Home / รักโบราณ / นักฆ่าตำหนักเย็น / มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

Share

มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

last update Last Updated: 2026-01-22 15:00:35

ทางด้านศาลาจัดงานเลี้ยงน้ำชามีเหล่าแขกที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญต่างนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ่าวรับใช้สองสามคนรีบกุลีกุจอยกเบาะรองนั่งอีกอันมาจัดข้าง ๆ ที่ว่าง แถมจัดเตรียมกาน้ำชาและจอกอันใหม่ที่ดูหรูหรากว่าของผู้อื่นเอาไว้

ฮูหยินถงซึ่งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด เหตุใดถึงเตรียมกาน้ำชาชุดราคาแพงเช่นนั้นออกมา แล้วเบาะรองนั่งอีกอันของผู้ใดกัน?”

“บ่าวได้รับคำสั่งมาจากมามาเจ้าค่ะ เห็นว่ามีแขกสำคัญมาเพิ่มเติม”

“แขกคนสำคัญ?” ฮูหยินถงทวนคำ น้ำเสียงแฝงแววประหลาดใจ

“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” คุณหนูใหญ่ถงเอ่ยถามกับท่านแม่ด้วยความสงสัย

“พวกบ่าวรับใช้บอกว่ามามาสั่งให้จัดเตรียมเอาไว้น่ะ”

ระหว่างที่ฮูหยินถงกำลังพูดคุยกับบุตรีคนโต เสียงของบ่าวรับใช้อีกคนกำลังเอ่ยขอร้องอย่างยากลำบากอยู่ใกล้ ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ ได้โปรดย้ายที่นั่งให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

คุณหนูรองถงหันขวับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมข้าจะต้องย้าย? ข้าจะนั่งตรงนี้!”

“คุณหนูเจ้าคะ พอดีที่ตรงนี้เป็นที่นั่งสำหรับแขกคนสำคัญเจ้าค่ะ”

“ก็ให้แขกนั่นไปนั่งที่อื่นสิ! เหตุใดจะต้องมานั่งข้างองค์รัชทายาทด้วย ข้าต้องการจะนั่งตรงนี้!”

“คุณหนูเจ้าคะ...”

ฮูหยินถงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ปล่อยนางไปเถิด เจ้าพูดยังไงนางก็มิฟังหรอก”

คุณหนูใหญ่ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างอ่อนใจกับความดื้อรั้นของน้องสาว

“แต่ว่าฮูหยินเจ้าคะ มามาสั่งกำชับบ่าวมาว่า...”

“เอ๊ะ! เป็นแค่บ่าวริอาจเถียงกับเจ้านายอย่างงั้นหรือ?!”

“บ่าวมิกล้า แต่ว่า...”

“ทำไมเสียงดังเอะอะวุ่นวายราวกับตลาดสดเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร!”

ทุกคนในศาลาต่างสะดุ้งตกใจเมื่อสุรเสียงทุ้มต่ำตะคอกมาจากนอกศาลา บ่าวรับใช้ต่างรีบถอยหลบเข้ามุม ชายชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าทะมึน

“เหยาเอ๋อร์ เหตุใดจึงยังมิลุกเปลี่ยนที่นั่งอีก?”

“ท่านพ่อ ลูกบอกกับท่านพ่อไปแล้วว่าลูกอยากจะนั่งข้างองค์รัชทายาทเจ้าค่ะ”

“เหยาเอ๋อร์! พ่อเลี้ยงเจ้ามาจนเสียคนแล้วหรืออย่างไร ลุกเดี๋ยวนี้!”

“ท่านพ่อ!”

คุณหนูใหญ่รีบลุกขึ้นมายืนขวางกลางทั้งสอง “ท่านพ่อใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ เหยาเอ๋อร์ยังเด็กนัก ปล่อยนางไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

“เพราะเจ้าเอาแต่ตามใจน้องมิเลิก น้องเจ้าถึงได้เสียคนเช่นนี้!”

“ท่านพ่อ!” คุณหนูรองขึ้นเสียงแย้งบิดา

ขณะเดียวกัน ทางด้านหลี่หลิ่งฟางที่กำลังยืนดูละครคุณธรรมของครอบครัวผู้ดีมีฐานะก็อดรู้สึกขันไม่ได้

‘ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมนางถึงเอาแต่ใจ’ หลี่หลิ่งฟางถอนหายใจเบา ๆ พลางยิ้มขบขันในใจ ‘เพราะคุณหนูรองตกหลุมรักองค์รัชทายาทเต็มเปาน่ะสิ’

หวังจิ้งเสวียนที่ยืนอยู่ข้างกายจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติบนสีหน้าของนาง เขาจึงตรัสถามด้วยความสงสัย

“พระชายาเจ้ารู้สึกอึดอัดหรือ? ที่ต้องมาเจอกับสถานการ์เช่นนี้”

“เปล่าเพคะ” หลี่หลิ่งฟางส่ายหน้าเบา ๆ “หม่อมฉันรู้ว่าทำไมคุณหนูรองถึงเอาแต่ใจนัก”

“ทำไมงั้นหรือ?”

“ก็เพราะนางตกหลุมรักพระองค์น่ะสิเพคะ” หลี่หลิ่งฟางตอบเรียบก่อนจะยิ้มกริ่ม “สตรีเมื่อมีใจรักก็มักอยากอยู่ใกล้กับผู้ที่ตนหลงใหล บุรุษก็มิต่างกันหรอกเพคะ”

“อ้อ...พระชายาหึงหวงเราใช่หรือไม่?”

หลี่หลิ่งฟางยกมือขึ้นกุมขมับ “องค์รัชทายาท บางทีพระองค์ก็หลงตนเองเหมือนกันนะเพคะ”

“ฮ่าๆๆ พระชายาพูดซะเรารู้สึกเจ็บปวดใจเลย”

ไม่นานนักเจ้าตระกูลถงเดินออกมาจากศาลา

“กระหม่อมต้องขอประทานอภัยที่ทำให้ทั้งสองพระองค์ยืนคอย เสด็จตามกระหม่อมมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่หลิ่งฟางเดินตามหลังองค์รัชทายาทเข้าไปในศาลา ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาเสียงของคุณหนูรองก็ดังขึ้น

“องค์รัชทายาทเสด็จมาถึงแล้วหรือเพคะ! ที่ประทับของพระองค์อยู่ตรงนี้เพคะ!”

หลี่หลิ่งฟางเห็นคุณหนูรองยกยิ้มกว้างต้อนรับองค์รัชทายาทด้วยดวงตาเปล่งประกาย นางคงคิดว่าตนจะได้นั่งเคียงข้างองค์รัชทายาทในฝัน

หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

“พระชายา เหตุใดเจ้ามิเดินตามเรามาเล่า มานั่งตรงนี้ข้าง ๆ เราสิ”

หลี่หลิ่งฟางมองจ้องไปที่คุณหนูรองที่มีใบหน้าเผือดสี ร่างแข็งค้างเหมือนถูกสาป และไม่ใช่เพียงแค่นางเท่านั้น เหล่าแขกเหรื่อคนอื่น ๆ ก็ล้วนแสดงสีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน

หลี่หลิ่งฟางยิ้มบางเดินไปประทับนั่งลงเคียงข้างองค์รัชทายาท บ่าวรับใช้รีบเดินยกชาราคาแพงมารินลงจอกตรงหน้าด้วยความเร่งรีบ

“พวกเจ้านั่งลงเถิด”

เสียงตรัสขององค์รัชทายาทเรียกสติของทุกคน พวกเขาทยอยนั่งลงกับที่ของตนเอง คุณหนูรองนั่งลงใกล้กับหลี่หลิ่งฟางทางด้านขวามือ นางเอาแต่พึมพำจนคุณหนูใหญ่ต้องห้ามปราม

“มาเถิด เลยเวลางานเลี้ยงน้ำชามามากแล้ว” เจ้าตระกูลถงยกจอกชากล่าวทักทายแขกเหรื่อในงาน

งานเลี้ยงน้ำชาจึงเริ่มขึ้นตามกำหนด อาหารเลิศรสมากมายบนโต๊ะเรียกต่อมน้ำลายของหลี่หลิ่งฟางเป็นอย่างดี แต่ดูเหมือนนางจะยังทานไม่ได้ ถ้าไม่ได้ตรวจสอบพิษก่อน

“องค์รัชทายาทเพคะ เราจะมิตรวจสอบพิษก่อนหรือเพคะ” หลี่หลิ่งฟางทูลถาม เพราะเห็นว่าชายหนุ่มคีบอาหารเข้าปากไปคำหนึ่งแล้ว

“อาหารที่นี่ปลอดภัยทุกอย่าง เจ้าสามารถเสวยได้เลยพระชายา”

‘แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะ เจ้าลูกเจี๊ยบนี่! เอ๊ะ? ข้ายังเรียกเจ้านี่เป็นลูกเจี๊ยบได้อีกเหรอ’

นางบ่นในใจก่อนจะคีบหมูสามชั้นเข้าปาก รสชาติอาหารกลมกล่อมอร่อยจนน้ำตาแทบไหล หลี่หลิ่งฟางเห็นว่าหมูสามชั้นอร่อยเลยคีบใส่ถ้วยข้าวขององค์รัชทายาท

“อร่อยมากเลยเพคะ! พระองค์ลองชิมหมูสามชั้นดูบ้างสิเพคะ!”

หวังจิ้งเสวียนเห็นดวงตาเปล่งประกายก็รีบคีบหมูสามชั้นเข้าปากทันที

“จริงด้วย!”

ทั้งสองผลัดกันชิมอาหารอย่างสนิทสนม ราวกับลืมไปว่าตนกำลังอยู่ท่ามกลางสายตาของแขกนับสิบ หลี่หลิ่งฟางคีบข้าวเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ย

ขณะที่สายพระเนตรขององค์รัชทายาททอดมองพระชายา ซึ่งทำให้ทุกคนในศาลาต่างประหลาดใจ สายพระเนตรที่อ่อนโยนลึกซึ้งราวกับมีเพียงแค่นางที่อยู่ในสายพระเนตรเท่านั้น

หวังจิ้งเสวียนยกยิ้มมุมปากพลางคิดในใจ ‘เจ้าเป็นกระรอกงั้นหรือ ถึงได้เอาอาหารไปเก็บที่กระพุ้งแก้มมากมายเช่นนี้’

ฝ่ามือหนายื่นนิ้วไปจิ้มที่แก้มนุ่มนิ่มนั้น จนทำให้หญิงสาวหันมาขู่ใส่ที่รบกวนเวลากินของนาง หวังจิ้งเสวียนถึงกลับหัวเราะในลำคอ

เหล่าคุณหนูแต่ละตระกูลต่างหันหน้าซุบซิบกัน

“ไหนเจ้าบอกว่าองค์รัชทายาทกับพระชายามิลงรอยกันไง ที่ข้าเห็นอยู่นี่คืออันใด?”

“ก็ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาแตกหักกันเรื่องเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ ถึงแม้จะมีราชโองการออกมาว่าเป็นการเข้าใจผิด ยังไงองค์รัชทายาทก็สนพระทัยแม่นางเยว่หลินมากกว่ามิใช่หรือ?”

หลี่หลิ่งฟางนั่งเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ โดยไม่ได้แสดงสีหน้าออกไปว่าตนนั้นได้ยินทุกถ้อยคำ

ทันใดนั้นบ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งตะลีตะลานเข้ามาในศาลา รีบคุกเข่าคานเข้าไปหาเจ้าตระกูล

“นายท่านขอรับ นายท่านรีบไปที่เรือนรับรองก่อนเถิดขอรับ ใต้เท้ามู่และฮูหยินมู่มาหาขอรับ”

เจ้าตระกูลถงรีบหันไปหาฮูหยิน “ฮูหยินพวกเราต้องรีบไปพบใต้เท้ามู่กับฮูหยินมู่แล้วล่ะ”

“เจ้าค่ะ”

เจ้าตระกูลถงหันมากราบทูลให้องค์รัชทายาททราบพร้อมบอกกล่าวกับบุตรีของตนให้ต้อนรับแขกให้ดี

เมื่อทั้งสองออกจากศาลาไปบรรยากาศก็สงบลง หลี่หลิ่งฟางละมือออกจากอาหาร แม้เพิ่งจะทานไปเพียงเล็กน้อย แต่นางยังรู้สึกอิ่มและไม่ใช่เวลาอาหารของนางอยู่ดี เพื่อไม่ให้เสียมารยาทต่อเจ้าภาพจึงทานเท่าที่ทานได้

และดูเหมือนองค์รัชทายาทก็เช่นกัน เขาวางตะเกียบลงทันทีที่คีบข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก

บ่าวรับใช้ต่างเก็บถ้วยชามขององค์รัชทายาทและพระชายา ก่อนจะรินชาและถวายของว่างแทน

ฟู่วว

หลี่หลิ่งฟางเป่าไอร้อนในจอกชาก่อนจะยกขึ้นจิบ อากัปกิริยาที่หญิงสาวแสดงออกมาดุจกุลสตรีสูงส่ง ความอ่อนช้อยงดงามสะกดสายตาให้บุรุษมากมายไม่อาจละสายตาได้

หวังจิ้งเสวียนเป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

ตุบ

จอกชาวางลงบนโต๊ะก่อนที่ดวงหน้างามจะหันไปมองพระพักตร์ขององค์รัชทายาท

“องค์รัชทายาท ทรงมีสิ่งใดอยากจะตรัสกับหม่อมฉันหรือเปล่าเพคะ?”

เพราะเสียงเรียกทำให้หวังจิ้งเสวียนสะดุ้งเล็กน้อย พวงแก้มทั้งสองขึ้นสีจาง ๆ แต่หลังใบหูกลับแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศต้มสุก

“เปล่าหรอก เราแค่มองพระชายาของเราเท่านั้น...มองมิได้หรือ?” หวังจิ้งเสวียนเอียงคอมอง

“หามิได้เพคะ” หลี่หลิ่งฟางยิ้มมุมปาก

การกระทำที่เหมือนบุปผาแรกแย้มชวนให้ผู้คนในศาลาต่างอิจฉา

“จริงสิ เรายังมิได้แนะนำตัวเจ้าให้พวกเขารู้จักเลย”

หลี่หลิ่งฟางกะพริบตาปริบ ๆ ไม่เข้าใจที่องค์รัชทายาทตรัสมา

หวังจิ้งเสวียนจับไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาว ก่อนจะจับหันไปทางแขกเหรื่อมากมายในศาลา

“พวกเจ้าคงเพิ่งจะเคยได้พบกับนางเป็นครั้งแรก เราจะแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่หลี่หลิ่งฟางบุตรีของอัครมหาเสนาบดี และนางคือพระชายาของเรา ฝากพวกเจ้าเป็นมิตรสหายที่ดีต่อนางด้วย”

หลี่หลิ่งฟางเอี้ยวตัวมามองชายหนุ่มที่ยิ้มแก้มปริ พอหันกลับมาเหล่าแขกมากมายต่างมีสีหน้าตกตะลึง บ้างก็ดวงตาเปล่งประกาย บ้างก็ทำเหมือนเจอเรื่องสนุกสนาน

หลี่หลิ่งฟางได้แต่ยิ้มแห้งอย่างจนใจ ‘เหมือนแนะนำแฟนคนแรกให้เพื่อน ๆ รู้จักเลยแฮะ เจ้าลูกเจี๊ยบคงเป็นเด็กน้อยในกลุ่มล่ะมั้งนะ เอาเถอะมิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบทั้งที ถึงพวกเขาจะไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นหมาป่าหุ้มหนังลูกเจี๊ยบก็ตาม’ หลี่หลิ่งฟางคิดในใจ

“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเช่นกัน หลังจากนี้เราขอฝากตัวกับพวกเจ้าด้วย”

*****

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ไม่อยากกลับไปเป็นเช่นเดิม

    เมื่อก้าวเท้าข้ามพ้นหน้าประตูจวนตระกูลถงไม่ทันไร เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาตรงหน้าทันที“วันนี้เจ้าก่อเรื่องเอาไว้มากมาย วันพรุ่งเจ้ากรมอาญาคงเข้าวังหลวงไปทูลเรื่องนี้ต่อฝ่าบาท เจ้าอาจจะทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีบิดาของเจ้าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”“แต่คนพวกนั้นบังอาจหมิ่นพระเกียรติของพระองค์นะเพคะ”“เรื่องเกียรติยศหรือศักดิ์ศรีของเรา เรามิใส่พระทัยอยู่แล้ว”“จะมิใส่พระทัยได้อย่างไรเพคะ องค์รัชทายาทจะให้หม่อมฉันทนยืนดูเฉย ๆ หรือ? ในเมื่อพวกเขาล่วงเกินพระองค์ถึงเพียงนั้น”“แต่คนพวกนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าในภายหลัง”“เรื่องนั้นหม่อมฉันปกป้องตนเอง...”“หลี่หลิ่งฟาง!”หลี่หลิ่งฟางสะดุ้งโหยงเมื่อถูกตะคอกเสียงดังลั่น นับว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกชายหนุ่มขึ้นเสียงใส่ ไม่รู้ว่าตนต้องแสดงความรู้สึกอย่างไร จะโกรธหรือเสียใจดีและนั่น คือ คำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเงียบใส่กันตลอดเวลาเดินทางกลับเมื่อรถม้าจอดเทียบประตูวังหลวง หวังจิ้งเสวียนก้าวลงจากรถม้าและเดินจากไปทันที หลี่หลิ่งฟางได้แต่มองตามแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยวาจาสักคำ“พระชายาเพคะ...”หลี่หลิ่งฟางหันไปยิ้มบางให้อันฉี “ช่างเถิด เรากลับตำหนักของเร

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ตัวละครเอกคลี่คลายสถานการณ์

    บรรยากาศในศาลาเงียบงันลงทันทีที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลมู่ก้าวเข้ามา เขากวาดตามองร่างของคุณชายไต้ที่นอนสลบแน่นิ่ง และบุรุษอีกหลายผู้ ซึ่งบาดเจ็บ ฟกช้ำไปทั้งร่าง ก่อนสายตาจะหันไปหยุดยังสตรีหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางความวุ่นวาย และด้านข้างของนางมีองค์รัชทายาทประทับยืนอยู่มู่จงชิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงย่างเท้าอย่างเงียบงันเข้าสู่ศาลาเพียงไม่กี่ก้าว ก็มายืนอยู่กลางผู้คน“มิทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?”เสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น พลางยืนสงบมือไพล่หลัง สีหน้าของเขาราวกับไม่เข้าใจภาพที่เห็นตรงหน้าคุณชายเนี่ยหนึ่งในสหายของคุณชายไต้ รีบรุดออกมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา“คุณชายมู่ โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิดขอรับ! สตรีผู้นั้นนาง...นางทำร้ายคุณชายไต้จนบาดเจ็บหนัก มิหนำซ้ำยังลงมือกับพวกข้าด้วย ขอคุณชายได้โปรดจัดการนางแทนพวกเราด้วยเถิดขอรับ!”มู่จงชิงปรายตากลับมามองที่อิสตรีผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง สายตาของเขากวาดสำรวจเงียบ ๆ บนฝ่ามือของนางยังมีรอยเลือดจางติดอยู่ รอยแดงตามข้อมือบ่งชัดว่านางเคยถูกบีบอย่างแรงจนช้ำขณะที่มู่จงชิงกำล

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   พวกเจ้าใช่หรือไม่ที่ล้อชื่อเขา

    หลังจากแนะนำตัวไปรอบข้างกลับเงียบกริบทำเอาหลี่หลิ่งฟางหวั่นใจเล็กน้อย ที่ไม่ได้รับเสียงแสดงความยินดีกลับมาราวกับตนอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับจากมิตรสหายของชายหนุ่มแต่แล้ว จู่ ๆ เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมกับมีร่างของสตรีและบุรุษมากมายต่างกรู่กันเข้ามานั่งประจันหน้ากับตน เอ่ยถามคำถามเข้ามาระรัวจนหลี่หลิ่งฟางตั้งรับไม่ทัน“พระชายาเพคะ ทำไมพระองค์ถึงดูเหมือนนางฟ้ามากเลยเพคะ!”“พระชายางดงามมากเลยเพคะ!”“กระหม่อมเพิ่งเคยเจอพระชายาตัวเป็น ๆ ครั้งแรกเลย พระองค์งดงามมากเลยพ่ะย่ะค่ะ!”“พระชายาเหมาะสมกับองค์รัชทายาทมากเลยเพคะ!”“พระชายาเป็นธิดาสวรรค์หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ ทำไมพระองค์ถึงดูสูงส่งจนกระหม่อมดูต้อยต่ำไปเลย”“นั่นสิเพคะ”“พระชายา...”หลี่หลิ่งฟางยิ้มแห้งไม่รู้ว่าตนจะตอบคำถามไหนกลับก่อนดี จนกระทั่ง...“นี่พวกเจ้ากำลังทำให้พระชายาของเราตกพระทัยนะ ถอย ๆ ห่างออกไปหน่อยสิ”เสียงของหวังจิ้งเสวียนที่ตรัสห้ามปรามสหายฟังดูเหมือนเด็กน

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   มิตรสหายของเจ้าลูกเจี๊ยบ

    ทางด้านศาลาจัดงานเลี้ยงน้ำชามีเหล่าแขกที่ได้รับจดหมายเทียบเชิญต่างนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ่าวรับใช้สองสามคนรีบกุลีกุจอยกเบาะรองนั่งอีกอันมาจัดข้าง ๆ ที่ว่าง แถมจัดเตรียมกาน้ำชาและจอกอันใหม่ที่ดูหรูหรากว่าของผู้อื่นเอาไว้ฮูหยินถงซึ่งสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเหล่านั้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด เหตุใดถึงเตรียมกาน้ำชาชุดราคาแพงเช่นนั้นออกมา แล้วเบาะรองนั่งอีกอันของผู้ใดกัน?”“บ่าวได้รับคำสั่งมาจากมามาเจ้าค่ะ เห็นว่ามีแขกสำคัญมาเพิ่มเติม”“แขกคนสำคัญ?” ฮูหยินถงทวนคำ น้ำเสียงแฝงแววประหลาดใจ“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” คุณหนูใหญ่ถงเอ่ยถามกับท่านแม่ด้วยความสงสัย“พวกบ่าวรับใช้บอกว่ามามาสั่งให้จัดเตรียมเอาไว้น่ะ”ระหว่างที่ฮูหยินถงกำลังพูดคุยกับบุตรีคนโต เสียงของบ่าวรับใช้อีกคนกำลังเอ่ยขอร้องอย่างยากลำบากอยู่ใกล้ ๆ“คุณหนูเจ้าคะ ได้โปรดย้ายที่นั่งให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ”คุณหนูรองถงหันขวับมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ทำไมข้าจะต้องย้าย? ข้า

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   รุ่งอรุณการเริ่มต้นใหม่

    เช้าวันรุ่งขึ้นหวังจิ้งเสวียนหันไปตรัสสั่งกับชิงหลานว่า “วันนี้เราจะพาพระชายาไปเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่จวนตระกูลถง เจ้าคอยอารักขานางให้ดี”“พ่ะย่ะค่ะ”หลี่หลิ่งฟางที่ถูกปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันขันกำลังยืนหาววอด ๆ โดยมีอันฉียืนเยื้องอยู่ด้านข้าง“หาว...”“พระชายาเพคะ รักษาอากัปกิริยาหน่อยสิเพคะ” อันฉีเอ่ยเสียงเอ็ดผู้เป็นนายของตน“ข้าพยายามแล้ว แต่ข้ารู้สึกง่วงมากจริง ๆ นะอันฉี” หลี่หลิ่งฟางยืนขยี้ตนของตนกระทั่งเสียงทุ้มดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง“เจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?”“อืม” หลี่หลิ่งฟางผงกศีรษะทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่หวังจิ้งเสวียนนำหลี่หลิ่งฟางเดินไปขึ้นรถม้าประจำตัวของตน โดยที่อันฉีให้พื้นที่ส่วนตัวแกผู้เป็นนาย นางจึงเลือกไปนั่งด้านหน้ารถม้าข้าง ๆ องครักษ์ขององค์รัชทายาทแทนระหว่างกำลังเดินทางไปยังจวนตระกูลถง หลี่หลิ่งฟางที่กำลังนั่งสัปหงกมีเรื่องสงสัยจึงทูลถามกับอง์รัชทายาท“องค์รัชทายาทเพคะ หม่อมฉันมิเห็นเฉินกงกงเลย เขามิได้มาคอยปรนนิบัติพระองค์หรือเพคะ?”“เฉินกงกงเป็นขันทีข้างพระวรกายของฝ่าบาท ตอนนี้เราไม่มีขันทีข้างกายมีเพียงองครักษ์เท่านั้น อย่างที่พระชายาทราบดี รอบตัวเรามีแต่เ

  • นักฆ่าตำหนักเย็น   ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด

    หลี่หลิ่งฟางยังคงเพลิดเพลินไปกับการพยายามเอาตัวรอดของลูกเจี๊ยบตัวน้อยผู้อ่อนแอ แม้ร่างกายนี้จะเป็นบุรุษแต่กลับอ่อนแอเฉกเช่นอิสตรียิ่งถูกตรอนให้จนมุมมากเท่าใด สมองก็ยิ่งสั่งการให้ดิ้นรนเอาตัวรอดมากขึ้นเท่านั้น“อึก อ่อย! แค่ก แค่ก”ดวงตาดอกท้อเสมองพระพักตร์เกลี้ยงเกลา แต่กลับย้อมไปด้วยหยาดน้ำสีใส ดวงตาหงส์ที่สง่าสูงส่งกลับฉายความกลัวเต็มประดาหลี่หลิ่งฟางผ่อนแรงที่บีบคอจนหวังจิ้งเสวียนไอออกมา รีบกอบโกยลมหายใจเข้าปอดอย่างทุลักทุเล“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”ดวงตาดอกท้อมองนิ่งยามที่เจ้าลูกเจี๊ยบหายใจเร็วถี่จนลมหายใจติดขัด ใบหน้าแดงก่ำเพราะขาดอากาศหายใจมานาน“แค่ก! แค่ก! อึก...เจ้า!” ดวงตาหงส์แดงก่ำจับจ้องมาที่หญิงสาวด้านบน ความโกรธฉายออกมาผสมปนเปกับความขลาดกลัวหลี่หลิ่งฟางเห็นเช่นนั้นบนดวงหน้างามเหยียดยิ้มมุมปาก ภายในอกหัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น “ทำไม โกรธงั้นหรือเพคะ? แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่พระองค์ทำกับหม่อมฉัน” หลี่หลิ่งฟางก้มไปกระซิบที่ข้างใบหูหวังจิ้งเสวียนขยับศีรษะออกจากเสียงพูดชวนขุนลุกนั้น“ตายจริง หม่อมฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status