Masukใบหน้าอ้าปากหวออย่างคาดไม่ถึงยิ่งทำให้ภคินถูกใจเธอมากขึ้น ใบหน้าใสๆ ไร้เดียงสาแบบนี้ให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์เขาอย่างแรง หากต้องปล่อยให้เธอกร้านโลกไปตามลำพังสู้เขาเลี้ยงเธอไว้เองจะดีกว่า เสียงหัวเราะในลำคอนั้นเพราะขำขันกับความคิดของตัวเอง มันจะแปลกไหมนะที่ชายโสดอย่างเขาอยากจะเลี้ยงสาวๆ ไว้ใช้งานส่วนตัวสักครั้ง
“บ้า! คุณมันบ้า คุณคิดว่าฉันมาฝึกงานอะไร คุณมัน..”
“แล้วในเล้านี้เธอคิดว่าจะมาฝึกอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่...”
ร่างสูงคุกคามถึงตัวภายในพริบตายิ่งทำให้ลลิลสะดุ้งชิดผนังตัวลีบ หัวใจเต้นรัวทั้งตื่นกลัวทั้งตกใจกับคำนั้น “เล้า” เล้าอะไร อย่างนั้น “ไก่” ที่เขาพูดถึงก็คงคือ...
“เล้า..ไก่..”
“อือฮึ!..”
แววคมเข้มล้อๆ ที่โค้งกายคร่อมอยู่ด้านบนทำเอาลลิลสั่นไปทั้งตัว ใบหน้างามหันรีหันขวางหาทางหนีหรือคนช่วย และโชคก็เข้าข้างแม้สภาพของคนที่เห็นจะดูเหมือนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!”
ร่างอวบอัดเต็มตึงไปทุกสัดส่วนที่ยืนนิ่งอยู่ที่บันไดและกำลังจ้องมองมาที่เธอและเขา ทั่วทั้งกายเธอเห็นจะมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันไว้อย่างหมิ่นเหม่เท่านั้น ผมยาวหยิกฟูฟ่องเหมือนเพิ่งตื่นนอน ทว่าแววตาที่มองตรงมาที่เธอนั้น ลลิลสาบานได้ว่ามันเจือความไม่พอใจอย่างถึงที่สุดไว้ด้วย
“ยังไม่กลับหรือคะ หรือว่ายัง..อยากต่ออีกสักรอบ”
ร่างอวบเดินรี่มายื้อท่อนแขนที่คร่อมทาบร่างของลลิลไว้อย่างเบามือพลางบดเบียดทรวงอกกับกล้ามเนื้อแน่นนั้น ก่อนที่จะกวาดสายตาราวกับนางมารร้ายในละครมองมาที่เธออย่างเหยียดๆ
ลลิลยิ่งรู้สึกเหมือนหูจะอื้อตาจะลาย เธอไม่เคยเห็นกิริยาของผู้หญิงแบบนี้มาก่อน สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำมันเป็นการยั่วเย้าเชิญชวนและดูเหมือนเขาจะเพิ่งผละจากเธอมา
“แล้วมาหาใครล่ะเธอ จะมาสมัครงานน่ะเขาต้องมาตอนหัวค่ำนะไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ได้อ่านป้ายหน้าร้านรึไงว่ามันเปิดตอนหนึ่งทุ่มน่ะ”
ทั้งน้ำเสียงทั้งสีหน้ารู้เลยว่าไม่พอใจ และไม่ต้องหาคำตอบลลิลรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าเธอคนนี้ไม่ชอบหน้าเธอเพราะ..นายนั่น แล้วยังสายตาจิกกัดที่มองมาอีกล่ะมันฟ้องว่าแทบอยากจะฉีกเนื้อของเธอให้ได้
“เธอบอกว่าจะมาหาแม่.. เอ่อ..คุณดาน่ะ”
สีหน้าของเขามันแปลความหมายของคำว่าแม่ได้ออกชนิดทะลุปรุโปร่ง ลลิลกัดริมฝีปากแน่น หรือนี่คือบางสิ่งบางอย่างที่แม่ไม่อยากให้เธอมารับรู้ สิ่งนี้หรือเปล่า..
“งั้นผมไปก่อนละกัน ถ้าคืนนี้ว่างจะแวะมาหา และอย่าลืมเก็บข้อเสนอของฉันไปคิดละกัน”
ใบหน้าหล่อชะโงกไปจุ๊บแก้มแม่สาวอวบอึ๋มก่อนจะหันมาพูดถึงสิ่งที่ยังค้างคาอยู่กับเธอซึ่งมีผลให้แม่สาวร่างอวบนั้นต้องค้อนใส่เธอประหลักประเหลื่ออีกครั้ง
“นี่หล่อน ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เด็กจะมาเดินเพ่นพ่านนะ”
เชอรี่กวาดสายตาไม่เป็นมิดไปตามเนื้อตัวของหญิงสาวแปลกหน้า ชุดเสื้อยืดสวมคลุมด้วยแจ็กเก็ตมีหมวกด้านหลังกับกางเกงขาจั้มยาวคลุมเข่า รองเท้าผ้าใบสีชมพูหวาน ผมดำยาวสยายที่หยกศกเป็นลอนใหญ่ตามธรรมชาติ เธอรู้นั่นมันไม่ใช่ผมดัดให้หยิกแต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา เรือนผมหยิกฟูน้อยๆ เซอร์ๆ ยิ่งส่งให้ใบหน้าหวานดูงดงามมากยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ในชุดออกจะทอมบอยทว่ากลับไม่สามารถลดเลือนความสวยงามนั้นได้เลย
“สวยจนน่าอิจฉา”
“ว่าไงล่ะ เธอมาหาใคร หรือว่าจะมาสมัครงาน แต่ถ้าจะสมัครโน่นมาใหม่ตอนหัวค่ำได้เลย มาคืนสองคืนแรกก็คงได้เป็นดาวเด่นของร้านนะ แต่ขอโทษถ้าเกินสัปดาห์ตำแหน่งก็จะตกอยู่ที่ฉันตามเดิมย่ะ ว่าไงมาทำอะไรที่นี่”
“ฉัน.. เอ่อ.. ฉันมาหา..”
เสียงประตูด้านนอกที่เปิดเข้ามาอย่างรีบร้อนทำให้ลลิลชะงักคำพูดโดยอัตโนมัติ ดวงตาหวานเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำแห่งความรู้สึกทว่ากลับไม่รู้ว่ามันเป็นความสุข ความเศร้าหรือว่าความปวดร้าวกันแน่ รู้แต่ว่าทั้งหมดนั้นเกิดจากเรือนร่างคุ้นตาที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ทั้งสิ้น
“ลิลลี่..”
ลินลดาอยากจะถลาไปโอบกอดรับขวัญลูกน้อยที่รู้ดีว่าขวัญนั้นคงบินไปไกลโพ้น เพราะลูกเล้าของเธอที่ยืนเด่นอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียวนี้คงบ่งบอกทุกอย่างอยู่แล้ว และแววตาเจ็บช้ำที่มองสบมานั้นก็ยิ่งบอกว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ผิด
“เชอรี่.. ขึ้นห้องไปซะ”
น้ำเสียงหวานเรียบแต่เชอรี่รู้ดีว่ามันเฉียบขาดขนาดไหน คำไหนที่สั่งแล้วไม่ทำตาม เจ๊ดาก็จะมีวิธีจัดการที่ทำเอาเด็กเข็ดหลาบไม่กล้ากำเริบอีกเลย ใบหน้าสวยๆ นี้มันแฝงไว้ด้วยความอำมหิตที่แม้แต่เธอเองก็เคยโดนมาแล้ว แต่นั่นมันแค่ถูกการ์ดคุมร้านตบซะฟันหักไปหนึ่งซี่เท่านั้นโทษฐานที่กล้าเถียงเจ๊ต่อหน้าคนอื่นแต่ก็ถือว่าโชคดีเพราะเจ๊ดาไม่เอาความอะไรต่อทั้งยังให้เงินเธอไปทำฟันซี่ที่หักจนกลายเป็นฟันเขี้ยวเก๋ไก๋ขึ้นมาแทน แต่บางคนไม่โชคดีอย่างเธอ บ้างก็ถูกกล้อนผม หรือไม่ถ้าหนักหน่อยก็อาจจะถูกลากไปเก็บที่เซฟเฮ้าท์สัก 2-3 วันก็เท่านั้น
“แล้วนังนี่”
“เจ๊จะดูเอง ขึ้นไปเถอะ และทีหลังอย่าใส่แบบนี้ลงมาข้างล่างอีก”
“คิดอะไรอยู่หรือคะ”“ลิล..ผมต้องขอโทษลิลอีกครั้ง และคุณดา.. ผมก็ทำกับเธอไว้มาก” อ้อมแขนกระชับร่างบางแนบข้างมากขึ้นเพราะความรู้สึกหนาวเหน็บในใจนั้นมากยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน“และตอนนี้คุณคินพร้อมที่จะไถ่โทษหรือยังคะ”“หือ..จะให้ไถ่โทษด้วยวิธีไหน”“วิธีของลิลค่ะ.. แค่คุณคินมอบตำแหน่งคืนให้ลิลก็พอ”“ตำแหน่ง?” สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามก้มมองคนในอ้อมแขนที่แหงนหน้าขึ้นมองอย่างแสนรัก ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ได้ในความหมาย “สรุปว่าตำแหน่งของลิลยังอยู่หรือเปล่าคะ” “เอ.. อยู่หรือไม่อยู่ดีนะ” จมูกโด่งก้มลงคลอเคลียใบหูเพราะคนที่แนบกระซิกอยู่นี้..มันน่านัก “คุณคิน.. ตำแหน่งของลิล” “อืม.. จะมาถามอะไรตอนนี้ล่ะลิล เลือกสถานที่หน่อยซิ” น้ำเสียงเชิงตำหนิเปล่งออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไร “ใครกันคะ ที่ไม่เลือกสถานที่ คุณคินนั่นแหละ” “อืม.. ใครว่าไม่เลือก ก็เลือกแล้วไง ก็ที่นี่น่ะ..ยังไม่เคย” “เซี้ยวใหญ่แล้วนะคะ ปล่อยลิลก่อน ลิลหายใจไม่ออก แล้วตอบคำถามลิลด้วย” “ไม่เอา.. ไม่ตอบ..
“แด๊ดคะ อยู่ไหนเอ่ย.. มาดูซิคะ ว่าลิลมีอะไรมาฝาก” เสียงหวานส่งมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเขม่นมอง เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงเข้ามานั้นมีผลกับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือกุมเข้าหากันแน่นยามเพ่งฝ่าความสลัวนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่หัวใจรุกเร้านี้ถูกต้องชัดเจน เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งกระพรวนตามที่เขาเข้าใจใกล้เข้ามาเรือนร่างภายใต้ชุดสาวชาวเขานั้นดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก เจ้าของร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับนำของที่หอบมาวางลงบนแคร่ ภคินแทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกเต็มตื้นของตัวเองไม่ให้ดึงร่างนั้นเข้ามากอดรัดไม่ไหว ฝ่าเท้าก้าวมั่นคงเข้าใกล้คนที่หัวใจสั่งให้ติดตามหา เสียงเครื่องเงินที่กระทบกันบนตัวเสื้อนั้นเงียบลงพร้อมๆ กับเจ้าของร่างที่ยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า ดวงตาหวานร้อนผ่าวไปด้วยความรู้สึกเต็มตื้นที่เหมือนจะตีขึ้นจากหัวใจ รอยยิ้มแสนจะคุ้นเคยของเขาที่เธอคิดว่าต้องมีวันนี้สักวัน วันที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็นวันที่เขาติดตามหาเธอ แม้ความคาดหวังของเธอจะคล้ายฝันเฟื่องที่คนอย่างเขา คนอย่
ดวงตาคมเข้มทอดมองวิถีชีวิตรายรอบ ชายหญิงชาวเขาที่เห็นคงเพิ่งกลับจากทำไร่เพราะผักหลายชนิดในตะกร้าสานที่แบกไว้ด้านหลังและเด็กๆ ที่วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ ภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ไม่มีอะไรเลย” ที่เห็นนั้น ภคินไม่อยากเชื่อในความรู้สึกของตัวเองว่าเขาจะคิดว่าได้เห็นสิ่งสวยงามทั้งที่ไม่มีตรงจุดไหนที่บ่งชี้ว่าสวยเลยสักนิด “ความสวยงามในจิตใจ” นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกกับตัวเอง“ลิล.. คงมีความสุขสินะที่ได้อยู่ที่นี่”ชายหนุ่มที่พึมพำกับตัวเองทำให้ปีเตอร์ที่เดินออกมายิ้มกับสิ่งที่คิดว่าไม่ผิด ต่อจากนี้เขาก็คงไม่ต้องได้ยินเสียงคนร้องไห้ในเวลากลางคืนอีกแล้ว “เอ่อ.. แล้วลูกสาวของคุณไปไหนหรือครับ ใกล้ค่ำแล้ว”“ไปที่หมู่บ้านด้านบนน่ะครับ นี่คงใกล้จะมาแล้ว เธอขึ้นไปตั้งแต่เช้าเอายาและหนังสือที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้เด็กชาวเขาด้านบนน่ะครับ ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเธอก็ช่วยผมสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวเขา ส่วนผมน่ะสอนภาษาอังกฤษ”“ทำไมเธอถึงสอนภาษาไทยล่ะครับ เอ่อ..ขอโทษนะครับที่ผมละลาบละล้วงถาม” ภคินเอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าหญิงต่างชาติจะสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ได้“ภรรยาผมเธอเป
เด็กชาวเขาหลายสิบคนที่กำลังนั่งล้อมวงอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายไม่ได้แตกต่างไปจากคนชาวเขา ทว่าเรือนกายสูงใหญ่และใบหน้าที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่แตกต่างไปจากคนเอเชียก็ทำให้ภคินไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปหาในทันที เพราะตั้งใจแล้วว่าจะตามหาดังนั้นใครก็ได้ที่ตอบคำถามได้เขาก็ไม่ควรจะพลาด“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มารบกวน ผมแค่ต้องการจะสอบถาม..”ภาษาอังกฤษในสำเนียงชัดเจนถูกส่งออกไปยังคนตรงหน้า เพราะยังไงเสียชายต่างชาตินี้ก็เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในกลุ่ม ซึ่งหากเขาต้องการจะสอบถามข้อมูลจากเด็กๆ ก็ควรจะขออนุญาตเสียก่อน“สวัสดีครับ ผมพูดไทยได้ ต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ”ภาษาไทยชัดเจนแม้จะดูแปล่งไปบ้างในสำเนียงแต่ภคินก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า ชายต่างชาติคนนี้ใช้ภาษาไทยได้ดีทีเดียว รอยยิ้มยินดีถูกส่งออกไปเพราะเขาคงไม่ได้สื่อสารกับเฉพาะเด็กๆ อีกแล้ว และดูท่าชายต่างชาติคนนี้คงจะสามารถให้ข้อมูลกับเขาได้มาก“ผมภคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผม..ปีเตอร์”ภาพของหญิงสาวที่เห็นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มทำให้ดวงตาสีเขียวหม่นแต่ทว่าคมเข้มตามวันเวลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ
สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้ภคินต้องส่ายศีรษะไปมาในความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ความถือตนว่ามีทุกอย่างจึงทำให้เหยียดคนที่ต่ำกว่า ทั้งที่ลินลดาก็ไม่เคยทำให้เขาต้องวุ่นวาย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าเท่านั้นหรือที่เขานึกรังเกียจ ตอนนี้เขารู้ในคำตอบนั้นแล้วว่า “ไม่ใช่” สิ่งที่เขาตั้งแง่รังเกียจก็คือ ศักดิ์ศรีที่มันค้ำอยู่บนบ่าเท่านั้น เขากลัวว่าบริรักษ์จะมัวหมองเพราะพ่อเอาผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษมาเชิดหน้าชูตา กลัวว่าเธอและลูกสาวจะเข้ามาชุบมือเปิบเหมือนผู้หญิงหิวเงินทั่วไปที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็ม จนลืมมองในเนื้อแท้ของคนแต่ละคนว่าไม่เหมือนกัน“คุณดาไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่มีค่าพอที่คุณดาจะขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณดากับลิล มันไม่ควรจะให้อภัยเลย แต่คุณดาก็ยังดีกับพ่อดีกับผม ผมขอโทษจริงๆ ครับ และผมจะไม่ขวางอีกแล้วหากพ่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณดา”ภคินที่ยกมือขึ้นไหว้เธอพร้อมกับสิ่งที่เขาบอกทำให้ลินลดาตื้นตันเสียจนไม่อาจยั้งหยาดน้ำตาไว้ได้ คนอย่างภคิน บริรักษ์ ยอมลดตัวลงมาเพื่อเธอกับลูก แค่นี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเขารักลูกสาวของเธอจริง“คุณคินคะ ดามีเรื่องที่อยากจะให้คุณคินรับรู้ไว้ค่ะ ดารักท่าน..เพราะท่านดีก
เมทินียิ้มรับกับคำถามนั้น พร้อมเจ้าของฝ่ามือแกร่งที่กอบกระชับฝ่ามือบอบบางของเธอแน่นขึ้น แววความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันและกันนั้นทำให้ผู้ถือหุ้นที่คิดจะส่งคำถามต่อต้องระงับไว้เพียงแค่นั้นในทันที เพราะคำตอบก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว“แล้วอย่างนี้สรรค์พิสุทธิ์จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิลักษณ์เลิศหรือเปล่าครับ แล้วทิศทางการบริหารของคุณนุติจะเป็นในแบบไหนครับ”“เปลี่ยนครับ ผมจะไม่ใช้ชื่อของสรรค์พิสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดเว้นวรรคก่อนจะชำเลืองมองคนด้านข้างที่เหมือนรอคอยในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน“แต่ผมจะใช้ชื่อว่า SS GROUP แทน S ตัวแรกแทนสำหรับ สรรค์พิสุทธิ์ และ S ตัวที่สองสำหรับแทน สิทธิลักษณ์เลิศครับ แต่หากว่าคุณพ่อตาและคุณภรรยาในอนาคตจะอนุญาตให้ S ตัวแรกเป็น สิทธิลักษณ์เลิศ ผมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้”คำพูดสื่อความหมายนั้นเรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะมือขวาแห่งบริรักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นเขยแห่งสรรค์พิสุทธิ์นี้มีกึ๋นมากมายแค่ไหน ก็ดูได้จากกิจการของบริรักษ์กรุ๊ปที่ว่ากันว่าทุกโปรเจคทุกงานที่ได้มาโดยง่ายนั้นล้วนมาจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น “ขอถามอีกหนึ่งคำถามครับ ถ้าคุณนุติมาบริหารง
ใบหน้าของท่านพิชาญยามได้รับข่าวว่าท่านนายกกฤตถูกจับกุมนั้นเขายังจำได้ดีว่ามันเต็มไปด้วยแววสั่นไหวมากมายขนาดไหน แววหวาดกลัวในบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่อาจรู้ได้ว่ามันคืออะไรแต่เมื่อท่านนายกกฤตให้การซัดทอดเรื่องราวทั้งหมดจึงเปิดเผย ว่าท่านพิชาญสมรู้ร่วมคิดกันรอบสังหารท่านภควัฒน์ เพียงเพื่อต้องการให้หนี
ลลิลก้มตัวลงและถลาไปตามแรงฉุดกระชากของใครบางคนที่เธอไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเร็วมากที่เธอจะมองได้ทัน ร่างบางถูกเหวี่ยงเข้าไปในกอหญ้าคาข้างทางจนเนื้อตัวรู้สึกแสบจากรอยบาด ทว่าคนที่ทาบทับจากด้านบนก็กลับทำให้ลลิลรู้สึกเหมือนเลือดในกายจะหยุดไหลเวียนไปชั่วขณะ กายสั่นทั้งจากเสียงปืนที่เหมือนจะดังอยู่รอบๆ ตัวแ
“คุณคินไม่คิดว่าเรื่องมันง่ายไปหรือครับ ขนาดตำรวจยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเอาผิดผู้กำกับบัญชาได้ แต่นี่แค่ไอ้นายกหื่นนั่นยื่นมือเข้ามาช่วย เรื่องมันก็จบแบบง่ายๆ และหลักฐานก็มัดตัวผู้กำกับแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด”“มันง่าย ก็เพราะบังเอิญคนที่เราร้องขอดันเป็นคนประเภทเดียวกับมันไง ไอ้เรื่องเน่าๆ ที่มันทำร่ว
“ผมเชื่อว่าคุณคินจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องลิลและตัวคุณคินเอง และผมก็มั่นใจว่าลินลดาและน้องลิลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย”เจ้าของร่างสูงที่เดินไปจนสุดแนวกระจกกั้นและทอดสายตามองตรงไปยังเรือนหลังเล็กทำให้นุติเลือกที่จะเดินออกไป เรื่องที่ภคินจะต้องตัดสินใจคงจะหนักหนาเพราะทั้งหมดนั้นม







