แชร์

บทที่ 2 (03)

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-06 23:39:07

“หน้าระรื่นเชียวนะยะ”  

          จนิตาทักทายพลางหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ภายในผับหรูแห่งหนึ่งโซนด้านในสุด บรรยากาศนั้นค่อนข้างดี แม้ว่าผู้คนจะหนาแน่น

          “ก็ธรรมดา คนมันผัวรัก ผัวหลง ผัวตามง้อน่ะแก” ศรายักไหล่พร้อมสะบัดผมอย่างมั่นอกมั่นใจ ตามสไตล์คนสวยที่สามีเพิ่งจะมาตามง้องอนขอคืนดี     

          “จ้า...” จนิตาและเกวลินประสานเสียงพร้อมกัน   

          “คืนนี้เต็มที่เลยนะพวกแก ฉันเลี้ยงเอง” ศราว่าแล้วยกมือขึ้นเรียกพนักงานให้เดินเข้ามาบริการ

          “พวกฉันจัดเต็มอยู่แล้ว” จนิตาตอบรับ ซึ่งคืนนี้เธออยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีซีดรัดรูปคู่กับเสื้อครอปเอวลอยโชว์เอวคอดกิ่ว ผมลอนใหญ่รับกับใบหน้าคมทำให้ดูโดดเด่นไม่แพ้ใคร ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานด้วยประโยคที่ทำเอาเพื่อนชะงัก    

          “ขอน้ำเปล่าค่ะ”

          “อ้าว ไหงสั่งน้ำเปล่าล่ะยะนังไจ๋” ศราขมวดคิ้วไม่เข้าใจ มาผับทั้งทีสั่งน้ำเปล่ามันจะไปได้รสชาติอะไร “อย่าบอกนะว่าผัวห้าม ผัวมีกฎเพิ่ม”

          “ก็ห้าม...แต่คุณพายแค่ห้ามดื่มกับคนแปลกหน้า” จนิตาร้องบอก 

          “แล้ว?...” ศรายังทำหน้าไม่เข้าใจ

          “จู่ๆ ฉันก็อยากรักสุขภาพขึ้นมา” จนิตายิ้มเจื่อนๆ เธอไม่เข้าใจอารมณ์ในช่วงนี้ของตัวเองเลย       

          ไม่นานพนักงานก็นำค็อกเทลและน้ำดื่มมาวางเสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์และของกินเล่นอีกสองสามอย่าง จากนั้นสามสาวก็นั่งสนทนากันไปอย่างออกรสออกชาติ

          กระทั่งจนิตาลุกขึ้นยืน   

          “ไปไหนยะ” ศราถาม    

          “ไปห้องน้ำ ปวดฉี่” จนิตาว่าแล้วรีบจ้ำไปทันที ช่วงนี้รู้สึกเหมือนห้องน้ำเป็นบ้านหลังที่สอง เพราะเข้าบ่อยจนผิดปกติ   

          หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและล้างมือจนสะอาด ในจังหวะที่กำลังจะเดินกลับไปหาเพื่อน หูของเธอกลับได้ยินเสียงคุ้นเคยแว่วมาจากมุมสูบบุหรี่ด้านหลัง   

          “ไอ้พายบอกว่าจะมาเลตหน่อย”

          จนิตาชะงัก นั่นเสียงสิบทิศ เพื่อนสนิทของพริษฐ์ไม่ผิดแน่ ไม่คิดเลยว่าโลกจะกลมจนมาเจอเพื่อนสามีที่นี่ หญิงสาวตั้งใจจะเดินเข้าไปทักทาย แต่ประโยคถัดมากลับตรึงเท้าไว้กับที่

          “เออ” วาโยขานรับขณะพ่นควันบุหรี่สีขาวออกมา

          “ว่าแต่มึงเห็นเหมือนที่กูเห็นไหมวะ...” สิบทิศถาม นัยน์ตาฉายแววเคร่งเครียด ใบหน้าแดงก่ำจากการกระดกเหล้าเข้าปากไปหลายแก้ว

          “เห็นอะไร”      

          “ก็เมื่อวานมันไปงานวันเกิดคุณฉาย น้องกูก็ไปงานนั้นเลยคาบข่าวมาบอก” สิบทิศถอนหายใจแรงๆ

          “อ้าว แล้วที่มันรับปากว่าจะไปดินเนอร์กับคุณไจ๋ล่ะ” วาโยขมวดคิ้ว ดูเหมือนเขาจะได้คำตอบแล้วว่าพริษฐ์เลือกใคร

          “น่าจะไปไม่ทันละมั้ง เพราะกูเห็นคุณไจ๋ลงรูปว่ามันทำกับข้าวให้กินที่บ้าน” สิบทิศพูดพลางทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เมนูไข่เจียวมะเขือเทศของโปรดคุณฉาย”     

          “ไอ้เหี้ย...” วาโยอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าเพื่อนจะเลือดเย็นได้ขนาดนี้ หนีจนิตาไปงานวันเกิดผู้หญิงที่แอบรักไม่พอ ยังกลับมาทำเมนูโปรดของผู้หญิงคนนั้นให้กินอีก

          “ถ้าไม่เชื่อ งั้นมึงลองดูในไอจีคุณฉายสิ กูว่าน่าจะมีรูปมันอยู่บ้าง ส่วนข้าวไข่เจียวคุณไจ๋น่าจะลบไปแล้ว”

          จนิตาที่ยืนหลบอยู่หลังมุมกำแพงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

          ไม่จริงหรอก หญิงสาวสั่นหน้าแรง เป็นไปไม่ได้ สามีเธอบอกว่าติดเคสด่วนก็ต้องเป็นเช่นนั้น ทว่าประโยคถัดมาก็ทำให้ต้องขบเม้มปาก 

          “มีจริงๆ ว่ะ กูเห็นนาฬิกาข้อมือของมัน” วาโยยืนยันหลังพิสูจน์ความจริง

          จนิตารีบหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง โชคดีที่บัญชีอินสตาแกรมของตะวันฉายเป็นสาธารณะ ภาพล่าสุดที่ปรากฏคือบรรยากาศงานวันเกิดที่มีคนไปร่วมงานค่อนข้างมาก ของขวัญล้วนเป็นของหรูหราสมฐานะ ก่อนหัวใจของหญิงสาวจะชาไปทั้งดวง เมื่อสังเกตเห็นแขนของผู้ชายคนหนึ่งถูกถ่ายติดมาด้วย แม้จะไม่เห็นใบหน้าแต่ก็จำได้ดี เพราะนาฬิกาที่พริษฐ์ชอบใส่อยู่บนข้อมือนั้น

          เธอนิ่งอึ้งไป สมองขาวโพลน ทำไมเขาเลือกไปหาผู้หญิงคนนั้น ทำไมถึงต้องโกหกกัน มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ แล้วในชั่วอึดใจก็ได้ยินประโยคที่เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางอก

           “สรุปว่ามันยังรักคุณฉายอยู่จริงๆ สินะ”  สิบทิศพึมพำ    

          ด้านวาโยพูดไม่ออก เมื่อความจริงข้อนี้เขาก็นึกกลัวเสมอมา พริษฐ์น่าจะไม่เคยลืมตะวันฉายได้เลยกระมัง

          จนิตารู้สึกเหมือนถูกคนกระชากหัวใจออกจากอก

          ‘รักอย่างนั้นหรือ’

          ‘สามีของเธอรักตะวันฉาย’        

          “มะ...ไม่จริงหรอก เขาต้องรักเราสิ ไม่งั้นจะมาแต่งงานกันทำไม” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยปากที่สั่นระริก ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกสาป

          “แต่มันก็ไม่ควรเอาคุณไจ๋เป็นตัวแทนคุณฉายหรือเปล่าวะ กูอยากรู้จริงๆ เลยว่า ถ้าไม่รักแล้วมันแต่งงานกับคุณไจ๋ไปทำไม” วาโยร้องถามเสียงหนัก ไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำของเพื่อน หากจนิตารู้ขึ้นมาจะรู้สึกแย่แค่ไหน

          “กูรู้ว่ามันแต่งเพราะอะไร” สิบทิศบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ความจริงที่ขังอยู่ในใจมาตลอดกำลังจะถูกระเบิดออกมา

          “มันแต่งเพราะอะไร” วาโยถามสวนกลับทันที

          จนิตาอยากจะยกมือขึ้นอุดหู อยากจะหนีไปจากตรงนี้ให้ไกลที่สุด แต่ขากลับก้าวไม่ออก ก่อนคำพูดของสิบทิศที่พรั่งพรูออกมาจะทำให้หัวใจแหลกสลาย

          “มันแต่งเพราะ...”

          จนิตาถึงกับหูอื้อ ร่างกายเกือบจะทรุดฮวบลงกับพื้นเย็นเยียบ จนต้องขยับตัวไปพิงกับกำแพง แล้วเริ่มสะอึกสะอื้นออกมา

          ฮึก...

         

     

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status