แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 16:23:24

อย่าทำให้ข้าเสียหน้า

เกาหนี่ว์เฉินลืมแล้วทุกความขุ่นเคืองทั้งหมด ดวงตาคู่เฉี่ยวจับจ้องไปที่ปลายนิ้วมือสุ่ยหยินเหอที่สัมผัสเส้นสายกู่ฉินบังเกิดเป็นเสียงดนตรีไพเราะ ดึงความสนใจของทุกคนให้มาอยู่ในจุดเดียว

เสียงดนตรีของเขาวิเศษนัก ราวกับสามารถชะล้างความเศร้าที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเกาหนี่ว์เฉินให้เบาบางลง นางลืมแล้วว่าวันนี้ตนมากับใคร เอียงคอมองเขาอย่างตั้งใจฟังเพลง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ

เหรินเฮ่าเทียนเองก็เคลิ้มไปกับเสียงดนตรีเช่นกัน จนกระทั่งหางตาเผลอเหลือบมองสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างแล้วเห็นนางมองไปยังสุ่ยหยินเหอด้วยดวงตาหวานเยิ้ม

หว่างคิ้วที่ผ่อนคลายลงแล้วเริ่มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ความรู้สึกไม่ชอบใจมิทราบที่มาเริ่มเกาะกุมจิตใจจนต้องสะบัดหน้าไล่

ข้าเป็นอะไรไป คงไม่ได้หวงนาง…ไม่หรอก! ข้าแค่ไม่ชอบใจที่นางมองบุรุษอื่นตาหวานเยิ้มต่อหน้าข้าก็เท่านั้น ข้าในฐานะที่เป็นพี่และว่าที่คู่หมั้นมิอาจไม่เตือนนางได้

“เก็บสายตาหน่อย!”

เหรินเฮ่าเทียนเอ่ยเตือน เขาคิดว่านางจะเก็บสายตา ยอมให้เสียงของเขาที่มีความหมายห้ามปรามดึงนางให้กลับมาสำรวม ทว่านางก็ยังคงเอียงคอนั่งฟังดนตรีด้วยสายตาหวานเยิ้มเช่นเดิม

นะ นี่นางกล้าไม่เชื่อฟังคำพูดของข้าหรือ

“เกาหนี่ว์เฉิน!”

ร่างบางสะดุ้งเมื่อเขายื่นมือไปเขย่าแขนเรียวภายใต้แขนเสื้อลายบุปผาในน้ำหนักไม่หนักไม่เบา

“เจ้าคะ” ปลายเสียงสูง

หน้าตาเหลอหลาฉายความไม่เข้าใจทำคิ้วเข้มกระตุก

มิใช่นางไม่ฟังคำเตือนของข้า แต่เสียงของข้าไปไม่ถึงนางเลยต่างหาก ช่าง…ฮึ่ม! น่าโมโหนัก

“ข้าเตือนให้เจ้าเก็บสายตาเสียงบ้าง อย่าลืมว่าเรามาด้วยกันในฐานะคู่หมั้น อย่าเที่ยวส่งสายตาหวานเยิ้มให้คนอื่นจนลืมรักษาหน้าข้า”

เกาหนี่ว์เฉินเม้มปาก นางย่อมไม่ได้คิดไปในทางเข้าข้างตัวเองเช่นเขาหึงหวงนางถึงได้เอ่ยเช่นนี้

“จับผิดข้าหรือเจ้าคะ ข้าแค่คล้อยไปตามเสียงเพลงไม่ได้เลยหรือ ลองมองคนอื่นดูก็อยู่ในห้วงอารมณ์เดียวกับข้าทั้งนั้น แต่เฮ่าเทียนเกอกลับจับผิดแต่กับข้า”

เหรินเฮ่าเทียนมองไปโดยรอบพบว่าเป็นอย่างที่หญิงสาวกล่าว แต่กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่ดี

“คนอื่นทำได้เจ้าไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อยามที่อยู่กับข้า ขอยืนยันคำพูดเดิมว่าเก็บสายตาของเจ้าเสีย ข้ายังมีหน้าให้ต้องรักษา อย่าทำให้ข้าอับอาย”

เกาหนี่ว์เฉินเม้มปาก อารมณ์สุนทรีเมื่อครู่อันตรธานเหลือเพียงความคับข้องใจที่โต้เถียงเป็นคำพูดไม่ได้ จะระบายอารมณ์ก็ไม่ได้เพราะสถานที่ไม่เอื้อ ได้แต่บีบมือใต้แขนเสื้อ หันไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่หน้าคนที่ทำตนหงุดหงิด

ในจังหวะนั้นสุ่ยหยินเหอสำรวจสายตาของผู้ชม เขาผงะไปครู่หนึ่ง สายตาสะดุดเข้ากับใบหน้ายับยู่ยี่ของเกาหนี่ว์เฉิน เผลอคิดไปแล้วว่าตนบรรเลงดนตรีได้แย่ขนาดคนฟังมีสีหน้าย่ำแย่เพียงนี้เชียวหรือ

แปะ! แปะ! แปะ!

เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากที่สุ่ยหยินเหอบรรเลงเพลงจบ ร่างสูงตัวบางลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือ มุมปากปรากฏรอยยิ้ม

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มเขาต้องสะดุดไปเพราะสตรีคนเดิมที่มีสีหน้าไม่สู้ดีไม่พอยังไม่ปรบมือให้เขาอีก

ในใจชายหนุ่มคิด…

ข้าบรรเลงได้แย่เพียงนั้นเชียวหรือ

“ดี! บรรเลงได้ดี”

สุ่ยหยินเหอละความสนใจจากเกาหนี่ว์เฉินมามองหน้าบิดาที่ปรบมือให้เขาเสียงดังกว่าใคร ไม่ได้หันไปมองฟู่เหรินที่นั่งอยู่ด้านข้างเลยว่านัยน์ตาแข็งเพียงใด

“ขอบคุณท่านพ่อสำหรับคำชมขอรับ ขอบคุณแขกทุกท่านสำหรับเสียงปรบมือด้วย”

คนที่เอ่ยชมออกนอกหน้าคนต่อมาคือซื่อจื่อฝู่กั๋วกง รอยยิ้มบนใบหน้าซีดขาวเป็นเช่นเดียวกับมารดา มุมปากยกยิ้มแต่แววตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

“ไพเราะยิ่ง อาเหอช่างมีพรสวรรค์เรื่องดนตรี ยามนี้ชื่อเสียงขจรขจายไปทั้งเมืองหลวงแล้ว พูดถึงเรื่องฉินใครบ้างจะไม่พูดถึงคุณชายรองจวนฝู่กั๋วกง”

สุ่ยหยินเหอยกสองมือขึ้นคารวะพี่ชายที่เอ่ยชม

“เจียงเกอชมเกินไปแล้ว หากเจียงเกอสนใจในเรื่องดนตรี ในเมืองหลวงนี้ก็คงไม่มีชื่อข้า”

คนหนึ่งยกเรื่องจริงขึ้นมาเอ่ยชม อีกคนหนึ่งก็ถ่อมตัวไม่กล้ารับ กั๋วกงฟู่เหรินเห็นเช่นนั้นก็พอใจ รอยยิ้มที่มอบให้บุตรของฟู่เหรินคนแรกของจวนแฝงความจริงใจมากขึ้น

สุ่ยหยินเหอเป็นบุตรของภรรยาเอก เมื่อมารดาสิ้น ฝู่กั๋วกงก็เลื่อนขั้นฟู่เหรินคนปัจจุบันที่ตอนนั้นเป็นภรรยารองขึ้นเป็นภรรเอกแล้วแต่งตั้งบุตรชายคนโตเป็นซื่อจื่อ

“เอาละ เจ้าไปนั่งประจำที่เถิด”

สุ่ยหยินเหอผงกศีรษะรับคำฟู่กั๋วกง สาวใช้สามคนเดินเข้ามายกฉิน เก้าอี้และโต๊ะไป ชายหนุ่มร่างบางเดินไปนั่งข้าง ๆ ซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียง

พื้นที่ตรงกลางแทนที่ด้วยนางรำจากหอเฟิ่งหวงที่ขึ้นชื่อว่าขายศิลปะไม่ขายร่างกาย

“มาแล้ว”

สิ่งที่เฝ้ารอสมหวัง สีหน้ายับยู่ยี่เมื่อครู่ของเกาหนี่ว์เฉินถูกปัดเป่าด้วยท่าร่ายรำของนางรำเอวอ่อน ตาคู่เฉี่ยวกลับมามีประกายระยิบระยับอีกครั้ง

น่าแปลกที่เหรินเฮ่าเทียนไม่ได้เอ่ยปากท้วงติง เขาไม่กล้าสำรวจใจตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร

แต่ที่แน่ ๆ ชายหนุ่มไม่คิดเอ่ยคำพูดใดที่จะทำให้ดวงตาพร่างพราวคู่นั้นถูกทำลายโดยคำพูดของเขา

“ชัดเจนแล้ว นางไม่พอใจในการแสดงของข้า พอเปลี่ยนเป็นการร่ายรำ ใบหน้าก็กลับมายิ้มแย้มเช่นเดิม”

สุ่ยหยินเหอพูดกับตัวเองเบา ๆ ยามที่เห็นสีหน้าแววตาเกาหนี่ว์เฉิน ด้วยความที่นั่งด้านข้างพี่ชาย คำพูดของเขาถึงเข้าหูซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียง เมื่อมองตามสายตาสุ่ยหยินเหอไปถึงเห็นว่าเขามองไปยังบุตรหลานตระกูลหมอหลวง

“เจ้าใช่หมายถึงคุณหนูเกาหรือไม่อาเหอ”

สุ่ยหยินเหอค่อย ๆ ถอนสายตามาจากหญิงสาว

“ข้าเพียงเห็นนางหน้านิ่วคิ้วขมวดตอนข้าแสดงเท่านั้น เลยคิดว่าการแสดงของข้าผิดพลาดจุดใด”

ซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียงรีบหลุบตาลงซ่อนความชอบใจ ในที่สุดก็มีคนที่ลดความมั่นใจสุ่ยหยินเหอได้แล้ว

“อย่าคิดมากเลยอาเหอ คุณหนูรองเกาหนี่ว์เฉินเป็นสตรีปากร้าย ชื่อเสียงฉาวโฉ่ แม้แต่เหรินไท่ยีก็ไม่พึงใจนางเช่นกัน เทียบกันแล้วพี่สาวของนางมีชื่อเสียงดีกว่า ติดแต่ว่าเป็นบุตรอนุที่เป็นสาวใช้ห้องข้างมาก่อน”

ยิ่งได้ฟังเช่นนี้สุ่ยหยินเหอยิ่งมองเกาหนี่ว์เฉินด้วยสายตาลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากเป็นคนอื่นอาจไม่อยากเข้าใกล้หญิงสาวเพราะใกล้หมึกเปื้อนชาด[1]

ทว่าสุ่ยหยินเหอเป็นคนที่ไม่ตัดสินใครจากชื่อเสียง เขาจะไม่ตัดสินนางหากยังไม่ได้ประสบด้วยตนเอง

การแสดงร่ายรำจบลง เสียงปรบมือดังขึ้น หนึ่งในนั้นย่อมมาจากเกาหนี่ว์เฉิน ท่าทางนี้สะกิดใจเขายิ่งแล้ว เริ่มมีความคิดว่าจะหาจังหวะไต่ถามนาง มิเช่นนั้นสีหน้าท่าทางของนางจะต้องติดอยู่ในใจเขาไปอีกหลายวันแน่

“งดงามยิ่ง!”

เกาหนี่ว์เฉินรัวเสียงปรบมือ นางหันมามองคนข้างกายเมื่อสัมผัสได้ว่าโดนจับจ้อง ในตอนนั้นเองที่นางชะงักไปทั้งการปรบมือและรอยยิ้มที่เริ่มหายไป

“อะไรเจ้าคะ อย่าบอกว่าข้าปรบมือไม่ได้อีกแล้ว”

เหรินเฮ่าเทียนตีหน้าเรียบเฉย

“มือก็มือเจ้า อยากปรบใครจะห้ามอะไรได้”

ว่าแล้วเขาก็หยิบชาขึ้นมาจิบ เกาหนี่ว์เฉินไม่อยากอารมณ์เสียเพราะเขาอีกจึงหันมาให้ความสนใจอาหารที่อยู่บนโต๊ะ การแสดงหยุดอยู่เพียงเท่านั้นเพราะเว้นจังหวะให้แขกได้ร่วมพูดคุยสนทนาเรื่องบ้านเมืองกัน

เกาหนี่ว์เฉินและเหรินเฮ่าเทียนเป็นตระกูลหมอหลวง ดังนั้นจึงไม่เอ่ยคำพูดใดเพียงแค่ฟังทุกคนสนทนากันเท่านั้น งานเลี้ยงน้ำชาในวันนี้เป็นการกระชับมิตร ไม่มีวัตถุประสงค์ที่เหนือไปกว่านี้ แขกหลายคนจึงเบาใจ

ยามงานเลี้ยงน้ำชาจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มแจ่มใส เว้นก็แต่เกาหนี่ว์เฉินที่ถูกกั๋วกงฟู่เหรินรั้งเอาไว้ ส่วนเหรินเฮ่าเทียนก็โดนซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียงชวนเล่นหมากล้อมต่อ

สองหนุ่มสาวถึงทราบว่างานเลี้ยงวันนี้อาจอยากกระชับมิตรส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือการขอความช่วยเหลือจากเหรินเฮ่าเทียน

เกาหนี่ว์เฉินถูกเชิญไปนั่งเล่นที่ศาลาสวนดอกไม้ ส่วนเหรินเฮ่าเทียนถูกเชิญมาที่ศาลาป่าไผ่ท้ายจวน ชายหนุ่มเดินหมากกับฝู่กั๋งกงโดยมีซื่อจื่อสุ่ยหยางเจียงนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ท่าทางเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฝู่กั๋วกงเห็นบุตรชายเริ่มเก็บท่าทีไม่อยู่แล้วจึงเริ่มเข้าประเด็นด้วยการกระแอมครั้งหนึ่ง

“เหรินไท่ยี เดาว่าท่านก็คงจะเดาท่าทีของพวกเราออกแล้ว ท่านเป็นหมอที่รักษาเฉพาะเชื้อพระวงศ์เท่านั้น…”

เหรินเฮ่าเทียนพยักหน้ารับเมื่ออีกฝ่ายนิ่งไป

“ขอรับ ฝู่กั๋วกงเองก็เป็นคนของราชวงศ์ พระญาติที่สามารถเชิญหมอหลวงมาตรวจอาการได้ทุกเมื่อ”

ฝู่กั๋วกงดีใจที่ชายหนุ่มไม่ได้เป็นคนเข้าใจอะไรยาก บอกเหตุผลของการกระทำเท่าที่สามารถบอกได้

“เปิ่นฝู่ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นที่จับตามองของทุกคน อาศัยจังหวะที่จวนกำลังจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาประจำปีเชิญเหรินไท่ยีมาตรวจร่างกายเสียเลย…ได้หรือไม่”

ปลายเสียงแฝงความคาดหวัง เหรินเฮ่าเทียนอยู่กับการเก็บความลับของผู้ป่วยมาทั้งชีวิตพยักหน้ารับเบา ๆ

“ฝู่กั๋วกงเชิญเถิด”

มือเรียวยาวยื่นไปด้านหน้าเพื่อขอมือชายหนุ่มวัด ชีพจร ทว่าฝู่กั๋วกงไม่ได้ส่งมือให้เขา แต่หันไปมองทายาทที่จะรับตำแหน่งต่อจากตน

“มิใช่เปิ่นฝู่ แต่เป็นเขา”

[1]ใกล้หมึกเปื้อนชาด (ส.) จีน หมายถึง การที่คนเราจะติดนิสัยหรือได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมหรือคนที่อยู่ใกล้เคียง ถ้าอยู่ใกล้คนดี (เปรียบเสมือนสีชาดที่ติดสีแดง) ก็จะได้รับสิ่งดี ๆ เข้ามา แต่ถ้าอยู่ใกล้สิ่งไม่ดี (เปรียบเสมือนหมึกที่ติดสีดำ) ก็จะพลอยมีนิสัยที่ไม่ดีตามไปด้วย
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 65

    “ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 64

    ๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 63

    เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 62

    ๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 61

    ๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ

  • นางร้ายคือคนที่เข้าหาพระเอกบิลสองพระรองเข้าหานางเอกบิลหนึ่ง   บทที่ 60

    ๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status