共有

7

last update 公開日: 2026-07-31 23:17:03

“คุณหนูคิดอันใดอยู่เจ้าคะ ดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่”

“มิมีอันใดหรอก นี่ก็ดึกมากแล้วเจ้าดับตะเกียงเถิด” นางพยายามข่มตาหลับเพื่อให้ลืมเรื่องราวที่ก่อกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลาเหล่านี้เสียที

“เจ้าวิ่งหน้าตาตื่นมามีอันใดหรือหลิ่งจิน” นี่คงเป็นเช้าตรู่ในรอบสองเดือนที่นางสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจวนตระกูลเฉินได้อย่างเต็มปอด เพราะวันนี้แม่สามีและน้องสามีออกไปทำบุญที่วัดประจำตระกูลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านพ่อผู้ล่วงลับ แต่ก็ยังไม่วายทิ้งหนิงลี่ หนิงเหอให้คอยกลั่นแกล้ง เหน็บแนมเป่ยลี่ในเวลาที่นายตนไม่อยู่

“เมื่อครู่ข้าออกไปตลาดมาเจ้าค่ะจึงได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ากองทัพที่ท่านแม่ทัพใหญ่นำออกรบเมื่อสามเดือนก่อนได้รับชัยชนะกลับมาเจ้าค่ะ” เมื่อนางได้ยินเช่นนั้น จึงรีบกลับมาที่จวนตระกูลเฉินเพื่อแจ้งข่าวดีให้กับคุณหนูเป่ยลี่ของนางได้ทราบทันที

“จริงหรือ” นางรีบวางผ้าพันคอผืนนุ่มลงบนเก้าอี้ ผ้าพันคอผืนนี้นางตั้งใจเย็บปักถักร้อยประณีตงดงามทุกขั้นตอนเพื่อมอบให้สามีหลังจากที่เขากลับมาไว้ได้ใช้ในยามเหมันตฤดูที่จะเวียนมาถึงอีกคราว “แล้วตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ใดเล่า เจ้ารู้หรือไม่”

“ข้าได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าท่านแม่ทัพกลับมาถึงเมืองหลวงได้หลายวันแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็คงจะเข้าเฝ้าฮ่องเต้อยู่ที่พระราชวังแล้วรับบำเหน็จบำนาญความดีความชอบที่สามารถนำทัพรบชนะเป็นแน่เจ้าค่ะ” หลิ่งจินนางก็ทราบมาเพียงเท่านี้

“ข้าดีใจเหลือเกินหลิ่งจิน” นางแสดงอาการดีใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเมื่ออยู่ต่อหน้าสาวรับใช้คนสนิท “เจ้าว่าท่านพี่คิดถึงข้าบ้างหรือไม่”

“ต้องคิดถึงสิเจ้าคะ เพราะคุณหนูเป็นสตรีที่ท่านแม่ทัพรักจนกระทั่งแต่งเข้าจวนตระกูลเฉินแล้วยกคุณหนูขึ้นมาเป็นฮูหยินเอกอย่างไรเล่าเจ้าคะ” วันนี้ก็คงจะเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนเช่นเดียวกันที่คุณหนูเป่ยลี่ของนางมีใบหน้าอิ่มเอิบ กลับมายิ้มแย้มสดใสได้เต็มริมฝีปากอีกคราวเพราะบุรุษที่นางตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอเดินทางถึงเมืองหลวงแล้ว

“หยุดฝันหวานเอาไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะฮูหยิน เพราะถ้าเกิดท่านแม่ทัพพาสตรีนางอื่นกลับมาด้วย ใบหน้าสวย ๆ ที่แต่งแต้มเครื่องประทินโฉมชั้นดีเมื่อยามอิ๋นนั่นจะเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาเช็ดหัวเข่า” หนิงลี่ เดินลอยหน้าลอยตาเข้ามาเลียบศาลาริมคลองหลังจวนตระกูลเฉินที่ฮูหยินเป่ยลี่และสาวรับใช้คนสนิทกำลังนั่งสนทนากันอยู่

นางจำได้…จดหมายฉบับล่าสุดที่ท่านแม่ทัพใหญ่ส่งมาถึงฮูหยินเป่ยลี่และถูกดักเก็บไว้กลางทางที่เฉินฮูหยินท่านแม่ทัพบอกว่ากำหนดการถึงเมืองหลวงอีกหกวันข้างหน้ามิใช่หรือ

ไยชาวบ้านในตลาดถึงร่ำลือกันว่าได้รับชัยชนะกลับมาและกำลังเข้าเฝ้าฮ่องเต้เล่า หรือกองทัพอาจอาจเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมฉะนั้นหลังจากที่นางทราบข่าว นางจึงรีบให้ให้หนิงเหอไปรายงานเฉินฮูหยินและคุณหนูซูฮวาที่วัดประจำตระกูลทราบอย่างทันท่วงทีเพื่อมิให้เป่ยลี่ได้หน้าอยู่ฝ่ายเดียว

“มิมีผู้ใดเคยสั่งสอนเจ้าหรือว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปสอดในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตน” ฮูหยินเป่ยลี่กำลังอารมณ์ดีอยู่เมื่อครู่กลับได้ยินประโยคถากถางจากสาวรับใช้คนสนิทของคุณหนูซูฮวาทำให้เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองใจขึ้นมาเล็กน้อย “และที่สำคัญหากข้าจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า ก็หาใช่เรื่องที่ทำให้ชีวิตเจ้าสูงส่งขึ้นมาจากเดิมไม่”

“ฮูหยิน!!”

“จงจำไว้เถิดว่าข้าคือฮูหยินของบุรุษที่เจ้าหมายตาทว่าไม่เคยแม้กระทั่งได้ร่วมเตียง จริงอยู่ที่กำพืดแท้จริงของข้า ชาติตระกูลของข้าอาจเท่าเทียมกับเจ้าซึ่งเป็นเพียงบุตรสาวคนธรรมดา พ่อค้าแม่ค้า สาวรับใช้ในเรือน แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าสตรีเช่นข้าคือคนที่ท่านพี่ยกย่องในฐานะภรรยาเอก แล้วเจ้าเล่าสูงส่งมาจากที่ใด เหตุใดท่านพี่ของข้าถึงมิอยากชายตาแลเจ้าด้วยซ้ำ” เป่ยลี่หาได้ต้องการพูดเพื่อข่มอีกฝ่ายว่าตนเองอยู่เหนือกว่าไม่ “ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้ เจ้าจะฟังข้าแล้วทำหูทวนลมหรือเก็บคำพูดของข้าไปคิดพินิจดูก็ล้วนแต่ใจเจ้า หนิงลี่ คุณค่าของเจ้าและข้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายเลือด ไม่ว่าจะเป็นสายเลือดขุนนางหรือสายเลือดไพร่ ย่อมมีทั้งดีและชั่วปะปนกันไป”

“แล้วอย่างไรเจ้าคะ!” หนิงลี่ ผิดจากบัวใต้โคลนตมที่ต่อให้จะอบรมบ่มนิสัยสักเพียงใดก็ไม่สามารถโผล่พ้นขึ้นมาอยู่เหนือผิวน้ำได้จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีทั้งรากทั้งโคนคงจะเน่าเฉาและตายไปในที่สุด

“ข้าจะสอนเจ้าอย่างไรเล่าต่อให้เจ้าจะเกิดในชาติตระกูลที่ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์เป็นขุนนาง เป็นเสนาบดีชนชั้นสูง แต่หากจิตใจของเจ้าไม่ได้คิดสกปรกต่อผู้อื่น เจ้าก็สามารถสูงส่งได้โดยไม่ต้องพึ่งชาติกำเนิด” นางไม่เคยน้อยใจชะตาชีวิตตนเองที่เป็นเพียงบุตรบุญธรรมของเหวินต้าเหลียนและฮูหยินเหมยอ้ายโดยหาได้มีสายเลือดตระกูลเหวินไม่ เพราะท่านแม่สอนนางเสมอว่าคนเราเลือกเกิดมิได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้

“ฮูหยินอย่าโลกสวยไปเลยเจ้าค่ะ การเกิดมาบนกองเงินกองทองย่อมมีชัยไปแล้วเกินครึ่ง” หนิงลี่กล่าว

“ต่อให้จะเกิดบนกองเงินกองทอง รายล้อมไปด้วยสาวรับใช้มากมาย แต่หากทำตัวต่ำต้อย ชอบดูถูกดูหมิ่นเช่นคนไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอน เลือดในกายเจ้าก็หาได้ช่วยให้จิตใจที่มันสกปรกสูงส่งขึ้นมาได้ไม่” ตัวอย่างก็มีให้เห็นมิใช่หรือ คุณหนูซูฮวา หยิ่งทะยง ชูคอในอำนาจวาสนาเพราะถืิอว่ามิมีผู้ใดกล้าเหิมเกริมกับนางจึงลงไม้ลงมือกับบ่าวไพร่จนผู้คนเข็ดขยาด แม้นต่อหน้าคนเหล่านั้นจะยกยอปอปั้นเชิดชูนางอย่างไร ทว่าเป่ยลี่อยู่ในโรงครัว ทำหน้าที่เยี่ยงคนงานคนหนึ่งในจวนตระกูลเฉินย่อมคลุกคลีกับสาวรับใช้มากมายที่เมื่อยามว่างก็มักจับกลุ่มกันนินทาเจ้านาย

บ้างก็ว่า “หนาวนี้คุณหนูซูฮวาอายุสิบหกปีแล้ว ข้ายังมิเห็นวี่แววว่าจะมีบุรุษดีดีจากจวนขุนนางตระกูลใด มาทาบทามสู่ขอไปเป็นภรรยาประดับบารมีไม่…พวกเขาคงเกรงว่าจวนจะร้อนดั่งไฟเพราะนางกระมัง”

“เดี๋ยวพอใกล้เลยวัยที่ควรจะออกเรือน เฉินฮูหยินคงนำลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วยัดเยียดให้ไปตบแต่งกับบุตรชายขุนนางจวนใดสักจวนกระมัง หรือไม่ก็นำทรัพย์สินเงินทองที่ฮูหยินมีซื้อบุรุษเข้ามาประดับบารมีเพื่อมิให้น้อยหน้าผู้ใด ฮูหยินคงไม่ปล่อยให้บุตรสาวตัวเองขึ้นคานจนกลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน อับอายขายขี้หน้าวงศ์ตระกูลเป็นแน่”

“เก็บความหวังดีของฮูหยินไว้สั่งสอนสาวใช้ตนเองเถิดเจ้าค่ะ” หนิงลี่ก็เปรียบเสมือนไม้แก่ที่ดัดยาก

“…” เป่ยลี่เงียบ นางจะถือเสียว่านางได้สั่งสอนและว่ากล่าวตักเตือนเท่าที่นางพอจะทำได้ไปแล้ว นับจากนี้ก็อยู่ที่หนิงลี่ว่าจะสามารถรับและนำคำพูดของนางไปคิดบ้างหรือไม่ มิเช่นนั้นหากหนิงลี่ยังอยู่ในสภาพเช่นเดิม วันข้างหน้าคงมีปัญหารุมเร้า เกิดเรื่องเกิดราวเพราะความหยิ่งยโสเกินตัวของนาง

“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพกลับมาถึงจวนแล้วขอรับฮูหยิน” บ่าวรับใช้ในเรือนวิ่งหน้าตาตื่นรีบมารายงานข่าวดีให้นางได้ทราบ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   10

    เรือนร่างบอบบางของสตรีร่างน้อยทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องประทินโฉมแล้วปลดปล่อยหยาดน้ำตาให้หลั่งไหลอาบสองพวงแก้มแดงระเรื่อเพื่อระบายความเจ็บช้ำน้ำใจ กล้ำกลืนฝืนทน ขมในอกมาตลอดระยะเวลาที่ต้องปั้นยิ้มยอมรับให้สามีพาหญิงสาวอีกคนเข้าจวนตระกูลเฉินในฐานะภรรยา “ฮึก…ฮื่อ” ความรู้สึกของนางชอกช้ำ ทุกข์ทรมานคล้ายบุรุษผู้ที่นางไว้เนื้อเชื่อใจหยิบฉวยธนูดอกแหลมเสียบเข้ากลางหลังปักทะลุขั้วหัวใจจนนางกระอักเลือดจวนเจียนจะสิ้นใจอยู่รอมร่อพอดี นางมืดแปดด้าน ดวงตาพร่ามัวเพราะทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยหยาดน้ำตารื้นคลอเบ้า สองแขนสองขาคล้ายมิเหลือเรี่ยวแรงขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว จะก้าว จะย่างก็เห็นทีหล่นฟุบลงเสียตรงหน้าเป็นแน่ไหนเล่าที่เคยให้สัญญาแก่นางว่าแววตาเขามีไว้มองความงามของนางแต่เพียงผู้เดียว ไหนเล่าที่เคยให้สัญญาแก่นางว่าความรักของเขาจะมอบให้หญิงงามนางนี้เพียงผู้เดียวและมิเหลือใจไปให้สตรีนางอื่นอีกชั่วชีวิตและไหนเล่าบุรุษที่บอกว่าจะยกย่องนางเป็นภรรยาเพียงหนึ่ง จะมิมีเรื่องสตรีอื่นใดให้นางต้องปวดหัวหรือเจ็บช้ำน้ำใจเป็นอันขาด แล้วเหตุใดวันนี้เขาถึงกล้าพาสตรีอีกคนหนึ่งเข้ามาแนะนำให้นางรู้จักในฐ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   9

    สตรีเรือนร่างแบบบาง สวมใส่อาภรณ์สีเหลืองอร่ามแลดูแล้วมีสง่าราศี ซ้ำใบหน้าและผิวพรรณของนางหมดจรดแสดงให้เห็นว่าผ่านการอบร่ำเครื่องหอม ขัดสีฉวีวรรณอย่างดีหาได้ธรรมดาเป็นลูกสาวชาวบ้านทั่วไปไม่ ซ้ำดูกิริยามารยาทนั่นเถิด วางตัวดี จะก้าวจะย่างแต่ละครั้งอ่อนช้อยราวกับเคลื่อนไหวอยู่ในปุยเมฆ ช่างเป็นสตรีที่งดงามเสียจริง… แต่นางคือผู้ใดกัน เล่าเหตุใดถึงใช้สรรพนามเรียกสามีของนางอย่างสนิทสนมว่าท่านพี่เช่นนั้น… แล้วเหตุใด…สตรีสูงส่งนางนี้ถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ในจวนตระกูลเฉินยามที่ท่านพี่เพิ่งจะกลับจากคุมการศึกเพียงไม่ถึงชั่วก้านธูป“ผู้ใดกันหรือเจ้าคะท่านพี่” เป่ยลี่จ้องมองสตรีตรงหน้าที่กำลังยืนประชิดสามีของนางอย่างไม่ละสายตา “เอ่อ…นี่คือ คุณหนูลู่ฟางเหนียน บุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมโยธาตระกูลลู่ ผู้ที่ดูแลด้านการสร้างถนน ขุดลอกคลองต่าง ๆ” แม่ทัพใหญ่ซือหยางแนะนำสตรีข้างกายเขาให้แก่ภรรยาเอกได้ทำความรู้จักกันเบื้องต้น “ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะฮูหยินเป่ยลี่ ข้านามว่าลู่ฟางเหนียน” แม้กระทั่งวาจาที่เอื้อนเอ่ยออกมายังไพเราะถึงเพียงนี้ “ยินดีที่ได้พบเช่นกันเจ้าค่ะคุณหนูลู่ฟางเหนียน” นางยิ้มรับไมตรีจากลู่ฟาง

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   8

    “ท่านพี่” เป่ยลี่มองบุรุษตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาแห่งความคิดถึง โหยหาที่มิได้ปิดบังซ่อนเร้น…สามีของนางถึงแม้ออกไปตั้งฐานทัพแรมเดือนแต่ก็หาได้ทำให้สง่าราศีของเขาด่างพร้อยลงเลยไม่ “ท่านพี่เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ” “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินเป่ยลี่” แม่ทัพใหญ่เฉินซือหยางโผตัวเข้าโอบกอดเรือนร่างบอบบางของภรรยา แล้วลูบไล้เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับที่คงกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ก่อนจะจุมพิตลงบนศีรษะเบา ๆ หนึ่งครั้ง “ข้าก็คิดถึงท่านพี่เช่นกันเจ้าค่ะ แต่ท่านพี่น่ะสิเจ้าคะคิดถึงข้าจริง ๆ หรือ ไปราชการกว่าสามเดือนไยไม่เคย ส่งจดหมายมาหาข้าสักฉบับเดียว เหตุใดถึงปล่อยให้ข้านั่งรอเก้อทุกวันเช่นนี้เล่า” เป่ยลี่แอบน้อยอกน้อยใจ แต่ก็หาได้จริงจังไม่เพียงแค่หยอกเอินตามประสาคู่ผัวเมียทั่วไป “ข้าส่งจดหมายมาหาเจ้าเดือนละสามครั้ง สามเดือนก็รวมเป็นเก้าฉบับ เจ้ามิได้รับจดหมายเลยหรือ?” ได้ยินนางพูดเช่นนี้แม่ทัพใหญ่ซือหยางก็นึกแปลกใจ ว่าเหตุใดจดหมายที่เขาส่งให้ภรรยาไม่เคยถึงมือนาง ทั้ง ๆ ที่ ท่านแม่และน้องหญิงซูฮวาก็ได้รับจดหมายเหล่านั้นและเขียนตอบกลับเขามาทุกครั้งตามปกติ “เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้เคยได้รับจดหมายจากท่านพี่แ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   7

    “คุณหนูคิดอันใดอยู่เจ้าคะ ดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่” “มิมีอันใดหรอก นี่ก็ดึกมากแล้วเจ้าดับตะเกียงเถิด” นางพยายามข่มตาหลับเพื่อให้ลืมเรื่องราวที่ก่อกวนจิตใจอยู่ตลอดเวลาเหล่านี้เสียที … “เจ้าวิ่งหน้าตาตื่นมามีอันใดหรือหลิ่งจิน” นี่คงเป็นเช้าตรู่ในรอบสองเดือนที่นางสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจวนตระกูลเฉินได้อย่างเต็มปอด เพราะวันนี้แม่สามีและน้องสามีออกไปทำบุญที่วัดประจำตระกูลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ท่านพ่อผู้ล่วงลับ แต่ก็ยังไม่วายทิ้งหนิงลี่ หนิงเหอให้คอยกลั่นแกล้ง เหน็บแนมเป่ยลี่ในเวลาที่นายตนไม่อยู่“เมื่อครู่ข้าออกไปตลาดมาเจ้าค่ะจึงได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ากองทัพที่ท่านแม่ทัพใหญ่นำออกรบเมื่อสามเดือนก่อนได้รับชัยชนะกลับมาเจ้าค่ะ” เมื่อนางได้ยินเช่นนั้น จึงรีบกลับมาที่จวนตระกูลเฉินเพื่อแจ้งข่าวดีให้กับคุณหนูเป่ยลี่ของนางได้ทราบทันที “จริงหรือ” นางรีบวางผ้าพันคอผืนนุ่มลงบนเก้าอี้ ผ้าพันคอผืนนี้นางตั้งใจเย็บปักถักร้อยประณีตงดงามทุกขั้นตอนเพื่อมอบให้สามีหลังจากที่เขากลับมาไว้ได้ใช้ในยามเหมันตฤดูที่จะเวียนมาถึงอีกคราว “แล้วตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ใดเล่า เจ้ารู้หรือไม่” “ข้าได้ยินชาวบ้านพ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   6

    “เจ้าค่ะ” เกือบสองเดือนที่ผ่านมา เป่ยลี่ก้มหน้าก้มตาทำงานตามคำสั่งของมารดาสามีจนฝ่ามือหยาบกร้านหาได้อ่อนนุ่มเหมือนอยู่จวนตระกูลเหวินไม่ ทุกครั้งนางมักจะโดนกลั่นแกล้งสารพัดจากคุณหนูซูฮวา แต่นางก็เลือกที่จะยอมโดนกระทำ เจียมเนื้อเจียมตัว เลี่ยงการมีปากเสียงโต้เถียงเพื่อลดแรงปะทะที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเริ่มรู้สึกว่าตนโดนข่ม“ตรงนี้ยังไม่สะอาดเลยเจ้าค่ะ” คุณหนูซูฮวาหยิบถ้วยน้ำแกงร้อนราดลงบนพื้นที่ฮูหยินเป่ยลี่เพิ่งจะขัดถูไปเมื่อครู่ “ตรงนี้ด้วยเจ้าค่ะฮูหยิน” หนิงลี่โปรยเม็ดน้ำตาลจนพื้นเรือนเหนียวเหนอะยากต่อการเช็ดถูทำความสะอาด “ข้าไม่ทันระวังเองเจ้าค่ะ” รอยยิ้มเย้ยหยันที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของทั้งสามคน โดยเฉพาะสองสาวรับใช้คนสนิทหนิงลี่ หนิงเหอ แม้นางอาจไม่ชอบใจสักเท่าใด แต่นางก็ทำได้เพียงก้มหน้าเงียบแล้วทำหน้าที่ของตนเองต่อไป… “แกงจืดนี่รสชาติเหมือนน้ำล้างเท้าผู้ใดจะกินลงเล่า!!” เฉินฮูหยินยกถ้วยแกงจืดเต้าหู้ราดศีรษะของลูกสะใภ้ที่นางไม่ยอมรับจึงหาหนทางกลั่นแกล้งจนอาภรณ์เปียกโชกไปทั้งตัว “…” “อาหารนี่รสชาติห่วยแตก ไม่ได้เรื่องสักอย่าง เจ้าเก็บไว้กินเองเถิด!!” อาหารที่เป่ยลี่ตั้งใจทำอ

  • ท่านแม่ทัพได้โปรดอย่าโง่   5

    หนิงลี่ หนิงเหอมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮูหยินเป่ยลี่ถึงกล่าวว่าจาเช่นนี้แต่คงจะเป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบสาวใช้ในเรือนทั่วไป พวกนางจึงไม่คิดอันใดมากความ “ท่านพ่อ ท่านแม่ของพวกข้าสองคนตายตั้งแต่พวกข้าได้ห้าขวบเจ้าค่ะ” เป็นฝ่ายแฝดพี่หนิงลี่ที่เอ่ยตอบ หนิงลี่ หนิงเหอแม้จะเป็นฝาแฝดแต่ก็เป็นแฝดคนละฝา ทำให้หน้าตาของพวกนางแตกต่างกันจึงสามารถแยกออกได้โดยไม่เกิดความสงสัย ลักษณะนิสัยของพวกนางก็มีบางส่วนที่คล้ายคลึงและมีบางส่วนที่แตกต่างกันในทางตรงข้ามหนิงลี่ แฝดคนพี่ รูปร่างของนางสูงโปร่ง เส้นผมยาวสลวยดกดำขมวดไว้กลางหัวแล้วเสียบปิ่นปักผมประจำตระกูล ผิวกายของนางมิได้ขาวหมดจรดเช่นหนิงเหอที่ได้มารดามาหกถึงสิบส่วน แต่หน้าตานางละม้ายคล้ายไปทางฝ่ายบิดามากกว่า ส่วนลักษณะนิสัยของนางมองดูผิวเผินจากภายนอกหยิ่งยโสโอหัง เรื่องคนในจวนตระกูลเฉินนางรู้หมดตั้งแต่สาวใช้ยันฮูหยิน เสี้ยม สอด ยุแยงเป็นที่หนึ่ง ซ้ำสาวใช้เฒ่ายังเคยเตือนนางเรื่องหนิงลี่ด้วยว่าสตรีผู้นี้มักใหญ่ใฝ่สูงหมายจะจับแม่ทัพใหญ่ซือหยางอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนหนิงเหอ นางตัวเล็กกว่าหนิงลี่ ลักษณะนิสัยย่อมแตกต่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status