Partager

ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่
ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่
Auteur: เม็ดขนุน

1

last update Date de publication: 2026-07-31 23:15:55

เหมันต์ตฤดูอันหนาวเหน็บปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวทั่วทั้งเมืองหลวงของแคว้นเหม่ยกวาง ทว่าความเย็นยะเยือกนี้ยังไม่สู้ความเปล่าเปลี่ยวของเป่ยลี่ที่เหม่อมองเกร็ดหิมะผ่านบานหน้าต่าง

เมื่อสามเดือนก่อนนางตัดสินใจแต่งเข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะฮูหยินของแม่ทัพ บุรุษผู้คอยส่งขนมจีบให้นางทุกหลังมื้ออาหารจนนางใจอ่อนและยอมตบแต่งกับเขา ก่อนแต่งนางเคยวาดฝันว่าจะมีชีวิตที่สุขสมหวังเคียงข้างอยู่กับสามี แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดั่งฝันเมื่อสามีของนางได้รับราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ให้นำกำลังทหารออกรบรบโดยไม่รู้เลยว่าจะใช้เวลาร่วมกี่เดือน

"รับชาอุ่นๆ สักจอกนะเจ้าคะฮูหยิน" หลิ่งจินเอ่ยกับเจ้านาย นางเป็นบ่าวรับใช้ที่นับว่าซื่อสัตย์และจริงใจต่อเป่ยลี่มากคนหนึ่งเนื่องจากนางเลี้ยงดูเป่ยลี่มาตั้งแต่เป่ยลี่ยังเป็นเพียงคุณหนูตระกูลเหวินจนตอนนี้กลายมาเป็นฮูหยินของแม่ทัพเฉินซือหยาง

“ขอบใจเจ้ามาก” เหวินเป่ยลี่รับน้ำชาอุ่น ๆ จากสาวใช้หลิ่งจินขึ้นมาจิบให้พอช่วยคลายความหนาวเหน็บในร่างกายได้บ้าง “ท่านพี่ไปทัพคราวนี้ใช้ระยะเวลาร่วมแรมเดือนนานยิ่งนัก แล้วไยท่านพี่ถึงไม่ส่งจดหมายมาหาข้าบ้างเลยเล่าหลิ่งจิน หารู้ไม่ว่าข้าเป็นห่วงสักเพียงใดว่าป่านนี้จะเป็นเช่นใดบ้าง นอนหลับ กินอิ่มหรือไม่”

แม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางไปตามรับสั่งราชโองการก็แรมเดือนแล้วแต่มิมีวี่แววการเคลื่อนไหวว่าเขาจะส่งจดหมายมาหาภรรยาเช่นนางเลยสักฉบับเดียว

“ท่านแม่ทัพอาจจะยุ่งกับการวางกลศึกและการฝึกซ้อมจนมิมีเวลาว่างมานั่งเขียนจดหมายส่งให้แก่ฮูหยินก็ได้นะเจ้าคะ ฮูหยินอย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ” สาวใช้หลิ่งจินรีบเร่งแก้ต่างให้แก่ท่านแม่ทัพ ลำพังคุณหนูของนางแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเฉินอยู่เปล่าเปลี่ยวมิมีญาติพี่น้อง มิสนิทมักจี่กับผู้คนเว้นเสียแต่นางก็คงมิใคร่สุขใจสักเท่าใดแล้ว

“อย่าพูดเพื่อให้กำลังใจคุณหนูของเจ้านักสิหลิ่งจิน ข้าว่าเจ้าควรจะมองในแง่ของความจริงเสียบ้าง ดูเอาเถิดพี่สะใภ้ท่านพี่ซือหยางของข้าเพิ่งจะแต่งพี่สะใภ้เข้ามาในจวนได้แค่สามเดือนเศษ แต่ยามออกคุมการศึกเช่นนี้กลับไม่มีจดหมายส่งมาถึงพี่สะใภ้สักฉบับเดียว หากเป็นคนสำคัญต่อให้จะยุ่งเพียงใดก็ต้องหาเวลามาติดต่อให้จนได้มิใช่หรือเจ้าคะ ข้าว่าท่านพี่อาจจะกำลังหลงระเริงมีความสุขอยู่กับสตรีิอีกเมืองจนลืมพี่สะใภ้เสียแล้วเป็นแน่” เฉินซูฮวา น้องสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยาง หนาวนี้เพิ่งอายุครบสิบหกปีเท่านั้น

“คงไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ บางทีท่านพี่อาจจะไม่ว่างจริง ๆ ก็ได้นะเจ้าคะถึงไม่มีเวลาเขียนจดหมายติดต่อข้า” นางกำลังพยายามปลอบใจตัวเองอยู่อย่างนั้นหรือ

“ข้าไม่ได้มีเจตนาจะยุแยงพี่สะใภ้เลยนะเจ้าคะ” ว่าแล้วเฉินซูฮวาก็รีบกระเถิบตัวนั่งชิดร่างบอบบางของเหวินเป่ยลี่พร้อมบีบคลึงข้อมือนางเบา ๆ “แต่พี่สะใภ้เจ้าคะ เกือบเดือนแล้วมิใช่หรือที่ท่านพี่ข้านำทหารไปรบแล้วไม่ติดต่อกลับมาเลย ซ้ำท่านพี่ข้าหาใช่แต่เพียงรูปหล่อประหนึ่งภาพวาดอย่างเดียวนะเจ้าคะ ทั้งฐานะ ชาติตระกูลสูงส่ง สตรีน้อยใหญ่คงพร้อมใจต่อแถวรอยาวเป็นพรวนแน่เจ้าค่ะ”

“เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนี้เล่าซูฮวา พี่ชายของเจ้าหาใช่คนเช่นนั้นเจ้าก็ทราบดีมิใช่หรือ” เหวินเป่ยลี่แม้เสียหลักกับคำยุยงส่งเสริมของเฉินซูฮวาเล็กน้อย แต่นางก็พยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งเพราะรู้ดีแก่ใจว่าน้องสามีคนนี้ไม่ได้มีเจตนาดีเช่นใบหน้าที่กำลังแสร้งยิ้มคล้ายเห็นอกเห็นใจให้แก่นางเป็นแน่

“พี่สะใภ้รู้จักท่านพี่เท่าครึ่งที่ข้ารู้จักหรือไม่เล่าเจ้าคะถึงได้ดูมั่นใจว่าท่านพี่จะไม่มีสตรีนางอื่นจริง ๆ” เฉินซูฮวาและท่านแม่ไม่ค่อยจะชอบใจเป่ยลี่สักเท่าใดนัก เพราะถึงแม้นางจะเป็นสตรีที่มาจากจวนตระกูลเหวิน จวนแม่ทัพใหญ่ที่มีเชื้อสายราชวงศ์ ทว่านางก็เป็นเพียงบุตรบุญธรรมไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรืออาจเรียกง่าย ๆ ว่ากาฝาก ฉะนั้นนางมิมีอันใดเหมาะสมกับเฉินซือหยาง!

พวกเขาก็เลยพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อบีบไม่ให้เป่ยลี่อยู่ในจวนตระกูลเฉินอย่างมีความสุข โดยอาศัยช่วงเวลาที่แม่ทัพซือหยางนำทหารออกรบ

”ฮูหยินเป่ยลี่เจ้าคะ ฮูหยินซูเจียวต้องการพบเจ้าค่ะ” เหยี่ยนถิงบ่าวรับใช้คนสนิทของฮูหยินซูเจียวมารดาแม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางที่มีอำนาจในการปกครองดูแลทุกคนในจวนตระกูลเฉินเอ่ยขึ้น

“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” นางวางพู่กันลงจากมือ “เจ้าจะไปพบท่านแม่ของเจ้ากับข้าด้วยหรือไม่ซูฮวา”

“เจ้าค่ะ”

ตุ้บ!! เสื้อผ้าอาภรณ์จำนวนมากถูกโยนใส่หน้าสะใภ้ตระกูลเฉินทันทีที่นางก้าวขาเข้ามาถึงท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าสาวใช้ขี้ประจบประแจง

“ท่านแม่โยนเสื้อผ้าพวกนี้ใส่ข้าด้วยเหตุอันใดกันเจ้าคะ” แววตาของนางไม่ได้ดุกร้าวแต่เต็มไปด้วยความสงสัย “ไยต้องทำกันถึงเพียงนี้ด้วยเจ้าค่ะท่านแม่ ต่อหน้าสาวใช้ในเรือนปล่อยให้พวกนางหัวเราะเยาะข้า แม้ท่านแม่จะไม่ให้เกียรติข้าแต่อย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินแม่ทัพ ช่วยให้เกียรติท่านพี่มิได้หรือเจ้าคะ”

แม้ตามศักดิ์ในจวนตระกูลเหวิน เป่ยลี่อาจเป็นเพียงบุตรบุญธรรมของแม่ทัพเหวินต้าเหลียนและฮูหยินเหมยอ้ายก็จริง แต่ทุกคนให้เกียรตินาง ไม่ได้มองนางเช่นกาฝากหรือสตรีที่ต่ำต้อย ในทางกลับกันพวกเขายกย่องนางเท่า ๆ กับบุตรตามสายเลือดของท่านพ่อท่านแม่ทุกอย่าง

แต่นี่นางแต่งเข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะภรรยาเอกของแม่ทัพเฉินซือหยาง นางก็สมควรได้รับการปฏิบัติจากคนรอบข้างที่ดีสมกับฐานะภรรยาไม่ใช่หรือ นางไม่ได้โอ้อวดหรือต้องการหยิ่งทะนง แต่หากคนเหล่านี้ ทำตัวไม่ให้เกียรตินางก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติสามีของนางด้วยเช่นกัน

เพี๊ยะ!! ฝ่ามือหนักของฮูหยินใหญ่ตระกูลเฉินฟาดลงบนใบหน้าบอบบางแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินโฉมงดงามของเป่ยลี่อย่างแรงจนเรือนร่างนางล้มลงไปกับพื้น

“คุณหนู!!!”

“ท่านแม่…” ฝ่ามือเล็ก ๆ เลื่อนขึ้นมาจับพวงแก้มฝั่งที่โดนตบเมื่อครู่จนเนื้อแดงก่ำพร้อมกับค่อย ๆ ปล่อยหยาดน้ำตาไหลพร่างพรูออกมา

“เจ้ากล้าต่อปากต่อคำกับข้าเช่นนั้นหรือ งั้นก็สมควรแล้วที่เจ้าจะต้องโดนเช่นนี้เจ้าจะได้ไม่กล้าลองดีกับข้าอีกอีก จำใส่หัวของเจ้าเอาไว้ว่าเจ้าเป็นเพียงกาฝากที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลเฉิน แต่ข้าเป็นมารดาของซือหยาง หากมีอันใดเกิดขึ้นแม่ทัพซือหยางก็คงจะไม่เห็นเมียสำคัญกว่าแม่เป็นแน่” เอ่ยขึ้นจบฮูหยินซูเจียวก็ใช้ปลายนิ้วชี้ผลักศีรษะของนางให้ออกห่าง แล้วกระชากกลับมาอีกครั้งด้วยฝ่ามือที่กำลังบีบโครงหน้าจนเนื้อแก้มลุ่มยุบตามแรงกดจากนิ้วมือนาง “เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้แล้วเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสบาย มีความสุข เพราะข้าจะทำให้เจ้าทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็นจนเจ้าทนไม่ไหวต้องรีบเก็บข้าวเก็บของกลับจวนตระกูลเหวินของเจ้าเป็นแน่”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   10

    เรือนร่างบอบบางของสตรีร่างน้อยทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉมแล้วปลดปล่อยหยาดน้ำตาให้หลั่งไหลอาบสองพวงแก้มแดงระเรื่อเพื่อระบายความเจ็บช้ำน้ำใจ กล้ำกลืนฝืนทน ขมในอกมาตลอดระยะเวลาที่ต้องปั้นยิ้มยอมรับให้สามีพาหญิงสาวอีกคนเข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะภรรยา “ฮึก…ฮื่อ” ความรู้สึกของนางชอกช้ำ ทุกข์ทรมานคล้ายบุรุษผู้ที่นางไว้เนื้อเชื่อใจหยิบฉวยธนูดอกแหลมเสียบเข้ากลางหลังปักทะลุขั้วหัวใจจนนางกระอักเลือดจวนเจียนจะสิ้นใจอยู่รอมร่อพอดี นางมืดแปดด้าน ดวงตาพร่ามัวเพราะทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยหยาดน้ำตารื้นคลอเบ้า สองแขนสองขาคล้ายมิเหลือเรี่ยวแรงขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว จะก้าว จะย่างก็เห็นทีหล่นฟุบลงเสียตรงหน้าเป็นแน่ไหนเล่าที่เคยให้สัญญาแก่นางว่าแววตาเขามีไว้มองความงามของนางแต่เพียงผู้เดียว ไหนเล่าที่เคยให้สัญญาแก่นางว่าความรักของเขาจะมอบให้หญิงงามนางนี้เพียงผู้เดียวและมิเหลือใจไปให้สตรีนางอื่นอีกชั่วชีวิตและไหนเล่าบุรุษที่บอกว่าจะยกย่องนางเป็นภรรยาเพียงหนึ่ง จะมิมีเรื่องสตรีอื่นใดให้นางต้องปวดหัวหรือเจ็บช้ำน้ำใจเป็นอันขาด แล้วเหตุใดวันนี้เขาถึงกล้าพาสตรีอีกคนหนึ่งเข้ามาแนะนำให้นางรู้จักในฐ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   9

    สตรีเรือนร่างแบบบาง สวมใส่อาภรณ์สีเหลืองอร่ามแลดูแล้วมีสง่าราศี ซ้ำใบหน้าและผิวพรรณของนางหมดจรดแสดงให้เห็นว่าผ่านการอบร่ำเครื่องหอม ขัดสีฉวีวรรณอย่างดีหาได้ธรรมดาเป็นลูกสาวชาวบ้านทั่วไปไม่ ซ้ำดูกิริยามารยาทนั่นเถิด วางตัวดี จะก้าวจะย่างแต่ละครั้งอ่อนช้อยราวกับเคลื่อนไหวอยู่ในปุยเมฆ ช่างเป็นสตรีที่งดงามเสียจริง… แต่นางคือผู้ใดกัน เล่าเหตุใดถึงใช้สรรพนามเรียกสามีของนางอย่างสนิทสนมว่าท่านพี่เช่นนั้น… แล้วเหตุใด…สตรีสูงส่งนางนี้ถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ในจวนตระกูลเฉินยามที่ท่านพี่เพิ่งจะกลับจากคุมการศึกเพียงไม่ถึงชั่วก้านธูป“ผู้ใดกันหรือเจ้าคะท่านพี่” เป่ยลี่จ้องมองสตรีตรงหน้าที่กำลังยืนประชิดสามีของนางอย่างไม่ละสายตา “เอ่อ…นี่คือ คุณหนูลู่ฟางเหนียน บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมโยธาตระกูลลู่ ผู้ที่ดูแลด้านการสร้างถนน ขุดลอกคลองต่าง ๆ” แม่ทัพใหญ่ซือหยางแนะนำสตรีข้างกายเขาให้แก่ภรรยาเอกได้ทำความรู้จักกันเบื้องต้น “ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะฮูหยินเป่ยลี่ ข้านามว่าลู่ฟางเหนียน” แม้กระทั่งวาจาที่เอื้อนเอ่ยออกมายังไพเราะถึงเพียงนี้ “ยินดีที่ได้พบเช่นกันเจ้าค่ะคุณหนูลู่ฟางเหนียน” นางยิ้มรับไมตรีจากลู่ฟาง

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   8

    “ท่านพี่” เป่ยลี่มองบุรุษตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาแห่งความคิดถึง โหยหาที่มิได้ปิดบังซ่อนเร้น…สามีของนางถึงแม้ออกไปตั้งฐานทัพแรมเดือนแต่ก็หาได้ทำให้สง่าราศีของเขาด่างพร้อยลงเลยไม่ “ท่านพี่เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ” “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินเป่ยลี่” แม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางโผตัวเข้าโอบกอดเรือนร่างบอบบางของภรรยา แล้วลูบไล้เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับที่คงกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ก่อนจะจุมพิตลงบนศีรษะเบา ๆ หนึ่งครั้ง “ข้าก็คิดถึงท่านพี่เช่นกันเจ้าค่ะ แต่ท่านพี่น่ะสิเจ้าคะคิดถึงข้าจริง ๆ หรือ ไปราชการกว่าสามเดือนไยไม่เคย ส่งจดหมายมาหาข้าสักฉบับเดียว เหตุใดถึงปล่อยให้ข้านั่งรอเก้อทุกวันเช่นนี้เล่า” เป่ยลี่แอบน้อยอกน้อยใจ แต่ก็หาได้จริงจังไม่เพียงแค่หยอกเอินตามประสาคู่ผัวเมียทั่วไป “ข้าส่งจดหมายมาหาเจ้าเดือนละสามครั้ง สามเดือนก็รวมเป็นเก้าฉบับ เจ้ามิได้รับจดหมายเลยหรือ?” ได้ยินนางพูดเช่นนี้แม่ทัพใหญ่ซือหยางก็นึกแปลกใจ ว่าเหตุใดจดหมายที่เขาส่งให้ภรรยาไม่เคยถึงมือนาง ทั้ง ๆ ที่ ท่านแม่และน้องหญิงซูฮวาก็ได้รับจดหมายเหล่านั้นและเขียนตอบกลับเขามาทุกครั้งตามปกติ “เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เคยได้รับจดหมายจากท่านพี่แ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   7

    “คุณหนูคิดอันใดอยู่เจ้าคะ ดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่” “มิมีอันใดหรอก นี่ก็ดึกมากแล้วเจ้าดับตะเกียงเถิด” นางพยายามข่มตาหลับเพื่อให้ลืมเรื่องราวที่ก่อกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลาเหล่านี้เสียที … “เจ้าวิ่งหน้าตาตื่นมามีอันใดหรือหลิ่งจิน” นี่คงเป็นเช้าตรู่ในรอบสองเดือนที่นางสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจวนตระกูลเฉินได้อย่างเต็มปอด เพราะวันนี้แม่สามีและน้องสามีออกไปทำบุญที่วัดประจำตระกูลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านพ่อผู้ล่วงลับ แต่ก็ยังไม่วายทิ้งหนิงลี่ หนิงเหอให้คอยกลั่นแกล้ง เหน็บแนมเป่ยลี่ในเวลาที่นายตนไม่อยู่“เมื่อครู่ข้าออกไปตลาดมาเจ้าค่ะจึงได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ากองทัพที่ท่านแม่ทัพใหญ่นำออกรบเมื่อสามเดือนก่อนได้รับชัยชนะกลับมาเจ้าค่ะ” เมื่อนางได้ยินเช่นนั้น จึงรีบกลับมาที่จวนตระกูลเฉินเพื่อแจ้งข่าวดีให้กับคุณหนูเป่ยลี่ของนางได้ทราบทันที “จริงหรือ” นางรีบวางผ้าพันคอผืนนุ่มลงบนเก้าอี้ ผ้าพันคอผืนนี้นางตั้งใจเย็บปักถักร้อยประณีตงดงามทุกขั้นตอนเพื่อมอบให้สามีหลังจากที่เขากลับมาไว้ได้ใช้ในยามเหมันตฤดูที่จะเวียนมาถึงอีกคราว “แล้วตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ใดเล่า เจ้ารู้หรือไม่” “ข้าได้ยินชาวบ้านพ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   6

    “เจ้าค่ะ” เกือบสองเดือนที่ผ่านมา เป่ยลี่ก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งของมารดาสามีจนฝ่ามือหยาบกร้านหาได้อ่อนนุ่มเหมือนอยู่จวนตระกูลเหวินไม่ ทุกครั้งนางมักจะโดนกลั่นแกล้งสารพัดจากคุณหนูซูฮวา แต่นางก็เลือกที่จะยอมโดนกระทำ เจียมเนื้อเจียมตัว เลี่ยงการมีปากเสียงโต้เถียงเพื่อลดแรงปะทะที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มรู้สึกว่าตนโดนข่ม“ตรงนี้ยังไม่สะอาดเลยเจ้าค่ะ” คุณหนูซูฮวาหยิบถ้วยน้ำแกงร้อนราดลงบนพื้นที่ฮูหยินเป่ยลี่เพิ่งจะขัดถูไปเมื่อครู่ “ตรงนี้ด้วยเจ้าค่ะฮูหยิน” หนิงลี่โปรยเม็ดน้ำตาลจนพื้นเรือนเหนียวเหนอะยากต่อการเช็ดถูทำความสะอาด “ข้าไม่ทันระวังเองเจ้าค่ะ” รอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของทั้งสามคน โดยเฉพาะสองสาวรับใช้คนสนิทหนิงลี่ หนิงเหอ แม้นางอาจไม่ชอบใจสักเท่าใด แต่นางก็ทำได้เพียงก้มหน้าเงียบแล้วทำหน้าที่ของตนเองต่อไป… “แกงจืดนี่รสชาติเหมือนน้ำล้างเท้าผู้ใดจะกินลงเล่า!!” เฉินฮูหยินยกถ้วยแกงจืดเต้าหู้ราดศีรษะของลูกสะใภ้ที่นางไม่ยอมรับจึงหาหนทางกลั่นแกล้งจนอาภรณ์เปียกโชกไปทั้งตัว “…” “อาหารนี่รสชาติห่วยแตก ไม่ได้เรื่องสักอย่าง เจ้าเก็บไว้กินเองเถิด!!” อาหารที่เป่ยลี่ตั้งใจทำอ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   5

    หนิงลี่ หนิงเหอมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮูหยินเป่ยลี่ถึงกล่าวว่าจาเช่นนี้แต่คงจะเป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบสาวใช้ในเรือนทั่วไป พวกนางจึงไม่คิดอันใดมากความ “ท่านพ่อ ท่านแม่ของพวกข้าสองคนตายตั้งแต่พวกข้าได้ห้าขวบเจ้าค่ะ” เป็นฝ่ายแฝดพี่หนิงลี่ที่เอ่ยตอบ หนิงลี่ หนิงเหอแม้จะเป็นฝาแฝดแต่ก็เป็นแฝดคนละฝา ทำให้หน้าตาของพวกนางแตกต่างกันจึงสามารถแยกออกได้โดยไม่เกิดความสงสัย ลักษณะนิสัยของพวกนางก็มีบางส่วนที่คล้ายคลึงและมีบางส่วนที่แตกต่างกันในทางตรงข้ามหนิงลี่ แฝดคนพี่ รูปร่างของนางสูงโปร่ง เส้นผมยาวสลวยดกดำขมวดไว้กลางหัวแล้วเสียบปิ่นปักผมประจำตระกูล ผิวกายของนางมิได้ขาวหมดจรดเช่นหนิงเหอที่ได้มารดามาหกถึงสิบส่วน แต่หน้าตานางละม้ายคล้ายไปทางฝ่ายบิดามากกว่า ส่วนลักษณะนิสัยของนางมองดูผิวเผินจากภายนอกหยิ่งยโสโอหัง เรื่องคนในจวนตระกูลเฉินนางรู้หมดตั้งแต่สาวใช้ยันฮูหยิน เสี้ยม สอด ยุแยงเป็นที่หนึ่ง ซ้ำสาวใช้เฒ่ายังเคยเตือนนางเรื่องหนิงลี่ด้วยว่าสตรีผู้นี้มักใหญ่ใฝ่สูงหมายจะจับแม่ทัพใหญ่ซือหยางอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนหนิงเหอ นางตัวเล็กกว่าหนิงลี่ ลักษณะนิสัยย่อมแตกต่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status