เข้าสู่ระบบฟู่หนิงเยว่ไม่คิดมาก่อนเลยว่า คุณหนูใหญ่ที่บอกว่าอ่อนแอขี้โรค และไม่สู้คน เป็นสาวชนบทที่ไร้ความรู้ความสามารถ จะเป็นคนที่รับมือยากเช่นนี้
“ฟู่ซานถิง ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ยังไม่รีบมาพยุงข้าลุกขึ้นอีกหรือ!”
“เจ้าค่ะคุณหนูรอง”
สาวใช้สองคน รีบพยุงนายของตัวเอง ออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ไม่นานหลังจากนั้น สาวใช้อีกคนก็รีบวิ่งเข้ามา พร้อมกับน้ำในอ่าง ซานถิงที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ก็รีบหันไปทันที พร้อมกับความตกใจของสาวใช้
“เฮือก! คะ คุณหนูข้าเอง ฉีฝูเองเจ้าค่ะ”
“ฉี…ฝู งั้นหรือ”
“คุณหนูท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว ข้าดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ ข้ากลัวเหลือเกินว่าท่านจะทิ้งข้าไปอีกคน ฮือ... คุณหนู”
สาวใช้วางอ่างทองเหลืองลงได้ ก็รีบคุกเข่ากอดขานางและร่ำไห้ไม่หยุด จำได้ว่า“ฉีฝู” เป็นสาวใช้ ที่ติดตามฟู่ซานถิงมาจากชนบท และมีแต่นางเพียงคนเดียว ที่คอยดูแลฟู่ซานถิงจนถึงวาระสุดท้าย โดยไม่จากไปไหน
‘หึ! อย่างน้อยเรื่องนี้เจ้าก็นับว่าโชคดีกว่าข้า เพราะยังมีคนที่อยู่เคียงข้างเจ้าอย่างฉีฝู ที่ไม่เคยทอดทิ้งเจ้าไปไหน’
“เอาล่ะ ๆ ฉีฝู ตอนนี้ข้าก็ฟื้นแล้วนี่อย่างไร”
“เจ้าค่ะ ๆ เช่นนั้นข้าจะเช้ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านนะเจ้าคะ”
สาวใช้รีบหันไปสนใจกับการจัดเตรียมน้ำสำหรับล้างหน้าและบ้วนปากให้กับซานถิง เมื่อนางยกอ่างทองเหลืองมาวางที่โต๊ะ ก็หันมาเรียกทันที
“คุณหนูเจ้าคะ มาล้างหน้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ เหตุใดท่านถึงได้ทะเลาะกับคุณหนูรองเช่นนั้น ปกติแล้วท่านมิใช่คนที่ลุกขึ้นมาตบตีกับใคร เช่นนี้มิใช่หรือเจ้าคะ”
ฉีฝูรีบเข้ามาปรนนิบัตินางเหมือนอย่างเคย แต่หมิงเล่อในร่างของฟู่ซานถิง กลับไม่คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ นางขยับตัวหนีสาวใช้ ทำให้ฉีฝูเริ่มสงสัย
‘ในเมื่อข้าจะต้องเป็นฟู่ซานถิง ก็คงต้องฝึกเรื่องนี้ให้ชิน ก่อนอื่นคงต้องรู้ก่อนว่า ครอบครัวนี้เป็นอย่างไร สกุลฟู่งั้นหรือ…’
“ฉีฝู”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ข้าป่วยมากี่วันแล้ว”
“หากนับจากวันที่เดินทางมาถึงที่นี่ วันนี้ก็เข้าวันที่สิบแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูทำให้ข้าตกใจมากนะเจ้าคะ ท่านนอนหลับไม่ตื่นมาตลอดเกือบสิบวัน แล้วยังมีไข้สูงไม่ลด นายท่านเกรงว่าท่านจะไม่รอดเสียแล้ว ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าก็เอาแต่สวดมนต์ เพื่อให้ท่านปลอดภัย พอท่านฟื้นก็รีบให้คนไปแจ้ง ข้าจึงรีบไปต้มน้ำให้ท่านอาบและเช้ดตัวเจ้าค่ะ”
"ฮูหยินผู้เฒ่างั้นหรือ"
“ท่านย่าของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ นี่ท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะคุณหนู”
ฉีฝูมองนางด้วยความสงสัยอีกครั้ง ซานถิงรู้ได้ทันทีว่า ฉีฝูเป็นคนช่างสังเกต คงต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับนางให้ดี
“เจ้าพูดเองมิใช่หรือว่า ข้าป่วยไปเกือบครึ่งเดือน บอกตามตรงนะว่า เรื่องบางอย่าง ข้าก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะผู้คนในจวนนี้”
“ตอนท่านเข้ามาก็แทบจะไม่มีสติอยู่แล้ว หากจำผู้ใดไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกเจ้าค่ะ เอาไว้ข้าจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง รวมถึงเรื่องบางอย่าง ที่ฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่าน ไม่เคยบอกพวกเราก่อนที่จะมาด้วยเจ้าค่ะ”
นางโชคดีที่มีสาวใช้ค่อนข้างรู้ความ เพียงพูดไม่กี่คำ ฉีฝูก็เข้าใจทันที นางจึงปล่อยเลยตามเลย และสอบถามทุกอย่างกับฉีฝูอย่างละเอียด และรู้ว่าที่จวนเสนาบดี อยากให้นางกลับเข้าเมืองหลวง ก็เพราะนางเป็นบุตรภรรยาเอก
ที่สกุลฟู่เรียกฟู่ซานถิงเข้ามาที่เมืองหลวง ก็เพื่อให้นางแต่งงานกับองค์ชายผู้หนึ่งแทนน้องสาวต่างมารดา และยังมีเรื่องสินเดิมของมารดา ที่เป็นมรดกเพียงอย่างเดียวที่ทิ้งไว้ให้กับนาง
ด้วยความที่คนในสกุลฟู่คิดว่า ฟู่ซานถิงที่เติบโตอยู่ในชนบทจะหัวอ่อนและเชื่อฟังโดยง่าย จะยอมมอบสิทธิ์ของบุตรสายตรงให้กับฟู่หนิงเยว่ เพื่อที่นางจะได้มีสิทธิ์ทัดเทียมกับบุตรีของภรรยาเอกอย่างถูกต้อง และยังมีสิทธิ์ในทรัพย์สินเดิมของมารดานางด้วย แต่พวกสกุลฟู่กลับคิดไม่ถึงว่าบัดนี้ ผู้ที่อยู่ในร่างนี้ จะเป็นองครักษ์นักวางยาพิษอันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างหมิงเล่อ ที่กลับชาติมาเกิด
“ดังนั้นก่อนเดินทางมา นายท่านกับฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยแจ้งเลยว่า จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พวกเขาบอกเพียงว่า อยากจะรับท่านกลับจวน เพื่อดูแลท่านในฐานะบุตรสาวเท่านั้นเจ้าค่ะ มาถึงที่นี่ ตอนที่ท่านป่วยข้าถึงได้สืบรู้จากสาวใช้คุยกันว่า หากท่านตาย สิทธิ์ความเป็นบุตรสายตรง และทรัพย์สินที่ฮูหยินทิ้งไว้ จะตกเป็นของสกุลฟู่ทั้งหมดเจ้าค่ะ”
“หึ! ขุนนางชั่ว เห็นแก่หน้าอนุภรรยา ถึงกับบีบให้บุตรสาวสายตรง มอบตำแหน่งให้ลูกอนุ เพื่อเปิดทางก้าวหน้าให้ตนเอง ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว”
“คุณหนูท่านอย่าบอกนะเจ้าคะว่า จะยอมมอบสิทธิ์ของบุตรภรรยาเอกให้กับคุณหนูรองจริง ๆ”
‘ไม่ว่าจะสกุลหลี่ หรือแม้แต่เสานาบดีสกุลฟู่ ต่างก็เห็นแต่ตัวไม่ต่างกัน เห็นทีว่าแค้นของฟู่ซานถิง จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน ในเมื่อข้าเข้ามาอยู่ในร่างของนาง ก็ควรจะช่วยนางจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้อง’
“เมื่อครู่นี้ข้าพูดกับฟู่หนิงเยว่ไปแล้วว่า อย่างไรข้าก็คือบุตรสายตรงสกุลฟู่ ตำแหน่งนี้แม้ว่าจะเป็นเสนาบดีฟู่ หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่า ก็มิอาจพรากมันไปจากข้าได้ ไม่ต้องห่วงนะฉีฝู ข้าจะต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ให้ผู้ใดหน้าไหนมาแย่งอย่างแน่นอน”
ตอนที่ 223 ความสุขที่แท้จริง (ตอนจบ)“นางเป็นอะไร เหตุใดเจ้าถึงได้ตกใจมากเช่นนั้นเล่าเต๋อชวน หรือว่านางถูกยาพิษ”องค์รัชทายาท และคนอื่น ๆ ที่เหลือพลันตกใจไปด้วย เมื่อเต๋อชวนพุดขึ้นมาเสียงดัง“ถูกพิษหรือ!!”“ไม่ใช่! ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง นี่เจ้า…. เจ้าเองก็รู้หรือ”เต๋อชวนมองหน้าซานถิง ที่นั่งยิ้มและยังกินพุทราไปด้วย นางพยักหน้าตอบรับ ทำเอาคนที่เหลือเริ่มสับสน“เจ้าจะบอกเองหรือว่าให้ข้าพูด”“พี่ใหญ่บอกไปเถิดเจ้าค่ะ เขาจะได้เลิกดุข้าเสียที”“ตกลงซานถิงเป็นอะไร พวกเจ้าเอาแต่คุยอะไรกัน ภาษาทางการแพทย์น่ะ ข้าฟังไม่เข้าใจหรอกนะ เต๋อชวนเจ้าจะพูดหรือไม่”“เอาล่ะ ๆ ข้าพูดแล้ว น้องเล็กของพวกข้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก นางก็แค่… ตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้วน่ะ”""อะไรนะ!! ตั้งครรภ์งั้นหรือ""อวี่โม่ฉินและไป๋จื่อหยางพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ เมื่อเต๋อชวนบอกว่าซานถิงตั้งครรภ์ ส่วนซือหยางยิ้มออกมาด้วยวความดีใจ“ระ เรื่องจริงหรือซานถิง นี่เจ้า… กำลังตั้งครรภ์จริงหรือ”ซานถิงมองเขาด้วยรอยยิ้ม และจับมือขององค์ชาย มาทาบที่หน้าท้อง ท่ามกลางความดีใจของพี่ชายทั้งสามคน“เพคะ ข้าตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้วเพคะ”
ตอนที่ 222 พระชายาอยู่ที่ใด!“ตำหนักหยางจิ่ง ตะกร้างั้นหรือ… อย่าบอกนะว่านาง!”“เดี๋ยวก่อนสิ ซือหยางท่านจะรีบไปไหนกัน”องค์รัชทายาทรีบวิ่งออกไปจากตำหนักบูรพาทันที เพื่อจะไปที่ตำหนักเดิมซึ่งเคยประทับอยู่ ตำหนักหยางจิ่งอยู่คนละฝั่งกับตำหนักบูรพา แต่ระยะทางไม่ได้ไกลมาก ทั้งสามคนเห็นองค์รัชทายาท รีบร้อนวิ่งออกไปก็รีบตามไปทันทีตำหนักหยางจิ่ง“ซานถิง!”""ถวายบังคมองค์รัชทายาท""“พระชายาอยู่ที่ใด! พวกเจ้าเห็นหรือไม่”“เอ่อ…”“ว่าอย่างไรเล่า!”“ทูลองค์รัชทายาท พระชายาอยู่ที่สวนด้านหลังเพคะ”“สวนด้านหลังงั้นหรือ นึกแล้วเชียว”“สวนด้านหลังมีอะไรหรือ เหตุใดซานถิงต้องไปที่นั่น โอ๊ย! โม่ฉินเจ้าคนหัวรุนแรง บอกข้าดี ๆ ก็ได้ทำไมต้องลากข้าด้วยเล่า”“พูดมาก ไปถึงก็รู้เอง ข้าจะรีบไปดูน้องเล็ก กลัวว่านางจะตกอยู่ในอันตราย”“อันตรายอะไร ที่นี่วังหลวงนะ เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่า น้องเล็กของพวกเราวรยุทธ์สูงกว่าข้าและเจ้ารวมกันอีกนะ โอ๊ย! เบา ๆ สิ”จื่อหยางและโม่ฉิน เดินทะเลาะกันไปตลอดทางจนถึงสวนด้านหลัง องค์รัชทายาทเดินปรี่เข้าไป เมื่อได้ยินเสียงของพระชายาด้านใน แต่สิ่งที่พระองค์เห็นตรงหน้า กลับทำให้รู้สึกเดือดด
ตอนที่ 221 เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว“ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เรื่องแบบนี้จะรีบร้อนหาได้ไม่ อย่างไรก็เป็นชีวิตที่เหลือของนาง แม่เข้าใจที่เจ้าพูดแล้ว ขอบใจเจ้ามากนะถิงเอ๋อร์”หลังจากกลับมาจากการเยี่ยมบ้านแล้ว องค์รัชทายาทก็รีบไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท เนื่องจากได้ยินว่าพระองค์เริ่มประชวร เต๋อชวนถูกสั่งให้เข้าไปถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่สูญเสียฮองเฮา พระวรกายของฝ่าบาทก็เริ่มทรุดลงมากกว่าเดิม“ครั้งนี้มิใช่โรคที่จะรักษาได้ทั่วไป ทรงเป็นไข้ใจ เรื่องที่ผ่านมามีผลทำให้พระวรกายทรุดโทรมลง ช่วงนี้ท่านคงจะต้องรับศึกหนักสักหน่อยแล้วล่ะองค์ชาย”“ข้ารู้ดีว่า เสด็จพ่อผูกพันกับฮองเฮามาก เดิมทีศพของกบฏควรจะถูกปล่อยให้แร้งทึ้งจิกกินที่ป่าช้าร้างนอกเมือง แต่เสด็จพ่อกลับส่งร่างของนาง กลับไปฝังที่สุสานตระกูลเดิม เพื่อให้เกียรตินางเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะขัดกับราชธรรมเนียม แต่เสด็จพ่อคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่พระองค์จะสามารถทำเพื่อนางเป็นสิ่งสุดท้าย”“ไม่น่าเชื่อเลยว่าก่อนฮองเฮาจะสิ้นพระชนม์ ก็ยังนึกถึงแต่อำนาจ ไม่เคยคิดถึงฝ่าบาทเลยแม้แต่นิดเดียว นางตายไปพร้อมกับความแค้น คงมองไม่เห็นสิ่งที่ฝ่าบาททำเพื่อนาง”“ถือว
ตอนที่ 220 เรื่องนั้นข้าก็แค่…“ท่านพี่! เหตุใดท่านถึงได้ถามเรื่องนี้เล่าเจ้าคะ ข้ากับใต้เท้า… ไม่มีอะไรสักหน่อย”แต่สีหน้าอมยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข ระคนความเขินอายของน้องสาวต่างมารดา ยิ่งทำให้ซานถิงรู้ว่า ข่าวลือที่จูหลิงเล่าให้ฟัง มิใช่เรื่องโกหกเสียแล้ว “ดูท่าว่าใต้เท้าหานผู้นี้ มีความจริงใจกับเจ้าไม่น้อย เห็นองค์ชายบอกข้าว่า เขาเข้าราชสำนักได้ไม่นาน ก็ตรวจสอบรายงานและบัญชีย้อนหลัง ได้ยินว่าขุนนางเก่าทำการยักยอกเงินในคลังไปมากมาย เป็นเขาที่ตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีพบ ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นถึงรองเจ้ากรมคลังแล้ว”หนิงเยว่อมยิ้มด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินว่า หานเซียวได้เลื่อนขั้นอีกครั้งในรอบสองเดือน แต่นางก็ยังไม่ยอมรับ“เรื่องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่าเจ้าคะ เขาเก่งด้วยตัวของเขาอยู่แล้วมิใช่หรือ ก็เขาเป็นถึงจอหงวนอันดับหนึ่ง จะทำงานเก่งเช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกมิใช่หรือ”“แต่ข้าได้ยินมาว่า เขามักจะมาขอคำปรึกษาจากเจ้าที่ร้านบ่อย ๆ อีกทั้งยังส่งของขวัญมากมายเพื่อแสดงความขอบคุณ ที่เจ้าช่วยชี้แนะวิธีในการตรวจสอบบัญชีและเปรียบเทียบบัญชีที่ผิดปกติ ทำให้เขาสามารถเจอข้อบกพร่องที่ซ่อนมาหลายปีไ
ตอนที่ 219 เยี่ยมบ้านเจ้าสาว“ดูเหมือนว่าเจ้าจะสงสัยในความแข็งแรงของสามีเช่นข้า ถ้าอย่างนั้นข้าอนุญาตให้พระชายา ตรวจสอบด้วยตัวเองอีกสักรอบ ก่อนที่เราจะไปไหว้บรรพบุรุษกันดีหรือไม่”“อ๊ะ! อย่านะเพคะ ไม่เอา อื้อ…”“เจ้าช้าไปเสียแล้ว…. ชายาที่รัก”หลังจากนั้นซานถิงก็ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกเลย ม่านที่ยังไม่มีผู้ใดกล้ามาเปิด แม้แต่ประตูห้องส่งตัวก็ยังถูกปิดสนิท สาวใช้และองครักษ์ที่รออยู่ข้างนอก เปลี่ยนน้ำมาถึงสองรอบแล้ว จนกระทั่งเย่กงหันมาถาม“หรือว่าวันนี้จะไม่เสด็จออกมาแล้ว พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร”“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ทั้งสองพระองค์ยังมีราชกิจที่ต้องไปกราบไหว้ศาลบรรพชนหลวงด้วย คงจะเพลียมากไปหน่อย ก็เลยตื่นสายเท่านั้นเอง”“ข้าไม่อยากเดินไปเปลี่ยนน้ำอีกรอบแล้วนะ จูหลิงถ้าอีกครึ่งชั่วยามประตูยังไม่เปิด เจ้าไปเปลี่ยนน้ำให้ข้าทีนะ”“ได้สิ เดี๋ยวข้าจัดการเอง เจ้าไปเตรียมจัดเครื่องเสวยเอาไว้ให้ทั้งสองพระองค์เถิด”“เฮ้อ… เครื่องเสวยตอนเช้าก็เก็บไปสิ้นแล้ว ตอนเที่ยงไม่รู้ว่าทั้งสองพระองค์ จะได้เสวยหรือไม่ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่า พิธีส่งตัวคู่บ่าวสาว จะใช้เวลายาวนานเช่นนี้ พวกเขาทำอะไรกันมากมายน
ตอนที่ 218 รักร้อนในสระน้ำอุ่น (NC)ซานถิงหันกลับมา นางรู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังตื่นอยู่ใต้น้ำ เมื่อหันมาก็ถูกจู่โจมด้วยจูบรสสุราในทันที“อื้อ….”เรียวลิ้นร้อนกวาดทุกความหวานอย่างกระหาย เมื่อถูกเขาครอบครองด้วยปาก ซานถิงโอบรัดรอบคอเขาเอาไว้ และตอบรับจูบด้วยความเต็มใจ ไม่นานมือหนาของเขาก็เริ่มกอบกุมหน้าอกอวบตรงหน้าขึ้นมา เมื่อเริ่มถอนริมฝีปากออก ก็เลื่อนลงมาจูบไปตามซอกคอ และมาหยุดที่ปทุมคู่งามตรงหน้า “อ๊าา…. ซือหยาง”บทรักใต้น้ำ เร่าร้อนและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่อัดอั้นมานานกว่าสิบวัน เนื่องจากประเพณีมิให้คู่บ่าวสาวพบหน้ากันก่อนพิธีมงคลสมรส องค์รัชทายาทหนุ่มที่กระหายเต็มกำลัง กำลังเริ่มจุดไฟรักเพื่อเชิญชวนให้นางเข้าร่วม“ซานถิง ข้ารักเจ้า”“ข้าเองก็รักท่าน อ๊าา!!”ไร้คำเตือนใด ๆ เมื่อแท่งร้อนที่ปวดหนึบของเขา มิอาจทนรอได้อีก เมื่อสอดเข้าไปยังร่องรักและเริ่มกระตุกกายไปมา น้ำในสระเริ่มกระเพื่อมแรงขึ้น จนเริ่มกระเซ็นออก จนทำให้เทียนที่วางอยู่ตามพื้นให้ดับ แต่ไฟราคะแทบจะโหมกระหน่ำแผดเผาทั้งคู่อยู่กลางสระ“อ๊าา ซือหยาง อ๊าา…”“ซานถิง… จูบข้าสิคนดี”“อื้อ…อือ… ข้ารักท่าน อ๊าา!!”ซานถิงราวกับล
ซานถิงแค่ยกมือเพื่อโบกลาเถ้าแก่เติ้ง เขายืนมองจนนางเดินออกจากร้านไป ก่อนจะรีบเก็บหีบไม้สีเข้มนั้นเข้าไปเก็บที่เดิม ซานถิงเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม และรีบเดินกลับไปหาฉีฝูที่ร้านขายชุดสตรี“คุณหนูเจ้าคะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เถ้าแก่บอกว่าจะให้คนส่งไปที่จวนสกุลฟู่เจ้าค่ะ พอทราบว่าท่านเป็นใคร เถ้าแกก็เลยมอ
เถ้าแก่เติ้งมองสตรีในผ้าคลุม แม้ว่าท่วงทำนองจังหวะการพูด จะเหมือนกับเจ้าของทรัพย์ที่นำเอามาฝาก แต่น้ำเสียงกลับหวานจับใจ และดูเหมือนจะมิใช่ชาวยุทธ์ รหัสผ่านการไถ่สินค้าของที่ร้าน จะมีเพียงเจ้าของทรัพย์ที่ฝากเท่านั้นที่จะทราบ ดังนั้นเมื่อนางต่อกลอนกับเขาจบจบได้ เขาจึงสิ้นความสงสัย เพราะนี่เป็นกฎของที่
แม้ว่าข้างกายนาง จะมีเพียงสาวใช้แค่คนเดียวที่ไว้ใจได้ แต่สำหรับนางแล้ว เหตุการณ์ในชาติก่อนสอนนางให้รู้ว่า ต่อให้เป็นคนที่ไว้ใจได้ ถึงขนาดยอมมอบชีวิตให้ ก็มิได้หมายความว่า ทุกคนจะซื่อสัตย์กับนาง“ฉีฝู”“เจ้าค่ะคุณหนู”“หากว่าข้าอยากจะออกไปข้างนอก จะต้องแจ้งใครหรือไม่”“ตอนที่มาถึงจวน นายท่านได้ให้ป้
เมื่อชาติก่อนนางตาบอดมานานเกือบครึ่งปี มาชาตินี้นางกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง นับเป็นสิ่งแรกที่สวรรค์เมตตา‘ชาติก่อนเพราะความโง่เขลาของข้า ที่รักและภักดีคนผิด จึงได้เสียแม้กระทั่งดวงตาของตัวเองไปอย่างโง่งม’แสงสว่างและความอบอุ่นของแดดในยามเช้า ที่นางไม่เคยสัมผัสมาเนิ่นนาน ทำให้ความทรงจำในชาติก่อน ที่เ







