Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-07-08 19:05:10

บทที่ 3

          “มันแต่งเพราะคุณฉายขอร้องให้แต่ง” สิบทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ

          “ฮะ? อะไรนะ ทำไมวะ แล้วมึงรู้ได้ไง” วาโยถึงกับหน้าเหวอ ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

          “เพราะกูได้ยินคุณฉายขอร้องมันมากับหู คุณฉายอยากให้มันช่วยคบและแต่งงานกับคุณไจ๋เพื่อกันคุณไจ๋ออกจากอดีตสามีของเธอ แล้วมันก็ตอบตกลง ไม่นานมันก็เปิดใจให้คุณไจ๋ แล้วก็แต่งงานด้วย” สิบทิศพรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นออกมาจนหมดสิ้น หากวันนี้ไม่ได้ระบายออกมา เขาคงได้อกแตกตายเข้าจริงๆ พลางส่งสายตายืนยันว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง

          วาโยแทบอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับ “โอ๊ย...นี่มันต้องรักคุณฉายขนาดไหนวะ ถึงยอมได้ถึงขนาดนี้”

          “คงเพราะเป็นรักแรกละมั้งเลยรักฝังใจ” สิบทิศคงให้คำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ความจริงมันค้ำคออยู่ว่า ถ้าไม่รักมากคงไม่ยอมรับปาก

          “มันไม่สงสารคุณไจ๋บ้างเลยหรือวะ....” วาโยถามเสียงสั่น แม้จะไม่ได้สนิทกับฝ่ายหญิงมากนัก แต่ก็รู้ดีว่าจนิตารักเพื่อนของเขามากแค่ไหน

          “แล้วช่วงที่ผ่านมามึงเห็นไหมว่า มันดูไม่สนใจคุณไจ๋เหมือนเมื่อก่อน ไม่เห็นพาไปเที่ยวทะเลหรือภูเขาเลย...แถมยังดูตึงๆ ทำหน้าเหนื่อยใจใส่เธออีก...”

          สิบทิศพรูลมหายใจร้อนๆ ออกมา ที่ผ่านมาเหมือนน้ำท่วมปาก และคิดว่าความดีและความเอาใจใส่ของจนิตาจะทำให้พริษฐ์เปลี่ยนใจมารักหญิงสาวได้ในที่สุด แต่สุดท้ายทุกอย่างกลับลงเอยด้วยความว่างเปล่า

          “ก็เห็นอยู่ มันเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่คุณฉายบอกว่าจะกลับมาใช่ไหมวะ” แม้ช่วงที่ผ่านมาเขาต้องปลีกตัวไปจัดการกับธุรกิจของครอบครัวซะส่วนใหญ่ แต่ก็พอจะสังเกตเห็นอยู่บ้าง

          “อื้อ” ธนกฤตพยักหน้า

          ฝ่ายคนไร้เรี่ยวแรงที่พิงกำแพงกั้นอยู่นั้นปากสั่นจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน มือนุ่มรีบยกขึ้นปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้อย่างปวดใจเล็ดลอดออกไป ในชีวิตนี้เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนที่รักสุดหัวใจจะทำร้ายกันได้ถึงเพียงนี้

          เพียงเพราะเขาต้องการให้คนที่แอบรักสมหวัง ถึงกับยอมลากเธอมาเป็นหุ่นเชิดในชีวิตคู่ น่าสมเพชสิ้นดี กระนั้นหัวใจก็ยังคงเอาแต่ปฏิเสธ บอกว่าไม่ใช่ความจริง

          “มันมาโน่นแล้ว”         

          วาโยส่งสัญญาณหลังเห็นว่าคนที่กล่าวถึงกำลังเดินตรงมาหา โดยปกติแล้วพริษฐ์ไม่สูบบุหรี่ จึงเลิกคิ้วถามไปหลังเพื่อนหยุดเท้าตรงหน้า

          “มึงจะไปไหน”

          “จะไปเข้าห้องน้ำ” พริษฐ์ตอบพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปถึงข้อศอก

          “เออ” วาโยรับคำ แล้วทำท่าอึกอักคล้ายอยากจะถามอะไร

          “มึงมีอะไร” หมอหนุ่มเลิกคิ้วมองคนที่โทร.ตามลากตัวตนออกมาดื่มด้วยกัน

          วาโยใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ทบทวนว่าควรถามดีไหม สุดท้ายก็เลือกจะถามออกไป “กูอยากรู้ว่า สรุปแล้วมึงกับคุณฉายคือยังไง มึงยังรักเธอเหมือนเดิมหรือวะ”

          แม้ทุกอย่างจะค่อนข้างชี้ชัดแล้ว แต่ก็อยากได้ยินจากปากของเจ้าตัว

          “ก็รักเหมือนเดิม ทำไม กูจะรักและเทิดทูนคุณฉายเหมือนเดิมไม่ได้หรือไง” คุณหมอสูติฯ เลิกคิ้วถาม

          “แล้วคุณไจ๋ล่ะ” วาโยยิงคำถามต่อ เพื่อนเขาลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีอีกคนที่มันควรรัก

          คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงได้แต่ภาวนา เพราะใจไม่รักดียังแอบหวังให้พริษฐ์ตอบว่ารักเธอ ทั้งที่หากเขารัก ก็คงปฏิเสธคำถามก่อนหน้าไปแล้ว

          ฮึก...

          จนิตาเจ็บจนร้าวไปทั่วทรวง คำตอบนั้นมันชัดเจนจนแทบไม่ต้องแปลความหมาย

          พริษฐ์รักผู้หญิงคนนั้น แล้วเธอก็ได้ยินคำตอบที่ทำให้ต้องหัวเราะทั้งน้ำตา

          “เธอก็อยู่ที่ของเธอ ที่ที่กูให้เธออยู่” พริษฐ์ตอบเสียงเรียบ

          “คุณลุงวิโรจน์เองก็เหมือนจะอยากได้มึง กูสังเกตได้” วาโยเอ่ยถึงบิดาของตะวันฉาย ผู้ที่มีบุญคุณท่วมหัวต่อครอบครัวของ

พริษฐ์

          “...”

          พริษฐ์สาดความเงียบเข้าใส่แทนคำตอบ แต่นั่นกลับเป็นการยืนยันสิ่งที่เพื่อนสงสัยได้ดีที่สุด             

          “แสดงว่าเขายังอยากได้มึงไปเป็นลูกเขย และคราวนี้คุณฉายยอมตามใจพ่อเธอแล้วใช่ไหม เพราะกลับมาครั้งนี้เธอดูไม่วางท่าใส่มึงแล้ว”          

          สิบทิศเป็นฝ่ายรุกถามบ้าง เขาสังเกตเห็นว่าท่าทีของตะวันฉายที่มีต่อพริษฐ์นั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยถือตัวก็ดูแทบไม่เหลือช่องว่าง

          “แล้วแบบนี้มึงจะเอาคุณไจ๋ไปไว้ไหน” วาโยเค้นเสียงถามอีกครั้ง

          “ไว้กูจัดการเอง” พริษฐ์บอกปัด หลังจากนี้ตนจะจัดการให้เรียบร้อย แล้วปิดจบการสนทนา “เจอกันที่โต๊ะละกัน”

          จากนั้นร่างสูงของหมอหนุ่มก็ขยับตัวมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ทิ้งให้คนที่ได้คำตอบชัดแจ้งทุกอย่างต้องฝืนพาตัวเองก้าวถอยออกมาจากจุดนั้น

          จนิตาเลือกเดินย้อนกลับไปอีกทาง ดวงตาพร่าเลือนอาบด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ ความรู้สึกในตอนนี้มีแต่ความเจ็บแปลบลามไปทั่ว แม้แต่จะหายใจยังรู้สึกทรมาน

          “นังไจ๋เป็นอะไร” เกวลินที่ชะเง้อมองหาเพื่อนที่หายไปนานมีสีหน้าตระหนกตกใจ เมื่อเห็นจนิตาเดินโซเซกลับมาด้วยสภาพที่ร้องไห้จนตัวโยน  

          “ใครทำแกนังไจ๋” ศราลุกพึ่บปรี่เข้าไปประคองเพื่อน

           “ฉัน...อยากไปจากที่นี่” จนิตาบอกด้วยน้ำเสียงขาดห้วง สะอึกสะอื้นจนลมหายใจสะดุด

          “ได้ๆ งั้นกลับกัน” ศรากอดประคองเพื่อนไว้แน่น พลันหันไปสั่งเกวลิน “ฉันจะพามันออกไปก่อน แกไปเช็กบิลแทนให้ก่อนนะ”

          “ได้ ไม่มีปัญหา”

          เกวลินรีบกวักมือเรียกพนักงานเก็บเงิน ทว่าในจังหวะที่รอนั้นสายตาก็พลันมองไปเห็นคนที่คุ้นตา เป็นเพื่อนของพริษฐ์ที่กำลังเดินหายเข้าไปในห้องวีไอพีที่อยู่อีกด้าน

          ไม่นานนัก ทั้งสามสาวก็อยู่บนรถ ซึ่งเกวลินทำหน้าที่เป็นสารถี

          “แกใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวฉันพากลับบ้าน” ศราพยายามลูบแผ่นหลังปลอบประโลมเพื่อนที่ยังสะอื้นไม่หยุด

          “ไม่...เอา ฉันไม่อยากกลับไป”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status