LOGINพบเจอวิญญาณของนางร้าย [1/2]
“เจ้า....จะมาเอาร่างคืนหรือ”
“แล้วไม่ได้หรือ...ก็นั่นมันร่างกายของข้าทุกอย่างที่เจ้าได้รับก็ล้วนเป็นของข้า”
เถียงไม่ได้เลยว่าทุกอย่างที่นางพูดล้วนเป็นความจริง นางเป็นหัวขโมยที่มาขโมยร่างของคนอื่นจริง ๆ และหากฮวาซือเล่ออยากได้ร่างคืนนางก็ไม่หน้าด้านพอที่จะปฏิเสธ
ดวงวิญญาณของฮวาซือเล่อที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังแสดงสีหน้าไม่ดีนักก็คลี่ยิ้ม นางเริ่มหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติก่อนจะยื่นมือออกไปลูบใบหน้าของอีกฝ่าย
“โชคดีที่เจ้าเป็นหัวขโมยที่มีสามัญสำนึก วางใจเถอะข้าตอนนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณข้าไม่อาจหวนคืนกลับไปมีชีวิตได้แล้ว ร่างนี้หากเจ้าอยากได้ก็เอาไปเถิด”
“เจ้า...ไม่อยากกลับมาหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเจอหวังเพ่ยอิงมาตลอดหรือ”
“ข้าไม่ต้องการบุรุษผู้นั้นแล้ว”
หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ในหัวของนางหวนนึกถึงตัวเองในอดีตยามที่ยังมีชีวิต ตอนนั้นนางพึ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นได้ไม่นานเป็นเพียงเด็กสาวที่อ่อนต่อโลก เพราะแบบนั้นนางจึงเผลอใจตกหลุมรักในคำหวานของหวังเพ่ยอิงที่เกี้ยวนางเพียงเพราะคำยุยงของสหาย
นางนั้นโง่เขลาในรักถึงขนาดบังคับบิดาที่แก่ชราให้ขอพระราชทานสมรส เพราะเห็นแก่คุณงามความดีของบิดานางฮ่องเต้จึงยินยอมประทานสมรส แต่ใครเลยจะคิดว่าหลังจากราชโองการออกมาแล้วนางกลับได้รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้มีใจให้นางเลย
ทุกอย่างเป็นเพียงการหยอกล้อของบุรุษ
แต่แม้จะรู้ความจริงนางก็ไม่อาจยกเลิกการแต่งงานที่ฝ่าบาทประทานสมรสให้ได้ นางทำเพียงบอกตัวเองว่าจะเป็นฮูหยินที่ดีให้กับเขา และในสักวันเขาจะเห็นความดีจนหันมารักนาง
หลังจากเขาเดินทางไปรบที่ชายแดน นางก็ทุ่มเททำหน้าที่ฮูหยินดูแลจวนและกิจการทุกอย่างของเขา แม้ในยามที่บิดาของนางตายจากไปนางที่จมอยู่กับความเศร้าก็ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของฮูหยิน
นางหวังเพียงว่าเมื่อสามีกลับมาเห็นสิ่งที่นางทุ่มเท เขาคงจะมองนางเปลี่ยนไป
แต่เพราะอาการป่วยและร่างกายที่ไม่ได้พักผ่อนมาเป็นเวลานาน
นางก็ล้มป่วยจนสิ้นใจ...
“หลังจากที่เจ้าเข้ามาอยู่ในร่างข้า ข้าก็ยังไม่ได้จากไปวิญญาณของข้ายังคงวนเวียนอยู่รอบกายเจ้าคอยเฝ้ามองเจ้าและพวกเขา วันที่เขาอุ้มสตรีอื่นเข้ามาในจวนข้าทั้งโกรธแค้นชิงชังจนอยากเข้าไปทำร้ายสตรีผู้นั้น ข้าต่อว่าเจ้าที่ทำเพียงยืนเฉยไม่คิดจัดการอะไร”
“......”
“แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าสิ่งที่เจ้าทำมันถูกต้อง เพราะต่อให้ข้าทุบตีสตรีผู้นั้นให้ตายหวังเพ่ยอิงก็ไม่มีทางหันมารักข้า บุรุษผู้นั้นไม่ได้รักข้าตั้งแต่แรก”
“เจ้า....ยังรักเขาอยู่หรือไม่”
“ข้าในตอนนี้ไม่รักเขาอีกแล้ว”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว” ฮวาซือเล่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี นางรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยนางร้ายก็หลุดพ้นชะตากรรมที่ต้องรักพระเอกอย่างโง่งมแล้ว
“บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามารบกวนพี่สาวข้า”
เสียงของใครบางคนดังขึ้น ไม่นานก็ปรากฏร่างของบุรุษสวมอาภรณ์จีนโบราณที่สภาพหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดง แค่มองด้วยตาก็พอรู้ว่าเขาคงผ่านศึกรักบนเตียงมาอย่างหนักหน่วง
ฮวาซือเล่อขมวดคิ้วเข้าหากันแววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ ดวงตาคู่สวยจับจ้องใบที่ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าที่นางคุ้นเคยและไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่
“ท่านเซียน?”
“พี่สาว เจอกันอีกแล้วนะขอรับ”
“ทำไมท่าน.....”
“เฮอะ คงกลัวว่าข้าจะแย่งร่างคืนนะสิ ข้าบอกแล้วไงว่าบนโลกใบนั้นไม่มีสิ่งที่ข้ายึดติดอีกแล้ว ที่ข้ามาหานางเพียงแค่มาบอกว่าข้ามอบร่างให้นางด้วยความเต็มใจเท่านั้น” วิญญาณหญิงสาวเอ่ยจบก็เดินเข้าไปโอบกอดชายหนุ่ม แววตาของนางที่มองเขาบ่งบอกถึงความรักและหลงใหล
“ไม่ใช่ว่าตัวเจ้ายังอาลัยต่อบุรุษโง่นั่นอยู่ระ....อืมมม”
เสียงของชายหนุ่มหายไปในลำคอเมื่อจู่ ๆ ถูกหญิงสาวโน้มคอลงไปประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม เขาตักตวงความหวานจากนางอย่างเอาแต่ใจราวกับต้องการลงโทษที่นางบังอาจทิ้งเขาไว้บนเตียงแล้วหนีมาที่นี่
“คนโง่มีสิ่งใดให้ต้องหึงหวงกัน ตอนนี้ข้ามีท่านแล้ว”
“อะแฮ่ม ข้ายังอยู่ตรงนี้เผื่อพวกเจ้าจะลืม” หญิงสาวกระแอมออกมา ก่อนริมฝีปากบางจะยิ้มล้อเลียนคนทั้งสอง
“พะ...พี่สาวขะ..ข้า...”
“ข้าล่อลวงเขามาเป็นสามีเอง”
วิญญาณหญิงสาวเอ่ยออกมาก่อนจะโน้มตัวซบลงบนอกแกร่ง สิ่งที่นางพูดนั้นเป็นความจริงในตอนที่นางกำลังด่าทอหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่ยอมไปหาเรื่องสตรีผู้นั้น บุรุษผู้นี้ก็ปรากฏตัวขึ้นเขากอดอกมองนางแววตาแฝงไปด้วยความไม่พอใจก่อนจะบีบบังคับพานางกลับไปกับเขา
เขาสั่งสอนนางให้รักตนเองทั้งยังพูดถึงความดีงามที่สตรีพึ่งมี ด้วยความใกล้ชิดและใบหน้าที่รูปงามของเขาทำให้นางเผลอใจตกหลุมรักอย่างรวดเร็ว นางล่อลวงเขาทุกวิธีจวบจนได้เขามาเป็นสามีได้อย่างสมใจ
บุรุษผู้นี้ทำให้นางลืมเลือนบุรุษที่ชื่อหวังเพ่ยอิงจนหมดสิ้น
“ที่ไม่รักหวังเพ่ยอิงแล้ว เพราะได้ครอบครองบุรุษที่รูปงามกว่านี่เอง”
“ไม่ใช่แค่รูปงามแต่เขาดีกว่ามาก ข้ามีความสุขที่ได้รักเขาและเขาก็รักข้าเช่นเดียวกัน”
“เห็นเจ้ามีความสุขกับบุรุษที่รักข้าก็สบายใจ ข้าจะได้ไม่ต้องนึกเสียใจที่แย่งชิงร่างเจ้ามา”
“ข้าขอให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบที่เจ้าต้องการในร่างของข้า และขอโทษที่เพราะการตัดสินใจขอสมรสพระราชทานของข้าในอดีตทำให้การหย่าร้างเป็นเรื่องยากสำหรับเจ้า”
ฮวาซือเล่อไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองวิญญาณหญิงสาวตรงหน้า กลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำที่อีกฝ่ายยินยอมมอบร่างกายนี้ให้นางได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ท่านเซียนผู้ยืนฟังบทสนทนาของคนรักและพี่สาวที่เขานับถือก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชื่อของใครบางคนจะปรากฏขึ้นมาในหัวของเขา
“พี่สาวข้ามีทางช่วยท่านแล้ว ท่านจำโจวเยว่เทียนได้หรือไม่”
“โจวเยว่เทียน?”
“หากท่านใช้ประโยชน์จากอำนาจของโจวเยว่เทียน ไม่แน่ว่าราชโองการหย่าร้างอาจจะได้มาง่ายกว่าที่ท่านคิดก็ได้”
โจวเยว่เทียน....โจวเยว่เทียน...เหตุใดข้าคุ้นชื่อคนผู้นี้นัก....
เดี๋ยวสิเขาไม่ใช่ว่าเป็น....ตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้หรือ!
คืนเข้าหอของนางร้าย Nc [END]ช่วงสายของวันบรรยากาศของตลาดภายในเมืองหลวงดูคึกคัก ผู้คนส่วนหนึ่งเดินออกมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจับกลุ่มนินทาเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าข่าวเด็ดในวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นข่าวของฮวาซือเล่อและท่านอ๋องสาม“สตรีหม้ายเช่นนางแต่งเป็นหวางเฟยได้หรือ”“นั่นสิ นางเคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพหวังแล้วให้เป็นหวางเฟยจะเหมาะสมหรือ”“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าท่านอ๋องสามได้ของเหลือจากจวนแม่ทัพหรือ”ชาวบ้านเริ่มออกความเห็นถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งยังเริ่มกล่าวถึงฮวาซือเล่อในทางที่ไม่ดีกล่าวหาว่านางหวังขึ้นที่สูงโดยไม่รู้จักสถานะตนเองปัก! โคร้ม!บทสนทนาของชาวบ้านหยุดลงฉับพลันหลังจากร่างของชายผู้หนึ่งถูกโยนลงกลางโต๊ะ ไม่นานองครักษ์ของตำหนักท่านอ๋องสามก็ปรากฏตัวขึ้น“ขออภัยพวกท่านด้วยพอดีหัวขโมยที่พวกข้าจับมาเกิดขัดขืนพวกข้าจึงต้องลงมือให้เขาสำนึกสักหน่อย ว่าแต่เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกท่านพูดถึงแม่นางฮวาหรือขอรับ”ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทาเมื่อครู่ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เพราะแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยิ้มแต่รอบกายของเหล่าองครักษ์กลับอบอวลไปด้วยจิตสังหาร“พะ...พวกข้ากำลังพูดว
ฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนางนัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานักหากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีท
พี่เยว่ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้วบรรยากาศงานเทศกาลซีซีในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักทั้งโรงน้ำชา ร้านอาหารชื่อดังต่างมีลูกค้าเข้าไปจับจองแน่นขนัด ผู้คนเดินบนถนนเบียดเสียดเป็นภาพครึกครื้นหาที่ใดเปรียบฮวาซือเล่อสวมใส่อาภรณ์สีม่วงขับกับผิวขาวของนางกำลังยืนเลือกซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแผงลอยที่ตั้งขายบนถนน ข้างกายของนางมีบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายืนอยู่“แม่นางต่างหูคู่นี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราพูดจบก็ยื่นต่างหูที่ทำจากหยกขาวให้หญิงงามตรงหน้า จากที่ดูอาภรณ์ที่อีกฝ่ายสวมใส่ทำจากผ้าเนื้อดีดูท่าแล้วคงเป็นคุณหนูจากสกุลขุนนางเป็นแน่ฮวาซือเล่อรับต่างหูมาไว้ในมือใช้สายตามองพินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะหันกายไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย มือบางหยิบต่างหูขึ้นมาทาบที่ติ่งหูทั้งสองของตนเองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“พี่เยว่ต่างหูนี่เหมาะกับข้าไหมเจ้าคะ”โจวเยว่เทียนหรือที่อีกฝ่ายเรียกขานว่าพี่เยว่ในยามนี้คลี่ยิ้มออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของโฉมงามสายตาแฝงไปด้วยความรักและลุ่มหลง“เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราสังเกตเห็นสายตาที่แสนคลั่งรักของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา นางหยิบกล่องไม้ด้านในบรรจุแหวนสองว
หวังเพ่ยอิงหัวใจสลายจวนสกุลหวัง“นี่มันอะไรกันเหตุใดรายจ่ายภายในจวนจึงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแบบนี้ นี่พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงบัญชียักยอกเงินหรือ”หวังเพ่ยอิงปาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในจวนสกุลหวังใส่พ่อบ้านและแม่นมที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยโทสะ เพราะความไว้ใจที่เห็นทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีเขาจึงไม่คิดว่าทั้งสองจะรวมหัวกันยักยอกเงินแบบนี้“นายท่านข้าและพ่อบ้านทำงานรับใช้สกุลหวังมาหลายปีไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าปลอมแปลงบัญชีแล้วเหตุใดค่าใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้นมากมายเพียงนี้”“ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะ.......”นั่นเพราะอนุหลิวที่ท่านหลงรักจนหน้ามืดตามัวอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นมหลินเพียงพูดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะรู้ดีว่านายของตนจะต้องออกตัวปกป้องหญิงคนรักอีกเป็นแน่ สตรีผู้นั้นนอกจากหน้าตาแล้วข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเทียบเคียงอดีตฮูหยินได้เลยเหตุใดนายท่านของข้าจึงตามืดบอดเช่นนี้เล่าเจ้าค่ะเพล้ง!“เหตุใดจึงปิดปากเงียบ! พูดมาสิว่าเพราะอะไร!”กาน้ำชาถูกปาลงพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าคนทั้งสอง พ่อบ้านซุนเห็นว่าแม่นมหลินไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยป
การชำระแค้นของโจวเยว่เทียนแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องบรรทม นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าของโฉมงามที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา มือหนาลูบที่แก้มเนียนอย่างทะนุถนอมซือซือของข้างดงามยิ่งนัก“อืมมมม”หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แน่นอนว่าภาพแรกที่นางเห็นคือใบหน้ารูปงามของโจวเยว่เทียนที่กำลังคลี่ยิ้มส่งมาให้นาง“ตื่นแล้วหรือ”“เพคะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยหรือไม่”ฮวาซือเล่อส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มทำท่าทีออดอ้อนราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย“เด็กดี”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพลางกระชับอ้อมกอด คิดเพียงว่าเขาจะต้องแต่งตั้งนางเป็นหวางเฟยให้ถูกต้องโดยเร็วต้องทำให้นางเป็นของข้าโดยสมบูรณ์ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้อง โจวเยว่เทียนที่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนหวานกับหญิงคนรักปรายตามองเงาของคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของประตู“มีอะไร”“ฝ่าบาทส่งองครักษ์มาแจ้งให้ท่านอ๋องเดินทางเข้าวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเสี่ยวอี้ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูทำให้โจวเยว่เทียนขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน ดูท่าแล้วที่เรียกตัวเขาเข้าวังคงเป็นเพราะเรื่องจัดการกบฏ
เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะเหมาะสม NCแสงโคมกระเพื่อมไหวตามสายลมบางคราวสว่างบางคราวรุบรู่ราวระลอกคลื่นน้ำ ยามนี้พาดทับเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนตาของฮวาซือเล่อและร่างกำยำเปลือยเปล่าของโจวเยว่เทียน แม้ว่าอุณหภูมิภายในอ่างอาบน้ำจะอุ่นร้อนเพียงใดกลับไม่อาจเทียบเคียงเพลิงราคะที่โหมกระหน่ำแผดเผากายพวกเขาได้“ซือซือ เจ้างดงามยิ่งนัก...”โจวเยว่เทียนกล่าวน้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เมื่อปรายนัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปยังสตรีงามพิลาศล้ำเบื้องหน้า เขากดจมูกลงกับซอกคอระหงส์เพื่อสูดดมกลิ่นหอมหวานจากหญิงสาว“อ๊ะ..ท่านอ๋อง ตรงนั้นไม่ได้นะเพคะ”ฮวาซือเล่อหลุดครางเสียงหวานปานน้ำผึ้งครั้นถูกโจวเยว่เทียนครอบริมฝีปากบนเม็ดบัวแดงแข็งเป็นไต พลางกระหวัดเรียวไปมาอย่างหยอกเย้าจวนให้นางต้องจิกเกร็งปลายเท้าระบายความกระสันที่ได้รับโชคร้ายที่ยามนี้โจวเยว่เทียนไม่หลงเหลือความยับยั้งชั่งใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวยิ่งคล้ายถูกกระตุ้นความดิบเถื่อนที่กดข่มไว้ภายในใจมาเนิ่นนาน เลยดูดดึงเต้าอวบอย่างกระหายขณะเดียวกันก็พลันใช้ฝ่ามือร้อนนวดคลึงอีกข้าง“หวานเสียยิ่งกว่าอะไร โชคดีที







