Share

ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-05 06:33:37

“ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”

ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

“ได้พวกข้าตกลง”

“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”

“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวกเขาจะเห็นความงดงามไม่เพียงแต่ภายนอก แต่ยังเป็นภายในจิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์ นางเห็นมานักต่อนักประเภทปากดี พอได้สัมผัสเนื้อแท้ก็ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น องค์ชายทั้งสองข้าจะเป็นเฒ่าจันทราผูกด้ายแดงให้กับพวกท่านเอง

“ก็เพราะเจ้าสองคนมีส่วนทำให้ใบหน้าของพวกเขาได้รับบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นพาพวกเขาไปทำแผล จากนั้นพาเขาไปปั้นเม็ดยาลูกกลอน”

“เจ้าค่ะ ตามมาเพคะ” ลู่ฟางเอ่ยบอกพวกเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางมองพวกนางอย่างหงุดหงิด แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้ ก่อนจะเดินตามพวกนางออกไป

เมื่อพาพวกเขามาที่ห้องโถง ลู่ฟางก็เดินไปหยิบกล่องทำแผลออกมา ในกล่องยามีหลอดยาทาฟกช้ำที่ลู่หลินนำมาไว้ให้ใช้ นางเขียนติดไว้ข้างหลอดยาว่าแก้ฟกช้ำ เพื่อสะดวกในการหยิบมาใช้จะได้ไม่ผิดพลาด

“นั่งลง” เมื่อไม่มีคนอื่นลู่เซียนก็แผลงฤทธิ์ทันที ลู่เซียนหันไปส่งสายตาให้กับลู่ฟางอย่างรู้กัน จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางมองท่าทางของพวกนางอย่างหวาดระแวง สตรีเจ้าเล่ห์สองนางนี้คงมีแผนบางอย่างเป็นแน่

 เมื่อมานั่งใกล้ ๆ กันเช่นนี้ ถึงได้รู้ว่าพวกนางงดงามมาก ใบหน้างามขาวผ่องอมชมพูใสอย่างสุขถาพดี แต่สายตาของพวกนางดูเจ้าเล่ห์พิกล พวกนางอายุยังน้อยห่างจากพวกเขาน่าจะหลายปี คิดไม่ออกเลยว่า หากก่อนหน้านี้พวกเขาได้ลงไม้ลงมือ บนใบหน้าแสนงดงามของพวกนาง ไม่รู้ว่าใบหน้านี้จะเจ็บช้ำเพียงใด พวกเขาคงจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเป็นแน่

“ขยับเข้ามาใกล้ ๆ” ลู่ฟางเอ่ยบอกจื้อตงหยาง

“นี่! ข้าเป็นถึงองค์ชายอีกอย่างอายุมากกว่าเจ้าหลายปี พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย” เขาเอ่ยตำหนิออกมา

“ไม่จำเป็นต้องพูดดีกับคนที่มีอคติกับเรา” ลู่ฟางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะบีบหลอดยามาทาที่แก้มของเขา แต่แรงที่กดทาลงไปไม่เบานัก จื้อตงหยางถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บ เขารีบจับข้อมือของนางเอาไว้ “มือหรือว่าเท้าเหตุใดหนักนักเล่า?”

“คนนิสัยไม่ดีต้องทาแรง ๆ ถึงจะหายเร็ว มานี่ยังทาไม่เสร็จ” ลู่ฟางพยายามบิดข้อมือออกจากการจับของเขา เมื่อเขาไม่ปล่อยลู่ฟางจึงใช้วิธีจี้เอวเพื่อให้เขาปล่อยมือ

“นี่แหนะ ๆ”

“โอ๊ย ๆ ๆ หยุด ๆ” จื้อตงหยางใช้มืออีกข้างมาจับแขนของนางที่พยายามจี้เอว จนสุดท้ายเสียหลักล้มไปทาบทับอยู่บนร่างของนาง เขามองใบหน้าเนียนใสตรงหน้าที่ใกล้กันจนได้ยินลมหายใจ กลิ่นกายของนางหอมกรุ่นลอยมาปะทะจมูกของเขา จนเขาต้องเผลอสูดดมอย่างไม่รู้ตัว 

ร่างของนางก็แสนจะนุ่มนิ่มน่ากอด ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์มองหน้ากันและกันอย่างเหม่อลอย ก่อนที่เขาจะก้มลงมาใช้ริมฝีปากสัมผัสกับริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา เมื่อได้สัมผัสก็เหมือนจะติดใจจนต้องปล่อยไปตามอารมณ์ ลู่ฟางจูบตอบเขาอย่างเลื่อนลอยละมุนละไมคล้ายอยู่ในความฝัน

จื้อตงหยางถอนจูบออกมา ก่อนจะมองสำรวจใบหน้างามอย่างพิจารณา ยามนี้ใบหน้าของนางแดงระเรื่อยิ่งส่งให้นางดูงดงามมากขึ้นไปอีก เขายกนิ้วขึ้นมาเกลี่ยแก้มของนางเบา ๆ มองนางอย่างหลงใหลโดยไม่รู้ตัว “ข้าขอถอนคำพูดได้หรือไม่?”

“ถอนคำพูดเรื่องใดกัน?”

“ก็เรื่องที่ว่าจะไม่แต่งงานกับเจ้า” ลู่ฟางครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยออกมา

“พอได้จูบก็เลยเปลี่ยนใจอย่างแต่งหรือเพคะ ก็แค่จูบที่แสนจืดชืดไม่มีความประทับใจเลยสักนิด หม่อมฉันจะหาบุรุษที่จูบได้ร้อนแรงกว่านี้เพคะ”

“นี่เจ้า!” จื้อตงหยางโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ จูบที่แสนจืดชืดอย่างนั้นหรือ? จะไปหาบุรุษที่จูบได้ร้อนแรง เขากำหมัดแน่นอย่างพยายามระงับอารมณ์ เขาไม่มีทางปล่อยให้นางได้ไปจูบกับใครแน่

ทางด้านลู่เซียนพอจื้ออี้เฉิงนั่งลง นางก็จ้องเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง นางแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบเขาเป็นอย่างมาก “นั่งห่างขนาดนั้นจะทายาถนัดหรือ?”

“ท่านก็ขยับมาสิ” จื้ออี้เฉิงกลอกตามองบนก่อนจะรีบขยับกายเข้ามานั่งใกล้นาง ลู่เซียนจึงรีบทายาบนใบหน้าเขาอย่างไม่เบามือนักเพราะนางจงใจ จื้ออี้เฉิงที่รู้สึกเจ็บแปลบบนใบหน้าร้องออกมา ก่อนจะเผลอผลักลู่เซียนกระเด็นลอยออกไปไกล 

ลู่เซียนที่ไม่ได้ตั้งตัวถลาไปชนเสาเรือนดังโป๊ก! “โอ๊ย!!” หน้าผากของนางกระแทกอย่างจัง ส่งผลให้หน้าผากของนางแตกเลือดไหลอาบออกมาทันที จื้ออี้เฉิงตกใจรีบถลาไปคว้าร่างของนาง แต่ลู่เซียนดิ้นไม่ให้เขาถูกเนื้อต้องตัว “พี่หญิงช่วยข้าด้วย” เอ่ยจบนางก็หมดสติไปทันที

ลู่ฟางและจื้อตงหยางตกใจจนทำตัวไม่ถูก เกิดอะไรขึ้นเหตุใดหน้าผากของนางถึงได้เต็มไปด้วยเลือดเช่นนั้น จื้อตงหยางตวัดสายตาตำหนิไปที่น้องชายเขาทันที จื้ออี้เฉิงรีบตรงเข้าไปอุ้มร่างของนางมานอนบนตั่งริมหน้าต่าง 

ลู่ฟางรีบเข้ามาเช็ดเลือดให้น้องสาวด้วยมืออันสั่นเทา “ใครอยู่ข้างนอกไปบอกพี่ใหญ่ทีและตามหมอด้วย” ลู่ฟางตะโกนออกไป ยามนี้ภายในใจร้อนรนด้วยความเป็นห่วงลู่เซียน

ไม่ช้าลู่เสียนและอีกหลาย ๆ คนก็ผลุนผลันกันเข้ามา เมื่อทุกคนเห็นใบหน้าลู่เซียนเต็มไปด้วยเลือด ต่างพากันตกตะลึงด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น!!” ลู่เสียนร้องถามออกไปด้วยความโกรธ จื้ออี้เฉิงรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง 

“คุณหนูใหญ่ข้าเป็นคนผลักนางเอง แต่ว่าข้าไม่ได้ตั้งใจมันเป็นอุบัติเหตุ” ลู่เสียนมองหน้าเขาเรียบนิ่ง เหว่ยอ๋องก้าวเข้ามาก่อนจะเอ่ยด้วยนำ้เสียงเย็นชา

“เจ้าทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ข้ารู้สึกผิดหวังกับเจ้าจริง ๆ เห็นทีข้าคงต้องรายงานความประพฤติของเจ้าต่อเสด็จอา”

“แต่ว่าเหว่ยอ๋องเขาก็บอกอยู่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุนะ” จื้อตงหยางรีบเอ่ยแก้ต่างให้ผู้เป็นน้องชายทันที แต่เป็นจื้ออี้เฉิงเอ่ยยอมรับผิดออกมาเสียเอง

“ข้ายอมรับผิดทุกอย่าง คุณหนูใหญ่ เหว่ยอ๋อง โปรดลงโทษตามที่เห็นสมควรเถิด”

แต่ก่อนที่ทุกคนจะตัดสินใจทำอะไร ลู่เซียนที่เริ่มได้สติและได้ยินบทสนทนาทุกอย่างก็เอ่ยขึ้นมา

“พี่ใหญ่อย่าตำหนิเขาเลยมันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าเอ่อ…ไปแกล้งเขาก่อน เขาก็เลยผลักข้าจนไปชนเสาเรือนเจ้าค่ะ” จื้ออี้เฉิงเมื่อได้ยินนางอธิบายออกมา ก็รู้สึกโล่งใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประทับใจในความกล้าหาญและซื่อตรง ที่จริงนางจะใส่ร้ายเขาก็ได้แต่นางกลับพูดความจริงออกมาเพื่อแก้ต่างให้เขา บุตรสาวตระกูลลู่ช่างน่าสนใจจริง ๆ นี่คงเป็นความหมายที่คุณหนูใหญ่ได้พูดเอาไว้สินะว่า ต้องการให้พวกเข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง 

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่57 ประหารต่อหน้าทุกคน

    ลู่เสียนได้ขอพื้นที่ส่วนตัวเพื่อที่จะต้มยา ฮ่องเต้จึงยกตำหนักรับรองให้เพื่อเหว่ยอ๋องและทุกคนจะได้พักด้วย ลู่เสียนนำสิ่งของออกมามากมาย จากนั้นก็ให้ทหารไปเรียกหมอหลวงมา เพื่อฟังนางอธิบายถึงโรคระบาดว่าต้องทำอย่างไร หมอหลวงทุกคนตั้งใจฟังนางเป็นอย่างดีและทำตามอย่างเคร่งครัดลู่เสียนให้ทุกคนใส่ผ้าปิดจมูก สอนวิธีล้างมืออย่างถูกวิธี จากนั้นทาเจลฆ่าเชื้อ ส่วนยาพาราเซตามอล นางอธิบายว่าใช้กินเพื่อลดไข้บรรเทาอาการปวด และนางยังสอนการวัดไข้ให้กับหมอหลวงอีกด้วย และแนะนำให้พวกเขาแบ่งผู้ป่วยตามระดับไข้ ซึ่งพอนางอธิบายหมอหลวงก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว สร้างความพอใจให้กับลู่เสียนเป็นอย่างมาก ส่วนน้ำที่นางต้มเป็นยารักษาโรคระบาด นางให้นำไปตั้งหน้าวังแจกจ่ายให้ทุกคนดื่ม พร้อมทั้งแจกผ้าปิดจมูก สบู่ล้างมือ เจลฆ่าเชื้อ และด้านหน้าวังยังทำเป็นจุดตรวจโรคและจ่ายยาลู่เสียนเสนอให้ทางการทำโรงทานแจกโจ๊กให้กับทุกคนด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้กินอาหารและกินยา บางครอบครัวป่วยกันทั้งครอบครัว อีกทั้งยากจนการมีอาหารแจกจึงจำเป็นมาก ลู่เสียนยังคงต้มน้ำกระเจี๊ยบไปเรื่อย ๆ เมื่อต้มเสร็จก็เทใส่ถังแล้วต้มใหม่ ตอนที่มีเตาทั้งหมด10เตา น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status