขาเพื่อหาพืชสมุนไพรลงมาทำเป็นยาหรือตากแดดขายให้กับพวกพ่อค้าแม่ค้า “ข้าใคร่อยากจะเดินทางเข้าไปในเมืองหลวงเจ้าค่ะท่านป้า” ฮูหยินเป่ยลี่อดใจรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว นางไม่เข้าใจเสียจริง ระยะเวลาเวลาก็ผ่านมาร่วมหนึ่งเดือนเต็มแล้ว ไยคนของท่านพี่หรือท่านพี่ถึงยังตามหาตัวนางไม่เจออีกเล่า สามีนางเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหม่ยกวางคุมกำลังพลนับหมื่นนับแสนนาย มีเส้นมีสายมีอำนาจอยู่ทุกหัวเมือง ผู้ใดต่างก็ให้ความเคารพเขา เรื่องแค่นี้คงมิเหนือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือ! เมื่อเป็นเช่นนั้นเป่ยลี่จึงตัดสินใจปลอมตัวเข้าไปในเมืองหลวงโดยอาศัยรถม้าของท่านนายอำเภอและมีเจียวหลงบุตรชายวัยสิบสามขวบของท่านป้าเจียวจินขอติดตามไปด้วยเพราะเป็

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status