Home / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

Share

พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

last update Last Updated: 2026-01-23 15:00:23

หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่ม

แต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี่หลิ่งฟางตั้งรับไม่ทัน

“พระชายาเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดูเหมือนนางฟ้ามากเลยเพคะ!”

“พระชายางดงามมากเลยเพคะ!”

“กระหม่อมเพิ่งเคยเจอพระชายาตัวเป็น ๆ ครั้งแรกเลย พระองค์งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

“พระชายาเหมาะสมกับองค์รัชทายาทมากเลยเพคะ!”

“พระชายาเป็นธิดาสวรรค์หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ ทำไมพระองค์ถึงดูสูงส่งจนกระหม่อมดูต้อยต่ำไปเลย”

“นั่นสิเพคะ”

“พระชายา...”

หลี่หลิ่งฟางยิ้มแห้งไม่รู้ว่าตนจะตอบคำถามไหนกลับก่อนดี จนกระทั่ง...

“นี่พวกเจ้ากำลังทำให้พระชายาของเราตกพระทัยนะ ถอย ๆ ห่างออกไปหน่อยสิ”

เสียงของหวังจิ้งเสวียนที่ตรัสห้ามปรามสหายฟังดูเหมือนเด็กน้อย จนทุกคนหัวเราะออกมา

“อันใดกันเพคะ ที่แท้องค์รัชทายาททรงหวงพระชายานี่เอง จะตรัสอ้อมทำไมล่ะเพคะ”

“คุณหนูจูจูกล่าวอันใด เราน่ะ...”

“โธ่ องค์รัชทายาทจะปฏิเสธความจริงทำไมล่ะพ่ะย่ะค่ะ หรือว่าพระองค์มิได้หวงพระชายาพ่ะย่ะค่ะ?”

“หน็อย คุณชายหลง นี่เจ้า!”

พระพักตร์แดงก่ำขององค์รัชทายาททำให้เหล่าสหายต่างยิ้มกริ่มรู้สึกขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกัน

หลี่หลิ่งฟางเพิ่งเคยเห็นหวังจิ้งเสวียนเขินอายเถียงไม่ออกครั้งแรก และไม่คิดว่าเหล่ามิตรสหายของชายหนุ่มดู ๆ แล้วเหมือนจะเป็นคนดีด้วยซ้ำ ทุกคนดูชื่นชอบชายหนุ่มอย่างมาก

เพราะคิดอย่างนั้นคำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินดันดังขึ้นมาในมุมหนึ่งของศาลา

สายตาทุกคู่หันไปจ้องมองทางต้นเสียง บริเวณนั้นมีบุรุษสี่ห้าคนนั่งจิบชายกยิ้มมุมปาก สายตาที่มองมาดูก็รู้ว่าเหยียดหยาม

“หึ พวกเจ้าเอาแต่ประจบประแจงหวังมีที่พึ่ง ช่างน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ”

“นั่นสิ เป็นบุรุษแท้ ๆ แต่กลับอ่อนแอดุจอิสตรี”

“เดี๋ยวนะ ชื่อเดิมก็เหมือนสตรีมิใช่หรือ? ชื่อว่าอันใดนะ อืม...”

“เสวียนลู่!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ”

คนพวกนั้นต่างหัวเราะออกมาเสียงดัง โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่พูดนั้นจะสร้างปัญหาให้ตนหรือไม่

“เจ้าพวกนั้นเอาอีกแล้ว”

“เพราะเป็นบุตรชายของเจ้ากรมอาญางั้นหรือ ถึงทำตัวกร่างได้!”

“พวกสวะนั่น”

หลี่หลิ่งฟางเข้าใจสถานการณ์หมดแล้ว นางจึงลุกขึ้นยืนเงียบ ๆ

“พระชายาเจ้าจะไปไหน?” หวังจิ้งเสวียนตรัสถามทันทีที่เห็นพระชายาลุกขึ้นยืน

“หม่อมฉันอยากไปสูดอากาศหน่อยเพคะ พอดีว่าแถวนี้อากาศมิค่อยบริสุทธิ์นัก”

“อากาศมิค่อยบริสุทธิ์อย่างไรหรือเพคะพระชายา?”

“ก็ยกตัวอย่างเช่น...ตรงนั้น”

สายตาทุกคู่หันไปทางนิ้วที่พระชายาชี้ ซึ่งนิ้วชี้ไปยังกลุ่มของคุณชายพวกนั้น เหล่าสหายต่างลอบขบขันที่พระชายากล้าตอบโต้กลับ

“นี่เจ้า!”

คุณชายที่แต่งตัวดูดีกว่าคุณชายคนอื่น ๆ หลี่หลิ่งฟางคิดว่าน่าจะเป็นบุตรชายของเจ้ากรมอาญาอย่างแน่นอน

“สามหาว! เจ้าบังอาจชี้หน้าใส่พระพักตร์ของพระชายางั้นหรือ?!” คุณหนูจูจูชี้หน้าด่าคุณชายไต้ด้วยความโกรธ

“เหอะ ท่านพ่อข้าบอกว่าเจ้าเป็นเพียงว่าที่พระชายามิใช่หรือ ยังมีหน้าโผล่มาที่นี่ได้ยังไง!”

ทุกคนต่างหันมาจ้องมองที่หญิงสาวด้วยสายตาไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“เรื่องในวังหลวงหาใช่เจ้าจะสอดปากเข้ามาได้”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำให้บรรยากาศอึมครึมกะทันหัน

“พระชายากับเราอภิเษกสมรสตามกฎหมาย มีหลายผู้หลายคนต่างเป็นพยาน แล้วเจ้ากล่าวหาว่าพระชายาของข้าเป็นว่าที่พระชายาได้อย่างไร?”

สายตาขององค์รัชทายาททะมึนลง จนบรรยากาศอึมครึมลงกว่าในตอนแรก

“เจ้าเด็กเวรนี่…”

หมับ โครม!

ทุกคนต่างตื่นตระหนกตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รวมถึงหวังจิ้งเสวียนที่ยืนตกใจไม่ต่างกัน

“คุณชายไต้!”

คุณชายทั้งสี่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือคุณชายไต้ที่นอนบาดเจ็บสาหัส โดยมีสตรีนั่งยอง ๆ อยู่ใกล้

หมับ

“อ้าก! เจ็บ!” คุณชายไต้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

หลี่หลิ่งฟางจิกเส้นผมเป็นกำดึงศีรษะคุณชายไต้ขึ้นมาจากหลุมไม้ที่ยุบลงไป ใบหน้าของเขาเกิดบาดแผลใหญ่และเศษไม้ทิ่มตามใบหน้า

“กล้าดีได้อย่างไรถึงพูดจาหมา ๆ ใส่องค์รัชทายาทที่เป็นถึงโอรสของสวรรค์ คนต่ำช้าอย่างเจ้าน่าถูกตัดคอด้วยซ้ำ นี่...ข้ายังไม่หายโกรธที่คนเลว ๆ แบบเจ้าทำกิริยาไร้มารยาทใส่สวามีของข้าเลย นี่...เงียบทำไมวะไอ้สวะ!”

หลี่หลิ่งฟางจิกผมคุณชายไต้เขย่าไปมาด้วยความโกรธ ก่อนจะปล่อยทิ้งไม่ไยดีและลุกขึ้นยืนบีบคอคนที่ยืนอยู่ใกล้มือที่สุด

“อึก!”

“นี่ทำอันใดของเจ้าน่ะ?!”

หลี่หลิ่งฟางปรายตามองชายหนุ่มอีกสามคนที่เหลือ ที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

“มีตาหรือไม่ มิเห็นหรือว่าข้ากำลังทำอันใด?”

หลี่หลิ่งฟางบีบคอคุณชายจับเหวี่ยงไปทางคุณชายทั้งสาม นางก้าวขายาวประชิดตัวคนทั้งสี่ จากนั้นจนเกิดเป็นภาพตะลุมบอนขึ้น หลี่หลิ่งฟางใช้กำลังที่ตนมีทำร้ายคนพวกนั้นจนบางคนถึงขั้นสลบเมือดไป

ผัวะ! ผัวะ! ตุบ! ตับ! โครม!

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้หวังจิ้งเสวียนยืนอึ้งกับศิลปะการต่อสู้ของพระชายา พอเขาตั้งสติได้รีบตรัสสั่งให้ชิงหลานองครักษ์ของตนรีบเข้าไปจับแยก

“ชิงหลาน!”

ชิงหลานที่ได้สติหลังตกใจกับสถานการณ์ที่ตนเพิ่งเคยพบเห็นรีบเข้าไปแยกพระชายาออกห่างจากคุณชายทั้งห้า

“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดเย็นพระทัยลงก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

เพราะชิงหลานเข้ามาด้านหลังกะทันหันจนโดนหญิงสาวเตะเข้าท้องอย่างจัง

โครม!

ตัวของชิงหลายลอยไปกระแทกกับโต๊ะน้ำชาง่ายดาย ยิ่งทำให้ทุกคนเริ่มหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

หวังจิ้งเสวียนกัดฟันรีบวิ่งเข้าไปหาพระชายาของตน “พระชายาเย็นพระทัยลงก่อน!”

หมับ

หวังจิ้งเสวียนตรึงแขนขวาที่ง้างจะต่อยเอาไว้ได้ทัน “พระชายา!” หวังจิ้งเสวียนพยายามเรียกสติพลางรั้งแขนของหญิงสาวเอาไว้ด้วย

หวังจิ้งเสวียนไม่เคยเจออิสตรีคนใดที่มีแรงอันมหาศาลดุจบุรุษมาก่อน และอิสตรีคนนั้นก็คือพระชายาของตน

“อึก พระชายาเย็นพระทัยเดี๋ยวนี้!”

เสียงของหวังจิ้งเสวียนไม่ได้ส่งไปถึงสติของหลี่หลิ่งฟางสักนิด ซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทำให้บุรุษรีบวิ่งเข้ามาห้าม

“พระชายา!”

“พระชายาอย่านะพ่ะย่ะค่ะ!”

ศีรษะของหวังจิ้งเสวียนถูกฝ่ามือบางทั้งสองข้างจับตรึงเอาไว้ พร้อมที่จะหักคอเต็มที

หวังจิ้งเสวียนใช้แรงทั้งหมดจับข้อมือของหญิงสาวและออกแรงบีบ จนดวงหน้างามตรงหน้าเหยเก สายตาที่มุ่งร้ายกะพริบปริบ ๆ แปรเปลี่ยนเป็นกระจ่างใส

“อะ...องค์รัชทายาท”

หวังจิ้งเสวียนถอนหายใจสวมกอดหญิงสาวตรงหน้าอย่างโล่งอก “เรานึกว่าเราจะเป็นศพไปเสียแล้ว ฮะ ฮะ ฮ่า”

“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉัน...”

“ชู่วว มิเป็นไร เราเข้าพระทัยเจ้า”

หลี่หลิ่งฟางซุกใบหน้าบนลาดไหล่กว้างสวมกอดชายหนุ่มแน่น

ทันใดนั้นสุรเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายด้านนอกศาลา

“ที่นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

*****

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ไม่อยากกลับไปเป็นเช่นเดิม

    เมื่อก้าวเท้าข้ามพ้นหน้าประตูจวนตระกูลถงไม่ทันไร เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาตรงหน้าทันที“วันนี้เจ้าก่อเรื่องเอาไว้มากมาย วันพรุ่งเจ้ากรมอาญาคงเข้าวังหลวงไปทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท เจ้าอาจจะทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีบิดาของเจ้าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”“แต่คนพวกนั้นบังอาจหมิ่นพระเกียรติของพระองค์นะเพคะ”“เรื่องเกียรติยศหรือศักดิ์ศรีของเรา เรามิใส่พระทัยอยู่แล้ว”“จะมิใส่พระทัยได้อย่างไรเพคะ องค์รัชทายาทจะให้หม่อมฉันทนยืนดูเฉย ๆ หรือ? ในเมื่อพวกเขาล่วงเกินพระองค์ถึงเพียงนั้น”“แต่คนพวกนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าในภายหลัง”“เรื่องนั้นหม่อมฉันปกป้องตนเอง...”“หลี่หลิ่งฟาง!”หลี่หลิ่งฟางสะดุ้งโหยงเมื่อถูกตะคอกเสียงดังลั่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกชายหนุ่มขึ้นเสียงใส่ ไม่รู้ว่าตนต้องแสดงความรู้สึกอย่างไร จะโกรธหรือเสียใจดีและนั่น คือ คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเงียบใส่กันตลอดเวลาเดินทางกลับเมื่อรถม้าจอดเทียบประตูวังหลวง หวังจิ้งเสวียนก้าวลงจากรถม้าและเดินจากไปทันที หลี่หลิ่งฟางได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยวาจาสักคำ“พระชายาเพคะ...”หลี่หลิ่งฟางหันไปยิ้มบางให้อันฉี “ช่างเถิด เรากลับตำหนักของเร

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตัวละครเอกคลี่คลายสถานการณ์

    บรรยากาศในศาลาเงียบงันลงทันทีที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่ก้าวเข้ามา เขากวาดตามองร่างของคุณชายไต้ที่นอนสลบแน่นิ่ง และบุรุษอีกหลายผู้ ซึ่งบาดเจ็บ ฟกช้ำไปทั้งร่าง ก่อนสายตาจะหันไปหยุดยังสตรีหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางความวุ่นวาย และด้านข้างของนางมีองค์รัชทายาทประทับยืนอยู่มู่จงชิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงย่างเท้าอย่างเงียบงันเข้าสู่ศาลาเพียงไม่กี่ก้าว ก็มายืนอยู่กลางผู้คน“มิทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?”เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น พลางยืนสงบมือไพล่หลัง สีหน้าของเขาราวกับไม่เข้าใจภาพที่เห็นตรงหน้าคุณชายเนี่ยหนึ่งในสหายของคุณชายไต้ รีบรุดออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“คุณชายมู่ โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดขอรับ! สตรีผู้นั้นนาง...นางทำร้ายคุณชายไต้จนบาดเจ็บหนัก มิหนำซ้ำยังลงมือกับพวกข้าด้วย ขอคุณชายได้โปรดจัดการนางแทนพวกเราด้วยเถิดขอรับ!”มู่จงชิงปรายตากลับมามองที่อิสตรีผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง สายตาของเขากวาดสำรวจเงียบ ๆ บนฝ่ามือของนางยังมีรอยเลือดจางติดอยู่ รอยแดงตามข้อมือบ่งชัดว่านางเคยถูกบีบอย่างแรงจนช้ำขณะที่มู่จงชิงกำล

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

    หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่มแต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี่หลิ่งฟางตั้งรับไม่ทัน“พระชายาเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดูเหมือนนางฟ้ามากเลยเพคะ!”“พระชายางดงามมากเลยเพคะ!”“กระหม่อมเพิ่งเคยเจอพระชายาตัวเป็น ๆ ครั้งแรกเลย พระองค์งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!”“พระชายาเหมาะสมกับองค์รัชทายาทมากเลยเพคะ!”“พระชายาเป็นธิดาสวรรค์หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ ทำไมพระองค์ถึงดูสูงส่งจนกระหม่อมดูต้อยต่ำไปเลย”“นั่นสิเพคะ”“พระชายา...”หลี่หลิ่งฟางยิ้มแห้งไม่รู้ว่าตนจะตอบคำถามไหนกลับก่อนดี จนกระทั่ง...“นี่พวกเจ้ากำลังทำให้พระชายาของเราตกพระทัยนะ ถอย ๆ ห่างออกไปหน่อยสิ”เสียงของหวังจิ้งเสวียนที่ตรัสห้ามปรามสหายฟังดูเหมือนเด็กน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ทางด้านศาลาจัดงานเลี้ยงน้ำชามีเหล่าแขกที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญต่างนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ่าวรับใช้สองสามคนรีบกุลีกุจอยกเบาะรองนั่งอีกอันมาจัดข้าง ๆ ที่ว่าง แถมจัดเตรียมกาน้ำชาและจอกอันใหม่ที่ดูหรูหรากว่าของผู้อื่นเอาไว้ฮูหยินถงซึ่งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด เหตุใดถึงเตรียมกาน้ำชาชุดราคาแพงเช่นนั้นออกมา แล้วเบาะรองนั่งอีกอันของผู้ใดกัน?”“บ่าวได้รับคำสั่งมาจากมามาเจ้าค่ะ เห็นว่ามีแขกสำคัญมาเพิ่มเติม”“แขกคนสำคัญ?” ฮูหยินถงทวนคำ น้ำเสียงแฝงแววประหลาดใจ“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” คุณหนูใหญ่ถงเอ่ยถามกับท่านแม่ด้วยความสงสัย“พวกบ่าวรับใช้บอกว่ามามาสั่งให้จัดเตรียมเอาไว้น่ะ”ระหว่างที่ฮูหยินถงกำลังพูดคุยกับบุตรีคนโต เสียงของบ่าวรับใช้อีกคนกำลังเอ่ยขอร้องอย่างยากลำบากอยู่ใกล้ ๆ“คุณหนูเจ้าคะ ได้โปรดย้ายที่นั่งให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ”คุณหนูรองถงหันขวับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมข้าจะต้องย้าย? ข้า

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   รุ่งอรุณการเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันรุ่งขึ้นหวังจิ้งเสวียนหันไปตรัสสั่งกับชิงหลานว่า “วันนี้เราจะพาพระชายาไปเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลถง เจ้าคอยอารักขานางให้ดี”“พ่ะย่ะค่ะ”หลี่หลิ่งฟางที่ถูกปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขันกำลังยืนหาววอด ๆ โดยมีอันฉียืนเยื้องอยู่ด้านข้าง“หาว...”“พระชายาเพคะ รักษาอากัปกิริยาหน่อยสิเพคะ” อันฉีเอ่ยเสียงเอ็ดผู้เป็นนายของตน“ข้าพยายามแล้ว แต่ข้ารู้สึกง่วงมากจริง ๆ นะอันฉี” หลี่หลิ่งฟางยืนขยี้ตนของตนกระทั่งเสียงทุ้มดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง“เจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?”“อืม” หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่หวังจิ้งเสวียนนำหลี่หลิ่งฟางเดินไปขึ้นรถม้าประจำตัวของตน โดยที่อันฉีให้พื้นที่ส่วนตัวแกผู้เป็นนาย นางจึงเลือกไปนั่งด้านหน้ารถม้าข้าง ๆ องครักษ์ขององค์รัชทายาทแทนระหว่างกำลังเดินทางไปยังจวนตระกูลถง หลี่หลิ่งฟางที่กำลังนั่งสัปหงกมีเรื่องสงสัยจึงทูลถามกับอง์รัชทายาท“องค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันมิเห็นเฉินกงกงเลย เขามิได้มาคอยปรนนิบัติพระองค์หรือเพคะ?”“เฉินกงกงเป็นขันทีข้างพระวรกายของฝ่าบาท ตอนนี้เราไม่มีขันทีข้างกายมีเพียงองครักษ์เท่านั้น อย่างที่พระชายาทราบดี รอบตัวเรามีแต่เ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด

    หลี่หลิ่งฟางยังคงเพลิดเพลินไปกับการพยายามเอาตัวรอดของลูกเจี๊ยบตัวน้อยผู้อ่อนแอ แม้ร่างกายนี้จะเป็นบุรุษแต่กลับอ่อนแอเฉกเช่นอิสตรียิ่งถูกตรอนให้จนมุมมากเท่าใด สมองก็ยิ่งสั่งการให้ดิ้นรนเอาตัวรอดมากขึ้นเท่านั้น“อึก อ่อย! แค่ก แค่ก”ดวงตาดอกท้อเสมองพระพักตร์เกลี้ยงเกลา แต่กลับย้อมไปด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงตาหงส์ที่สง่าสูงส่งกลับฉายความกลัวเต็มประดาหลี่หลิ่งฟางผ่อนแรงที่บีบคอจนหวังจิ้งเสวียนไอออกมา รีบกอบโกยลมหายใจเข้าปอดอย่างทุลักทุเล“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”ดวงตาดอกท้อมองนิ่งยามที่เจ้าลูกเจี๊ยบหายใจเร็วถี่จนลมหายใจติดขัด ใบหน้าแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจมานาน“แค่ก! แค่ก! อึก...เจ้า!” ดวงตาหงส์แดงก่ำจับจ้องมาที่หญิงสาวด้านบน ความโกรธฉายออกมาผสมปนเปกับความขลาดกลัวหลี่หลิ่งฟางเห็นเช่นนั้นบนดวงหน้างามเหยียดยิ้มมุมปาก ภายในอกหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น “ทำไม โกรธงั้นหรือเพคะ? แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่พระองค์ทำกับหม่อมฉัน” หลี่หลิ่งฟางก้มไปกระซิบที่ข้างใบหูหวังจิ้งเสวียนขยับศีรษะออกจากเสียงพูดชวนขุนลุกนั้น“ตายจริง หม่อมฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status