LOGINฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...
จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนาง
นัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานัก
หากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้
“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”
พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ
“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม
“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีที่กลับมาอยู่ที่นี่”
“แต่ถึงอย่างไรข้าก็คิดวะ......”
“ซือเล่อ”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบประโยคเสียงของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างบางหันกลับไปมองทางต้นเสียงก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่คือใคร
“หวังเพ่ยอิง?”
ไอ้เวรนี่มาทำอะไรที่จวนของข้ากัน!
นัยน์ตาคู่สวยมองบุรุษร่างสูงที่กำลังย่างกายเดินเข้ามาหานาง กลิ่นสุราที่อยู่บนร่างกายของเขาลอยโชยเข้ามากระทบจมูกจนนางต้องยกมือขึ้นมาปิด
ท่าทางของเขาไม่เหมือนคนเมา แต่จากที่มีกลิ่นสุราดูท่าเมื่อคืนคงดื่มมาเยอะสินะ
“ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า”
“มีเรื่องอะไรก็พูดตรงนี้ได้เลย ข้าไม่สะดวกให้ท่านเข้าไปด้านใน”
น้ำเสียงเด็ดขาดและสายตาที่ดูไม่หลงเหลือเยื่อใยของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มนิ่งชะงัก ตลอดมาอีกฝ่ายมักจะยิ้มและมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนเสมอ
พอเป็นแบบนี้แล้ว....
“ซือเล่อข้ามาเพื่อขอโทษเจ้า ยามนี้ข้ารู้แล้วว่าตลอดมาเจ้าเสียสละและทำเพื่อข้ามามากมายเป็นข้าเองที่ผิดต่อเจ้า ข้าในยามนี้สำนึกในความผิดแล้ว”
“แล้วยังไง ต้องการให้ข้าให้อภัยในสิ่งที่ท่านทำกับข้าหรือ?”
“ข้า...”
“ท่านสำนึกผิดมาขอโทษข้าแล้วอย่างไร? ข้าจำเป็นต้องให้อภัยท่านด้วยหรือ? หวังเพ่ยอิงข้าเกือบตายเพราะท่านจำได้หรือไม่?”
“ข้ารู้ว่าตนเองผิดต่อเจ้ามากมาย แต่ซือเล่อข้าอยากขอโอกาสให้พวกเรากลับไปเป็นครอบครัวอีกครั้ง เจ้าเคยรักข้ามากจำได้หรือไม่”
“หวังเพ่ยอิงเจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือจึงมาร้องขอโอกาสกับข้า? แล้วหลิวหรูเหม่ยสตรีที่เจ้ารักเล่าไปอยู่ที่ใด?”
“เมื่อคืนข้าขับไล่นางออกไปจากสกุลแล้ว”
คำพูดของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวนิ่งชะงัก เพราะนางไม่คิดว่าความรักของพระเอกและนางเอกยามที่ไม่มีนางร้ายกับตัวร้ายคอยเข้าไปยุ่งวุ่นวายจะมีจุดจบเช่นนี้
“เดี๋ยวสิแล้วเด็กในท้องหลิวหรูเหม่ยเล่า ต่อให้เจ้าเป็นสามีที่ดีไม่ได้อย่างน้อยก็ควรเป็นพ่อที่ดีสิ”
“นางแท้งบุตรไปนานแล้ว”
อ่า.....สุดท้ายเด็กคนนั้นก็ไม่ได้เกิดมาอย่างเช่นในเนื้อหาในนิยายสินะ
นัยน์ตาคู่สวยมองสำรวจชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาในยามนี้ไม่เหลือคราบแม่ทัพของแคว้นเลยสักนิด หากให้พูดตามความจริงกลับเหมือนพวกอันธพาลมากกว่า
นี่อาจเป็นผลกรรมของพระเอกที่ทำไว้กับฮวาซือเล่อในอดีตก็ได้
“ซือเล่อ....กลับมาเป็นฮูหยินของข้าเถอะนะ ข้าสัญญาว่าจะไม่มีสตรีอื่นนอกจากเจ้าอีกแล้ว”
“ไม่ หวังเพ่ยอิงข้าไม่มีทางกลับไปเป็นฮูหยินเจ้า”
“ซือเล่อเจ้าลองคิดดูอีกครั้งได้หรือไม่” มือหนายื่นออกไปหมายจะจับมือของหญิงสาวมากุมไว้ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายก้าวถอยหลังหนีเขา
“แม่ทัพหวังกลับไปเสียเถอะขอรับ”
เสี่ยวอี้ที่เฝ้าดูเหตุการณ์ตั้งแต่แรกรีบย่างกายเดินมาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง นัยน์ตาคมมองบุรุษตรงหน้าแววตาแสนจะสมเพช
คิดจะมาแย่งสตรีกับนายของข้าหรือ เจ้าไม่คู่ควรเลยสักนิด
“ถอยไปเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า” หวังเพ่ยอิงเอ่ยออกมาเสียงเย็นเพราะจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นองครักษ์คนสนิทของท่านอ๋องสาม
เขาเป็นบุรุษย่อมรู้ว่าท่านอ๋องสามพึ่งใจในตัวของฮวาซือเล่อ แต่แล้วอย่างไรในเมื่อตอนนี้นางยังไม่ได้แต่งให้เขาไม่ใช่หรือ และข้าก็เชื่อว่าอย่างน้อยในใจของนางยังหลงเหลือความรักที่มีต่อข้าบ้างแม้จะเล็กน้อยก็ตาม
“ซือเล่อข้าอยากให้เจ้าไตร่ตรองให้ดีแม้ท่านอ๋องสามจะชอบเจ้าแต่เขาคงไม่มีทางแต่งสตรีหม้ายเป็นหวางเฟยให้ผู้อื่นติฉินนินทา หากต้องใช้สามีร่วมกับสตรีอื่นไม่สู้เจ้ากลับมาหาข้าเป็นฮูหยินภรรยาเพียงคนเดียวของข้าไม่ดีกว่าหรือ”
ไอ้เวรนี่มันพล่ามอะไรนักหนา
ตัวเองรู้อยู่แก่ใจว่าถึงแม้นางเป็นสตรีหม้ายแต่ก็ยังเป็นสาวพรหมจรรย์ การแต่งเป็นหวางเฟยนั่นย่อมเป็นเรื่องที่ทำได้ นี่ไม่ใช่ว่าเขาดื่มสุราจนสมองกลับไปแล้วหรือ
“หวังเพ่ยอิงเจ้ากลับไปเสียเถอะ ต่อให้ข้าไม่แต่งกับท่านอ๋องตัวข้าก็ไม่คิดกลับไปหาเจ้าอยู่ดี”
“ซือเล่อทำไม เจ้าเคยรักข้ามากไม่ใช่หรือ”
“เจ้าทำอะไรไว้กับข้าบ้างลืมไปแล้วเหรอ? ฮวาซือเล่อที่รักเจ้ามากตายไปนานแล้วที่ยังยืนอยู่ตรงนี้เป็นฮวาซือเล่อที่แสนจะเกลียดชังเจ้าจนอยากจะสังหารให้ตาย”
หญิงสาวพูดออกมาน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเกลียดชัง นางไม่เคยลืมว่าตนเองเกือบตายเพราะบุรุษตรงหน้า แต่ที่ยังนิ่งเฉยไม่ลงมือแก้แค้นนั่นก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนเช่นนี้อีกเท่านั้น
“ออกไปจากจวนของข้าแล้วอย่ามายุ่งกับข้าอีก”
คำพูดที่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเกลียดชังของหญิงสาวทำให้หวังเพ่ยอิงไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้อีก ชายหนุ่มหันกายก้าวเท้าเดินตรงไปที่ประตูจวนด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย
“ราชโองการ!”
หลี่กงกงและผู้ติดตามเดินเข้ามาในจวนสกุลฮวาพร้อมราชโองการในมือ พวกเขาเดินผ่านแม่ทัพหนุ่มไปโดยทำราวกับมองไม่เห็นอีกฝ่าย
ฮวาซือเล่อและคนที่ยืนอยู่คุกเข่ารอรับราชโองการฮ่องเต้ของแคว้น แม้จะรู้ถึงเนื้อหาที่อยู่ด้านในอยู่แล้วก็ตาม
“ทรงมีบัญชา ฮวาซือเล่อหน้าตางดงามความสามารถโดดเด่น ช่วยรักษาท่านอ๋องเยว่เทียนจนหายจากการถูกพิษนับว่าเป็นเรื่องที่สวรรค์ลิขิตให้ทั้งสองได้พบกัน จึงพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นพระชายาของท่านอ๋องเยว่เทียน เลือกฤกษ์มงคลสมรสทันที จบราชโองการ”
“ฮวาซือเล่อน้อมรับราชโองการ เป็นพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท”
หวังเพ่ยอิงยามนี้ยืนนิ่งชะงักอยู่ด้านหน้าประตูจวนไม่อาจขยับกายได้ ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นเพราะรู้ว่ายามนี้ตนเองพ่ายแพ้แล้วจริง ๆ
ข้าในยามนี้ไม่อาจพานางมาอยู่ข้างกายได้อีกแล้ว ข้าไม่เหลือใครแล้วจริง ๆ
หลังจากผ่านเหตุการณ์ในวันนั้นไปเพียงไม่นานก็มีราชโองการสั่งย้ายแม่ทัพหวังให้ไปประจำการที่เมืองหน้าด่านห้ามเหยียบเข้าเมืองหลวงอีกตลอดชีวิต ทำให้บ่าวรับใช้สกุลหวังทั้งหมดต้องติดตามไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่อมามีข่าวลือว่าสาเหตุที่แม่ทัพหวังถูกย้ายไปเป็นเพราะท่านอ๋องสามบุกเข้าห้องบรรทมฝ่าบาทกลางดึกเพื่อขอราชโองการ
คืนเข้าหอของนางร้าย Nc [END]ช่วงสายของวันบรรยากาศของตลาดภายในเมืองหลวงดูคึกคัก ผู้คนส่วนหนึ่งเดินออกมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจับกลุ่มนินทาเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าข่าวเด็ดในวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นข่าวของฮวาซือเล่อและท่านอ๋องสาม“สตรีหม้ายเช่นนางแต่งเป็นหวางเฟยได้หรือ”“นั่นสิ นางเคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพหวังแล้วให้เป็นหวางเฟยจะเหมาะสมหรือ”“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าท่านอ๋องสามได้ของเหลือจากจวนแม่ทัพหรือ”ชาวบ้านเริ่มออกความเห็นถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งยังเริ่มกล่าวถึงฮวาซือเล่อในทางที่ไม่ดีกล่าวหาว่านางหวังขึ้นที่สูงโดยไม่รู้จักสถานะตนเองปัก! โคร้ม!บทสนทนาของชาวบ้านหยุดลงฉับพลันหลังจากร่างของชายผู้หนึ่งถูกโยนลงกลางโต๊ะ ไม่นานองครักษ์ของตำหนักท่านอ๋องสามก็ปรากฏตัวขึ้น“ขออภัยพวกท่านด้วยพอดีหัวขโมยที่พวกข้าจับมาเกิดขัดขืนพวกข้าจึงต้องลงมือให้เขาสำนึกสักหน่อย ว่าแต่เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกท่านพูดถึงแม่นางฮวาหรือขอรับ”ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทาเมื่อครู่ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เพราะแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยิ้มแต่รอบกายของเหล่าองครักษ์กลับอบอวลไปด้วยจิตสังหาร“พะ...พวกข้ากำลังพูดว
ฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนางนัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานักหากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีท
พี่เยว่ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้วบรรยากาศงานเทศกาลซีซีในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักทั้งโรงน้ำชา ร้านอาหารชื่อดังต่างมีลูกค้าเข้าไปจับจองแน่นขนัด ผู้คนเดินบนถนนเบียดเสียดเป็นภาพครึกครื้นหาที่ใดเปรียบฮวาซือเล่อสวมใส่อาภรณ์สีม่วงขับกับผิวขาวของนางกำลังยืนเลือกซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแผงลอยที่ตั้งขายบนถนน ข้างกายของนางมีบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายืนอยู่“แม่นางต่างหูคู่นี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราพูดจบก็ยื่นต่างหูที่ทำจากหยกขาวให้หญิงงามตรงหน้า จากที่ดูอาภรณ์ที่อีกฝ่ายสวมใส่ทำจากผ้าเนื้อดีดูท่าแล้วคงเป็นคุณหนูจากสกุลขุนนางเป็นแน่ฮวาซือเล่อรับต่างหูมาไว้ในมือใช้สายตามองพินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะหันกายไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย มือบางหยิบต่างหูขึ้นมาทาบที่ติ่งหูทั้งสองของตนเองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“พี่เยว่ต่างหูนี่เหมาะกับข้าไหมเจ้าคะ”โจวเยว่เทียนหรือที่อีกฝ่ายเรียกขานว่าพี่เยว่ในยามนี้คลี่ยิ้มออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของโฉมงามสายตาแฝงไปด้วยความรักและลุ่มหลง“เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราสังเกตเห็นสายตาที่แสนคลั่งรักของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา นางหยิบกล่องไม้ด้านในบรรจุแหวนสองว
หวังเพ่ยอิงหัวใจสลายจวนสกุลหวัง“นี่มันอะไรกันเหตุใดรายจ่ายภายในจวนจึงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแบบนี้ นี่พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงบัญชียักยอกเงินหรือ”หวังเพ่ยอิงปาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในจวนสกุลหวังใส่พ่อบ้านและแม่นมที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยโทสะ เพราะความไว้ใจที่เห็นทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีเขาจึงไม่คิดว่าทั้งสองจะรวมหัวกันยักยอกเงินแบบนี้“นายท่านข้าและพ่อบ้านทำงานรับใช้สกุลหวังมาหลายปีไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าปลอมแปลงบัญชีแล้วเหตุใดค่าใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้นมากมายเพียงนี้”“ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะ.......”นั่นเพราะอนุหลิวที่ท่านหลงรักจนหน้ามืดตามัวอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นมหลินเพียงพูดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะรู้ดีว่านายของตนจะต้องออกตัวปกป้องหญิงคนรักอีกเป็นแน่ สตรีผู้นั้นนอกจากหน้าตาแล้วข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเทียบเคียงอดีตฮูหยินได้เลยเหตุใดนายท่านของข้าจึงตามืดบอดเช่นนี้เล่าเจ้าค่ะเพล้ง!“เหตุใดจึงปิดปากเงียบ! พูดมาสิว่าเพราะอะไร!”กาน้ำชาถูกปาลงพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าคนทั้งสอง พ่อบ้านซุนเห็นว่าแม่นมหลินไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยป
การชำระแค้นของโจวเยว่เทียนแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องบรรทม นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าของโฉมงามที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา มือหนาลูบที่แก้มเนียนอย่างทะนุถนอมซือซือของข้างดงามยิ่งนัก“อืมมมม”หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แน่นอนว่าภาพแรกที่นางเห็นคือใบหน้ารูปงามของโจวเยว่เทียนที่กำลังคลี่ยิ้มส่งมาให้นาง“ตื่นแล้วหรือ”“เพคะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยหรือไม่”ฮวาซือเล่อส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มทำท่าทีออดอ้อนราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย“เด็กดี”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพลางกระชับอ้อมกอด คิดเพียงว่าเขาจะต้องแต่งตั้งนางเป็นหวางเฟยให้ถูกต้องโดยเร็วต้องทำให้นางเป็นของข้าโดยสมบูรณ์ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้อง โจวเยว่เทียนที่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนหวานกับหญิงคนรักปรายตามองเงาของคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของประตู“มีอะไร”“ฝ่าบาทส่งองครักษ์มาแจ้งให้ท่านอ๋องเดินทางเข้าวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเสี่ยวอี้ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูทำให้โจวเยว่เทียนขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน ดูท่าแล้วที่เรียกตัวเขาเข้าวังคงเป็นเพราะเรื่องจัดการกบฏ
เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะเหมาะสม NCแสงโคมกระเพื่อมไหวตามสายลมบางคราวสว่างบางคราวรุบรู่ราวระลอกคลื่นน้ำ ยามนี้พาดทับเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนตาของฮวาซือเล่อและร่างกำยำเปลือยเปล่าของโจวเยว่เทียน แม้ว่าอุณหภูมิภายในอ่างอาบน้ำจะอุ่นร้อนเพียงใดกลับไม่อาจเทียบเคียงเพลิงราคะที่โหมกระหน่ำแผดเผากายพวกเขาได้“ซือซือ เจ้างดงามยิ่งนัก...”โจวเยว่เทียนกล่าวน้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เมื่อปรายนัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปยังสตรีงามพิลาศล้ำเบื้องหน้า เขากดจมูกลงกับซอกคอระหงส์เพื่อสูดดมกลิ่นหอมหวานจากหญิงสาว“อ๊ะ..ท่านอ๋อง ตรงนั้นไม่ได้นะเพคะ”ฮวาซือเล่อหลุดครางเสียงหวานปานน้ำผึ้งครั้นถูกโจวเยว่เทียนครอบริมฝีปากบนเม็ดบัวแดงแข็งเป็นไต พลางกระหวัดเรียวไปมาอย่างหยอกเย้าจวนให้นางต้องจิกเกร็งปลายเท้าระบายความกระสันที่ได้รับโชคร้ายที่ยามนี้โจวเยว่เทียนไม่หลงเหลือความยับยั้งชั่งใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวยิ่งคล้ายถูกกระตุ้นความดิบเถื่อนที่กดข่มไว้ภายในใจมาเนิ่นนาน เลยดูดดึงเต้าอวบอย่างกระหายขณะเดียวกันก็พลันใช้ฝ่ามือร้อนนวดคลึงอีกข้าง“หวานเสียยิ่งกว่าอะไร โชคดีที







