เข้าสู่ระบบ“คืนนั้นท่านแม่ทัพโกรธมาก แต่ถึงขั้นลืมตัวจนลงมือกับคุณหนูขนาดนี้ก็ทำเกินไปจริง ๆ อีกอย่างข้าไม่เ
“ท่านแม่ทัพจางเป็นบุรุษผู้เก่งกาจที่สุด แต่ก็ขึ้นชื่อเรื่องโหดเหี้ยมที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ แม้แต่ศัตรูยังไม่กล้าต่อกร รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เข่นฆ่าศัตรูด้วยน้ำมือของตนเองจนลือกันว่าเป็นมัจจุราชในสนามรบ จนชนเผ่าบริเวณชายแดนยังไม่กล้ามารุกราน”“ขนาดนั้นเลยหรือ…” มู่หรูเหยากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก“ข้าเคยได้ยินข่าวว่าท่านแม่ทัพตัดหัวศัตรูเสียบประจานไว้ตามแนวชายแดนเพื่อข่มขวัญพวกมันด้วยเจ้าค่ะ การกระทำเช่นนั้นมิได้เป็นการข่มขวัญศัตรูอย่างเดียว แต่ยังทำให้คนในแคว้นหวาดกลัวเขาด้วย เด็กเล็กไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อท่านแม่ทัพด้วยซ้ำ”มู่หรูเหยารู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ใบหน้าที่ซีดเซียวจากการเจ็บป่วยยิ่งซีดลงหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินชื่อเสียงความโหดเหี้ยมของจางเจิ้นอู่“เช่นนั้นทุกคนรู้หรือไหมว่าหยกจันทราถูกเก็บไว้ที่ไหน”“รู้เจ้าค่ะ ที่จริงเป็นรับสั่งจากฝ่าบาทเอง ใคร ๆ ในแคว้นย่อมรู้ว่าของสำคัญเช่นนี้ให้อยู่ในมือของท่านแม่ทัพย่อมปลอดภัยกว่า ยิ่งไปกว่านั้น... อีกครึ่งหนึ่งยังหาไม่เจอ ต่อให้ได้ไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เลยทำให้ยิ่งไม่มีใครอยากก่อเ
น้ำเสียงที่ดูมีอำนาจทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง แสดงว่าที่เสี่ยวชุ่ยพูดชื่อเขาออกมาไม่ได้เพื่อจะพูดคุยกับนายหญิง แต่ต้องการจะบอกว่าบุรุษผู้นี้ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังนางสินะแววตาเย็นเยียบของจางเจิ้นอู่มองไปที่ภรรยามู่หรูเหยากลืนน้ำลายลงคอ อดคิดไม่ได้ว่าดวงตาของอีกฝ่าย เหมือนต้องการเฉือนเนื้อนางเป็นชิ้น ๆหากเขาไม่ได้คำตอบในเวลาหนึ่งก้านธูป นางคงกลายเป็นอาหารของสุนัขเป็นแน่ มู่หรูเหยากลัวจนแทบสิ้นสติพยายามคิดหาคำตอบเอาตัวรอดปัง! เสียงบานประตูเรือนที่ถูกปิดลงยิ่งทำให้มู่หรูเหยาสะดุ้งพบว่าเป็นพ่อบ้านหม่าที่เดินเข้ามาพร้อมกับท่านหมอที่เคยมาดูอาการนางความเงียบที่ได้ยินแม้แต่เสียงเข็มหล่น ทำให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน ประหนึ่งส่งสายตาถามกันว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้“ไหนผู้ใดบอกว่านางใกล้ตาย ข้าเห็นนางสบายดีทุกอย่าง” จางเจิ้นอู่มองดูจานองุ่นที่อยู่ตรงหน้าซึ่งถูกกินหายไปเกือบครึ่งพ่อบ้านหม่าถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่สาวใช้มาส่งอาหารก็บอกว่าฮูหยินนอนหลับไม่ฟื้น อีกทั้งยังหายใจรวยรินเหมือนกับคนใกล้ตายกระทั่งวันก่อนได้ข่าวว่าสาวใช้คนสนิทของฮูหยิน
“คืนนั้นท่านแม่ทัพโกรธมาก แต่ถึงขั้นลืมตัวจนลงมือกับคุณหนูขนาดนี้ก็ทำเกินไปจริง ๆ อีกอย่างข้าไม่เข้าใจเลยทำไมถึงไม่มีใครเห็นใจคุณหนูบ้าง…”มู่หรูเหยาฟังคำของอีกฝ่ายก็คิดตาม“แต่เจ้าก็บอกเองว่าเขา เอ่อ... ข้าหมายถึงท่านแม่ทัพมิได้ยินดีที่จะรับข้าเป็นภรรยาอยู่แล้ว” มู่หรูเหยาพยายามใช้คำให้ใกล้เคียงกับยุคสมัยมากที่สุดเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเกิดโดนกล่าวหาว่าเป็นพวกปีศาจที่มาสิงสู่ในร่างนี้เพราะใช้คำผิดแปลกไป อาจโดนเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะยาที่ถูกจับกรอกในวันนั้น“คุณหนูเป็นถึงบุตรีของเจ้ากรมโยธา แม้จะเป็นบุตรของอนุ... แต่นายท่านก็เปิดตัวคุณหนูในฐานะบุตรสาวคนที่สี่ภายใต้การเลี้ยงดูของฮูหยินเอกนะเจ้าคะ” ประโยคนั้นชวนให้นางนึกสงสัยในทันที“หรือเพราะข้าเป็นบุตรของอนุ เขาจึงมีท่าทีรังเกียจข้า” หากอ้างอิงจากการที่ดูซีรีส์ คิดว่าเหตุผลนี้เป็นไปได้มากที่สุด“หากจะบอกว่าถูกบังคับให้แต่งงาน แต่ท่านแม่ทัพเองก็เป็นคนรับปากกับตระกูลมู่ที่จะแต่งงานกับคุณหนู คุณหนูมีอะไรไม่ดีกันเล่า ข้าว่าเป็นเพราะท่านแม่ทัพหลงอนุของตนมากกว่า...”“เขา... มีอนุ
“คุณหนูจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ เหตุใดสายตาจึงล่องลอยเช่นนี้ มิใช่สิ ข้าต้องเรียกท่านว่าฮูหยิน แต่คนตระกูลจางทำเช่นนี้กับพวกเรา ข้าไม่อยากให้คุณหนูเป็นฮูหยินของเขาเลยเจ้าค่ะ คุณหนูรอก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะไปตามหมอมาดูอาการท่าน”มู่หรูเหยามองตามหลังสาวใช้ที่พูดระรัวจนไม่อาจแทรกได้เลย “เดี๋ยวก็คุณหนู เดี๋ยวก็ฮูหยิน อะไรกันนะ”คำพูดที่ฟังดูแปลกประหลาดนี้เธอเองก็ควรปรับเปลี่ยนด้วยสินะ หวังว่าการดูซีรีส์ในช่วงวันหยุดจะช่วยให้เอาตัวรอดในสถานการณ์แบบนี้ได้ไม่นานนักคนที่เรียกว่าท่านหมอก็เข้ามาตรวจชีพจรของมู่หรูเหยา หลังจากตรวจอย่างละเอียดก็ถอนหายใจยาว มิรู้ว่าโล่งใจหรือเหนื่อยใจกันแน่“ร่างกายของฮูหยินแข็งแรงดี เพียงแต่... ดูจากอาการของฮูหยิน อาจจะเป็นเพราะการเจ็บป่วยในครั้งนี้ มีบางอย่างกระทบกระเทือนจิตใจ มีผลทำให้ความทรงจำหายไป…” ท่านหมอพูดยังไม่ทันจบ คนที่บอกว่าตนเองเป็นสาวใช้ของนางก็รีบท้วงทันที“แล้วฮูหยินจะมีโอกาสกลับมาหายดีอีกหรือไม่” สาวใช้ยกมือขึ้นปาดน้ำตา เพราะสงสารคุณหนูของตนที่ต้องพบเจอเรื่องเลวร้าย“หากไม่มีอะไรผิดพลาดไม่นานความทรง
ความรู้สึกตอนถูกทรมาน ยาที่ถูกกรอกลงคอ ทำให้มู่หรูเหยาหวาดกลัวจนต้องถอยหนี ทว่าเมื่อถอยไปจนสุดทางก็ชนเข้ากับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อหันไปมองก็ต้องตกใจจนตาเบิกกว้างดวงตาสีแดงฉานเป็นสิ่งเดียวที่นางจำได้แม่น อีกฝ่ายจ้องมองกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำมหิตจนทำให้เธอตกใจจนสะดุ้งเฮือกตื่นขึ้นจากฝันเสียงหอบหายใจแรงเหมือนวิ่งหนีปีศาจมานับพันลี้ มู่หรูเหยามองไปรอบห้องที่แปลกตาด้วยความสงสัย หลายสิ่งดูไม่คุ้นเคยแต่แปลกประหลาดเหมือนกับอยู่ในยุคโบราณ“นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นเหรอ?” มือที่อยู่ข้างลำตัวเริ่มสั่นอย่างหวาดระแวงภาพที่ไม่คุ้นเคยทำให้เริ่มปวดศีรษะและมึนงงอีกครั้ง ความทรงจำของห้องห้องนี้ผุดขึ้นมาแบบไม่ปะติดปะต่อรวมถึงภาพของดวงตาสีแดงคู่นั้นยังคงหลอกหลอนติดตา มันน่ากลัวราวกับมัจจุราชจะฉีกกระชากวิญญาณของผู้ที่พบเห็นให้แตกเป็นเสี่ยง ๆคนหวาดกลัวรู้แล้วว่าตอนนี้ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องเช่าที่มีผีดุ และไม่ได้กำลังจะเดินทางไปเมืองโบราณเพื่อหาเพื่อนเพราะร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุแทบไม่มีให้เห็น มีเพียงแผลจากในคุ
จางเจิ้นอู่มองอีกฝ่ายด้วยสายตารังเกียจ ถึงจะไม่รู้เรื่องเรือนหลังตระกูลมู่มากนัก แต่ก็รู้ว่าฮูหยินผู้นี้มิได้สนใจไยดีอะไรภรรยาของตนนักหรอก ไม่แน่ว่าจุดประสงค์ของการที่นางมาในครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับมู่หรูเหยาและหยกจันทราที่หายไป “…หรือท่านจะขัดขวาง” จางเจิ้นอู่มองอีกฝ่ายที่มองมาด้วยสายตารู้ทัน “หากไม่ได้ปิดบังอะไร ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องห้ามไม่ให้ข้าเจอกับนาง โรคติดต่อมีวิธีป้องกันมากมาย” ตอนนี้เขามั่นใจถึงสิบส่วน หากไม่ให้คนตรงหน้าเจอมู่หรูเหยาก็คงไม่ยอมกลับไปโดยง่าย ใบหน้าเย็นชาเริ่มฉายแววรำคาญใจ “ข้าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง เป็นท่านมากกว่ากระมังที่เลือกเดินทางไกลในยามนี้ ทั้งยังไม่แจ้งล่วงหน้าถึงการมาเยี่ยมเยือน ราวกับปิดบังการกระทำ...” มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไป จากเมืองหลวงจนถึงเมืองตงหยางใช้เวลาเดินทางร่วมสิบวัน แต่กงหว่านซินผู้นี้กลับมาถึงในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายในจวน หากไม่ใช่เพราะมู่หรูเหยาส่งข่าวให้ ก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะมีเหตุผลใดอีก







