Beranda / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

Share

พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

last update Tanggal publikasi: 2026-01-23 15:00:23

หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่ม

แต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี่หลิ่งฟางตั้งรับไม่ทัน

“พระชายาเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดูเหมือนนางฟ้ามากเลยเพคะ!”

“พระชายางดงามมากเลยเพคะ!”

“กระหม่อมเพิ่งเคยเจอพระชายาตัวเป็น ๆ ครั้งแรกเลย พระองค์งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

“พระชายาเหมาะสมกับองค์รัชทายาทมากเลยเพคะ!”

“พระชายาเป็นธิดาสวรรค์หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ ทำไมพระองค์ถึงดูสูงส่งจนกระหม่อมดูต้อยต่ำไปเลย”

“นั่นสิเพคะ”

“พระชายา...”

หลี่หลิ่งฟางยิ้มแห้งไม่รู้ว่าตนจะตอบคำถามไหนกลับก่อนดี จนกระทั่ง...

“นี่พวกเจ้ากำลังทำให้พระชายาของเราตกพระทัยนะ ถอย ๆ ห่างออกไปหน่อยสิ”

เสียงของหวังจิ้งเสวียนที่ตรัสห้ามปรามสหายฟังดูเหมือนเด็กน้อย จนทุกคนหัวเราะออกมา

“อันใดกันเพคะ ที่แท้องค์รัชทายาททรงหวงพระชายานี่เอง จะตรัสอ้อมทำไมล่ะเพคะ”

“คุณหนูจูจูกล่าวอันใด เราน่ะ...”

“โธ่ องค์รัชทายาทจะปฏิเสธความจริงทำไมล่ะพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าพระองค์มิได้หวงพระชายาพ่ะย่ะค่ะ?”

“หน็อย คุณชายหลง นี่เจ้า!”

พระพักตร์แดงก่ำขององค์รัชทายาททำให้เหล่าสหายต่างยิ้มกริ่มรู้สึกขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกัน

หลี่หลิ่งฟางเพิ่งเคยเห็นหวังจิ้งเสวียนเขินอายเถียงไม่ออกครั้งแรก และไม่คิดว่าเหล่ามิตรสหายของชายหนุ่มดู ๆ แล้วเหมือนจะเป็นคนดีด้วยซ้ำ ทุกคนดูชื่นชอบชายหนุ่มอย่างมาก

เพราะคิดอย่างนั้นคำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินดันดังขึ้นมาในมุมหนึ่งของศาลา

สายตาทุกคู่หันไปจ้องมองทางต้นเสียง บริเวณนั้นมีบุรุษสี่ห้าคนนั่งจิบชายกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองมาดูก็รู้ว่าเหยียดหยาม

“หึ พวกเจ้าเอาแต่ประจบประแจงหวังมีที่พึ่ง ช่างน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ”

“นั่นสิ เป็นบุรุษแท้ ๆ แต่กลับอ่อนแอดุจอิสตรี”

“เดี๋ยวนะ ชื่อเดิมก็เหมือนสตรีมิใช่หรือ? ชื่อว่าอันใดนะ อืม...”

“เสวียนลู่!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ”

คนพวกนั้นต่างหัวเราะออกมาเสียงดัง โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่พูดนั้นจะสร้างปัญหาให้ตนหรือไม่

“เจ้าพวกนั้นเอาอีกแล้ว”

“เพราะเป็นบุตรชายของเจ้ากรมอาญางั้นหรือ ถึงทำตัวกร่างได้!”

“พวกสวะนั่น”

หลี่หลิ่งฟางเข้าใจสถานการณ์หมดแล้ว นางจึงลุกขึ้นยืนเงียบ ๆ

“พระชายาเจ้าจะไปไหน?” หวังจิ้งเสวียนตรัสถามทันทีที่เห็นพระชายาลุกขึ้นยืน

“หม่อมฉันอยากไปสูดอากาศหน่อยเพคะ พอดีว่าแถวนี้อากาศมิค่อยบริสุทธิ์นัก”

“อากาศมิค่อยบริสุทธิ์อย่างไรหรือเพคะพระชายา?”

“ก็ยกตัวอย่างเช่น...ตรงนั้น”

สายตาทุกคู่หันไปทางนิ้วที่พระชายาชี้ ซึ่งนิ้วชี้ไปยังกลุ่มของคุณชายพวกนั้น เหล่าสหายต่างลอบขบขันที่พระชายากล้าตอบโต้กลับ

“นี่เจ้า!”

คุณชายที่แต่งตัวดูดีกว่าคุณชายคนอื่น ๆ หลี่หลิ่งฟางคิดว่าน่าจะเป็นบุตรชายของเจ้ากรมอาญาอย่างแน่นอน

“สามหาว! เจ้าบังอาจชี้หน้าใส่พระพักตร์ของพระชายางั้นหรือ?!” คุณหนูจูจูชี้หน้าด่าคุณชายไต้ด้วยความโกรธ

“เหอะ ท่านพ่อข้าบอกว่าเจ้าเป็นเพียงว่าที่พระชายามิใช่หรือ ยังมีหน้าโผล่มาที่นี่ได้ยังไง!”

ทุกคนต่างหันมาจ้องมองที่หญิงสาวด้วยสายตาไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“เรื่องในวังหลวงหาใช่เจ้าจะสอดปากเข้ามาได้”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำให้บรรยากาศอึมครึมกะทันหัน

“พระชายากับเราอภิเษกสมรสตามกฎหมาย มีหลายผู้หลายคนต่างเป็นพยาน แล้วเจ้ากล่าวหาว่าพระชายาของข้าเป็นว่าที่พระชายาได้อย่างไร?”

สายตาขององค์รัชทายาททะมึนลง จนบรรยากาศอึมครึมลงกว่าในตอนแรก

“เจ้าเด็กเวรนี่…”

หมับ โครม!

ทุกคนต่างตื่นตระหนกตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รวมถึงหวังจิ้งเสวียนที่ยืนตกใจไม่ต่างกัน

“คุณชายไต้!”

คุณชายทั้งสี่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือคุณชายไต้ที่นอนบาดเจ็บสาหัส โดยมีสตรีนั่งยอง ๆ อยู่ใกล้

หมับ

“อ้าก! เจ็บ!” คุณชายไต้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

หลี่หลิ่งฟางจิกเส้นผมเป็นกำดึงศีรษะคุณชายไต้ขึ้นมาจากหลุมไม้ที่ยุบลงไป ใบหน้าของเขาเกิดบาดแผลใหญ่และเศษไม้ทิ่มตามใบหน้า

“กล้าดีได้อย่างไรถึงพูดจาหมา ๆ ใส่องค์รัชทายาทที่เป็นถึงโอรสของสวรรค์ คนต่ำช้าอย่างเจ้าน่าถูกตัดคอด้วยซ้ำ นี่...ข้ายังไม่หายโกรธที่คนเลว ๆ แบบเจ้าทำกิริยาไร้มารยาทใส่สวามีของข้าเลย นี่...เงียบทำไมวะไอ้สวะ!”

หลี่หลิ่งฟางจิกผมคุณชายไต้เขย่าไปมาด้วยความโกรธ ก่อนจะปล่อยทิ้งไม่ไยดีและลุกขึ้นยืนบีบคอคนที่ยืนอยู่ใกล้มือที่สุด

“อึก!”

“นี่ทำอันใดของเจ้าน่ะ?!”

หลี่หลิ่งฟางปรายตามองชายหนุ่มอีกสามคนที่เหลือ ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

“มีตาหรือไม่ มิเห็นหรือว่าข้ากำลังทำอันใด?”

หลี่หลิ่งฟางบีบคอคุณชายจับเหวี่ยงไปทางคุณชายทั้งสาม นางก้าวขายาวประชิดตัวคนทั้งสี่ จากนั้นจนเกิดเป็นภาพตะลุมบอนขึ้น หลี่หลิ่งฟางใช้กำลังที่ตนมีทำร้ายคนพวกนั้นจนบางคนถึงขั้นสลบเมือดไป

ผัวะ! ผัวะ! ตุบ! ตับ! โครม!

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้หวังจิ้งเสวียนยืนอึ้งกับศิลปะการต่อสู้ของพระชายา พอเขาตั้งสติได้รีบตรัสสั่งให้ชิงหลานองครักษ์ของตนรีบเข้าไปจับแยก

“ชิงหลาน!”

ชิงหลานที่ได้สติหลังตกใจกับสถานการณ์ที่ตนเพิ่งเคยพบเห็นรีบเข้าไปแยกพระชายาออกห่างจากคุณชายทั้งห้า

“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดเย็นพระทัยลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

เพราะชิงหลานเข้ามาด้านหลังกะทันหันจนโดนหญิงสาวเตะเข้าท้องอย่างจัง

โครม!

ตัวของชิงหลายลอยไปกระแทกกับโต๊ะน้ำชาง่ายดาย ยิ่งทำให้ทุกคนเริ่มหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

หวังจิ้งเสวียนกัดฟันรีบวิ่งเข้าไปหาพระชายาของตน “พระชายาเย็นพระทัยลงก่อน!”

หมับ

หวังจิ้งเสวียนตรึงแขนขวาที่ง้างจะต่อยเอาไว้ได้ทัน “พระชายา!” หวังจิ้งเสวียนพยายามเรียกสติพลางรั้งแขนของหญิงสาวเอาไว้ด้วย

หวังจิ้งเสวียนไม่เคยเจออิสตรีคนใดที่มีแรงอันมหาศาลดุจบุรุษมาก่อน และอิสตรีคนนั้นก็คือพระชายาของตน

“อึก พระชายาเย็นพระทัยเดี๋ยวนี้!”

เสียงของหวังจิ้งเสวียนไม่ได้ส่งไปถึงสติของหลี่หลิ่งฟางสักนิด ซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทำให้บุรุษรีบวิ่งเข้ามาห้าม

“พระชายา!”

“พระชายาอย่านะพ่ะย่ะค่ะ!”

ศีรษะของหวังจิ้งเสวียนถูกฝ่ามือบางทั้งสองข้างจับตรึงเอาไว้ พร้อมที่จะหักคอเต็มที

หวังจิ้งเสวียนใช้แรงทั้งหมดจับข้อมือของหญิงสาวและออกแรงบีบ จนดวงหน้างามตรงหน้าเหยเก สายตาที่มุ่งร้ายกะพริบปริบ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างใส

“อะ...องค์รัชทายาท”

หวังจิ้งเสวียนถอนหายใจสวมกอดหญิงสาวตรงหน้าอย่างโล่งอก “เรานึกว่าเราจะเป็นศพไปเสียแล้ว ฮะ ฮะ ฮ่า”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉัน...”

“ชู่วว มิเป็นไร เราเข้าพระทัยเจ้า”

หลี่หลิ่งฟางซุกใบหน้าบนลาดไหล่กว้างสวมกอดชายหนุ่มแน่น

ทันใดนั้นสุรเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายด้านนอกศาลา

“ที่นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

*****

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   บทส่งท้าย : ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ผ่านไปหายวันชินอ๋องได้รับโทษประหาร และเสนาบดีกรมโยธากับเสนาบดีกรมพิธีการก็ได้รับโทษเช่นกัน ฮ่องเต้กวาดล้างฝ่ายกบฏตามรายชื่อในสมุดบันทึกจดสิ้น ท่ามกลางแสงอรุณแห่งการเริ่มต้นใหม่หวังจิ้งเสวียนและหลี่หลิ่งฟางต่างใช้ชีวิตเรียบง่ายในวัง พวกเขามักจะมาพักผ่อนที่เรือนผิงอันกลางสระบัวหลวง ที่สร้างขึ้นมาพร้อมทำนุบำรุงวังหลวงเมื่อครานั้นตั่งตั้งตรงกลางโถงกว้างที่รับลมสี่ทิศ ผ้าม่านพลิ้วไหวยามสายลมวสันต์พัดผ่าน บนตั้งมีร่างของหวังจิ้งเสวียนนอนหนุนตักหลี่หลิ่งฟาง โดยที่หลี่หลิ่งฟางเล่นผมชายหนุ่มความเงียบสงบทำให้พวกเขาผ่อนคลาย ยามฟังเสียงนกร้อง เสียงปลาหลี่กระโดดขึ้นผิวน้ำ หรือกลิ่นหอมจากต้นเหมยบนฝั่งลอยมา“ฟางเอ๋อร์ หากวันหน้าเราขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าจะยังอยู่เคียงข้างเราหรือไม่?”“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนั้น หม่อมฉันก็อยู่เคียงข้างพระองค์อยู่แล้วตั้งแต่แรก”หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุกปาก “ตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้าเจ้าก่อนจะอภิเษกสมรส วันนั้นเรามิเคยเล่าความรู้สึกให้ผู้ใดฟัง”“เล่ามาให้หม่อมฉันฟังเดี๋ยวนี้&rdqu

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ทำนุบำรุงวังหลวง

    วังหลวงในยามอรุณเบิกฟ้า แสงแดดยามเช้าสาดกระทบยอดหลังคากระเบื้องเคลือบเงาวาว พลันทอแสงสีทองเหนือพระราชวังอันสง่างาม เสียงฆ้องระฆังจากหอระฆังดังสะท้อนก้อง ปลุกหมู่ช่าง ชาววัง และขุนนางให้เริ่มต้นวันใหม่ในเขตพระราชฐานชั้นใน เหล่าช่างหลวงกำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พกค้อน ตะปู และเครื่องไม้เครื่องมือ ขื่อเสาวังที่พังไปจากเหตุการณ์ก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยไม้หอมใหม่เอี่ยม ที่ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผนังวังที่แตกร้าวถูกปะซ่อมบรรจง ดอกไม้ในสวนหลวงถูกปลูกซ้ำด้วยสายพันธุ์หายาก สีสันสดชื่นพอจะกลบกลิ่นคาวเลือดที่เพิ่งจางไปเหล่านางกำนัลและขันทีต่างก้มหน้าเร่งฝีเท้าทำหน้าที่กันอย่างแข็งขัน บางคนขัดลานหินอ่อน บ้างเช็ดราวระเบียงจนเงาวาว ราวกับพยายามลบเลือนภาพความโกลาหลในวันวานให้หมดไปที่หน้าท้องพระโรงใหญ่ ผืนพรมมังกรผืนใหม่จากแคว้นถังเพิ่งปูวางเรียบสนิท เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มทยอยเข้าสู่ที่ประชุม พวกเขาต่างทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ชินอ๋องถูกจับนั้นไม่เพียงเปลี่ยนดุลอำนาจ หากยังสะท้อนว่าองค์รัชทายาทยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกคราบนผนังเบื้องหลังบัลลังก์ บันทึกประวั

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   หลั่งโลหิตล้างแผ่นดิน

    เสียงเกือกม้าเหล็กกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมื่อทหารแม่ทัพหยางเริ่มเคลื่อนพลเดินเข้าสู่เขตจวนชินอ๋อง ประตูไม้ใหญ่ของจวนยังคงปิดแน่น ราวกับเป็นการท้าทายทัพที่มีกำลังพร้อมเต็มที่หวังจิ้งเสวียนไม่รีบร้อน เขายังคงยืนนิ่งพิจารณาผลของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นหลี่หลิ่งฟางกระชับมือบนดาบที่อยู่ข้างเอว หันไปมององค์รัชทายาท สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง“พระองค์มั่นใจหรือไม่ว่าเขาจะเปิดประตู?”หวังจิ้งเสวียนหันไปสบตาหลี่หลิ่งฟาง ดวงตาของเขาแฝงแววเด็ดเดี่ยว “หากเขายังมีความภักดีต่อราชสำนัก แม้เพียงเสี้ยวก็ต้องยอมเปิด แต่หากเขาทรยศ เราก็มิสามารถห้ามทัพได้อีกต่อไป”เสียงคำประกาศจากแม่ทัพหยางดังขึ้นอีกครั้ง“ชินอ๋อง! เปิดประตูเสีย! หากท่านยังยืนกรานกบฏคิดต่อสู้ เราจะมิออมมือ!”ทหารที่อยู่ด้านหลังเริ่มดึงดาบตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการบุกหลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นชี้ไปที่ประตูจวนที่ยังปิดสนิท “เราคงต้องเข้าไปเอง”หวังจิ้งเสวียนหันไปมองหญิงสาว ก่อนจะผงกศีรษะ “ให้ทหารเตรียมพร้อม หากเข

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   เพลิงกบฏชิงอำนาจ

    แสงตะวันยามเช้าถูกกลบด้วยกลุ่มควันจากธูปศึก แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงสวมชุดเกราะสีเหล็กดำ นำทัพทะลวงเข้าประตูวังด้านทิศใต้โดยอ้างคำสั่งจากชินอ๋อง เสียงม้าศึกและธนูโห่ร้องดังก้องทั่วลานพระราชฐานแม่ทัพจ้าวจิ้งหรงนำทัพฝ่าเข้ามาเบื้องหน้าบัลลังก์ทอง โดยคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน สมดั่งที่ทหารลับนามเซียวหนิงเจ๋อแจ้งข่าวลับว่าชินอ๋องพร้อมหนุนหลังเขาโค่นราชสำนักทว่าสิ่งที่รออยู่กลับไม่ใช่ชัยชนะ...หากแต่เป็นกับดักเงาร่างผู้หนึ่งก้าวออกมาจากด้านหลังม่านทองของท้องพระโรง ชุดเกราะทองแดงสะท้อนแสงเป็นประกาย ‘แม่ทัพใหญ่’ ปรากฏตัวพร้อมเสียงประกาศอย่างเยือกเย็น“จ้าวจิ้งหรงเจ้าลืมไปหรือ ว่าในหมากกระดานนี้ ไม่มีที่ยืนสำหรับหมากที่คิดว่าตนเป็นมือเดินหมาก”ข้างกายของแม่ทัพใหญ่ปรากฏร่างของเซียวหนิงเจ๋อ ผู้ปลดหมวกศึกออกเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ‘อันเฉิง’ ศิษย์น้องผู้หายตัวไปนานนับสิบปี ดวงตาคู่นั้นยังเป็นประกายเดิม แต่เปี่ยมด้วยความแน่วแน่ที่ไม่เคยมีในอดีต และตอนนี้เขาคือ ห

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   แฝงตัวซ่อนเร้น

    ยามบ่ายท้องฟ้าเหนือค่ายทหารใหญ่คลุมด้วยม่านเมฆสีเทาเรื่อ เสียงธงผืนใหญ่โบกสะบัดบนยอดเสาทำจากไม้ท่อนโตดังไม่ขาดสาย ค่ายกองเงาริมผาทิศใต้มีเพียงกลิ่นดินเปียกและกลิ่นเหล็กกล้าคละคลุ้งภายในกระโจมบัญชาการกลาง แม่ทัพจ้าวจิ้งหรงยืนพิงโต๊ะแผนที่ แผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนหอก ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังหมากล้อมบนกระดานข้างตัวอย่างครุ่นคิด“เขาเดินหมากตัวแรกแล้ว” เสียงแหบพร่าของแม่ทัพเอ่ยเบา ๆ กับตัวเอง นิ้วมือหยาบกร้านจับหมากดำขึ้นหมุนช้า ๆ ระหว่างปลายนิ้ว“ใต้เท้า มีรายงานจากจุดตรวจฝั่งหลินเหอขอรับ” นายกองหนุ่มผลักม่านเข้ามาค้อมตัวต่ำ “มีนายทหารใหม่ผ่านเข้ามาตามคำสั่งของท่าน เห็นชื่อว่าเซียวหนิงเจ๋อ”จ้าวจิ้งหรงเลิกคิ้ว ดวงตานิ่งราวพยัคฆ์เฝ้าปากถ้ำ “ข้าจำมิได้ว่าเคยสั่งรับใครเข้ามาใหม่ในสัปดาห์นี้”นายกองเงียบไปวูบหนึ่งก่อนกล่าวอย่างลังเล “เขามีป้ายผ่านของกองส่งกำลังเมืองซูอัน ท่าทีสงบ ไม่หวาดกลัว ข้าให้คนเฝ้าตามประกบแล้วขอรับ”“ดี” แม่ทัพกล่าวเรียบ ๆ พลางวางหมากดำลงตำแหน่งกลางกระดาน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ถวายสมุดรายชื่อแด่ฮ่องเต้

    รุ่งเช้าแสงแดดยามอรุณแทรกผ่านบานหน้าต่างทาบทอลงบนพื้นไม้ที่เย็นเยียบ แต่ภายในห้องกลับอบอวลด้วยไออุ่นจากสองร่างที่ยังแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนหนาหญิงสาวพลิกกายช้า ๆ ดวงหน้างามซบแนบอยู่กับแผงอกของชายหนุ่ม เสียงหัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะมั่นคง ราวกับกำลังบอกให้นางได้รู้ว่า...‘เจ้ายังอยู่ตรงนี้ ข้าก็อยู่ตรงนี้’หวังจิ้งเสวียนลืมตาขึ้นยามสัมผัสถึงการเคลื่อนไหว แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากของนางเบา ๆ“เมื่อคืนเจ้าหนาวหรือไม่?” เขาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ขณะปลายนิ้วไล้แนบผิวแก้มของนาง“หม่อมฉันมีพระองค์อยู่เคียงข้างจะหนาวได้อย่างไรเพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มบาง ดวงหน้านั้นมีรอยแดงระเรื่อยิ่งกว่าดอกท้อแรกแย้มหวังจิ้งเสวียนคลี่ยิ้มบางมือของเขากระชับร่างบางไว้แนบอก “เจ้ารู้หรือไม่ เรารอวันเช่นนี้มานานเกินไป แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งใด เราก็จะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเจ้าอีก”หลี่หลิ่งฟางหลุบตาลงต่ำดวงตาสั่นไหวราวสายน้ำกระเพื่อม แต่สุดท้ายก็ค่อย ๆ ผงกศีรษะ “เพคะ ตั้งแต่ว

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   สอบปากคำนักฆ่า

    ภายในห้องลับที่เรือนหลังจวนชินอ๋อง นักฆ่าถูกมัดแน่นด้วยเชือกพิเศษ มือเท้าถูกตรึงเอาไว้แน่นหนา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำหวังจิ้งเสวียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อดี สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มอย่างเรียบง่ายดวงตาคมกริบ“ชื่อ”เสียงเยียบเย็นเพียงคำเดียวทำให้นักฆ่าขนลุกซู่ นัก

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   คนที่ไว้ใจ คือ คนที่ร้ายที่สุด

    วันถัดมากลางเรือนรับรองของจวนชินอ๋อง เหล่าขุนนางชั้นสูงสองสามคนกำลังนั่งดื่มสุราอย่างรื่นเริง ชินอ๋องในอาภรณ์สีเข้มนั่งอยู่เบื้องหน้าตรงกลางท่าทางสงบนิ่ง ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ยากจะเก็บซ่อนเสนาบดีกรมโยธาเอ่ยเบา ๆ “เวลาผ่านไปขนาดนี้แล้ว แผนการของเรากลับยังถูกขัดขวางทุก

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ชินอ๋องขอเข้าเฝ้า

    ในวันรุ่งขึ้นองค์รัชทายาทได้รับจดหมายจากจวนชินอ๋อง ว่าเขาต้องการจะมาขอเข้าเฝ้าที่สำนักศึกษา ซึ่งในตอนนี้ภายในห้องรับรองของสำนักศึกษา องค์รัชทายาทและชินอ๋องกำลังนั่งอยู่ด้วยกันบรรยากาศภายในห้องเงียบกริบจนน่าอึดอัด องค์รัชทายาทนั่งจิบชาเฝ้ารออย่างสงบ แต่ยังคงไร้วี่แววเสียงเอ่ยสนทนา จนกระทั่

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ความจริงทั้งหมด

    ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพร จนหายใจได้ลำบากมากนัก หวังจิ้งเสวียนในตอนนี้กำลังนอนมองพระชายาของตนเดินไปเดินมา นางหยิบจับหลายอย่างประหนึ่งมองไม่เห็นว่าตนมองอยู่หวังจิ้งเสวียนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามจะเอ่ยเรียกหญิงสาว แต่ดูเหมือนนางจะไม่สนใจว่าตนอยู่ตรงนี้เลยสักนิด“พระชายา&rdq

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status