分享

2

last update publish date: 2026-06-23 23:14:14

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้ แต่คนตั้งกลับยังไม่อยากลุกออกจากเตียง ขยับตัวหนีเข้าไปในผ้าห่มเอามือปิดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียง

“เมื่อไรฉันจะรวยกันนะ” เมื่ออดทนฟังเสียงร้องของนาฬิกาปลุกไม่ได้ มู่หรูเหยาจึงจำเป็นต้องสะบัดผ้าห่มออกจากตัว มือคลำหานาฬิกาปลุกที่อยู่หัวเตียงก่อนจะกดปิดมันเพื่อให้หยุดส่งเสียงร้อง

ที่ตอนนี้อาจจะร้องดังจนห้องข้าง ๆ กำลังโมโหเธอแล้วก็ได้

ดวงตาที่หนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วง ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสู้แสงที่ลอดมาจากผ้าม่านตรงหน้าต่าง เพราะฝันร้ายเมื่อคืนทำให้รู้สึกง่วงจนยังไม่อยากจะตื่น แต่เมื่อนึกถึงเงินที่ต้องจ่ายค่าเช่าห้องสิ้นเดือนนี้ก็ทำได้แค่จำใจลุกขึ้นจากเตียง

ลุกขึ้นมาก็ยืนบิดขี้เกียจพลางมองไปรอบห้องอีกครั้ง เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็ยังขนลุกไม่หาย

มองดูนาฬิกาที่กำลังเตือนว่าใกล้จะสายแล้ว มู่หรูเหยาก็รีบจัดการธุระส่วนตัวในตอนเช้า หยิบของทุกอย่างบนโต๊ะทำงานใส่ไว้ในอ้อมแขนก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป

ทั้งที่เพิ่งเรียนจบมาได้ไม่กี่ปี แต่สภาพเธอตอนนี้เหมือนคุณป้าที่ไม่ดูแลตัวเอง ตื่นนอนแล้วออกจากบ้านไปทำงานเลยอย่างไรอย่างนั้น

มู่หรูเหยาใช้เวลาไปพอสมควรกว่าจะมาถึงที่ทำงาน เธอถอนหายใจหลังจากสแกนเข้างานตรงเวลาพอดิบพอดี ชีวิตประจำวันของมู่หรูเหยาไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพียงมนุษย์กินเงินเดือนธรรมดาทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่น

หลังจากที่ทำงานมาทั้งวันก็ถึงเวลาเลิกงาน มู่หรูเหยาที่กำลังจะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทเพื่อชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เพราะยังไม่อยากจะกลับไปอยู่กับผีในห้องก็ต้องชะงักเมื่อเสียงเรียกของหัวหน้าดังขัดจังหวะเสียก่อน

“มู่หรูเหยา” น้ำเสียงของหัวหน้าดังขึ้นจนคนทั้งออฟฟิศที่กำลังจะเก็บของกลับบ้านรวมถึงคนที่ลุกออกจากโต๊ะเดินไปยังประตู พากันหันมามองเจ้าของชื่อ

“ซวยอะไรอย่างนี้” มู่หรูเหยาบ่นเบา ๆ กับตัวเองก่อนจะหันไปส่งยิ้มแหย ๆ ให้กับหัวหน้า เป็นที่รู้กันว่าหากถูกเรียกในช่วงเวลาแบบนี้สิ่งที่ออกจากปากของอีกฝ่ายก็คงจะมีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น

“งานต้องเสร็จเย็นนี้ก่อนสองทุ่ม ห้ามเกินเวลานี้เด็ดขาด เพราะฉันจะต้องส่งให้ลูกค้า เธอคงเข้าใจใช่ไหม”

“ค่ะ” แม้จะอยากปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ตอบรับออกไป

พอสั่งงานเสร็จคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าก็ออกจากบริษัทไปทันที มีเพียงเธอที่นั่งถอนหายใจทิ้ง มองแฟ้มงานที่ถูกโยนเอาไว้บนโต๊ะ

“เฮ้อ ทำงานหนักขนาดนี้ทำไมถึงยังไม่รวยอีกกันนะ” น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วเบื่อหน่ายดังขึ้นเบา ๆ

มองดูรอบตัวก็ถอนหายใจลากยาว ดึกขนาดนี้เพื่อนร่วมงานต่างทยอยกลับกันไปหมดแล้ว ทั้งออฟฟิศจึงเหลือเพียงเธอคนเดียว

อย่างน้อยก็น่าจะถูกล็อตโต้ แล้วไปเที่ยวรอบโลกซะเลย อ๊ะ ลืมไป ฉันเคยซื้อล็อตโต้เสียที่ไหนกันล่ะ อย่างนี้ต้องเปลี่ยนแผน คงต้องหาแฟนเศรษฐีหรือคนรวยรุ่นที่สองสักคน จะได้กลายเป็นคุณผู้หญิงนั่งกินนอนกินอยู่ในคฤหาสน์สบายไปทั้งชาติ

มู่หรูเหยาหัวเราะให้กับความคิดของตนเอง ก่อนจะคิดได้ว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน

ใครจะมาสนใจผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างเธอกัน ทั้งที่ตั้งใจจะนัดหมิงซูไปดื่มให้ลืมเรื่องวุ่นวายเมื่อวานแท้ ๆ แต่ดันมาโดนหัวหน้าเฮงซวยสกัดดาวรุ่งทิ้งไว้ที่นี่คนเดียวเสียอย่างนั้น!

แต่ก็ทำได้เพียงแค่บ่น สุดท้ายมู่หรูเหยาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จ แล้วจัดการส่งงานให้กับหัวหน้าก่อนจะโทร.หาอีกฝ่าย

[ฮัลโหล]

“ฉันส่งงานให้แล้วนะคะ หัวหน้าคะ... พรุ่งนี้ฉันจะขอลางาน พอดีมีธุระด่วนต้องไปจัดการค่ะ”

[ทำไมไม่รู้จักแจ้งล่วงหน้า] ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

“ที่จริงเป็นธุระที่ฉันตั้งใจจะไปจัดการเย็นนี้ค่ะ แต่เพราะมีงานด่วนจากหัวหน้าเข้ามา ฉันเลยไปทำธุระไม่ทัน เลยต้องขอไปทำในวันพรุ่งนี้แทน” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ได้ยินแค่เสียงลมหายใจผิดจังหวะ

ฟังดูแล้วน่าจะกำลังโกรธที่ถูกเธอผู้ซึ่งเป็นลูกน้องที่ไม่อยู่ในสายตา ตอบกลับไปแบบนั้น

[ตกลง] แม้น้ำเสียงจะดูไม่เต็มใจ แต่มู่หรูเหยาไม่อยากเก็บมาใส่ใจ ขอแค่ได้รับการอนุมัติในการลางานได้ก็เพียงพอ

หลังจากวางสายมู่หรูเหยายิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะรีบเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋าเพื่อตรงกลับบ้าน เห็นทีคงต้องชวนเพื่อนรักไปกินข้าววันอื่น

ระหว่างเดินทางกลับบ้านมู่หรูเหยาก็เอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน แม้จะยังไม่แน่ใจว่าเป็นผีจริงหรือเปล่า แต่ความเชื่อก็ค่อนข้างเอนเอียงไปทางสิ่งที่มองไม่เห็น อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้วันหยุดมาแล้ว เธอคิดจะใช้โอกาสนี้จัดการเรื่องในห้องให้เรียบร้อย

จ้างพวกหมอผีหรือนักพรตมาปัดรังควานไล่ผีดีไหมนะ?

เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ส่งข้อความหาเพื่อนสนิทอย่าง ซีซี เผื่อจะมีแนะนำให้ไปใช้บริการ

มู่หรูเหยาเอาแต่คิดเรื่องนี้จนเกือบจะนั่งรถบัสเลยป้าย โชคดีที่สะดุดตากับป้ายร้านบะหมี่ข้างทางเจ้าประจำจึงรีบลุกออกจากที่นั่งเพื่อขอลงป้ายนี้

เธอตะโกนสั่งบะหมี่กับป้าเจ้าของร้านเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะหาโต๊ะว่างนั่งลงเพื่อรอบะหมี่ร้อน ๆ มาเสิร์ฟ

กลิ่นน้ำซุปหอมที่ลอยมาเตะจมูกชวนหิวจนท้องร้อง เส้นบะหมี่แต่ละเส้นถูกคีบกินอย่างช้า ๆ เหมือนต้องการจะดึงเวลาในการกลับถึงห้องให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่เวลาไม่เคยหยุดเดิน ไม่นานบะหมี่ชามใหญ่ก็ถูกกินจนเกลี้ยงชาม แม้แต่น้ำซุปก็เหลือเพียงติดก้นชามเท่านั้น

“บะหมี่ของป้าอร่อยเหมือนเดิม ไว้ฉันจะมากินอีกนะ” เงินหยวนถูกวางลงบนโต๊ะเพื่อจ่ายเป็นค่าอาหาร

ป้าเจ้าของร้านเพียงยิ้มตอบ สายตาได้แต่มองตามหลังของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกค้าประจำเดินจากไป

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   76 จบ

    “ข้าเชื่อว่ายังมีพวกเขาหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ต่างก็หนีตายแยกย้ายไปอยู่คนละทิศเหมือนกับข้าและแม่เจ้า ไม่มีใครกล้าเปิดเผยตนเอง เพราะเกรงกลัวจะเกิดอันตรายจากภัยในอดีต”“เราไม่สามารถช่วยพวกเขาได้เลยหรือ” มู่หรูเหยานึกเป็นห่วงคนอื่น ๆ ในเผ่าจันทรา อาจมีใครถูกทำร้ายดังเช่นนางอยู่ก็เป็นได้จางเจิ้นอู่ยกยิ้มบาง ๆ เขามองภรรยาของตนด้วยแววตารักใคร่“หากวันหนึ่งข้ามีอำนาจมากพอ ข้าจะนำพวกเขากลับมา ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวอีกต่อไป”“เช่นนั้นแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านไปจนกว่าวันนั้นจะมาถึง”มู่หรูเหยาตอบโดยไม่ลังเล รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของบุรุษหนุ่ม นางคือสตรีที่เขาเลือก และจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันไปทั้งสองมองตากันอย่างหวานซึ้ง แต่เป็นนางที่รีบผลักสามีออกด้วยนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้“จริงสิ! ข้าลืมไปเลย วันก่อนข้าได้ลองทำบางอย่างเกี่ยวกับเลือดของข้า”จางเจิ้นอู่หันมองภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจทันที ก่อนจะกล่าวเสียงดุ “ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าไม่ให้ทำเช่นนี้!”“ข้าจะบอกว่ามันมิใช่เพราะเลือดของข้า แต่เป็นเ

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   75

    จางเจิ้นอู่ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ พร้อมกับจ้องมองดวงหน้าของหญิงสาวที่แดงซ่านขึ้นกว่าเดิม เขาดึงภรรยาของตนเข้ามาในอ้อมแขนก่อนจะกระซิบข้างหูเบา ๆ“จากนี้ไปเจ้าจะเป็นภรรยาของข้า เป็นฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพ”ขนตายาวของนางกะพริบขึ้นลงก่อนที่มุมปากจะคลี่ยิ้มจาง แล้วร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกสามีครึ่งวันอุ้มจนตัวลอยเหนือพื้น พลางเดินไปที่เตียงที่ตกแต่งด้วยผ้ามงคลมู่หรูเหยาหน้าแดงซ่านเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับผ้าไหมนุ่ม ยามลมหายใจของบุรุษหนุ่มเข้ามาใกล้ก็เขินอายจนต้องเอียงหน้าหนี แต่เขากลับไม่ลดละ ยังตักตวงชิมความหวานจากนางอย่างไม่รู้จักเบื่อแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการทำศึก บัดนี้กลับมีร่องรอยบาดแผลอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา เป็นรอยข่วนเล็ก ๆ ตามแผ่นหลังจากฝีมือผู้เป็นภรรยามู่หรูเหยาส่ายหน้าไปมาคล้ายทรมาน ดวงหน้างดงามนัยน์ตาสวยมีน้ำตาเอ่อคลอจนจางเจิ้นอู่ต้องจูบซับปลอบประโลมอย่างแผ่วเบา พร่ำบอกคำหวานและหลอกล่อให้นางลุ่มหลงมัวเมาแสงจันทร์ที่สอดส่องเข้ามาผ่านม่านหน้าต่างในห้องหอ ราวกับเป็นการแสดงความยินดีให้กับความรักของพวกเขาทั้งสองคน

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   74

    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่สงสัย “หากที่เจ้าพูดเป็นความจริง แล้วมู่หรูเหยาคนก่อนอยู่ที่ไหน?”“ข้าไม่รู้... นางอาจสิ้นใจเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ดูจากการที่ถูกทรมานในจวนตระกูลมู่ คงมิอาจคิดเป็นอื่นได้ หรือบางที... นางอาจไปอยู่แทนที่ข้าในอีกภพ หรืออาจจะจากไปด้วยความสมัครใจเอง ข้าไม่รู้อะไรเลย”จางเจิ้นอู่ดึงร่างนางเข้ามากอด มือแกร่งลูบไล้แผ่นหลังอย่างปลอบประโลม มู่หรูเหยาตกตะลึงไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น“ข้าถูกบังคับให้แต่งงาน นางเองก็เช่นกัน... นางเองก็ขึ้นเกี้ยวมาเพียงลำพังและเข้าไปอยู่ในจวนพร้อมสาวใช้โดยที่ข้าไม่ได้สนใจ นางพยายามเอาอกเอาใจทำน้ำแกงมาให้ข้า แต่ข้าไม่เคยกินเพราะนางเป็นคนของตระกูลมู่…” เขาหัวเราะเยาะตนเองแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยต่อ“เพราะเมื่อเห็นนางก็คิดถึงพี่น้องในเผ่าจันทราที่ถูกกวาดล้าง คิดว่านางคือลูกหลานของศัตรูที่ทำให้คนของข้าต้องตาย ทว่า... นางเองก็มิได้มีชีวิตที่ดีไปกว่าข้าเลย”“เช่นนั้น... เราก็ควรเอาภาพของนางไปไว้เคียงข้างบิดามารดาของนาง ท่านคิดว่าอย่างไร” นางกล่าวเสียงแผ่ว คล้ายเป็นควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   73

    หลักฐานมากมายที่ถูกค้นพบแสดงให้เห็นถึงแผนการของตระกูลมู่ที่สมคบคิดกับองค์ชายสาม เรื่องราวทั้งหมดสร้างความปั่นป่วนในราชสำนักทั้งตัวองค์ชายสามและพระชายาถูกฎีการ้องเรียนเข้ามามากมาย ส่งผลให้คดีเก่า ๆ ถูกรื้อขึ้นมา แม้แต่ฮ่องเต้เองก็มิอาจเพิกเฉยทว่ายิ่งสืบสวน... ยิ่งพบเรื่องอันน่าตกใจแม้แต่มู่หรูเหยาเองซึ่งเป็นบุตรีของตระกูลมู่ก็เกือบจะถูกสอบสวนไปด้วย จางเจิ้นอู่จึงยื่นเรื่องขอพิจารณาคดี พร้อมนำหลักฐานเกี่ยวกับมารดาของนางออกมาแสดงต่อหน้าผู้มีอำนาจสตรีผู้นี้ไร้ความผิด แต่กลับถูกอดีตเจ้ากรมพิธีการลักพาตัวไปเพื่อกระทำการกรีดเลือดมาสังเวย นางถูกทรมานจนสิ้นใจและถูกฝังราวกับคนไร้ญาติด้วยความเลวร้ายของตระกูลมู่ที่ถูกเปิดโปง ส่งผลให้มู่หรูเหยาถูกถอดออกจากเครือญาติของคนชั่วทั้งหลายนางไม่เพียงพ้นจากการสอบสวนแต่ยังมีโอกาสได้พาร่างของมารดากลับมาฝังในที่ที่ควรอยู่“ในเมื่อท่านแม่เคยเป็นคนรักของท่านพ่อของท่าน เช่นนั้นแล้ว... ข้าก็อยากให้นางได้มาอยู่ข้างกายของคนที่นางรักอีกครั้ง” คำพูดของหญิงสาวเรียบง่าย หากแต่เต็มไปด้วยควา

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   72

    มู่หรูเหยาพยักหน้ารับคำของบุรุษหนุ่ม แม้จะตกลงกันแล้วว่าจะเริ่มต้นใหม่ แต่ภายในใจของนางยังคงมีบางสิ่งที่มิอาจเปิดเผยออกไปความลับที่นางยังมิได้บอกเขา...มู่หรูเหยานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย“เช่นนี้แล้วข้าจะเป็นอมตะหรือไม่ ในเมื่อท่านกรีดเลือดหยดลงบนหยกจันทราช่วยข้า”จางเจิ้นอู่หัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยน แตกต่างจากบุรุษผู้เย็นชาเมื่อแรกพบโดยสิ้นเชิง“เป็นเพียงเรื่องเล่าขานต่อกันมา เพราะความโลภและความกระหาย พวกคนเลวจึงปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นเพื่อทำลายเผ่าจันทรา หวังยึดครองพลังของพวกเรา” ดวงตาคมทอดมองสตรีตรงหน้าก่อนจะกล่าวต่อ“...แต่แท้จริงแล้วหยกจันทราเป็นเพียงของวิเศษที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรื่องราวที่เล่ากันต่อ ๆ มาจึงบิดเบือนไปบ้าง ของชิ้นนั้นไม่ได้ช่วยให้เป็นอมตะอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้แต่เซียนเองยังต้องบำเพ็ญเพียร แล้วเรื่องง่ายดายเช่นนี้จะมีได้อย่างไร” นึกแล้วก็ช่างน่าขันนักกับความโลภของมนุษย์ คิดอยากเป็นอมตะแต่ทำชั่วมาทั้งชีวิต มีแต่ปรโลกเท่านั้นที่สมควรไป“แล้

  • ท่านแม่ทัพไยจึงชิงชังข้า   71

    “ครั้งหนึ่ง... เผ่าจันทรา เคยเป็นเผ่าที่รุ่งเรือง ผู้คนของเผ่าต่างเกิดมาพร้อมกับสายเลือดพิเศษ ว่ากันว่าผู้ที่มีสายเลือดนี้สามารถปลุกพลังของหยกจันทราได้”“ว่ากันว่าหยกจันทราเป็นของวิเศษที่สามารถมอบพลังอันล้ำค่าให้แก่ผู้ครอบครอง มิใช่เพียงแค่ชะลอวัย แต่สามารถมอบความเป็นอมตะได้...”“เพราะข่าวลือเหล่านั้น... ทำให้ขุนนางในเมืองหลวงหวาดกลัวและโลภมาก คนที่เป็นผู้นำครั้งนี้ก็คือมู่หลงเทียน มันจึงยุยงให้ราชสำนักกวาดล้างเผ่าจันทรา”“...แม่ของท่านก็เป็นหนึ่งในนั้น”มู่หรูเหยากำมือแน่น นางรู้เรื่องราวของมารดาเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเหมยอิงทุกอย่างก็เริ่มปะติดปะต่อกัน“นาง... เป็นภรรยาของอดีตแม่ทัพจาง!?”เหมยอิงพยักหน้า “เรื่องนี้พวกข้าก็เพิ่งรู้ก่อนท่านไม่นาน””ข้าเคยได้ยินว่าแต่ก่อนมารดาของท่านครองรักอยู่กับอดีตแม่ทัพจาง แต่ครั้นเมื่อออกศึกใหญ่เมื่อกลับมาถึงจวนกลับพบว่านางหายไป ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าตระกูลมู่จะกล้าท้าทายอำนาจท่านแม่ทัพมาลักพาตัวคนถึงจวน”เหมยอิงกล่าว “ตามที่ท่านแม่ทัพสืบมา พวกมันจับตัวมารดาของท่

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status