Masuk“คุณหนูท่านยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าท่านจะยอมใจอ่อน เพียงแค่เห็นว่านายท่านและฮูหยินผู้เฒ่า รับท่านมาเลี้ยงดู ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้ ข้าก็เบาใจได้แล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินคงดีใจที่ท่านลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง”
นางยิ้มให้กับสาวใช้ แม้ว่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่พอจะคุยได้ แต่ก็ยังไม่อยากเผยพิรุธไปมากกว่านี้ ตอนนี้ฉีฝูดูจะยังไม่สงสัยนางเท่าใดนัก
“ข้าอยากแต่งตัวสักหน่อย เจ้า… มาช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเตรียมชุดกับเครื่องประดับให้ท่านนะเจ้าคะ”
เมื่อซานถิงเดินไปนั่งที่โต๊ะเพื่อส่องคันฉ่อง สิ่งที่สะท้อนกลับมา ทำเอาหัวใจของนางเต้นแรงยิ่งนัก ใบหน้าของดรุณีในวัยสิบเก้าปี และยังมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง ดวงตากลมโต สายตาเฉลียวฉลาด ริมฝีปากรูปกระจับรับกับใบหน้ารูปหัวใจ ใบหน้างดงามเช่นนี้ นางแทบไม่เคยเห็นมาก่อนในเมืองหลวง
“นางเป็นสตรีที่งามล่มเมืองจริง ๆ มิน่าเล่าสกุลฟู่ถึงได้กลัวนักหนาว่า ฟู่ซานถิงจะไม่ยอมมอบสิทธิ์ของบุตรสายตรงให้กับฟู่หนิงเยว่ ถึงกับทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาชีวิตฟู่ซานถิง ว่าแต่เรื่องแต่งงานแทนนี่มันอย่างไรกัน ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องหาทางกำจัดพิษบ้า ๆ นี่ออกไปเสียก่อน”
ชาติก่อนนางใช้ร่างกายทดสอบพิษมามากมายหลายชนิด ย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้ฟู่ซานถิงตายไม่ใช่ไข้ป่า แต่เป็นยาพิษที่มาพร้อมกับยาที่นางดื่ม และแน่นอนว่าฆาตกร ก็ต้องเป็นใครสักคนในจวนแห่งนี้อย่างแน่นอน
‘ข้าเข้าใจเจตนารมณ์ของเจ้าแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ สิทธิ์ของบุตรภรรยาเอกของเจ้า ข้าไม่มีทางยอมมอบมันให้ผู้ใดหน้าไหนทั้งนั้น หากอยากจะได้ ก็คงต้องเจอกันสักหน่อย’
ฉีฝูรีบแต่งตัวให้กับคุณหนูของตัวเองอย่างพิถีพิถัน แม้ว่าจะเป็นถึงคุณหนูใหญ่ แต่ซานถิงกลับพบว่า เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่ ล้วนแต่เป็นเสื้อผ้าเก่าหลายปีแล้ว แม้แต่เครื่องประดับ ก็เป็นเพียงของเก่าเก็บ
“สมบัติของท่านแม่ที่ติดตัวข้ามา มีเพียงเท่านี้เองหรือฉีฝู”
“ฮูหยินเคยบอกว่า สินเดิมตอนที่นางแต่งเข้าจวนสกุลฟู่ ถูกฮูหยินผู้เฒ่ายึดเอาไว้ทั้งหมด หลังจากแต่งเข้าสกุลฟู่แล้ว ฮูหยินก็มิได้แตะต้อง จนกระทั่งสิ้นลม หลังจากนั้นฮูหยินผู้เฒ่าก็อ้างสิทธิ์เป็นผู้ดูแลแทนเจ้าค่ะ”
“หึ! เป็นเช่นนี้เองหรอกหรือ ที่แท้พวกเขาก็อยากจะยึดสินเดิมของท่านแม่นี่เองสินะ ถึงได้เรียกให้ข้ากลับมาเพื่อจัดการ ให้นางได้ครอบครองอย่างชอบธรรม มันไม่ง่ายเช่นนั้นแน่นอน”
“แต่ถึงกระนั้นทรัพย์สินของฮูหยินทั้งหมด ก็ถูกเก็บเอาไว้ที่คลังสกุลฟู่ และมีเพียงแต่ได้รับความยินยอมของคุณหนูก่อนเท่านั้น ฮูหยินผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ จึงจะสามารถมีสิทธิ์ในทรัพย์สินเดิมของฮูหยินเจ้าค่ะ ดังนั้นการที่พวกเขาเรียกท่านกลับมาเมืองหลวง ข้าคิดว่า… คงเพราะเรื่องนี้ด้วย”
“หึ! นอกจากเรื่องจะจับข้าแต่งงานแทนคนอื่นแล้ว ยังมีเรื่องสินเดิมของท่านแม่ด้วยนี่เอง หากข้าเดาไม่ผิด พวกนางคงรอให้ข้าตาย เพื่อที่จะยึดสินเดิมของท่านแม่ ยกให้ฟู่หนิงเยว่เป็นสินเดิมตอนออกเรือนนี่เองสินะ”
“ข้าไม่เคยคิดเรื่องเช่นนี้มาก่อนเลยเจ้าค่ะ เพราะถึงอย่างไร พวกเขาก็จะให้ท่านแต่งให้องค์ชายเก้า และใช้สินเดิมของฮูหยินเป็นสินเดิมให้ท่านตอนออกเรือน ไม่คิดว่าพวกเขาจะมีแผนการร้ายเช่นนี้แอบแฝงอยู่”
นางหันไปยิ้มให้กับความคิดที่ไร้เดียงสาของฉีฝู นานแล้วที่ไม่เคยเห็นสีหน้าเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกนึกถึงอาเต๋อ หมอยาอายุน้อยในจวนแม่ทัพขึ้นมาทันที
“สำหรับครอบครัวที่ไม่เคยใยดีข้ามาตลอดสิบกว่าปี เจ้าคิดว่าพวกเขาจะใจดีกับข้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ หากว่าข้ารอด ก็แค่ต้องแต่งงานกับองค์ชายที่พวกเขาไม่อยากให้ฟู่หนิงเยว่แต่งด้วย แต่ถ้าหากข้าตายขึ้นมา พิธีแต่งงานกับองค์ชายเก้าก็จะถูกยกเลิก และสินเดิมทั้งหมดของท่านแม่ ก็จะเป็นของสกุลฟู่โดยชอบธรรม ถ้าข้าเดาไม่ผิด ส่วนหนึ่งก็คงจะถูกแบ่งไปเป็นสินเดิมของฟู่หนิงเยว่”
“เหตุใดคนเหล่านี้ช่างใจร้ายนัก คนเมืองหลวงนี้เต็มไปด้วยเล่หืกลยากคาดเดานะเจ้าคะคุณหนู ท่าน... กลัวหรือไม่เจ้าคะ”
ฉีฝูทำสีหน้ากังวลเมื่อหันมาจับแขนคุณหนูที่นางรักและห่วงใยที่สุด ความรู้สึกนี้ถ่ายทอดมาถึงซานถิง นางรู้ดีว่าฉีฝูไม่โกหก อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกผูกพันของร่างเดิม ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เป็นได้
“ข้ามีเจ้าอยู่ ย่อมไม่กลัวสิ่งใดอยู่แล้ว เอาล่ะข้าอยากจะเดินออกไปสำรวจรอบ ๆ จวนสกุลฟู่นี้สักหน่อย ช่วยพาข้าออกไปได้หรือไม่”
“ได้สิเจ้าคะ”
ฟู่ซานถิงยิ้มออกมา ก่อนจะเดินตามฉีฝูออกไปจากห้อง แสงสว่างที่นางไม่คุ้นเคย ทำให้ซานถิงเกือบจะยืนไม่อยู่ ฉีฝูเดินเข้ามาพยุงนางทันที
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านเป็นอะไรหรือไม่ รู้สึกหน้ามืดหรือเจ้าคะ”
“ข้า… ไม่เป็นไร คงเป็นเพราะว่านอนป่วยมาหลายวัน ไม่ค่อยได้ออกมารับแสงแดด ก็เลยยังปรับตัวไม่ได้น่ะ”
เถ้าแก่เติ้งมองสตรีในผ้าคลุม แม้ว่าท่วงทำนองจังหวะการพูด จะเหมือนกับเจ้าของทรัพย์ที่นำเอามาฝาก แต่น้ำเสียงกลับหวานจับใจ และดูเหมือนจะมิใช่ชาวยุทธ์ รหัสผ่านการไถ่สินค้าของที่ร้าน จะมีเพียงเจ้าของทรัพย์ที่ฝากเท่านั้นที่จะทราบ ดังนั้นเขาจึงสิ้นความสงสัย เพราะนี่เป็นกฎของที่ร้านที่เขาตั้งขึ้นมาเอง“เช่นนั้นก็รอสักครู่ ข้าจะรีบจัดการให้”“ขอบคุณเถ้าแก่เติ้ง”เถ้าแก่หายไปสักพัก ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกล่องเล็ก ๆ ใบหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยตั๋วเงินและทรัพย์สินบางส่วน เมื่อนางรับมาก็เปิดดูทันที นางพบว่ามีบางอย่างอยู่ในนั้นด้วย“กำไลหยกแดง…น่าแปลกที่เจ้าชอบกำไลปลอม ที่ทำจากหินเช่นนี้ ตอนนั้นดูเจ้าหวงแหนมันมาก แต่ข้าแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่า มันก็แค่กำไลหินราคาไม่ถึงสามอีแปะ ที่ขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด”“ท่านว่าอย่างไรนะ เหอะ! กำไลปลอมงั้นหรือนี่ ให้ตายสิ”นี่เป็นสิ่งของมีค่าเพียงชิ้นเดียว ที่หมิงเล่อเคยได้รับมาจากหลี่อวี้หลานเมื่อชาติก่อน หลังจากที่หมิงเล่อสูญเสียดวงตา เพื่อมอบให้กับหลี่อวี้หลานไปแล้ว นางก็แทบจะไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย และเอาแต่ฝึกยุทธ์เงียบ ๆ อยู่ที่เรือนหลังจวนแม่ทัพเพียงลำพัง โดยมีแค่
แม้ว่าข้างกายนาง จะมีเพียงสาวใช้แค่คนเดียวที่ไว้ใจได้ แต่สำหรับนางแล้ว เหตุการณ์ในชาติก่อนสอนนางให้รู้ว่า ต่อให้เป็นคนที่ไว้ใจได้ ถึงขนาดยอมมอบชีวิตให้ ก็มิได้หมายความว่า ทุกคนจะซื่อสัตย์กับนาง“ฉีฝู”“เจ้าค่ะคุณหนู”“หากว่าข้าอยากจะออกไปข้างนอก จะต้องแจ้งใครหรือไม่”“ตอนที่มาถึงจวน นายท่านได้ให้ป้ายของสกุลฟู่เอาไว้แล้วนี่เจ้าคะ นายท่านยังบอกอีกว่า หากคุณหนูอยากจะไปข้างนอก หรือว่าจะไปซื้อของก็สามารถออกไปได้เลย เรื่องนี้นายท่านรับปากเอาไว้ ก่อนที่ท่านจะยอมตกลงเดินทางมาเมืองหลวงเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นก็เยี่ยมไปเลย แล้วป้ายนั่นอยู่ที่ใด”“อยู่นี่เจ้าค่ะ”เมื่อซานถิงเห็นป้ายก็ยิ้มออกมาทันที“เช่นนั้นก็ดีเลย เราออกไปกันเถอะ”“แต่ว่าท่านหายดีแล้วหรือเจ้าคะ ท่านแน่ใจหรือว่า…”“ข้าแข็งแรงดีมาก รีบไปกันเถอะ”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปสั่งให้คนเตรียมรถม้าให้นะเจ้าคะ”“เดี๋ยวก่อนนะ ไม่ต้องหรอก พวกเราไปกันเองเถอะ”“ไม่ใช้รถม้าหรือเจ้าคะ”“ไม่ต้อง ข้าอาจจะต้องแวะไปหลายที่สักหน่อย ยังไม่อยากให้เป็นที่สังเกตมาก”“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปเตรียมผ้าคลุมให้ท่าน”นับว่าสาวใช้ของนางฉลาดและรู้ความมากกว่าที่คิด เพี
เมื่อชาติก่อนนางตาบอดมานานเกือบครึ่งปี มาชาตินี้นางกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง นับเป็นสิ่งแรกที่สวรรค์เมตตา‘ชาติก่อนเพราะความโง่เขลาของข้า ที่รักและภักดีคนผิด จึงได้เสียแม้กระทั่งดวงตาของตัวเองไปอย่างโง่งม’ชาติก่อน / จวนแม่ทัพ“ท่านแม่ทัพ อาการท่านไม่ดีขึ้นเลยหรือเจ้าคะ”“หมิงเล่อ…. เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่”“ท่านแม่ทัพต้องการสิ่งใด โปรดแจ้งข้ามาได้เลย ไม่ว่ายาพิษชนิดใด ที่จะช่วยรักษาท่านได้ ข้ายินดีจะทำขึ้นมาเพื่อท่าน หรือไม่ก็ใช้เลือดของข้าอีกก็ได้ เลือดของข้าช่วยขับพิษให้ท่านได้ บางทีอาจจะ… ช่วยดวงตาของท่านได้”“เจ้าก็ได้ยินที่ท่านหมอบอกแล้ว ตอนนี้เพียงแค่เลือดของเจ้า ไม่เพียงพอเสียแล้ว ดวงตาของข้า มิอาจกลับมามองเห็นเจ้าอีกแล้ว”“ท่านแม่ทัพ! จะเป็นเช่นนี้หาได้ไม่ ข้าจะไปปรึกษาท่านหมอ “ฝูชวน” ดูว่าเขามีวิธีการใดบ้าง”“อย่าเสียเวลาอีกเลย นับจากนี้ไป ข้าคงจะเป็นได้เพียงแค่… คนตาบอดเท่านั้น ตราบใดที่ยังหาดวงตาที่เหมาะสม มาทดแทนไม่ได้”“หมิงเล่อ” องครักษ์และนักปรุงยาพิษของแม่ทัพเกราะเหล็ก ของราชสำนักต้าเซิน “หลี่อวี้หลาน” ที่พลาดพลั้งถูกยาพิษของศัตรู ในการทำศึกชายแดนใต้ แม้ว่าจะชนะศึกแต่เขา
“คุณหนูท่านยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าท่านจะยอมใจอ่อน เพียงแค่เห็นว่านายท่านและฮูหยินผู้เฒ่า รับท่านมาเลี้ยงดู ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้ ข้าก็เบาใจได้แล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินคงดีใจที่ท่านลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง”นางยิ้มให้กับสาวใช้ แม้ว่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่พอจะคุยได้ แต่ก็ยังไม่อยากเผยพิรุธไปมากกว่านี้ ตอนนี้ฉีฝูดูจะยังไม่สงสัยนางเท่าใดนัก“ข้าอยากแต่งตัวสักหน่อย เจ้า… มาช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่”“ได้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปเตรียมชุดกับเครื่องประดับให้ท่านนะเจ้าคะ”เมื่อซานถิงเดินไปนั่งที่โต๊ะเพื่อส่องคันฉ่อง สิ่งที่สะท้อนกลับมา ทำเอาหัวใจของนางเต้นแรงยิ่งนัก ใบหน้าของดรุณีในวัยสิบเก้าปี และยังมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง ดวงตากลมโต สายตาเฉลียวฉลาด ริมฝีปากรูปกระจับรับกับใบหน้ารูปหัวใจ ใบหน้างดงามเช่นนี้ นางแทบไม่เคยเห็นมาก่อนในเมืองหลวง“นางเป็นสตรีที่งามล่มเมืองจริง ๆ มิน่าเล่าสกุลฟู่ถึงได้กลัวนักหนาว่า ฟู่ซานถิงจะไม่ยอมมอบสิทธิ์ของบุตรสายตรงให้กับฟู่หนิงเยว่ ถึงกับทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาชีวิตฟู่ซานถิง ว่าแต่เรื่องแต่งงานแทนนี่มันอย่างไรกัน ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องหาทางกำจัดพิษบ้า ๆ นี่ออกไปเสี
ฟู่หนิงเยว่ไม่คิดมาก่อนเลยว่า คุณหนูใหญ่ที่บอกว่าอ่อนแอขี้โรค และไม่สู้คน เป็นสาวชนบทที่ไร้ความรู้ความสามารถ จะเป็นคนที่รับมือยากเช่นนี้“ฟู่ซานถิง ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ยังไม่รีบมาพยุงข้าลุกขึ้นอีกหรือ!”“เจ้าค่ะคุณหนูรอง”สาวใช้สองคน รีบพยุงนายของตัวเอง ออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล ไม่นานหลังจากนั้น สาวใช้อีกคนก็รีบวิ่งเข้ามา พร้อมกับน้ำในอ่าง ซานถิงที่ได้ยินเสียงฝีเท้า ก็รีบหันไปทันที พร้อมกับความตกใจของสาวใช้“เฮือก! คะ คุณหนูข้าเอง ฉีฝูเองเจ้าค่ะ”“ฉี…ฝู งั้นหรือ”“คุณหนูท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว ข้าดีใจยิ่งนักเจ้าค่ะ ข้ากลัวเหลือเกินว่าท่านจะทิ้งข้าไปอีกคน ฮือ... คุณหนู”สาวใช้วางอ่างทองเหลืองลงได้ ก็รีบคุกเข่ากอดขานางและร่ำไห้ไม่หยุด จำได้ว่า“ฉีฝู” เป็นสาวใช้ ที่ติดตามฟู่ซานถิงมาจากชนบท และมีแต่นางเพียงคนเดียว ที่คอยดูแลฟู่ซานถิงจนถึงวาระสุดท้าย โดยไม่จากไปไหน‘หึ! อย่างน้อยเรื่องนี้เจ้าก็นับว่าโชคดีกว่าข้า เพราะยังมีคนที่อยู่เคียงข้างเจ้าอย่างฉีฝู ที่ไม่เคยทอดทิ้งเจ้าไปไหน’“เอาล่ะ ๆ ฉีฝู ตอนนี้ข้าก็ฟื้นแล้วนี่อย่างไร”“เจ้าค่ะ ๆ เช่นนั้นข้าจะเช้ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านนะเจ้าคะ”สาวใช
รอยยิ้มร้าย สายตาดุดันที่มองฟู่หนิงเยว่ ทำให้นางเริ่มกลัว และรีบเดินไปหลบอยู่ด้านหลังสาวใช้ของตัวเอง ฟู่ซานถิงมองใบหน้าของผู้ถาม เมื่อมองพินิจดูแล้ว สตรีตรงหน้าตอนนี้ น่าจะมีอายุไม่น่าเกินสิบเจ็ดปี“เจ้าก็คือฟู่หนิงเยว่ น้องสาวต่างมารดาของข้าสินะ”“ก็ใช่น่ะสิ!”จากความทรงจำของร่างเดิม ตอนนี้นางจะอายุย่างเข้าสิบเก้าในปีนี้ นั่นก็หมายความว่า หมิงเล่อเข้ามาสวมร่างของสตรีที่มีอายุน้อยกว่านางเกือบสี่ปี เมื่อหันไปมองฟู่หนิงเยว่ที่เดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ ก็ยิ้มให้พวกนางเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเต็มตัว ทำให้สตรีผู้มาเยือนตกใจและเริ่มกลัว“ก็ไม่ทำไม ยินดีที่ได้รู้จักนะ น้องสาว”“ในเมื่อฟื้นแล้ว เหตุใดจึงเอาแต่นอน นี่มันเวลาใดกันแล้ว”“นั่นสิ ข้าเองก็อยากทราบว่า นี่มันเวลาใดกันแล้ว และข้า… ต้องทำสิ่งใดก่อน”"นางเอาแต่นอนมาตั้งหลายวัน คงจะเกียจคร้านเสียจนเคยตัว พวกบ้านนอกก็แบบนี้แหละเจ้าค่ะคุณหนู ช่างไม่รู้กฎเกณฑ์อะไรเอาเสียเลย ไม่เหมือนท่านที่โตมาเพียบพร้อม ทั้งความรู้และกิริยามารยาทตามหลักคนชั้นสูง"“อาสี่เจ้านี่นะ ปากหวานเกินไปแล้ว”“บ่าวพูดความจริงเจ้าค่ะ ท่านเหมาะสมที่จะได้เป็นพระชายาอ







