Beranda / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

Share

ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-04 05:50:29

จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…

“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร 

“คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”

“ถวายบังคมเสด็จลุง”

“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านใน

จากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่องเต้นั่งลงด้วยพระพักตร์เคร่งขรึม มองบุรุษสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายพระเนตรเอาเรื่อง

“เหตุใดถึงยังจับแขนของพวกนางเอาไว้อยู่อีก ปล่อยแขนพวกนางเดี๋ยวนี้!” เมื่อได้ยินน้ำเสียงดุดันของเสด็จลุง สองหลานชายจอมเกเรก็รีบปล่อยมือทันที

“ถอดหน้ากากปัญญาอ่อนของพวกเจ้าออกเสีย” จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงรีบทำตามอย่างว่าง่าย เพราะยามนี้พวกเขารับรู้ว่าเสด็จลุงมีโทสะมากเพียงใด เมื่อพวกเขาถอดหน้ากากออกก็เผยให้เห็นใบหน้าอันแสนหล่อเหลา และมีส่วนคล้ายกับฮ่องเต้อยู่ถึง7ส่วน 

“สตรีสองนางนี้คือคุณหนูหกและคุณหนูเจ็ด เป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิงกับอนุลู่ ในเมื่อเจ้าถูกเนื้อต้องตัวนางให้ได้รับความเสื่อมเสีย พวกเจ้าก็ต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับพวกนางเสีย” สองบุรุษถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ พวกนางไม่ใช่คุณหนูใหญ่และคุณหนูสี่หรอกหรือ

“เสด็จลุงข้าไม่มีทางแต่งงานกับสตรีที่เป็นบุตรของอนุเด็ดขาด!!” จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางแย้งขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย เขาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงจะให้ลดตัวมาแต่งงานกับบุตรสาวของอนุไม่มีทางเสียละ

“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงไปบนใบหน้าอันหล่อเหลาของพวกเขาดังสนั่น ลู่ฟางและลู่เซียนฟาดฝ่ามือลงไปเต็มแรง เพราะความโกรธพุ่งเข้ามาอย่างสุดกลั้น เป็นบุตรสาวของอนุแล้วอย่างไรอย่าคิดว่าจะมาถูกกันได้ง่ายๆ การด้อยค่าผู้อื่นเช่นนี้น่ารังเกียจเหลือทน จากนั้นลู่ฟางจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างดุดัน

“ถึงแม้ว่าฝ่าบาทจะเป็นคนเสนอการแต่งงานขึ้นมา แต่ก่อนที่ท่านจะเอ่ยคำพูดเน่า  ๆ เหล่านั้นออกมา ท่านถามข้าแล้วหรือ? ว่ายินดีแต่งงานกับท่านหรือไม่ พวกข้าเป็นบุตรสาวของอนุแต่ก็เป็นบุตรสาวของคหบดีลู่เฉิง ถึงข้าไม่ออกเรือนท่านพ่อก็สามารถเลี้ยงข้าได้สบาย ฝ่าบาทหม่อมฉันสองคนพี่น้องไม่ยินดีแต่งงานเพคะ ถูกเนื้อต้องตัวกันแค่นี้หม่อมฉันไม่ถือสา ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาแต่งงานเพคะ” 

จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางยกมือขึ้นมาลูบแก้มตนเองอย่างตกตะลึง บังอาจเกินไปแล้วนางสตรีชั้นต่ำถึงขั้นกล้าลงมือกับเชื้อพระวงศ์ เจ้าสองคนรนหาที่ตาย เขาสองหันมามองลู่ฟางและลู่เซียนอย่างโมโหสุดขีด ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถูกสตรีตบหน้า เขายกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนพวกนาง แต่แล้วแขนของพวกเขาทั้งสองคนก็ถูกจับเอาไว้เสียก่อน

“มาจวนของผู้อื่นแท้ ๆ แต่กลับวางอำนาจคิดจะทำร้ายเจ้าของจวน ถึงพวกท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าพวกนางเป็นข้าและลู่หลิน แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิ์จะมาฉุดกระชาก พาไปไหนต่อไหนได้ตามใจชอบ บุรุษเช่นพวกท่านหากข้าไม่สั่งสอนเสียบ้างคงไม่หยุดที่จะวางอำนาจไปทั่ว ข้าไม่สนใจว่าท่านจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ที่นี่คือจวนตระกูลลู่ข้าใหญ่สุด ลู่หลินจัดการ!”

“เพี๊ยะ! ๆ เพี๊ยะ! ๆ ลู่เสียนและลู่หลินยกมือขึ้นมาฟาดไปที่ที่ใบหน้าของพวกเขาไม่ยั้ง จนใบหน้าของพวกเขาบวมฉึ่งขึ้นมาทันตาเห็น

“โอ๊ยยย! นังบ้า พวกเจ้าบังอาจเกินไปแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร!” พวกเขาร้องตะโกนออกมาด้วยความโกรธอย่างที่สุด ลู่เสียนและลู่หลินยกแขนขึ้นมากอดอก ก่อนจะมองพวกเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน

“ท่านสองคนมาถามข้า? ตัวพวกท่านไม่รู้แล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไร แต่ตัวของข้า ข้าย่อมรู้ดีว่าข้าเป็นใคร ข้าจะบอกพวกท่านให้รับรู้ไว้ว่าข้าคือคุณหนูใหญ่ลู่เสียน”

“ส่วนข้าคุณหนูสี่ลู่หลินตัวจริงเสียงจริง”

“และนางยังเป็นว่าที่พระชายาของข้า”

“และนางคือว่าที่พระชายาของข้าเช่นกัน”

องค์รัชทายาทก้าวเข้ามายืนข้างลู่หลิน ส่วนเหว่ยอ๋องยกแขนมาโอบไหล่ลู่เสียนอย่างปกป้อง จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางตกใจจนหน้าขาวซีด แย่แล้วก่อนจะมาพวกเขาควรจะตรวจสอบเรื่องราวให้ดีกว่านี้ เป็นเพราะเขารีบร้อนมากเกินไป ดูท่าเหว่ยอ๋องและองค์รัชทายาทจะมีความไม่พอใจอยู่ไม่น้อยเลย พวกเขาจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไรดี แล้วหากเป็นเช่นนี้จะให้พวกนางไปช่วยคนป่วยที่ติดโรคระบาดได้หรือ ดูท่าทางของพวกนางไม่พอใจพวกเขาอยู่มากเลยทีเดียว

ปึก!! พวกเขาตัดสินใจคุกเข่าลงต่อหน้าพวกเขา ยามนี้ถึงแม้ต้องเสียศักดิ์ศรีก็ต้องยอม หากจะทำทุกอย่างมันดีขึ้น แต่จะว่าไปพวกเขาก็ใช้วิธีผิดไปจริง ๆ โดยร่วมถือว่าแย่ 

“ข้าต้องขอโทษคุณหนูใหญ่และคุณหนูสี่ด้วยที่ไร้มารยาท คือพวกข้ารีบร้อนมากเกินไป เป็นเพราะข้าเป็นห่วงชาวบ้านที่ล้มป่วย พวกข้าเอ่อ…คิดน้อยเกินไป โปรดให้อภัยกับความโง่เขลาของพวกข้า”

“ในเมื่อพวกท่านยอมลดศักดิ์ศรีลงมาขนาดนี้ข้าก็ควรให้อภัย ลุกขึ้นมาเถิดแล้วช่วยบอกข้าทีว่าพวกท่านเป็นใครกัน” ลู่เสียนไม่ใช่คนไม่รู้จักแยกแยะ หากพวกเขาสำนึกผิดก็ควรให้อภัย เขาสองคนรีบลุกขึ้นมาก่อนจะแนะนำตัวเองว่าพวกเขาเป็นใคร

“ข้านามว่าจื้อตงหยางและเขามีนามว่าจื้ออี้เฉิง เป็นบุตรชายของหย่งอ๋องพระอนุชาของฮ่องเต้ บิดาของข้าแต่งงานกับสตรีเมืองเชียงตง อดีตฮ่องเต้จึงยกเมืองเชียงตงให้บิดาข้าปกครองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เวลานี้เมืองเชียงตงกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาด ข้าได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่และคุณหนูสี่ช่วยได้ ก็เลยคิดเอ่อ…จะมาพาตัวไป”

“แคว้นอื่นมาขอให้ช่วยยังต้องลงนามเป็นพันธมิตรและทองคำอีกห้าสิบหีบ พวกเจ้าถือตนว่าเป็นองค์ชายก็เลยคิดจะมาเอาตัวพวกนางไปง่าย ๆ อย่างนั้นสิ ข้าจะบอกอะไรให้เจ้ารู้ไว้ ก่อนจะทำอะไรควรสืบข่าวให้ชัดเจนเสียก่อน” ฮ่องเต้เอ่ยตำหนิพวกเขาอีกครั้ง

 “วันนี้พวกเจ้าถือว่าโชคดีที่พวกนางแค่ตบหน้า หยวนอ๋องและองค์หญิงแห่งแคว้นเจินนางก็ตัดคอมาแล้ว” ฮ่องเต้เอ่ยจบก็ยกชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย แต่สองบุรุษถึงกับตัวแข็งค้างตกใจกับเรื่องที่ได้รับฟัง ตัดคอมาแล้ว!! อย่างนั้นหรือ 

“ยังไม่หมดนักฆ่า100คนบุกเข้ามา เป็นคุณหนูใหญ่เพียงคนเดียวที่จัดการนักฆ่าเหล่านั้นภายในชั่วพริบตา เพราะฉะนั้นหากจะมาที่นี่ก็ควรละทิ้งฐานะองค์ชายเอาไว้ที่เมืองเชียงตง พวกนางไม่ใช่สตรีอ่อนแอหวังพึ่งพาบุรุษ ยิ่งพวกเจ้ามาวางอำนาจผลที่ได้ก็เป็นอย่างที่เห็นอย่างไรละ” เหว่ยอ๋องเอ่ยเล่าและอธิบายขึ้นมา เพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น

“ถึงแม้คุณหนูหกและคุณหนูเจ็ดจะเป็นเพียงบุตรอนุ แต่ทางตระกูลลู่ให้ความสำคัญต่อทุกคนเท่าเทียมกัน กฎเกณฑ์และขนบธรรมเนียมใช้ไม่ได้กับที่นี่ หากพวกเจ้าพูดจาไม่เกียรติพวกนางก็เท่ากับดูถูกคนตระกูลลู่ทุกคน ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ฐานะหน้าตาหรือสังคม แต่คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจ” รอบนี้เป็นรัชทายาทที่เอ่ยออกมาอย่างยืดยาว จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางฟังฮ่องเต้ เหว่ยอ๋องและรัชทายาทร่ายยาว จนเวลานี้พวกเขาทั้งสองคน แทบจะสำนึกผิดไม่ทันกันเลยทีเดียว

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่57 ประหารต่อหน้าทุกคน

    ลู่เสียนได้ขอพื้นที่ส่วนตัวเพื่อที่จะต้มยา ฮ่องเต้จึงยกตำหนักรับรองให้เพื่อเหว่ยอ๋องและทุกคนจะได้พักด้วย ลู่เสียนนำสิ่งของออกมามากมาย จากนั้นก็ให้ทหารไปเรียกหมอหลวงมา เพื่อฟังนางอธิบายถึงโรคระบาดว่าต้องทำอย่างไร หมอหลวงทุกคนตั้งใจฟังนางเป็นอย่างดีและทำตามอย่างเคร่งครัดลู่เสียนให้ทุกคนใส่ผ้าปิดจมูก สอนวิธีล้างมืออย่างถูกวิธี จากนั้นทาเจลฆ่าเชื้อ ส่วนยาพาราเซตามอล นางอธิบายว่าใช้กินเพื่อลดไข้บรรเทาอาการปวด และนางยังสอนการวัดไข้ให้กับหมอหลวงอีกด้วย และแนะนำให้พวกเขาแบ่งผู้ป่วยตามระดับไข้ ซึ่งพอนางอธิบายหมอหลวงก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว สร้างความพอใจให้กับลู่เสียนเป็นอย่างมาก ส่วนน้ำที่นางต้มเป็นยารักษาโรคระบาด นางให้นำไปตั้งหน้าวังแจกจ่ายให้ทุกคนดื่ม พร้อมทั้งแจกผ้าปิดจมูก สบู่ล้างมือ เจลฆ่าเชื้อ และด้านหน้าวังยังทำเป็นจุดตรวจโรคและจ่ายยาลู่เสียนเสนอให้ทางการทำโรงทานแจกโจ๊กให้กับทุกคนด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้กินอาหารและกินยา บางครอบครัวป่วยกันทั้งครอบครัว อีกทั้งยากจนการมีอาหารแจกจึงจำเป็นมาก ลู่เสียนยังคงต้มน้ำกระเจี๊ยบไปเรื่อย ๆ เมื่อต้มเสร็จก็เทใส่ถังแล้วต้มใหม่ ตอนที่มีเตาทั้งหมด10เตา น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status